Categories
การรักษาริดสีดวง โรคริดสีดวง

เป็นโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก ต้องทำยังไง บทความนี้มีคำตอบ

อาการป่วยด้วย โรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เป็นอีกสาเหตุทำให้เกิดโรค โดย แน่นอนว่า ริดสีดวงทวาร มีสาเหตุการเกิดโรคหลายสาเหตุ และอาการของการบ่งบอกอาการป่วยก็มีหลายอาการ โดยผู้ป่วยแต่ละท่าน อาจจะแสดงอาการได้แตกต่างกัน

Table of Contents

เป็นโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เกิดจากสาเหตุใด

การที่เป็นโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก นั้นเกิดจากการที่ผู้ป่วยติดนิสัยการกลั้นอุจจาระบ่อยๆครั้ง หรือจากสืบเนื่องมาจากการที่ผู้ป่วยมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง ล้วนแล้วแต่สามารถที่จะทำให้เกิดเป็น ริดสีดวงได้ หากผู้ป่วยเข้าห้องน้ำ แต่ดันอุจาระไม่ออก 

ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเบ่งขณะที่มีการขับถ่ายอุจจาระ เพราะถ้าหากมีการเบ่งอุจจาระบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดอาการอักเสบ โดยมีลักษณะเป็นติ่งคล้ายๆเกิดขึ้นภายในและภายนอกทวารหนักได้  

ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เกิดจากสาเหตุใด

เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นจึงก่อให้เกิดโรคที่เราเรียกกันว่าโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก อุจจาระเป็นก้อนแข็ง นั้นมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดจากการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพที่ผิดวิธี ดังนี้

– ดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำน้อยเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอุจจาระแข็งตัวได้ โดยการที่เราสามารถดื่มน้ำต่อวันเป็นประจำ อย่างน้องวันล่ะ 8 แก้ว ขึ้นไปนั้น จะทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นทำให้ขับถ่ายสบาย และเมื่อมีน้ำมากจะช่วยในระบบการย่อยอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

– รับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก ส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากนั้นเป็นเนื้อจำพวก เนื้อควาย เนื้อวัว เนื้อจระเข้ เป็นต้น เนื้อสัตว์ที่กล่าวมาข้างต้น ต้องใช้กระบวนระบบย่อยอาหารที่ใช้ระยะเวลานาน หรืออาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไป 

จึงควรหลีกเลี้ยงและควรหันมาทาน เนื้อปลา ซึ่งในเนื้อปลามีคุณค่าทางอาหารมาก ย่อยง่าย และสามารถเป็นเมนูลดน้ำหนักได้ดีมากด้วย เนื่องจากปลามีโปรตีนสูงแต่มีไขมันน้อย

– ทานผักผลไม้ที่มีกากใยน้อยเกินไป

– การกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ ทำให้เวลาขับถ่ายอุจจาระต้องเบ่งอุจจาระ

– ทานอาหารรสจัด จนเกิดอาการท้องเสีย เมื่อท้องเสียปล่อย ๆ ก็มักมีการเบ่งอุจจารระ จนทำให้ไม่สามารถขับถ่ายแบบปกติได้

ซึ่งวิธีการปฏิบัติตัวข้าง ทำให้เกิดโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เนื่องจากเกิดอาการท้องผูกเรื้อรังได้โดยไม่รู้ตัว  การปฏิบัติตัวในการดูแลตัวเองแบบผิด ๆ หากไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้เกิดความเคยชินจนเป็นริดสีดวงเรื้อรัง ไม่สามารถหายขาดได้

ทำความรู้จัก ริดสีดวง เบื้องต้น

การเป็น ริดสีดวง เบื้องต้น เราอาจสังเหตุเห็นจากอาการขับถ่ายยาก โดยต้องอาศัยแรงเบ่งเพื่อที่จะทำให้อุจจาระออกมาได้ เมื่อมีแรงเบ่งแล้วแสดงว่าอุจจาระนั้นอาจมีลักษณะแข็งทำโดยการรักษา ริดสีดวง เบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถที่จะดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาล 

ริดสีดวง เบื้องต้น

โดยการดูแลตัวเองนั้นต้องดูแลเอาใจใส่ทั้งเรื่องของการรับประทานอาหารที่ดี และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่แล้วโรคริดสีดวงทวารหนักเป็นแล้วไม่ก่อให้เกิดความรุ่นแรงจนเกินไป ไม่ใช่โรคระบาดที่สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้  โดยเมื่อสัมผัสกับผู้อื่นแล้วไม่สามารถทำให้ผู้อื่นเป็นโรคตามได้ 

ซึ่งริดสีดวงทวารมี 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอก ซึ่งจะพบตุ่มบริเวณรอยย่นด้านนอกของทวารหนัก และริดสีดวง ภายใน ซึ่งพบได้ บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ภายในร่างกาย ซึ่งริดสีดวง ภายใน สามารถที่จะแบ่งได้ 4 ระยะ ตามความรุนแรง ดังต่อไปนี้

– ระยะที่1 เป็นการเริ่มต้นของการเป็นริดสีดวง โดยที่ยังไม่มีหัวริดสีดวงโผล่ออกมา แต่อาการของระยะที่ 1 คือ อาการของผู้ป่วยที่ขับถ่ายยาก มีเลือดปนออกมาในปริมาณหนึ่ง โดยอาการเริ่มแรกจะไม่มีอาการที่รุนแรง ซึ่งเป็นอาการของ ริดสีดวง เบื้องต้น

– ระยะที่ 2 เป็นระยะที่หลายคนเริ่มรู้แล้วว่าตนเองนั่นน่าจะเป็นริดสีดวง คือ โดยที่ระยะที่ 2 นี้จะมีหัวริดสีดวงเกิดขึ้น แล้วเมื่อมีการขับถ่ายแล้วหัวริดสีดวงนั้นโผล่ออกมา และก็สามารถที่จะหดตัวกลับเข้าไปเองได้

– ระยะที่ 3 การเป็นริดสีดวงระยะนี้หัวริดสีดวงไม่สามารถหดตัวเข้าไปเองได้ เมื่อมีการขับถ่ายหัวริดสีดวงจะโผล่ออกมา และต้องอาศัยนิ้วมือและสารหล่อลื่นที่จะยัดหัวริดสีดวงเข้าไป แต่ถ้าหากผู้ป่วยทนความเจ็บปวดไม่ได้ ต้องทำการไปพบแพทย์

– ระยะที่ 4 ริดสีดวงระยะนี้หัวริดสีดวงอยู่ภายนอกทวารหนัก และไม่สามารถที่จะยัดหัวริดสีดวงเข้าไปได้ อาจมีการอักเสบของหัวริดสีดวง และมีน้ำหนองและอุจจาระไหลออกมานอกรูทวารตลอดเวลา

ริดสีดวง บวม อักเสบ ทําไง ให้หายขาด

โรค ริดสีดวง บวม อักเสบ ทำไง ให้หายขาดหรือทำไงให้บรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ หลายคนต่างก็พากันค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้อาการของโรคที่เป็นอยู่ดีขึ้นไป อาการเจ็บปวดของริดสีดวงนี้สร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วย 

ริดสีดวง บวม

ทั้งในเรื่องของการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการลุก  การนอน การนั่ง การเดิน ส่งผลในทางลบต่อร่างกาย ทำให้ดำเนินชีวิตเป็นไปได้โดยความลำบากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งการช่วยให้ ซึ่งปัญหา ริดสีดวง บวม อักเสบ ทำไง ให้ดีขึ้น สามารถลองใช้วิธีเหล่านี้ได้

– นั่งแช่น้ำอุ่นที่ เป็นเวลา15-20 นาที จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ถ้าหากผสมด่างทับทิม หรือ ดีเกลือ ลงไปด้วยจะช่วยในเรื่องของการฆ่าแบคทีเรียได้ด้วย

– รับประทานสมุนไพร เช่น ทานเพชรสังฆาต ต้นกระพังโหม เหง้าโกฐน้ำเต้า เป็นต้น จะช่วยลดบวมริดสีดวงทวารได้

– รับประทานยาแก้ปวดได้หากมีอาการปวดริดสีดวง

– ใช้ยาเหน็บริดสีดวง ถ้ามีอาการปวดอักเสบริดสีดวงสามารถลดการปวดได้โดยการเหน็บยา

– การดื่มน้ำบ่อย ๆ รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง จะช่วยทำให้ลดการท้องผูกช่วยให้รู้สึกอยากขับถ่ายอุจจาระได้ดี

แต่หากผู้ป่วยทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วแต่อาการปวดอักเสบริดสีดวงทวารหนักนั้นยังไม่ดีขึ้นควรที่จะพบแพทย์ เพื่อขอคำวินิจฉัยในการรักาต่อไป

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง บวม อักเสบ ทําไง
ริดสีดวง วิธีการรักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น

ทำความรู้จักโรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ให้หายขาด

โรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ของโรคนี้นั้นสามารถที่จะรักษาให้หายขาดเองได้ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ริดสีดวง เพราะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหรืออันตรายกับชีวิต แต่เป็นโรคที่สร้างความรำคาญเนื่องจาก การคัน เจ็บปวด เป็นต้น 

ทำให้ยากต่อการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติ ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องค้นหาและทำความเข้าใจโรค ริดสีดวง และหาวิธีการรักษา ที่ถูกต้องและสามารถบรรเทาหรือช่วยให้รักษาโรคริดสีดวงให้หายดีได้ เพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวันอย่างเป็นสุขได้ 

ริดสีดวง หายขาด

โดยในบทความนี้ขอแนะนำวิธีการรักษาริดสีดวง ภายใน เนื่องจากมีการรักษาที่ยากกว่าริดสีดวง ภายนอก เพราะเราไม่สามารถสังเกตริดสีดวงประเภทนี้ได้ง่าย ซึ่งการรักษาริดสีดวงทวารนั้น สามารถรักษาตามอาการหรือรักษาตามระยะของริดสีดวง ดังนี้

– ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ไม่รุนแรง อาการที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะรักษาด้วยการรับประทานอาหารที่อ่อนๆ รสชาติที่ไม่จัด ทานผักและผลไม้เพื่อให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ดื่มน้ำมากๆช่วยให้อุจจาระนิ่มตัวลงได้

– ระยะที่ 2 การรักษาคล้ายกับระยะที่1 แต่ระยะที่ 2 อาจต้องทานยาแก้ปวดร่วมด้วย หรือการเหน็บยาริดสีดวง เพื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวง เนื่องจากระยะที่ 2 มีหัวริดสีดวงแล้วการรักษานั้นอาจจะต้องใช้วิธีการฉีดยาเพื่อให้หัวฝ่อ

– ระยะที่ 3 และระยะที่ 4อาการของริดสีดวงนั้นจะต้องใช้วิธีการการรักษาโดยการผ่า เพื่อที่จะทำให้ริดสีดวงหลุดออก อาจสร้างความเป็นกังวลใจมากกับผู้ป่วยหลายๆคน เนื่องจากการผ่าริดสีดวงนั้นต้องเจอกับความเจ็บปวดหลังการผ่า

โดยการผ่าริดสีดวงนั้นหลายคนถามว่า ผ่าแล้วหายขาดเลยไหม เมื่อผ่าแล้วสามารถกลับมาเป็นได้อีกไหม ซึ่งการผ่าเอาริดสีดวงออกนั้นทำให้ริดสีดวงหายไปจริง แต่การที่จะกลับมาเป็นริดสีดวงทวารได้อีกไหมนั้น 

ติบได้เลยว่าสามารถที่จะกลับมาเป็นได้อีกแน่นอน เพราะการเป็นริดสีดวงเกิดจากการปฏิบัติตัวที่ผิด ๆ ในการใช้ชีวิต และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดปัจจัยในการทำให้เป็นริดสีดวง ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างตนของบทความ 

ดังนั้น การเป็น ริดสีดวง วิธีการรักษา ที่ดีที่สุด คือ การป้องกันตนเองไม่ให้ป่วย หากปฏิบัติได้หละก็ตลอดชีวิตของคุณจะไม่จำเป็นต้งกังวใจกับคำว่า ริดสีดวงทวาร เลยแม้แต่น้อย

Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ลักษณะ เป็นอย่างไร พร้อมกับอาการของโรค และวิธีรักษา

ผู้ป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ลักษณะ ของโรคบางอย่างจะคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ เช่น การที่มีเลือดออก ปนกับอุจจาระ หรือมีเลือดออกหลังการขับถ่าย จะคล้ายคลึงกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

Table of Contents

เนื้องอกในลำไส้ หรือลำไส้อักเสบ ซึ่งทำให้บางครั้งการวินิจฉัยของโรค จําเป็นต้องอาศัยการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โรค ริดสีดวง ลักษณะ และอาการของโรค

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ลักษณะและอาการของโลกมีได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรคริดสีดวง รวมทั้งความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ก็มีผลต่อการแสดงอาการป่วยออกมา เช่น

  • มีเลือดออกขณะขับถ่ายหรือหลังการขับถ่าย
  • มีติ่งหรือก้อนบริเวณทวารหนัก
  • รู้สึกเจ็บ ปวด หรือคัน บริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือบริเวณทวารหนัก
  • มีอาการหน้ามืด หรือวิงเวียนศีรษะ
  • ร่างกายซีดเหลือง เหมือนคนที่เป็นโรคโลหิตจาง

ริดสีดวง ลักษณะ​ และอาการของโรค

โดยโรค ริดสีดวง ลักษณะ ของติ่งหรือตุ่มของริดสีดวง จะแยกออกเป็นติ่งหรือตุ่มที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย และติ่งที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย โดยติ่งของริดสีดวงที่อยู่ภายในร่างกาย จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนที่ต่อกับทวารหนัก 

โดยข้างในติ่งจะมีลิ่มเลือดที่เกิดจากการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ เมื่ออุจจาระที่มีลักษณะแข็งไปเสียดสีกับตุ่มของริดสีดวง ก็จะทำให้มีเลือดไหลออกมา ส่วนติ่งริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย 

จะอยู่บริเวณรอบรอยย่นของทวารหนัก โดยติ่งริดสีดวงที่อยู่ด้านนอกร่างกาย จะมีลักษณะแข็งอันเนื่องมาจากเลือดที่คั่งอยู่ และการยุบลงของริดสีดวงที่ไม่สนิทของหัวริดสีดวง

ริดสีดวง มีหนอง เกิดจากสาเหตุใด

หากคุณเคยเป็น ริดสีดวง มีหนอง ไหลออกมาจกทวารหนัก จะเข้าใจความรู้สึกที่หดหู่ กลัว และกังวล ของผู้ป่วยดีที่สุด โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อป่วยเป็นโรคริดสีดวง จะมีเฉพาะเลือดไหลปนออกมา แต่มีผู้ป่วยบางรายที่มีหนองไหลปนออกมากับอุจจาระ และเลือดด้วย 

จึงเกิดข้อสงสัยว่าน้ำหนองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนที่จะไปรู้ที่ไปที่มาของน้ำหนองในหัวริดสีดวงนั้น จำเป็นจะต้องรู้จักริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก รวมทั้งระยะของริดสีดวงภายในเสียก่อน ซึ่งริดสีดวง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก 

โดยริดสีดวงทั้งสองประเภทนี้ เกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การขับถ่าย การใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก ซึ่งริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ แต่ละระยะมีอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้

ริดสีดวง มีหนอง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ระยะที่ 1 เริ่มเกิดตุ่มมีติ่งเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณทวารหนัก การขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดไหลปนออกมา แต่หัวริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาภายนอกร่างกาย ผู้ป่วยจะไม่สังเกตเห็นหัวริดสีดวงในระยะนี้

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อมีการเบ่งอุจจาระ หัวริดสีดวงจะโผล่พ้นรูทวารหนักออกมาได้ และเมื่อไยุดการเบ่งหัวริดสีดวงก็จะหดกลับไปยังตำแหน่งเดิม ในระยะนี้ก็มีเลือดปนออกมากับอุจจาระเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยอาจจะสังเกตเห็นริดสีดวงได้ ในระยะนี้

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อ มีอาการไอ จาม หรือยกของหนักที่อาศัยแรงเบ่งบริเวณช่องท้อง รวมทั้งมีการเบ่งอุจจาระ จะทำให้หัวริดสีดวงทวารหนักออกมา และก็จะไม่สามารถหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ 

จำเป็นต้องใช้นิ้วดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน ระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเจ็บหรือคันบริเวณทวารหนัก เพราะริดสีดวงจะต้องได้รับการเสียดสีกับทวารหนักมากขึ้นรวมทั้งได้รับแรงกระแทกจากการใช้มือในการดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่ริดสีดวงมีการอักเสบมากที่สุด นอกจากมีเลือดปนออกมากับอุจจาระแล้ว หัวริดสีดวงจะอยู่ภายนอกร่างกายตลอดเวลา และไม่สามารถการกลับเข้าไปภายในร่างกายได้อีกต่อไป อันเนื่องมาจากริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น 

ดังนั้น การอักเสบจะเริ่มทำให้มีหนองเกิดขึ้น โดยน้ำหนองและเลือดจะไหลปนกับอุจจาระอยู่เสมอ บางครั้งเราจะไม่สามารถควบคุมการอุจจาระได้เนื่องจากหัวริดสีดวงที่โผล่พ้นทวารหนัก และขวางการทำงานของหูรูดบริเวณทวารหนัก 

ทำให้ทวารหนักมีน้ำหนองและอุจจาระอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดความสกปรกทำความสะอาดได้ยาก จนเกิดกลิ่นเหม็น ผู้ป่วยในระยะนี้บางคนจะมีจอาการหน้ามืดเฉียบพลัน 

รวมถึงร่างกายมีอาการซีดเหลือง เนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน จำเป็นต้องได้รับยาบำรุงเลือดเพื่อให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติร่วมกับการรักษาริดสีดวงทวาร

ดังนั้น การที่ ริดสีดวง มีหนอง ไหลออกมาจะพบได้กับผู้ป่วยที่มีการอักเสบของริดสีดวงโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ป่วยเป็นริดสีดวงทวาร ประเภทภายใน ระยะที่ 4 ซึ่งระยะนี้อย่างที่ทราบกันแล้วว่ามีการอักเสบและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องรักษากับแพทย์เฉพาะทาง

หัว ริดสีดวง ฝ่อ เกิดขึ้นได้อย่างไร

หัวริดสีดวงฝ่อ เกิดขึ้นได้อย่างไร

หัวริดสีดวงฝ่อ เป็นลักษณะ ของโรคริดสีดวง ซึ่งถึงเป็นเรื่องดี เนื่องจากเริ่มแรกริดสีดวงเกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำ ทำให้มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นจึงเป็นผลให้เส้นเลือดขยายตัวเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ นั่นหมายความว่าบริเวณหัวริดสีดวงจะมีเลือดหล่อเลี้ยงตลอดเวลา 

ทำให้มีการขยายของริดสีดวงให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น ดังนั้นแล้วการที่จะทำให้ริดสีดวงหาย จะต้องตัดการลำเลียงเลือดไปยังบริเวณหัวริดสีดวงเสียก่อน ซึ่งจะทำให้ริดสีดวงสามารถหลุดออกได้เอง โดยคำว่าหัว ริดสีดวงฝ่อ ก็คือการที่หัวริดสีดวงขาดการหล่อเลี้ยง

จากเลือดภายในร่างกายโดยแพทย์อาจจะใช้วิธียิงยางรัดหัวริดสีดวง หรือการฉีดยาบริเวณริดสีดวงทวาร รวมไปถึงผลของการเหน็บยาหรือการรับประทานยาสมุนไพร จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนของหัวริดสีดวงวงได้ 

เมื่อวลานานขึ้นหัวริดสีดวงก็จะขาดเลือด และจะเริ่มผ่อ สุดท้ายก็จะสามารถหลุดออกจากทวารหนักหรือเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักได้ จึงสามารถสรุปได้ว่า หัวริดสีดวงฝ่อ ก็คืออาการของการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงมีลักษณะ 

เช่นเดียวกันกับต้นไม้ที่โดนตัดเนื้อเยื่อลำเลียงออก ทำให้มันค่อยๆเหี่ยวแห้งและยืนต้นตาย หัวริดสีดวงก็เช่นกัน เมื่อไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงก็จะค่อยๆแห้งและก็หลุดออกมาในที่สุด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง มีหนอง
ริดสีดวง วิธีการรักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น
หัวริดสีดวงฝ่อ

โรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ทำได้อย่างไร

โรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ทำได้หลายวิธีแต่จะต้องพิจารณาด้วยว่าอาการป่วยของตนเองเกิดของตนเองนั้นมีความร้ายแรงมากน้อยเพียงใดซึ่งถ้าหากเลือกวิธีการรักษาที่ไม่เหมาะสม

ริดสีดวง การรักษา อาการป่วย

ก็จะทำให้ผลการรักษาไม่เป็นพระเอกไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้ป่วยนะซึ่งวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือการรักษาด้วยตนเองและการรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทางดังนี้

  • การรักษา ด้วยตนเอง เป็นวิธีการรักษาที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การขับถ่ายและการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มจากการรับประทานผักและผลไม้เพื่อเพิ่มใยอาหารให้กับร่างกาย ซึ่งเมื่ออาหารมากผู้ป่วยก็จะลดโอกาสในการเป็นโรคท้องผูก, ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 

จะส่งผลให้อุจจาระนิ่มไม่แข็งขับถ่ายได้สะดวก, ไม่รับประทานอาหารแสลงอาจจะส่งผลต่อการรักษาริดสีดวงทวารให้ใช้ระยะเวลานานขึ้น, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อทำให้ลำไส้ใหญ่มีประสิทธิภาพในการบับตัว 

เพื่อทำให้ผู้ป่วยปวดอุจจาระได้ตรงเวลา และช่วยขับเคลื่อนให้อุจจาระสามารถออกนอกทวารหนักได้ดียิ่งขึ้น ารรักษาอาการอักเสบโดยการใช้วิธีการประคบเย็นประคบร้อนบริเวณทวารหนัก รวมถึงการทำความสะอาดโดยการนั่งแช่น้ำอุ่นผสมเกลือ 

ตลอดจนการรับประทานยาสมุนไพรเพื่อรักษาหัวริดสีดวงให้หายและบอกลาการผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด

  • การรักษา โดยแพทย์เฉพาะทาง เป็นวิธีการรักษาที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนลงมือทำการรักษาทุกครั้ง ซึ่งการรักษาในรูปแบบนี้ จะมีทั้งการรักษาที่มีอาการไม่รุนแรงจนถึงรมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนี้
    • โดยการใช้ยาเหน็บ จะเป็นวิธีการรักษาที่กระตุ้นให้เลือดมีการไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น จะส่งผลต่อการลดการคั่งของเลือดบริเวณเส้นเลือดดำได้ บางกรณีจะใช้กับยาระบาย เพื่อจะช่วยลดอาการอุจจาระไม่ออก เนื่องจากอาการท้องผูกและทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นแ และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลัง
    • การฉีดยา จะเป็นวิธีการฉีดเข้าบริเวณหัวของริดสีดวง เพื่อทำให้เกิดพังผืดเข้าไปรัดบริเวณหัวของริดสีดวง จะทำให้การหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้หัวริดสีดวงฝ่อ วิธีนี้จะมักใช้ในระยะที่ริดสีดวงมีเลือดออกและหัวของริดสีดวงไม่โผล่พ้นทวารหนักออกมามากนัก
    • การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง เป็นวิธีที่จะไม่ให้มีเลือดไปเลี้ยงบริเวณหัวริดสีดวง ซึ่งจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกมาภายใน 1 สัปดาห์
    • การผ่าตัด มักใช้กับการเป็นริดสีดวงภายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มีอาการอักเสบและความรุนแรงของโรคมากที่สุด โดยการผ่าตัดนี้มีด้วยกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ว่าจะใช้วิธีการผ่าตัดโดยวิธีใด ในปัจจุบันการผ่าตัดไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แค่เพียงฉีดยาชาบริเวณทวารหนักก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการรักษา

จากบทความนี้ ทำให้เห็นว่า ริดสีดวง วิธีการรักษา มีได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพียงแต่ผู้ป่วยต้องมีความอดทนในการใช้เวาในการรักษา และหากอาการไม่รุนแรงผู้ป่วยก็สามารถใช้วิธีการรักษาด้วยตนเองได้

Categories
การรักษาริดสีดวง โรคริดสีดวง

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง ท้องผูก มาจากอะไร แล้วต้องรักษายังไงบ้าง

โรค ริดสีดวง ท้องผูก คือสาเหตุหลักของการเป็นริดสีดวงทวาร เนื่องจากอาการท้องผูกนั้นจะทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ รวมทั้งบางครั้งอาจจะมีอุจจาระที่เป็นก้อนแข็ง

Table of Contents

ทำให้เกิดความผิดปกติในเส้นเลือดดำ เกิดเป็นริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นโรคที่สามารถเป็นซ้ำอีกได้ ถึงแม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของโรค

โรค ริดสีดวง ท้องผูก เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรค  แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ท้องผูกที่เป็นสาเหตุของโรค แต่ย่างไรก็ดีอาการนี้ก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากป่วยเป็นริดสีดวงทวาร โดยอาการท้องผูกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ เช่น

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของการป่วย

  • รับประทนอาหารที่มีกากใยอาหารหรือเส้นใยอาหารน้อย โดยอาหารที่มีกากใยหรือเส้นใยอาหารจำนวนมาก คือ ผักและผลไม้ ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีการรับประทานผักและผลไม้น้อยจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารได้กากจากอาหารที่แข็ง ขับถ่ายได้ยากเกิดอาการท้องผูก
  • การกินยาลดความอ้วนบางชนิด ส่งผลให้มีมวลของกากอาหารในลำไส้ใหญ่มีปริมาณน้อย จึงทำให้มีการขับถ่ายอุจจาระไม่เป็นเวลา เกิดอาการท้องผูกได้เช่นกัน
  • การกลั้นอุจจาระ การกลั้นอุจจาระเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ ส่งผลต่อการเกิดท้องผูกในอนาคต

อาการท้องผูกนี้จะส่งผลให้เวลาขับอุจจาระผู้ป่วยจะต้องมีการเบ่งอุจจาระอยู่เป็นประจำ เมื่อมีการเบ่งอุจจาระเกิดขึ้นจะทำให้มีแรงดันภายในเส้นเลือดดำ โดยเฉพาะบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักนั้นมีมากขึ้น จนทำให้เกิดเลือดคั่งของเลือด 

ไหลไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนล่างของร่างกายไม่ทัน เกิดเป็นลิ่มเลือดเกิดขึ้น ทำให้เส้นเลือดโป่งพองเกิดเป็นตุ่มเล็กๆบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระทำให้ก้อนอุจจาระไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อที่เป็นตุ่มเล็กๆ 

จนทำให้มีเลือดไหลออกมาปนกับอุจจาระซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดริดสีดวงทวาร จึงเห็นได้ว่าโรค ริดสีดวง ท้องผูก เ็นอาการที่ไม่รุนแรงที่ทำให้เราตระหนักกับอาการที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรงเช่นนี้ หากปล่อยให้มีอาการเนิ่นนานไปอาจส่งผลต่อโรคร้ายอื่นตามมาได้

ป่วยเป็น ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม

การป่วยเป็น ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม คงเป็นคำถามที่ผู้ป่วยต้องการทราบ เนื่องจากอาการป่วยแล้วมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง จะทำให้ผู้ป่วยมีความทรมานและหมดกำลังใจในการต่อสู้กับโรค แต่ยังดีที่ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่ไม่ใช่โรคร้ายแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ ดังนั้น การรักษาหายจึงไม่ใช่เรื่องยาก 

ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม

แต่หากถามว่าการปวดริดสีดวงทวารจะปวดไหม แน่นอนว่าการเจ็บป่วยต้องมีอาการปวดเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับโรคริดสีดวงทวาร จะมีอาการปวดบริเวณทวารหนักร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะปวดบริเวณทวารหนัก เพราะอาการป่วยของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย 

อาการของโรค และระยะของโรคที่กำลังเป็นอยู่ ริดสีดวงทวาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งที่พบริดสีดวง คือ หากพบริดสีดวงภายในร่างกายเราจะเรียกว่าริดสีดวงภายใน หากพบริดสีดวงภายนอกร่างกายเราจะเรียกว่าริดสีดวงภายนอก 

ซึ่งริดสีดวงภายใน อาการส่วนใหญ่จะเป็นการที่มีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระ ริดสีดวงประเภทนี้มีทั้งหมด 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 จะพบเลือดปนออกมากับอุจจาระและยังไม่มีอาการปวดในระยะนี้เช่นเดียวกันระยะที่ 2  มีเลือดปนออกมากับอุจจาระและริดสีดวงสามารถโผล่ออกมาจากทวารหนักได้หากมีการแบ่งบริเวณช่องท้อง 

และเมื่อผู้ป่วยไม่มีการแบ่งบริเวณช่องท้องแล้วหัวริดสีดวงก็จะหดกลับไปที่เดิม ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 เป็นระยะที่ผู้ป่วยบางคนจะมีอาการปวดบริเวณทวารหนัก อันเนื่องมาจากการอักเสบของหัวริดสีดวง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะปวดในระยะนี้ 

ขึ้นอยู่กกับว่าผู้ป่วยมีการอักเสบมากน้อยแค่ไหน ส่วนริดสีดวงภายนอกจะมีอาการปวดที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ของผู้ป่วยจะเป็นพบเลือดปนออกมากับอุจจาระ เนื่องจากริดสีดวงประเภทนี้จะอยู่ภายนอกร่างกาย ดังนั้นหากมีการนั่ง การเดิน 

หรือมีสิ่งที่ไปกระทบกับบริเวณทวารหนักจะทำให้โดนกับหัวริดสีดวงด้วย ผู้ป่วยจึงมีอาการปวดหรือเจ็บบริเวณทวารหนักได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายในได้ อย่างไรก็ดีริดสีดวงภายนอกสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย การรักษาก็ทำได้ง่ายเช่นเดียวกัน 

ดังนั้น ถึงแม้เป็นโรค ริดสีดวง ปวด ทวารหนักเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับบางคน แต่โรคนี้เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ง่ายและหายขาดได้ และมีวิธีป้องกันง่ายๆ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินอาหารและพฤติกรรมการขับถ่ายเพียงเท่านั้น 

ดังนั้นผู้ป่วยก็ไม่ควรตื่นตระหนกเกกินไปกับการเป็นริดสีดวงทวาร เพียงใช้สติและรักษาโรคตามอาการที่เป็น และดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงก็เพียงพอแล้ว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ควรกินอะไร
ริดสีดวง ปวด
ริดสีดวง เบื้องต้น

ทำความรู้จัก ริดสีดวง เบื้องต้น

          ริดสีดวง เบื้องต้น เกิดจากสาเหตุหลายๆ สายเหตุ ที่ส่งผลต่อการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก ซึ่งเป็นอวัยวะสุดท้ายที่ทำหน้าที่ขับกากอาหารซึ่งเป็นของเสียในระบบย่อยอาหารออกจากร่างกาย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการขับถ่าย ดังนี้

ริดสีดวง เบื้องต้น

  • รับประทานผักและผลไม้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือน้อยกว่า 8 – 12 แก้วต่อวัน ทำใหอุจจาระแข็งขับถ่ายยาก บางครั้งทำให้ไม่อยากอุจจาระเพราะกลัวเจ็บบริเวณทวารหนัก
  • รับประทานยาลดความอ้วนที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือมีผลให้การอยากอาหารน้อยลงเกิดการสะสมของกากอาหารบริเวณลำไส้ใหญ่น้อยเกินไป
  • ไม่ออกกำลังกาย ทำตัวเองให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น
  • ภาวะตั้งครรภ์ ที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของว่าที่คุณแม่ รวมทั้งการขยายตัวของมดลูกทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานที่มากเกินไป เกิดภาวะคั่งของเลือดบริเวณเส้นเลือดดำจึงเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร
  • ไอเรื้อรัง หรือยกของหนักเป็นประจำ จะส่งผลให้ร่างการมีการเกร็งบริเวณช่องท้องเป็นประจำ เเรงดันเลือดจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการโป่งพองของเส้นเลือดดำ

อาการป่วยเป็น ริดสีดวง เบื้องต้น แล้วนอกจากจะกี่ยวข้องกับสาเหตุของการรับประทานอาหารหรือการกลั้นแล้วนั้น ยังเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมด้วย แต่หากผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ก็จะลดโอกาสของการเป็นริดสีดวงทวารได้เชนกัน

ริดสีดวง ควรกินอะไร ถึงจะดีต่อร่างกาย

ริดสีดวง ควรกินอะไร ถึงจะดีต่อการรักษา การป่วยด้วยโรคริดสีดวงถึงจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่ถ้าหากไม่ระมัดระวังในการรับประทานอาหาร ก็จะสามารถทำให้อาการป่วยนั้นหายได้ช้า หรือเป็นเรื้อรังได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรรับประทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายป่วยได้เร็วขึ้น

ผัก ผลไม้ แก้ ริดสีดวง

  • รับประทานผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะหากรับประทานไปเป็นจำนวนมาก จะทำให้ท้องเสียได้ ซึ่งหากมีอาการท้องเสียเรื้อรังจะยิ่งเป็นผลเสียต่อการรักษาอาการป่วยริดสีดวง หรือจะยิ่งกระตุ้นการป่วยให้มีอาการรุนแรงยิ่งขึ้น
  • รับประทานอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบ หรือหากสามารถดื่มน้ำผักและผลไม้ร่วมด้วยจะถือเป็นเรื่องดีต่อการรักษามากขึ้น
  • กินยาสมุนไพรช่วยในการรักษาริดสีดวงทวาร ซึ่งามารถเลี่ยงการผ่าตัดริดสีดวงได้ และยาสมุนไพรจะมีสารตกค้างต่อร่างกายน้อยกว่ายาแผนปัจจุบัน ฤทธิ์ของยาสมุนไพรไม่รุนแรงจึงก่อให้เกิดอันตรายต่ออาการของผู้ป่วยได้น้อย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแสลง หรืออาหารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ป่วยริดสีดวง เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักบางชนิด อาหารทะเล อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เป็นต้น

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

ผู้ป่วยควารทราบว่าการป่วยเป็น โรคริดสีดวง ควรกินอะไร และ ไม่ควรกินอะไร ความอดในการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในรักษา จะทำให้ผู้ป่วยสามารถหายป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น 

และหากว่าหายป่วยแล้ว ผู้ป่วยสามารถป้องกันตนเองไม่ให้กลับไปเป็นริดสีดวงได้ จะถือเป็นเรื่องดีทั้งกับแพทย์และตัวผู้ป่วยเอง

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

การเป็น ริดสีดวง ผายลม บ่อย มีอาการแบบไหนบ้าง ต้องรักษายังไง

การป่วยด้วยโรคต่างๆจะมีอาการที่แสดงออกมาเฉพาะโรคนั้นแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับการเป็นริดสีดวง ซึ่งแม้แต่ริดสีดวงก็มีหลายชนิด เช่น ริดสีดวงตา ริดสีดวงโพรงจมูก และ ริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงเหล่านี้ก็มีอาการที่แสดงออกมาแตกต่างกัน

Table of Contents

ริดสีดวง ผายลม บ่อย เกิดจากสาเหตุอะไร

หลายคนมีข้อสงสัยว่า เป็น ริดสีดวง ผายลม บ่อย นั้นเกิดขึ้นจากอะไร โดยที่จริงแล้วการผายลมเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่หากสาเหตุของการผายลมที่เกี่ยวข้องกับการเป็นริดสีดวงทวารนั้น เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีอาการท้องผูกซึ่งมาจากการที่อุจจาระตกค้างในลำไส้ และไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เนื่อง 

จากมีปริมาณกากอาหารมากเกินไป หรืออุจจาระแข็งเกินไป ทำให้เกิดการหมักหมมและเกิดแก๊สในลำไส้ จึงเกิดการระบายแก๊สนั้นออกมาในรูปแบบของการผายลม ซึ่งอาการท้องผูกนั้นก็เป็นเหตุผลของการเกิดริดสีดวงทวารสาเหตุหลัก ๆ 

เพราะเมื่อมีอาการท้องผูกจะทำให้เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เนื่องจากการอุจจาระไม่ออกจึงทำให้ผู้ป่วยต้องเบ่งอุจจาระ พอแรงดันในเส้นเลือดดำมีปริมาณมากขึ้นทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายที่ต่ำกว่าสะดือไม่สะดวก 

ริดสีดวง ผายลม บ่อย เกิดจากสาเหตุอะไร

เกิดการคั่งของเลือดทำให้เส้นเลือดโป่งพองและถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เกิดเป็นตุ่มขึ้น นั่นคืออาการของการเป็นริดสีดวงในระยะแรก สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก และมีการผายลมเกิดขึ้นนั้น

  • การอั้นอุจจาระเป็นเวลานาน ทำให้อุจจาระแข็งขับถ่ายได้ยาก ขับถ่ายไม่เป็นเวลาส่งผลต่อการเป็นท้องผูกในอนาคต
  • การรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยน้อยเกินไป ทำให้การขับถ่ายนั้นไม่สะดวกส่งผลต่อการท้องผูกด้วยเช่นกัน
  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้กากอาหารแข็ง ขับถ่ายได้ยาก
  • การกินยาลดความอ้วนบางชนิด ซึ่งเมื่อกินยาลดความอ้วนจะทำให้การรับประทานอาหารหรืออยากอาหารน้อยลง มีมวลของอาหารน้อย การขับถ่ายก็ไม่เป็นเวลาส่งผลต่อการท้องผูกได้

ดังนั้นจึงไม่แปลกหากการเป็น  ริดสีดวง ผายลม บ่อย กว่าคนปกติ เนื่องมาจากปัญหาท้องผูกที่ยังรักษาไม่หายของผู้ป่วย ดังนั้นหากผู้ป่วยมีการผายลมที่บ่อยผิดปกติแสดงให้เห็นถึงการรักษาอาการท้องผูกยังไม่หาย แต่อย่างไรก็ตาม 

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการท้องผูกเกิดได้หลายสาเหตุ หากผู้ป่วยไม่มีความมั่นใจในอาการของตนเองควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าตัวเองนั้น

เมื่อป่วยเป็น ริดสีดวง ทําไงให้หาย ขาด

          หลายคนในตอนนี้ คงกำลังนั่งพิมพ์คำว่า ริดสีดวง ทําไงให้หาย เพื่อค้นหาการรักษาใน Google ด้วยว่าเกิดความกังวลในการรักษาโรคนี้ เพราะจะไปพบแพทย์อาจจะรู้สึกอับอายด้วยโรคนี้เกิดในที่ลับ

โดยเฉพาะหากเป็นผู้หญิงหรือวัยรุ่นแล้วคงไม่กล้าที่จะไปพบแพทย์โดยตรง หากสถานการณ์ไม่บีบบังคับ โดยริดสีดวงทวารสามารถรักษาให้หายโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ ได้ดังนี้

ริดสีดวง อาหาร

  • กินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเพิ่มกากใยให้กับอุจจาระทำให้อุจจาระได้สะดวกไม่เป็นอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอไปเลี้ยงกากอาหาร ทำให้กากอาหารนิ่มและขับออกมาทางทวารหนักได้สะดวกไม่ไปเสียดสีกับรูทวาร ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดริดสีดวงทวาร หรือมีการอักเสบของริดสีดวงทวารมากยิ่งขึ้น
  • การใช้ยาแก้ปวดหรือยาหนีบในกรณีที่ริดสีดวงมีอาการปวด แต่การใช้ยาหนีบไม่ควรใช้เกิน 1 สัปดาห์ เพราะจะส่งผลต่อร่างกายในอนาคตได้
  • การแช่ในน้ำอุ่น หรือการประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อรักษาอาการอักเสบของริดสีดวงและทำให้หัวใจดวงยุบลง
  • การงดอาหารแสลง และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ในขณะที่ทำการรักษาริดสีดวง
  • กินยาสมุนไพรเพื่อให้ริดสีดวงยุบ หรือ หลุดออก โดยไม่ต้องผ่าตัด และยาสมุนไพรนั้นจะต้องประกอบด้วยสมุนไพรที่มีส่วนทำให้ริดสีดวงหายได้ ไม่เป็นเรื้อรัง เช่น เหง้าโกฐน้ำเต้า เถาสะค้าน ดีเกลือ ใบมะขามแขก เหง้าข่า ต้น ขลู่ เหง้าเพชรสัง ฆาต ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร ต้นกระพังโหม เป็นต้น

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ท้องผูก
ริดสีดวง ทําไงให้หาย
ริดสีดวง มีหนอง
ริดสีดวง วิ่งได้ไหม
ริดสีดวง เบื้องต้น

วิธีการรักษาที่กล่าวมานี้เป็นการรักษา ริดสีดวง ทําไงให้หาย โดยไม่ต้องพึ่งแพทย์เฉพาะทาง ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการไปพบหมอ แต่อาจจะใช้ระยะเวลานานในการรักษาโรคให้หายขาด ซึ่งจะมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับอากรของผู้ป่วยด้วย

การเป็น ริดสีดวง วิ่งได้ไหม ออกกำลังกายได้ไหม

ในสายรักสุขภาพ คงสงสัยว่า ริดสีดวง วิ่งได้ไหม หรือออกกำลังกายได้ไหม เพราะพื้นฐานของการรักษาโรคที่เรารู้จักกัน ก็คือ การทำให้ร่างกายแข็งแรง ดังนั้น การเป็นริดสีดวงทวารก็ควรที่จะออกกำลังกายได้เช่นกัน แต่ผู้ป่วยบางคนก็ยังกังวลว่าหากออกกำลังกายจะส่งผลต่อการอักเสบของจงทวารมากยิ่งขึ้นหรือไม่ การออกกำลังกายของผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวารทำได้หลายวิธี เช่น

ริดสีดวง วิ่งได้ไหม

  • การว่ายน้ำ เนื่องจากการว่ายน้ำที่ทำให้ร่างกายขนานกับพื้นโลก และไม่มีการเสียดสีไม่มีสิ่งกีดขวางในการออกกำลังกาย ทำให้การอักเสบของริดสีดวงทวารนั้นมีน้อย เป็นวิธีการที่ผู้ป่วยสามารถทำได้
  • การเต้นแอโรบิค โดยการเต้นแอโรบิคนั้นผู้ป่วยสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 30 นาที แต่หากมีท่าเต้นใดที่ใช้ความรุนแรงและรวดเร็วเกินไป ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงและทำการเต้นแอโรบิคในท่าที่เหมาะสมแทน
  • การเล่นโยคะ เป็นการฝึกสมาธิและการกำหนดลมหายใจ เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ไม่ได้ใช้ความรวดเร็วหรือรุนแรง แต่ใช้ความมั่นคง ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายโดยการเล่นโยคะได้ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อการอักเสบของริดสีดวง
  • การวิ่งจ๊อกกิ้ง การวิ่งเป็นวิธีออกกำลังกายที่ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวารสามารถทำได้ แต่ไม่ควรที่จะหักโหมและวิ่งเร็วเกินไป ควรที่จะรักษาความเร็วในระดับเดิม ไม่ควรวิ่งเกินวันละ 30 นาที หรือใช้วิธีเดินเร็วจะดีที่สุด

ดังนั้นจากคำถามที่ว่าเป็น ริดสีดวง วิ่งได้ไหม การเป็นริดสีดวงนั้นสามารถวิ่งได้ แต่ไม่ควรวิ่งเร็ว รักษาความเร็ว ลดการเสียดสีของทวารหนัก หรือหากใช้ใช้วิธีเดินเร็วจะทำให้ร่างกายแข็งแรงได้เช่นกัน และป้องกันการอักเสบของริดสีดวงทวารได้ด้วย

การเป็น ริดสีดวง เบื้องต้น

          ริดสีดวง เบื้องต้น นั้นไม่ว่าจะเป็นริดสีดวงชนิดใดก็ตาม จะเกิดจากการอักเสบของเส้นเลือดดำ มีการโป่งพองของเส้นเลือดดำทั้งนั้น โดยริดสีดวงทวารเกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งเป็นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เกิดจากสาเหตุหลายชนิดเช่น

ริดสีดวง เบื้องต้น

  • การขาดกากใยในการย่อยอาหารและการขับถ่าย ซึ่งเกิดจากการที่รับประทานผักและผลไม้น้อยเกินไป
  • การดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8 – 12 แก้ว ทำให้เกิดการแข็งของอุจจาระ และขับถ่ายได้ยากเกิดอาการท้องผูก และส่งผลต่อการอักเสบของรูทวารจนเกิดเป็นริดสีดวงทวารในที่สุด
  • การอั้นอุจจาระ อุจจาระไม่เป็นเวลาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุจจาระแข็งและขับถ่ายได้ยาก
  • อาการท้องผูก ทำให้มีการเบ่งอุจจาระ เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำมากขึ้นทำให้เส้นเลือดดำมีการโป่งพองและเกิดเป็นริดสีดวงทวารหนักในเวลาต่อมา
  • การมีน้ำหนักตัวเกินหรือการขาดการออกกำลังกาย
  • มีภาวะการตั้งครรภ์
  • มีอาการไอเรื้อรัง ทำให้เกิดการเกร็งบริเวณช่องท้องอยู่เสมอ จนเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดโป่งพองและเป็นริดสีดวงทวาร
  • การยกของหนักเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการเกร็งบริเวณช่องท้องเช่นกัน ทำให้เส้นเลืดำโป่งพอง และเป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นริดสีดวง ทวาร ในเวลาต่อมาได้

การเป็น ริดสีดวง เบื้องต้น

เมื่อผู้ป่วยรู้ว่า ริดสีดวง เบื้องต้น นั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ผู้ป่วยก็จะสามารถหาวิธีการรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาด รวมทั้งสามารถหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ป่วยเป็นโรคนี้ 

เพราะถ้าหากมีอาการป่วยแล้วการรักษาให้หายนั้นต้องใช้เวลานาน และทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสมากมาย ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ป่วยดีกว่าการรักษาให้หายเสมอ

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

การเกิด ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ สาเหตุหลัก มาจากอะไร?

คุณแม่หลาย ๆ คน คงทราบแล้วว่าการตั้งครรภ์นั้น คุณแม่จะต้องรับมือกับการแปรปรวนของอารมณ์ และการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง เบาหวาน เลือดจาง เป็นต้น แต่ว่าที่คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การตั้งครรภ์นั้น เสี่ยงต่อการเป็น ริดสีดวงทวารได้เช่นกัน

Table of Contents

สาเหตุของ  ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์    

คุณแม่หลายคนมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากเหล่าคุณแม่ทั้งหลายท้องโตขึ้นทุกๆวัน ทั้งต้องแบกรับน้ำหนักของลูกในท้อง ทั้งยังอึดอัดกับท้องที่โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังต้องมาอึดอันกับการเป็น ริดสีดวงทวารอีกด้วย โดยโรคริดสีดวงทวารจะมีอาการบวมหรือพองของเส้นเลือดที่ทวารหนัก 

ซึ่งไม่สามารถหดตัวเข้าไปได้เองโดยไม่ใช้ตัวช่วย อาการเหล่านี้เกิดมาจากการขับถ่ายของแม่ๆนั่นเอง โดยคุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นโรคนี้มากที่สุด สืบเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

เมื่อมีเลือดไหลเวียนในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ขนาดของมดลูกใหญ่ตัวมากขึ้น โดยถูกการกดทับของเส้นเลือดดำบริเวณเชิงกรานทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นผลทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างได้ จึงเกิดการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ 

ก่อให้เกิดริดสีดวงทวารหนักในที่สุด การที่คุณแม่เป็นโรค ริดสีดวง ขณะ ตั้งครรภ์ นั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์แต่อย่างใด รวมทั้งริดสีดวงทวารจะไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่จะทำให้คุณแม่เกิดความรำคาญบริเวณส่วนของทวารหนักมากกว่า 

เพราะอาการของริดสีดวงจะมีอาการคันร่วมด้วย ดั้งนั้นคุณแม่ควรเพิ่มกิจกรรมระหว่างวันโดยการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ทานผักผลไม้ หรือ ธัญพืช เพื่อเพิ่มกายใยอาหารในระบบย่อยอาหาร ลดการท้องผูก 

รวมไปดื่มน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 8 – 12 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำให้ดีขึ้น กากอาหารนิ่มไม่แข็งมากเกินไป ส่งผลไปยังการขับถ่ายที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ริดสีดวง ยารักษา โรค บอกลาการผ่าตัด

สิ่งแรกเมื่อคนส่วนใหญ่เป็นโรคริดสีดวงคิดเป็นอับดับต้น ๆ คือ หากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา แบบไหนที่จะช่วยให้หายจากโรคนี้ได้ โดยสมุนไพรถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรค เนื่องจากสมุนไพรเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน 

ดังนั้นสมุนไพรหลายชนิดจึงมีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ เช่น ยา คำไพลิน ซึ่งสามารถช่วยในการรักษาริดสีดวง ดังนี้

ยารักษาริดสีดวง

1.หัวยุบ แห้งฝ่อ ติ่งยุบ

2.ช่วยลดการโป่งพอกรอบนอกทวารหนัก

3.ช่วยสมานแผล

4.ช่วยแก้อากาอักเสบ

5.ฟื้นฟูระบบขับถ่าย

6.ช่วยพื้นฟูระบบย่อยอาหาร

7.ป้องการการเกิดซ้ำ

8.ลดอาการบีบตัวของลำไส้

9.ริดสีดวงหายขาด

โดยหากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา คำไพลิน ก็เหมาะที่จะใช้ในการรักษา เพราะมีสมุนไพรหลายชนิด ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวง อาทิเช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต 

เถาสะค้าน เหง้าโกฐน้ำเต้า ใบมะขามแขก ดีเกลือ ยาดำ เมล็ดพริกไท เหง้าข่า ต้นกระพังโหม  เป็นต้น โดยสรรพคุณเหล่านี้ล้วนเป็นตัวยาชั้นดีและมีชื่อเสียงในการรักษาริดสีดวง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น

ริดสีดวง การรักษา ให้หายขาด

หากเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของโรค และการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้วิธีการักษาโดยวิธีไหน จึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย ซึ่งการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ คือ การรักษาด้วยตนเอง และการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

  • การรักษาด้วยตนเอง การรักษาด้วยตนเองนั้นสามารถอนุมาน ถึงการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถ

หาวิธีการรักษา หรือการใช้ยารับประทานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับคำแนะนำและการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ดังนี้

  • การกินผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆที่มีกากใยอาการเพื่อช่วยเสริมสร้างการ

ขับถ่ายให้สะดวก ลดอาการท้องผูก

  • การดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน ช่วยให้กากอาหารนิ่มไม่แข็ง การขับถ่ายอุจจาระจะ

ไม่ส่งผลต่อทวารหนัก ไม่เสียดสีกับริดสีดวงให้เกิดการอักเสบ

  • งดการกินยาลดความอ้วนที่มีผลทำให้เกิดอาการท้องผูก
  • ไม่กลั้นอุจจาระ ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะหากมีการกลั้นอุจจาระเกิดขึ้น จะทำให้

กากอาหารแข็ง ส่งผลให้ขับถ่ายได้ยากจึงเกิดการอักเสบของทวารหนักและส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในที่สุด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ แต่หลีกเลี่ยงการ

ออกกำลังกายที่เกิดอาการเกร็งช่องท้องเป็นเวลานาน

  • รับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาด โดยไม่

ต้องพึ่งการผ่าตัด และทำการรักษาโรคได้โดยไม่เกิดอาการเรื้อรังของโรค

  • ใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดริดสีดวงทวาร หรือการใช้ยาเหน็บเพื่อทำให้หัว

ริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลงและยุบลงเรื่อย ๆ

  • การประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อทำให้หัวริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลง มีขนาดของหัว

ริดสีดวงเล็กลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งการประคบเย็นกับประคบร้อนสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 30 นาที เพราะหากมากเกินไปจะยิ่งส่งผลต่อการอักเสบริดสีดวงให้มากขึ้น

  • การทำความสะอาดริดสีดวงทวารทุกครั้งที่มีการขับถ่าย ป้องกันการติดเชื้อและ

ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค อันจะส่งผลต่ออาการที่รุนแรงขึ้นของริดสีดวงทวาร

  • ใช้เบาะรองนั่ง เพื่อไม่ให้ริดสีดวงทวารกระทบกับพื้นโดยตรง ลดการอักเสบของ

ริดสีดวงทวารไม่ให้มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น

  • การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    • การฉีดยา โดยการฉีดยานี้เหมาะกับการรักษาริดสีดวงระยะ1, 2 และระยะที่ 3

หรือระยะที่มีเลือดออกจำนวนมากๆ โดยฉีดเข้าไปบริเวณผิวหนังที่มีขั้วของริดสีดวง จะทำให้ริดสีดวงฝ่อแต่ต้องระวังไม่ให้ฉีดเข้าริดสีดวงโดยตรง เพราะจะทำให้เข้าเส้นเลือด เกิดอาการแน่นหน้าอกได้

  • รักษาโดยการรัดหัวริดสีดวง การใช้ยางยางรัดหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมานอก

ทวารหนักทำให้เกิดการขาดเลือดบริเวณนั้นจึงเกิดการฝ่อ และริดสีดวงจะหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ

  • การผ่า ซึ่งการผ่ามีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่าง

ริดสีดวง ผ่าตัด

กัน ดังนั้นการผ่าริดสีดวงแพทย์จึงต้องใช้การวินิจฉัยโรคอย่างรอบครอบ การผ่าริดสีดวงเหมะกับการรักษาในระยะ3-4 ซึ่งเป็นอาการของริดสีดวงที่โผล่ออกมาจากทวารหนัก ซึ่งไม่สามารถที่จะหดเข้าไปเองได้ต้องรักษาโดยการผ่า  ซึ่งการผ่าขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงนั้นๆด้วย

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยเป็น ริดสีดวง การรักษา นั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่อย่างไรก็ตามก่อนการที่จะทำการรักษาโรคริดสีดวงแต่ละครั้ง ผู้ป่วยควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเสียก่อน เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเลือกวิธีการรักษาริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รีบรักษา

หลายคนที่เป็นริดสีดวงต้องเกิดคำถามอย่างแน่นอนว่า ริดสีดวง อันตรายไหม กับร่างกายของเรา ริดสีดวง นั้นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่อันตรายกับชีวิตของเรา เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคนี้อย่างมากหลาย ทั้งการรักษาโดยการทานสมุนไพรธรรมชาติ 

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหายขาดเองโดยการดูแลเอาใจใส่ การรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดการย่อยอาหารที่ดี นำมาซึ่งการขับถ่ายที่ดีด้วยเช่นกัน ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่โดยส่วนใหญ่พบกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่20-30ปี 

ริดสีดวง อันตรายไหม

ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นจะเป็นๆหายๆ และจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงอายุ40-50ปี  โดยผู้ที่เริ่มป่วยจะรู้สกตกใจ อีกทั้งหากริดสีดวงมีการอักเสบจะทำให้รู้สึกปวด และยังสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบุคคลเหล่านี้จะไม่ค่อยดื่มน้ำมาก 

โดยริดสีดวงนั้น จะทำให้รู้สึกกลัวเพราะมีเลือดที่ไหลออกมากับอุจจาระ ต่อมาเมื่อริดสีดวงอักเสบก็จะรู้สึกเจ็บ บาครั้งมีอาการหน้ามืด น้ำหนักลดอย่างต่อเนื่อง อาการซีดเหลือง 

และหากไม่รีบรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน มีการติดเชื้อ จนลามไปถึงการเพิ่มโอกาสให้กับการเป็นมะเร็งลำไส้ ในที่สุด

เช่นนั้นแล้ว คำถามที่ว่าริดสีดวง อันตรายไหม สามารถตอบได้ว่าอันตราย ถึงจะไม่รุนแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ แต่ถ้าหากชะล้าใจ ไม่รีบทำการรักษา หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร 

พฤติกรรมการขับถ่าย รวมทั้ง พฤติกรรมการใช้ชีวิต แล้วหละก็ อันตรายของโรคนี้ก็จะส่งผลถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เช่นกัน

Categories
ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง บวม เบื้องต้น มีอาการอย่างไร อันตรายมากน้อย แค่ไหน

ริดสีดวงเกิดได้หลายตำแหน่ง ทั้งตา จมูก แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักริดสีดวง ในชื่อ ริดสีดวง ทวาร ซึ่งจะเกิดบริเวณทวารหนัก โดยการเป็นริดสีดวงจะแสดงออกมาทั้งการ บวม การอักเสบ การมีเลือดอก และอีกหลาย ๆ อาการ

Table of Contents

การเกิด ริดสีดวง บวม

เกิดจากการที่เส้นเลือดดำตรงรูทวารหนักเกิดการอักเสบ การโป่งพองทำให้ ริดสีดวง บวม หรือมีลักษณะ บวม ซึ่งเป็นผลมาจากการกินและการขับถ่าย 

หากคนที่เคยป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักมาก่อนแล้ว บริเวณรูทวารจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกจึงไม่ใช่เรื่องยาก 

การเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำเนื่องจากอาการท้องผูก ทำให้เส้นเลือดดำที่ปลายทวารหนักบวมหรือ ริดสีดวง บวม ส่งผลให้ไม่สามารถยุบลงได้ 

การเกิด ริดสีดวง บวม

ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการบวมมากๆหรืออักเสบมากๆจนทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกมา ทำให้ผู้ป่วยรูสึกเจ็บเวลาเดิน เวลานั่ง รวมทั้งเวลาขับถ่ายก็จะมีเลือดไหลออกมาเป็นหยด วิธีการรักษาและดูแลตัวเองคือ

  • ไม่อั้นอจจาระเมื่อมีอาการปวดอุจจาระ ไม่เบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ ฝึกการขับถ่ายในตอนเช้า

เพื่อให้ขับถ่ายได้สะดวก ลดการเสียดสี เวลาขับถ่ายอุจจาระจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ

  • กินผัก ผลไม้ที่มีกากใยมาก ๆ เพื่อช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี ดื่มน้ำให้มาก ๆ อย่างน้อยวัน

ละ8-12 แก้ว เพื่อที่จะให้เพียงพอต่อร่างกาย และนำไปช่วยในเรื่องการขับถ่ายไม่ทำให้อุจจาระแข็ง ทำให้อุจาระนิ่มง่ายต่อการขับถ่าย

  • การนั่งแช่ในน้ำอุ่น ก่อนและหลังการขับถ่าย หรือ ประคบด้วยน้ำเย็น ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วย

ลดอาการปวดและลดอาการบวม ควรนั่งแช่ในน้ำอุ่นวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 นาที หรือประคบเย็น 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิด 15 นาที เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น

  • ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ งดพืชผักที่เป็นของหมักดอง ผลไม้ดองทุกชนิด รวมไปถึง

อาหารแปรรูป เช่น แหนมหมู ปลาส้ม ปลาร้า เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรรับประทาน

  • หากรู้สึกว่า ริดสีดวง บวม มากขึ้นและมีอาการปวดมากให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบกับทวาร

หนักเพื่อลดอากาปวดหรือกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด

  • หากอาการยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์

ริดสีดวง เบื้องต้น

ทำความรู้จัก ริดสีดวง เบื้องต้น

โรคริดสีดวงเป็นโรคที่ทำให้เกิดความรำคาญใจ กับผู้ป่วยเป็นอย่างมากซึ่งการเป็น ริดสีดวง เบื้งต้น จะมีอาการคัน อาการเจ็บบริเวณทวารหนักมีเลือดออกขณะขับถ่ายอุจจาระ เป็นผลอันเนื่องมาจากการที่เบ่งถ่ายอุจจาระ การอั้นอุจจาระเมื่อมีอาการปวด อาการไอเรื้อรัง ริดสีดวง เบื้องต้น 

นั้นจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละคน และในผู้ป่วยบางรายมักจะดีขึ้นเองหากไม่ได้มีภาวะอื่นแทรกซ้อน หรืออาการอื่นร่วมด้วย เช่น การเวียนหัวหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม อาการซีดเนื่องจากการขาดเลือดหรือบางรายอาจจะมีภาวะโลหิตจางประเภทขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย  

ซึ่งริดสีดวงทวารเกิดจากเส้นเลือดบริเวณทวารหนักหรือปลายสุดของลำไส้ใหญ่ที่อยู่ติดกับทวารหนักเกิดการโป่งพอง ในบางครั้งผนังหลอดเลือดเกิดการยืดตัว จนบางทำให้หลอดเลือดโป่งพองหรือมีลักษณะนูน ซึ่งทำให้เกิดอาการเหมือนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ริดสีดวงทวารหนัก 

สามารรถรักษาให้หายเองได้โดยไม่ต้องเข้าทำการรักษากับแพทย์ ในผู้ป่วยระยะแรกๆ สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เพิ่มมากขึ้นเน้นกินผัก และผลไม้เพื่อเพิ่มกาใย กินธัญพืชประเภทต่างๆ 

ริดสีดวง ระยะแรก

รวมไปถึงการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน นอกจากจะปรับพฤติกรรมการกินแล้ว ควรปรับพฤติกรรมในเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นนิสัยอีกด้วย ไม่ควรเบ่งอุจจาระ หรืออั้นอุจจาระและนั่งในห้องน้ำนานๆ เพราะจะส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายที่ผิดปกติ

ทำให้ถ่ายยาก ควรฝึกการขับถ่ายในตอนเช้หากไม่ปวดก็ให้ลองดื่มน้ำ 1 แก้ว ขณะที่ยังไม่ได้แปรงฝัน จุลินทรีย์จะช่วยกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้ทำงานได้ดีขึ้น หากยังไม่เป็นผลดี 

อาจรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เพิ่มขึ้นหรืออาจทานอาหารที่ช่วยทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว รวมทั้งลองกินอาหารเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มมวลของกากอาหารให้มีมากขึ้นด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ด้านนอก
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ
ริดสีดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง เบื้องต้น

ริดสีดวง ยารักษา ให้หายได้

เมื่อพูดถึงริดสีดวง เราก็ได้ทราบกันแล้วว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จากบทความข้างต้น ริดสีดวง ยารักษา มีทั้งแบบเหน็บและแบบกิน ในทางการแพทย์จะใช้ยาชนิดเหน็บเพื่อให้ริดสีดวงหลุดออกมา แบบกินใช้ลดบรรเทาอาการเจ็บเนื่องจากอาการปวด บวม ของริดสีดวง 

นอกจากยากินและยาเหน็บแล้ว ยังมีแบบสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงอีกด้วย ยกตัวอย่างยาสมุนไพร ดังต่อไปนี้

ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง คำไพลินรักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ

– เหง้าข่า สรรพคุณ ช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้อาการเบื่ออาหาร แก้ปวดเกร็งท้อง อาการจุกเสียด อาการท้องอืด ในส่วนของใบจะช่วยทำให้หัวริดสีดวงทวารหนักยุบฝ่อลงได้

– ใบมะขามแขก สรรพคุณ บรรเทาอาการท้องผูกอาการถ่ายยากหรืออาการถ่ายไม่ออก กระตุ้นการการขับถ่าย การเคลื่อนไหวของลำไส้ แก้ ริดสีดวงทวารหนัก

ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ ได้อย่างไร

ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงมาก โดย ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ ได้ หรือเรียกอีกอย่างหนึงว่าการรักษาด้วยตัวเองให้หายได้ ด้วยวิธีการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด 

โดยการสังเกตว่าคุณเป็นริดสีดวงหรือไม่ เวลาทำความสะอาดตัวเองด้วยการสัมผัสถึงเนื้อนุ่มๆที่พองออกมาจากทวารหนัก หรือมีเลือดออกมาขณะขับถ่ายอุจจาระ ริดสีดวง รักษาได้ดังนี้

ริดสีดวง อาหาร ผัก

  • นั่งแช่น้ำอุ่นหากคุณไม่อยากนั่งแช่น้ำอุ่นทั้งตัว ก็สามารถนั่งแช่น้ำอุ่นในการะมังโดยการใช้

น้ำอุ่นแต่อย่าให้น้ำร้อนจนเกินไป การประคบอุ่น นำผ้าขนหนูหรือผ้าที่สะอาด ชุบน้ำอุ่น ประคบลงบนริสีดวงโดยตรงประมาณ10-15นาที ทำวันละ 3 – 4 ครั้ง จะทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น และลดการอักเสบของริดสีดวงได้

  • การทำความสะอาดหลังการขับถ่ายอุจจาระ เพื่อใม่ให้เกิดความระคายเคืองอาจใช้ทิชชู่

เปียกสำหรับเด็กเช็ดทำความสะอาดก็ได้หรือ การใช้ที่ประคบเย็นกับริดสีดวง ความเย็นจากการประคบเย็น จะช่วยลดอาการบวมของริดสีดวง และไม่ควรประคบเป็นเวลานานเกิน10นาทีต่อครั้ง ก็ถือเป็นการบรรเทาการเป็น ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ บำบัดได้

  • การใช้เบาะรองนั่ง ก็เป็นอีกวิธีเพื่อลดการกดทับบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร วิธีนี้ไม่ใช่การ

รักษาแต่เป็นวิธีที่ทำให้สบายตัวขึ้น ลดการอักเสบของริดสีดวง

  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ การเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นผลอันก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น อย่างน้อยวันละ8-12แก้ว เนื่องจากอุจจาระมีส่วนของน้ำอยู่ด้วย ถ้าดื่มน้ำ

ให้มากๆ ก็จะทำให้อุจจาระไม่แข็ง และจะทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น

  • เพิ่มปริมาณใยอาหาร เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่วและพืชมีฝัก แต่มีข้อควรระวัง คือ

บางครั้งในการรับประทานพืชที่มีฝักอาจทำให้เกิดแก๊สในลำไส้  อาจจะส่งผลต่ออาการท้องอืดท้อเฟ้อได้

ริดสีดวง อันตรายไหม

โดยปกติริดสีดวงที่เกิดขึ้นกับทวารหนัก หากถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ตอบได้เลยว่า ไม่ได้อันตรายต่อร่างกายมาเท่าโรคร้ายอ่น ๆ  แต่ถ้าหากเกิดกับผู้ป่วยที่มีภวาวะโลหิตจางอยู่แล้ว จะส่งผลทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น 

ซึ่งอาจทำให้หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในที่สุด ผลข้างเคียงจากการเป็นโรคริดสีดวงทวาร คือ ภาวะตัวซีด เกิดจากเลือดออกจากกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดอย่างต่อเนื่องและเกิดขึ้นเรื้อรัง โดยในบางครั้งก็มีเลือดไหลออกมาและไม่สามารถหยุดเองได้ 

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

จนอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางแต่ในกรณีที่เลือดออกมากจนทำให้เกิดภาวะโลหิตจางนั้นพบได้น้อย ภาวะการอั้นอุจจาระไม่อยู่ โดยสาเหตุมาจากกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดเกิดการโป่งพองของหลอดเลือดทำให้หูรูดทวารหนักปิดไม่สนิทจึงทำให้การอั่นอุจจาระไม่อยู่นั้นเอง 

ภาวะการติดเชื้อซึ่งภาวะนี้อาจทำให้เกิดการเป็นนองในบริเวณทวารหนักได้ ดังนั้น ริดสีดวง อันตรายไหม หากเป็นในผู้ป่วยที่ไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนหรือโรคอื่นร่วมด้วยเช่น หากไม่ได้เป็นภาวะของผู้ป่วยเลือดจาง ก็ไม่ได้เป็นอันตราย 

การป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดีกว่าการเป็นแล้วต้องมาเสียเวลาในการรักษา หากไม่อยากรักษา ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร โดยการปฏิบัติไม่ยากหากมีวินัยในการปฏิบัติตัว และจะไม่เกิดเป็นโรคริดสีดวงตามมาทีหลังอย่าแน่นอน