Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ลักษณะ เป็นอย่างไร พร้อมกับอาการของโรค และวิธีรักษา

ผู้ป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ลักษณะ ของโรคบางอย่างจะคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ เช่น การที่มีเลือดออก ปนกับอุจจาระ หรือมีเลือดออกหลังการขับถ่าย จะคล้ายคลึงกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

Table of Contents

เนื้องอกในลำไส้ หรือลำไส้อักเสบ ซึ่งทำให้บางครั้งการวินิจฉัยของโรค จําเป็นต้องอาศัยการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โรค ริดสีดวง ลักษณะ และอาการของโรค

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ลักษณะและอาการของโลกมีได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรคริดสีดวง รวมทั้งความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ก็มีผลต่อการแสดงอาการป่วยออกมา เช่น

  • มีเลือดออกขณะขับถ่ายหรือหลังการขับถ่าย
  • มีติ่งหรือก้อนบริเวณทวารหนัก
  • รู้สึกเจ็บ ปวด หรือคัน บริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือบริเวณทวารหนัก
  • มีอาการหน้ามืด หรือวิงเวียนศีรษะ
  • ร่างกายซีดเหลือง เหมือนคนที่เป็นโรคโลหิตจาง

ริดสีดวง ลักษณะ​ และอาการของโรค

โดยโรค ริดสีดวง ลักษณะ ของติ่งหรือตุ่มของริดสีดวง จะแยกออกเป็นติ่งหรือตุ่มที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย และติ่งที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย โดยติ่งของริดสีดวงที่อยู่ภายในร่างกาย จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนที่ต่อกับทวารหนัก 

โดยข้างในติ่งจะมีลิ่มเลือดที่เกิดจากการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ เมื่ออุจจาระที่มีลักษณะแข็งไปเสียดสีกับตุ่มของริดสีดวง ก็จะทำให้มีเลือดไหลออกมา ส่วนติ่งริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย 

จะอยู่บริเวณรอบรอยย่นของทวารหนัก โดยติ่งริดสีดวงที่อยู่ด้านนอกร่างกาย จะมีลักษณะแข็งอันเนื่องมาจากเลือดที่คั่งอยู่ และการยุบลงของริดสีดวงที่ไม่สนิทของหัวริดสีดวง

ริดสีดวง มีหนอง เกิดจากสาเหตุใด

หากคุณเคยเป็น ริดสีดวง มีหนอง ไหลออกมาจกทวารหนัก จะเข้าใจความรู้สึกที่หดหู่ กลัว และกังวล ของผู้ป่วยดีที่สุด โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อป่วยเป็นโรคริดสีดวง จะมีเฉพาะเลือดไหลปนออกมา แต่มีผู้ป่วยบางรายที่มีหนองไหลปนออกมากับอุจจาระ และเลือดด้วย 

จึงเกิดข้อสงสัยว่าน้ำหนองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนที่จะไปรู้ที่ไปที่มาของน้ำหนองในหัวริดสีดวงนั้น จำเป็นจะต้องรู้จักริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก รวมทั้งระยะของริดสีดวงภายในเสียก่อน ซึ่งริดสีดวง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก 

โดยริดสีดวงทั้งสองประเภทนี้ เกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การขับถ่าย การใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก ซึ่งริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ แต่ละระยะมีอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้

ริดสีดวง มีหนอง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ระยะที่ 1 เริ่มเกิดตุ่มมีติ่งเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณทวารหนัก การขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดไหลปนออกมา แต่หัวริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาภายนอกร่างกาย ผู้ป่วยจะไม่สังเกตเห็นหัวริดสีดวงในระยะนี้

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อมีการเบ่งอุจจาระ หัวริดสีดวงจะโผล่พ้นรูทวารหนักออกมาได้ และเมื่อไยุดการเบ่งหัวริดสีดวงก็จะหดกลับไปยังตำแหน่งเดิม ในระยะนี้ก็มีเลือดปนออกมากับอุจจาระเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยอาจจะสังเกตเห็นริดสีดวงได้ ในระยะนี้

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อ มีอาการไอ จาม หรือยกของหนักที่อาศัยแรงเบ่งบริเวณช่องท้อง รวมทั้งมีการเบ่งอุจจาระ จะทำให้หัวริดสีดวงทวารหนักออกมา และก็จะไม่สามารถหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ 

จำเป็นต้องใช้นิ้วดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน ระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเจ็บหรือคันบริเวณทวารหนัก เพราะริดสีดวงจะต้องได้รับการเสียดสีกับทวารหนักมากขึ้นรวมทั้งได้รับแรงกระแทกจากการใช้มือในการดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่ริดสีดวงมีการอักเสบมากที่สุด นอกจากมีเลือดปนออกมากับอุจจาระแล้ว หัวริดสีดวงจะอยู่ภายนอกร่างกายตลอดเวลา และไม่สามารถการกลับเข้าไปภายในร่างกายได้อีกต่อไป อันเนื่องมาจากริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น 

ดังนั้น การอักเสบจะเริ่มทำให้มีหนองเกิดขึ้น โดยน้ำหนองและเลือดจะไหลปนกับอุจจาระอยู่เสมอ บางครั้งเราจะไม่สามารถควบคุมการอุจจาระได้เนื่องจากหัวริดสีดวงที่โผล่พ้นทวารหนัก และขวางการทำงานของหูรูดบริเวณทวารหนัก 

ทำให้ทวารหนักมีน้ำหนองและอุจจาระอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดความสกปรกทำความสะอาดได้ยาก จนเกิดกลิ่นเหม็น ผู้ป่วยในระยะนี้บางคนจะมีจอาการหน้ามืดเฉียบพลัน 

รวมถึงร่างกายมีอาการซีดเหลือง เนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน จำเป็นต้องได้รับยาบำรุงเลือดเพื่อให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติร่วมกับการรักษาริดสีดวงทวาร

ดังนั้น การที่ ริดสีดวง มีหนอง ไหลออกมาจะพบได้กับผู้ป่วยที่มีการอักเสบของริดสีดวงโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ป่วยเป็นริดสีดวงทวาร ประเภทภายใน ระยะที่ 4 ซึ่งระยะนี้อย่างที่ทราบกันแล้วว่ามีการอักเสบและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องรักษากับแพทย์เฉพาะทาง

หัว ริดสีดวง ฝ่อ เกิดขึ้นได้อย่างไร

หัวริดสีดวงฝ่อ เกิดขึ้นได้อย่างไร

หัวริดสีดวงฝ่อ เป็นลักษณะ ของโรคริดสีดวง ซึ่งถึงเป็นเรื่องดี เนื่องจากเริ่มแรกริดสีดวงเกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำ ทำให้มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นจึงเป็นผลให้เส้นเลือดขยายตัวเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ นั่นหมายความว่าบริเวณหัวริดสีดวงจะมีเลือดหล่อเลี้ยงตลอดเวลา 

ทำให้มีการขยายของริดสีดวงให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น ดังนั้นแล้วการที่จะทำให้ริดสีดวงหาย จะต้องตัดการลำเลียงเลือดไปยังบริเวณหัวริดสีดวงเสียก่อน ซึ่งจะทำให้ริดสีดวงสามารถหลุดออกได้เอง โดยคำว่าหัว ริดสีดวงฝ่อ ก็คือการที่หัวริดสีดวงขาดการหล่อเลี้ยง

จากเลือดภายในร่างกายโดยแพทย์อาจจะใช้วิธียิงยางรัดหัวริดสีดวง หรือการฉีดยาบริเวณริดสีดวงทวาร รวมไปถึงผลของการเหน็บยาหรือการรับประทานยาสมุนไพร จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนของหัวริดสีดวงวงได้ 

เมื่อวลานานขึ้นหัวริดสีดวงก็จะขาดเลือด และจะเริ่มผ่อ สุดท้ายก็จะสามารถหลุดออกจากทวารหนักหรือเนื้อเยื่อบริเวณทวารหนักได้ จึงสามารถสรุปได้ว่า หัวริดสีดวงฝ่อ ก็คืออาการของการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงมีลักษณะ 

เช่นเดียวกันกับต้นไม้ที่โดนตัดเนื้อเยื่อลำเลียงออก ทำให้มันค่อยๆเหี่ยวแห้งและยืนต้นตาย หัวริดสีดวงก็เช่นกัน เมื่อไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงก็จะค่อยๆแห้งและก็หลุดออกมาในที่สุด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง มีหนอง
ริดสีดวง วิธีการรักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น
หัวริดสีดวงฝ่อ

โรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ทำได้อย่างไร

โรค ริดสีดวง วิธีการรักษา ทำได้หลายวิธีแต่จะต้องพิจารณาด้วยว่าอาการป่วยของตนเองเกิดของตนเองนั้นมีความร้ายแรงมากน้อยเพียงใดซึ่งถ้าหากเลือกวิธีการรักษาที่ไม่เหมาะสม

ริดสีดวง การรักษา อาการป่วย

ก็จะทำให้ผลการรักษาไม่เป็นพระเอกไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้ป่วยนะซึ่งวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือการรักษาด้วยตนเองและการรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทางดังนี้

  • การรักษา ด้วยตนเอง เป็นวิธีการรักษาที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การขับถ่ายและการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มจากการรับประทานผักและผลไม้เพื่อเพิ่มใยอาหารให้กับร่างกาย ซึ่งเมื่ออาหารมากผู้ป่วยก็จะลดโอกาสในการเป็นโรคท้องผูก, ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 

จะส่งผลให้อุจจาระนิ่มไม่แข็งขับถ่ายได้สะดวก, ไม่รับประทานอาหารแสลงอาจจะส่งผลต่อการรักษาริดสีดวงทวารให้ใช้ระยะเวลานานขึ้น, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อทำให้ลำไส้ใหญ่มีประสิทธิภาพในการบับตัว 

เพื่อทำให้ผู้ป่วยปวดอุจจาระได้ตรงเวลา และช่วยขับเคลื่อนให้อุจจาระสามารถออกนอกทวารหนักได้ดียิ่งขึ้น ารรักษาอาการอักเสบโดยการใช้วิธีการประคบเย็นประคบร้อนบริเวณทวารหนัก รวมถึงการทำความสะอาดโดยการนั่งแช่น้ำอุ่นผสมเกลือ 

ตลอดจนการรับประทานยาสมุนไพรเพื่อรักษาหัวริดสีดวงให้หายและบอกลาการผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด

  • การรักษา โดยแพทย์เฉพาะทาง เป็นวิธีการรักษาที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนลงมือทำการรักษาทุกครั้ง ซึ่งการรักษาในรูปแบบนี้ จะมีทั้งการรักษาที่มีอาการไม่รุนแรงจนถึงรมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนี้
    • โดยการใช้ยาเหน็บ จะเป็นวิธีการรักษาที่กระตุ้นให้เลือดมีการไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น จะส่งผลต่อการลดการคั่งของเลือดบริเวณเส้นเลือดดำได้ บางกรณีจะใช้กับยาระบาย เพื่อจะช่วยลดอาการอุจจาระไม่ออก เนื่องจากอาการท้องผูกและทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นแ และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลัง
    • การฉีดยา จะเป็นวิธีการฉีดเข้าบริเวณหัวของริดสีดวง เพื่อทำให้เกิดพังผืดเข้าไปรัดบริเวณหัวของริดสีดวง จะทำให้การหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้หัวริดสีดวงฝ่อ วิธีนี้จะมักใช้ในระยะที่ริดสีดวงมีเลือดออกและหัวของริดสีดวงไม่โผล่พ้นทวารหนักออกมามากนัก
    • การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง เป็นวิธีที่จะไม่ให้มีเลือดไปเลี้ยงบริเวณหัวริดสีดวง ซึ่งจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกมาภายใน 1 สัปดาห์
    • การผ่าตัด มักใช้กับการเป็นริดสีดวงภายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มีอาการอักเสบและความรุนแรงของโรคมากที่สุด โดยการผ่าตัดนี้มีด้วยกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ว่าจะใช้วิธีการผ่าตัดโดยวิธีใด ในปัจจุบันการผ่าตัดไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แค่เพียงฉีดยาชาบริเวณทวารหนักก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการรักษา

จากบทความนี้ ทำให้เห็นว่า ริดสีดวง วิธีการรักษา มีได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพียงแต่ผู้ป่วยต้องมีความอดทนในการใช้เวาในการรักษา และหากอาการไม่รุนแรงผู้ป่วยก็สามารถใช้วิธีการรักษาด้วยตนเองได้

Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้แชร์ ประสบการณ์ การรักษา ริดสีดวง ให้หายขาด

การค้นหาการป่วยโรค ริดสีดวง อาการ Pantip เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีการค้นหาและการตั้งกระทู้มากที่สุด โดยในแต่ละกระทู้ก็จะมีทั้งการให้คำปรึกษา การสอบถามอาการ วิธีการรักษา เพื่อให้ตนเองหายป่วยจากการเป็นริสีดวงทวาร

Table of Contents

โรค ริดสีดวง อาการ Pantip กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักที่จะพบกับกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และ ผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นที่การทำกิจกรรมต่างๆที่น้อยลงขยับร่างกายน้อยลง เนื่องจากเคลื่อนไหวยากเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขยับตัว 

โรค ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

เมื่อมีการรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็มักที่จะง่วงและนอน โดยที่ไม่รอให้ระบบย่อยอาหารทำงานก่อน ทำให้เกิดการย่อยที่ไม่ดีนั่นเอง และอาการเริ่มแรกที่มักจะเป็นกขึ้นอยู่กับอายุที่มากขึ้นด้วย โดยผู้ที่อายุมากขึ้นจะมีระบบการเผาผลาญที่ด้อยลงตามอายุ 

อาจเป็นเพราะการทานน้ำน้อยลงด้วยก็ได้ ริดสีดวง อาการ Pantip ซึ่งเป็นกระทู้ทางอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากๆ มีผู้ใช้บริการมากมายหลายช่วงอายุในแต่ละวัน กระทู้ที่ตั้งขึ้นในเว็บไซต์ Pantip นี้ ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการมากจึงทำให้เกิดการตั้งกระทู้ในแต่ล่ะวันมากขึ้นด้วย 

โดยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้บนโลกของเราได้ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาและผู้ที่กำลังจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการป่วยด้วยโรค ริดสีดวงทวารด้วยเช่นกัน ซึ่งได้มีคนเข้ามาให้ข้อมูลเป็นอย่างมาก โดยโรคริดสีดวงนี้เป็นความผิดปกติของเส้นเลือดดำส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ในบริเวณใกล้กับทวารหนัก 

โรคริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นเองและสามารถที่จะหายเองได้โดยที่ต้องทำการรักษา ในระยะที่ยังไม่รุนแรงจะสามารถรักษาเองได้  อาการของโรคริดสีดวงนี้ สามารถที่จะสังเกตุอาการด้วยตัวเองได้ โดยที่อาการแรกเริ่มนั่นอาจมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยๆ หลังจากมีการขับถ่ายอุจจาระแล้ว 

ใช้กระดาษชำระเช็ดบริเวณก้นจะมีเลือดติดออกมาด้วย ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของการเป็นโรคริดสีดวง ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้เกิดการท้องผูกบ่อยๆ สาเหตุที่ทำให้ท้องผูกนั่นเกิดจากการที่รับประทานอาหารที่ย่อยยาก รับประทานผักและผลไม้น้อย ดื่มน้ำน้อย 

และการที่รับประทานอาหารแล้วไม่รอให้ย่อยแล้วรีบนอน ถ้าคุณไม่อยากท้องผูกละก็ควรที่จะดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใย ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น 

อีกหนึ่งอาการที่ทำบ่อยแล้วส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวง ก็คือ การเบ่ง ซึ่งการเบ่งอุจจาระเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้ปกตินั่น ทำให้เกิดอาการอยากเบ่งอุจจาระตลอดเวลา 

ดังนั้นเมื่อขับถ่ายไม่ออกควรที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับไปขับถ่ายอีกครั้ง เพื่อไม่ก่อให้เกิดการติดนิสัยในการเบ่งอุจจาระ

เป็น ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

หลาย ๆ คนที่อ่านบทความข้างต้นมาแล้ว คงทราบว่า ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก นั่นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากอาการท้องผูก คือ อาการที่ขับถ่ายไม่สุด ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ขับถ่ายอุจจาระในลักษณะที่เป็นก้อนแข็งๆ เล็กๆ คล้ายขี้แมว ต้องเบ่งออกมาถึงจะสามารถออกมาได้ 

ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

อาการข้างต้นนั้นเรียกว่าอาการของคนที่เป็นโรคท้องผูก ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการต่างๆที่ไม่สามารถทำให้ขับถ่ายไม่ออกนั้นมีสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก 

โดยมาจากการที่รับประทาน หรือ การปฏิบัติตัวแบบผิด ๆ ที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเราที่ส่งผบเสียต่อร่างกาย ดังนี้

-รับประอาหารที่มีกากใยน้อย

-ดื่มน้ำต่อวันน้อยเกินไป

-กลั้นอุจจาระ

-เครียด พักผ่อนน้อย

-ผู้ที่มีอายุมากๆ

-ท้องผูกบ่อยๆ

-น้ำหนักตัวมาก

-ไม่ทานผักและผลไม้

ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ข้างต้นที่กล่าวมานั่นเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นก่อให้เกิดการเป็นริดสีดวงทวาร โดยที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้และอาจที่จะชะล่าใจอยู่ โดยเราควรที่จะป้องกันก่อนที่จะเป็นโรคริดสีดวง 

ซึ่งอาจจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงเลยก็ว่าได้ โดยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการนั่งการเดินอาจจะลำบากมากยิ่งขึ้น

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ลักษณะ

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะมีอันตรายหรือไม่

ผู้ป่วยริดสีดวง หลาย ๆ คน คงอยากที่จะรู้ว่าการเป็นโรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเป็นอย่างไร ซึ่งการไม่รักษาริดสีดวงทวาร เป็นเพราะผู้ป่วยหลาย ๆ คนอาจมีความอาย หรือ วิตกกังวลใจเป็นอย่างมากที่เป็นโรคนี้ อายที่จะไปโรงพยาบาลพบกับแพทย์ 

และมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความเครียดอาจส่งผลให้ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ผู้ป่วยโรคริดสีดวงมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับการรักษา ถ้าหากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ไม่ร้ายแรง โดยที่ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย 

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา

ทำร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหาร ผักและผลไม้ที่มีกากใยที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ดื่มน้ำให้เหมาะสมต่อวัน เหล่านี้ก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้อทำการรักษากับแพทย์ วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวง สามารถทำได้โดย

– การดื่มน้ำจากหัวไชเท้า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนำหัวไชเท้าไปล้างน้ำแล้วนำหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาปั่นหรือโขกโดยที่ไม่ต้องปลอกเปลือกออก 

โดยกรองเอาแต่น้ำแล้วมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ คนให้เข้ากัน และดื่มก่อนนอนทุกวัน จะช่วยให้บรรเทาอาการปวดลดอาการบวมของริดสีดวงได้ดี

– ใช้ด่างทับทิม ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียต่าง ๆ ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะนำมาใส่น้ำอุ่น ๆ แต่ไม่ร้อนจนเกินไปที่สามารถจะนั่งแช่ได้ แล้วนำด่างทับทิมเทลงไปคนให้เข้ากันจนเป็นสีชมพู  จากนั้นทำการนั่งแช่ 15-20 นาที 

ก่อนและหลังการขับถ่าย ช่วยฆ่าเชื้อและแบคทีเรียบริเวณขอบทวารหนักที่มีหัวริดสีดวงอยู่ด้วย หรือ ใช้แต่น้ำอุ่นในการนั่งแช่ก็ได้เช่นกัน

– การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา โดยแนะนำให้ทานแบบชนิดเม็ดจะช่วยให้ทานง่ายขึ้น โดยยาสมุนไพรที่มีตัวสมุนไพรหลายชนิด จะช่วยในเรื่องของการรักษาริดสีดวงได้เป็นอย่างดี

หากคุณไม่ทำตามข้อแนะนำข้างต้นนี้ หรือเมื่อเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ทั้งยังต่อการเสี่ยงเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โลหิตจาง มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ริดสีดวง การรักษา

โรค ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักหลาย ๆ คน คงทนกันความเจ็บปวดอย่างทรมาน และพยายมทำการค้นหา ริดสีดวง รักษา  ได้โดยวิธีใดได้บ้าง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยนี้ให้พ้นออกไปจากร่างกายของผู้ป่วยได้บ้าง 

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักนั้น สามารถรักษาได้หลายวิธีการทั้งรักษาแบบธรรมชาติแ ละการรักษาที่โรงพยาบาลกับทีมแพทย์ ที่ใช้กลวิธีการทางเทคโนโลยีที่สามารถทำให้หายขาดจากการเป็นโรคริดสีดวงทวารได้ 

ซึ่งการรักษาโรคริดสีดวงทวารสามารถที่จะรักษาได้ โดยขึ้นอยู่กับระยะการเป็นของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารแต่ละระยะจะมีการรักษาที่ต่างกัน การรักษาจะต้องเป็นไปได้ด้วยความปลอดภัย 

และไม่ส่งผลเสียและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วยด้วย โรคริดสีดวงส่วนใหญ่ที่เป็นไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากนักกับชีวิต ซึ่งระยะของริดสีดวงสามารถแบ่งออกได้ตามอาการดังต่อไปนี้

-ระยะที่1 อาการเริ่มแรกของโรคริดสีดวงทวารหนัก อาจมีเลือดออกมาจากทวารหนักหลังการขับถ่าย โดยติดกระดาษชำระออกมา ระยะที่ 1 สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ต้องระวังให้ให้เกิดอาการท้องผูกบ่อย ๆ

-ระยะที่ 2 ขณะขับถ่ายอุจจาระออกมานั้น หัวของริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมา และสามารถที่จะกลับเข้าไปเองได้

-ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะที่ขับถ่าย และไม่สามารที่จะหดกลับเข้าไปเองได้ จะต้องใช้นิ้วบวกกับสารหล่อลื่ต่าง ๆ หรือ สบู่เหลว เพื่อที่จะยัดหัวริดสีดวงข้าไปข้างในรูทวารได้นั่นเอง

ซึ่งระยะที่ 2 และ 3 หากมีอาการปวดริดสีดวงทวารนั้น สามารถที่จะทานยาหรือใช้ยาเหน็บเพื่อบรรเทาอาการปวดของริดสีดวงได้

-ระยะที่4 ระยะนี้ถือว่ารุนแรงสุดของโรคริดสีดวงทวาร ระยะนี้หัวริดสีดวงโผล่ออกมานอกรูทวารหนักและไม่สามารถที่จะหดตัวเข้าไปได้ จะโผล่อยู่นอกรูทวารสามารถที่จะจับหรือลูบคลำได้ บางรายอาจจะมีกลิ่นเหม็นคาว เนื่องจากรูทวารปิดไม่สนิท 

ซึ่งกลิ่นเหม็นคาวนี้เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบของรูทวารหนักนั่นเอง การเป็นริดสีดวงระยะนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าเอาหัวริดสีดวงออก

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

หากคุณได้อ่านบทความข้างต้นนี้แล้ว จะสามารถส่งผลดีกับตัวคุณและกับบุคคลใกล้ตัวคุณที่เป็นโรค ริดสีดวง หรือ มีความสงสัยว่าอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้วล่ะก็ 

ควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสมและดูแลสุขภาพร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และเมื่อเป็น ริดสีดวง การรักษา ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากที่สุด

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง หายไหม คำถามที่ยังคาใจ หลายๆคน จะรักษายังไง บทความนี้มีคำตอบ

ริดสีดวง หายไหม คำถามที่หลายคนต้องการคำตอบ เพื่อไขข้อข้องใจ และเพื่อช่วยปลอบใจตนเองไม่ให้กังวลกับการป่วยของตนเอง ซึ่งการจะรักษาริดสีดวงให้หายได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเองที่มีความพยายามที่จะรักษาโรคนี้มากน้อยเพียงใด

Table of Contents

การเป็น ริดสีดวง หายไหม

ถ้าพูดถึงโรค ริดสีดวง หายไหม ต้องบอกเลยว่าการที่เป็นริดสีดวง นั้นมีหลายระยะ การที่จะหายได้นั้นก็ต้องอาศัยเวลาและการใส่ใจดูแลตัวเอง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะหมายถึงการรับประทานอาหาร การเลือกรับประทานอาหารที่ดีที่มีประโยชน์และสามารถย่อยได้ดีก็จะช่วยให้ไม่เกิดเป็น 

ส่วนใหญ่แล้วโรคริดสีดวงทวารที่เกิดขึ้นภายนอกเป็นแล้วค่อนข้างที่จะไม่อันตรายมาก สามารถรักษาเองให้หายได้โดยการดูแลรักษาตัวเองควบคู่กับการทานยาไปด้วย ริดสีดวงสามารถแบ่งออกได้ 2ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

การเป็น ริดสีดวง หายไหม

– ริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงภายนอกเป็นแล้วสามารถหายเองได้ในบางคน ส่วนใหญ่เป็นแล้วไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากเกินไป อาการที่พบบ่อยคือเมื่อเบ่งขับถ่ายอุจจาระนั้นจะมีอาการเจ็บก้นและผลที่ตามมาคืออาการของโรคริดสีดวงอักเสบ 

และเมื่อขับถ่ายอุจจาระครั้งต่อๆไปก็จะก่อให้ติดนิสัยเบ่งอุจจาระ เนื่องจากขับถ่ายไม่สะดวกนั้นเอง ถ้าหากเป็นโรคริดสีดวงแล้วยังไม่สามารถรักษาให้หายเองได้นั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าเอาลิ่มเลือดออกมา

– ริดสีดวงภายใน เกิดขึ้นแล้วสามารถหายเองได้โดยการรักษาด้วยตัวเองได้ ด้วยการดูแลรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายมีกากใยเพียงพอต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ริดสีดวงภายในสามารถดูแลตัวเองโดยไม่ต้องพบแพทย์เฉพาะทางก็ได้ 

แต่ถ้ายังไม่หายขาดโดยยังมีพฤติกรรมการรับประทาบอาหารที่ก่อให้เกิดการขับถ่ายยากอยู่ ริดสีดวงทวารจากอยู่ข้างในก็จะออกมาอยู่ข้างนอกซึ่งก็จะเพิ่มความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น การเบ่งอุจจาระขณะขับถ่ายจึงไม่ควรทำ

ดังนั้นเป็น ริดสีดวง หายไหม จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเอง ข้อควรระวังคืองดการเบ่งอุจจาระ

บ่อยๆแต่ถ้าหากรู้สึกอยากขับถ่ายอุจจาระก็ให้รีบเข้าห้องน้ำโดยทันที เพราะอาการปวดท้องอยากที่จะอุจจาระนั้นเกิดขึ้นได้ไม่เกิน 3 นาที หากเข้าห้องน้ำแล้วขับถ่ายอุจจาระไม่ได้ ให้ออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่นอีกประมาณ1-2ชั่วโมง

แล้วค่อยกับเข้าไปถ่ายอุจจาระใหม่อีกครั้ง อีกประการหากดื่มน้ำเยอะๆเป็นประจำทุกวันก็จะสามารถช่วยให้อุจจาระนิ่มขับถ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น ฉนั้นเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันล่ะ8แก้วเป็อย่างต่ำ

ริดสีดวง ลักษณะ และอาการของโรค

โรค ริดสีดวง ลักษณะ ของคนที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญจะชอบรับประทานอาหารที่ค่อนข้างที่จะย่อยยาก ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักกว่าปกติ เมื่อระบบอาหารทำงานหนักไปจึงไม่สามารถที่จะย่อยสลายได้ทำให้เกิดอาการท้องผูก 

โดยจะส่งผลให้เลือดดำบริเวณทวารหนักของเรานั้นมีอาการบวมโป่งพองหรือส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ที่อยู่ติดกับทวารหนักเกิดอาการโป่งพอง 

ริดสีดวง ลักษณะ​ และอาการของโรค

ในบางครั้งผนังหลอดเลือดเหล่านี้อาจมีการยืดตัวลงจนบาง และทำให้มีหลอดเลือดโป่งหรือนูนขึ้นคล้ายๆกับติ่งยื่นออกมาจากทวารหนัก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการปวดของริดสีดวงทวารหนัก หรือคันร่วมด้วย รวมไปถึงการนั่งขับถ่ายอุจจาระในห้องน้ำเป็นไปได้ด้วยความลำบากมากยิ่งขึ้น 

โรค ริดสีดวง ลักษณะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นมักจะมีอาการคล้ายๆกันโดยเริ่มจากอาการคันที่รูทวารหนัก มีเลือดออกมาขณะที่กำลังขับถ่ายอุจจาระหรือหลังจากการขับถ่ายอุจจาระแล้ว 

และมักจะดีขึ้นหรือเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษาแต่อย่างใด แต่รายที่มีอาการของโรคริดสีดวงทวารที่รุนแรง มักจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วย 

อาทิเช่น เวียนหัว หน้ามืด ตัวซีดเนื่องจากการเบื่ออาหาร การคิดกังวลใจ ทำให้ระบบขับถ่ายลวน รับประทานอาหารได้น้อยลง นอนไม่หลับทำให้การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยที่มีอายุ40ปีขึ้นไป โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ก็สามารถเป็นริดสีดวงทวารหนักได้เช่นกัน 

เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นมีน้ำหนักตัวเยอะขึ้น การทำกิจกรรมต่างๆก็ทำได้น้อยลงไปกว่าเดิม ท้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้อึดอันกับตัวเองมากขึ้นทำให้การขยับตัวและการทำกิจกรรมต่างๆลดน้อยลง และการกลั้นอุจจาระก็มักเกิดกับคุณแม่ด้วยเนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากทำให้ว่าที่คุณแม่ไม่อยากจะขยับตัวนั่นเอง

ริดสีดวง ทวานหนัก รักษา ได้อย่างไร

การเป็นโรค ริดสีดวง ทวานหนัก รักษา ด้วยตัวเองได้เบื้องต้น กรณีที่อาการไม่รุนแรงด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.ควรระวังอย่าให้เกิดท้องผูกบ่อยๆ สิ่งที่ควรทำคือควรดื่มน้ำมากๆ น้ำที่ควรดื่มมากที่สุดคือน้ำเปล่าอย่างน้อยวันล่ะ8แก้ว และกินผักผลไม้ที่มีกากใยอาการมากๆเป็นประจำ แต่ถ้าคุณยังมีอาการท้องผูกให้กินยาระบายตามด้วยน้ำ1แก้ว อาทิเช่น ดีเกลือ   เป็นต้น

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง ทวานหนัก รักษา
ริดสีดวง ลักษณะ
ริดสีดวง อาหารแสลง

2.หากผู้ป่วยที่มีอาการซีด พิจารณาให้ยาบำรุงเลือดเสริมธาตุเหล็ก เพราะอาการซีดนั้นอาจจะส่งผลมาจากการที่เสียเลือมาก พักผ่อนไม่มีพอ เครียดรับประทานอาหารไม่ได้ หรือเกิดอาการเบื่ออาหารก็ตามสาเหตุเหล่านี้ คือ สาเหตุของบุคคลที่เป็นริดสีดวงนั่นเอง

3. หากปวดริดสีดวงมากๆ เนื่องจากมีอาการอักเสบของริดสีดวงนั้น แนะนำให้กินยาแก้ปวดตามด้วยน้ำเปล่า1แก้ว และก็ควรที่จะนั่งแช่ในน้ำอุ่น แต่ไม่ร้อน อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง และควรนั่งครั้งละไม่เกิน15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงจนอาการของการปวดริดสีดวงนั้นบรรเทาลง ปกติแล้วใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วันก็จะดีขึ้นนั่นเอง

4. หากมีเลือดออกตรงจุดที่เป็นริดสีดวงนั้นนานมากกว่า 1 สัปดาห์ หรืออาการที่เป็นนั้นเป็นๆ หายๆบ่อยๆ หากคุณสงสัยว่าอาจจะมีโรคอื่นร่วมด้วย ควรที่จะตรวจด้วยเครื่องส่องตรวจทวารหนักเพื่อตรวจดูความปลอดภัย เพราะอาจจะเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ด้วยก็ได้

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

5.หากหัวของริดสีดวงหลุดออกข้างนอกรูทวาร ควรที่จะใส่ถุงมือและใช้ปลายนิ้วชุบสบู่เพื่อให้เกิดความหล่อลื่น แล้วใช้นิ้วมือนั้นดันหัวของริดสีดวงกลับเข้าไปในรูทวารดั่งเดิม และหากถ้าไม่ได้ผลแนะนำให้ไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์เฉพาะทางตรวจเช็คอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแพทย์อาจจะใช้วิธีการ ดังนี้

-การรักษาโดยการผ่าตัด

-การใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา

-การใช้ยางรัด เพื่อทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ

6.หากคุณเป็น ริดสีดวง ทวานหนัก รักษา ด้วยวิธีการข้างต้นไม่หาย และกลัววิธีการผ่าตัด สามารถใช้ยาสมุนไพรที่มีตัวยาในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด บอกลาการผ่าตัด 

เช่น ยารักษาริดสีดวง คำไพรลิน ที่อุดมไปด้วยตัวยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก ป้องกันการเป็นเรื้อรัง และไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

ริดสีดวง อาหารแสลง ที่ควรหลีกเลี่ยง

บุคคลที่ที่เป็นโรค ริดสีดวง อาหารแสลง เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเป็นโรคริดสีดวงควรรู้ เพราะอาหารเป็นปัจจัยหลักของการดำรงชีวิตเมื่อมีชิวิตอยู่ การรับประทานอาการจึงเป็นหนึ่งในการที่จะดูแลตัวเอง การรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ ใน5หมู่นี้จะต้องเป็นอาหารที่สามารถย่อยได้ง่ายๆ กับระบบการย่อยของกระเพาะอาหาร 

ริดสีดวง อาหารแสลง ที่ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อระบบย่อยในกระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น จะนำไปสู่กับขับถ่ายอุจจาระที่ดีมากยิ่งขึ้น การขับถ่ายอุจจาระที่ไม่ต้องใช้แรงเบ่งนั้นส่งผลดีต่อการที่จะไม่ให้ก่อเกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก 

ดังนั้นอาหารที่ควรงดหรือหลีกเลี่ยงจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับบุคคลที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร โดยบุคคลที่เป็นโรค ริดสีดวง อาหารแสลง มีที่ไม่ควรรับประทาน คือ

-เนื้อสัตว์ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่เรานิยมรับประทานหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าทำให้ระบบการทำงานในการย่อยอาหารนั้นเป็นไปได้ด้วยความลำบาก อาหารจำพวกเนื้อสัตว์มี่ควรเลี่ยงการ อาทิเช่น เครื่องในของสัตว์ทุกชนิดห้ามรับประทาน เนื้อของวัว เนื้อของควาย เนื้อของจระเข้ เป็นต้น

-อาหารแปรรูป อาหารแปรรูปจำพวกของหมักของดอง อาหารกระป๋อง

-ผัก ผักหลายคนคงสงสัยว่าผักนั่นก็ควรงดด้วยหรือ ผักที่ควรงด ก็จะเป็นจำพวกสะตอ ชะอม มะระ กระถิน กระเฉด เป็นต้น

ผัก ผลไม้ แก้ ริดสีดวง

-เครื่องดื่ม เครื่องดื่มจำพวก ชูกำลัง น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่ผสมผมจากสัตว์ทุกชนิด

-ผลไม้ ควรเลี่ยงที่มีรสหวานจัด เปรี้ยวจัด  อาทิเช่น ทุเรียน ลำไย มะยม ตะลิงปลิง เนื้อมะพร้าว(น้ำทานได้)

-อาหารทะเล อาการจำพวกของทะเลควรงดเมื่อเป็นริดสีดวงทวาร

โดยที่อาหารที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เมื่อทำงาน

หนัก จะส่งผลให้เกิดการขับถ่ายที่แย่ลง โดยอุจจาระที่ออกมานั้นมีลักษณะที่เป็นก้อนแข็งไม่นิ่ม เมื่ออุจจาระเป็นก้อนแข็งไม่นิ่มแล้วการขับถ่ายจึงเป็นไปได้ด้วยความลำบาก 

หลายคนจึงทำการเบ่งอุจจาระ เมื่อเบ่งอุจจาระบ่อยๆเนื่องจากอาการท้องผูกนั้นจึงทำให้ติดนิสัยในการเบ่ง เมื่อติดนิสัยแล้วจึงทำการเบ่งอุจจาระบ่อยๆ นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดริดสีดวงทวารนั่นเอง

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ภัยเงียบที่อันตราย รู้เท่าทัน ป้องกันไว้ ไม่ต้องผ่าตัด

การป่วยเป็นโรคใด ๆ ก็ตาม หากเราสามารถรักษาหายได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งจะเป็นผลดีกับตัวของเราเอง นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องรู้ว่าเราป่วยเป็นโรคนั้น ๆ ให้เร็วที่สุด จึงจะทำให้รักษาให้หายขาดได้ง่าย ไม่เสี่ยงต่อชีวิตของเราเอง เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ที่เราต้องรู้อาการป่วยให้รวดเร็วเพื่อจะรักษาได้ทันท่วงที

Table of Contents

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

รู้หรือไม่ว่าอาการป่วยของคนเรามีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย หนึ่งในปัจจัยหลัก ๆ เหล่านั้นล้วนเกิดจากพฤติกรรมของตัวผู้ป่วยเอง เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

 

  • เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเอง ซึ่งปัญหานี้ อยู่เกินการความคุมของตัวผู้ป่วย
  • เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือ รับประทาน ผัก และผลไม้น้อยเกินไป ทำให้เส้นใยที่ผ่านเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหาร จนเหลือกากอาหารที่ต้องกำจัดออกมาในรูปแบบของอุจจาระ มีน้อยเกินไป ทำให้อุจจาระแข็ง เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะแข็ง อยู่บ่อยครั้ง ก็จะนำไปสู่การโป่งพองของเส้นเลือด บริเวณโยรอบทวารหนักก็จะเกิดเป็น ริดสีดวง ได้ในที่สุด
  • เกิดจากปัญหาท้องผูก ปัญหานี้ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดจากการกินผักและผลไม้น้อยเกินไป ขับถ่ายไม่สะดวก หรือแม้กระทั่งการกินยาบางชนิด ที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

  • เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำ ส่งผลให้กากอาหารที่รอการกำจัดออกบริเวณลำไส้ใหญ่ของเราขาดน้ำ ก้อนกากอาหารจับตัวกันแน่นอุจจาระได้ลำบาก ทำให้เกิดแผลบริเวณทวารหนักได้
  • การขาดการออกกำลังกาย หรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งระบบย่อยอาหารด้วย เกิดการขับถ่ายไมเป็นเวลา ส่งผลต่อการเกิดโรคเช่นเดียวกัน
  • เกิดจากปัญหาอาการป่วยที่เกี่ยวกับ ช่องท้องที่ส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก เช่น ตับแข็ง มีก้อนเนื้อบริเวณช่องท้อง การป่วยต่อมลูกหมากโต หรือแม้กระทั้งการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย
  • เกิดจากการอเรื้อรัง ที่ทำให้เราต้องมีอาการเกร็งบริเวณช่องท้องก็ส่งผลต่อการเกิดโรค ริดสีดวง ได้เช่นกัน
  • เกิดจากการทั้งครรภ์ เนื่องจากช่วงที่คุณแม่ ๆ กำลังตั้งครรภ์นั้นจะมีการสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่มีผลต่อการขยายของหลอดเลือดดำ ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้เส้นเลือดดำมีการโป่งพอง อันเป็นสาเหตุของโรคนั่นเอง

ริดสิดวง อาการ pantip บอกได้หรือไม่ ?

หลายคนคงเคยรู้จักกับ website panttip ที่มีกระทู้ให้เราตั้งปัญหาไว้เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ ได้เข้ามาตอบคำถามที่ผู้คนชาว pantip สงสัยกัน โดยบางกระทู้ก็มีผู้รู้มาสนใจตอบเป็นจำนวนมาก เช่นนั้นแล้วการคำค้นหา ริดสีดวง อาการ pantip 

ริดสีดวง อาการ pantip บอกได้หรือไม่ ?

จึงเป็นอีกคำค้นหาหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหา สามารถเข้าไปโผล่ในกระทู้ pantip ได้ โดยในการให้ความรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันของโรคนี้ก็มีตั้งแต่คนที่เคยอ่านเจอ คนที่เคยเป็นโรคริดสีดวงโดยตรง คนที่คนรอบข้างเคยเป็น หรือแม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

ก็มีการให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน ดังนั้น การหาความรู้จากกระทู้เหล่านี้ ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน การกลั่นกลองที่รัดกลุม พิจารณาความเป็นไปได้ในการอ่าน และควรศึกษาจาก เวปไซต์ ที่น่าเชื่อถือ อาทิเช่น เวปไซด์ที่ไม่หวังผลกำไร 

หรือเวปไซต์ ของโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและถูกต้อง  อย่างไรก็ดี กระทู้ในพันทิป ก็ยังคงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถศึกษาโรคนี้ได้ ประกอบกับเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เนื่องจากเป็นประชาชนอธิบายให้ประชาชนฟัง ศัพท์ทางการแพทย์จึงมีไม่มากง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ริดสีดวง ลักษณะ

           หากจะพูดถึงว่า ริดสีดวง ลักษณะ เป็นอย่างไรนั้น จากข้อความด้านบนที่เราได้รู้จักสาเหตุต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่ออาการป่วยแล้วนั้น การมีพฤติกรรมต่าง ๆ ตามข้อความด้วนบน จะส่งผลกระทบให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักมีการโป่งพอง เกิดเป็นติ่งขึ้นมา โดยเริ่มแรกติงจะมีขนาดเล็ก ๆ พอระยะเวลาที่ผ่านไปนานวันเข้า ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลานานหลายปี ติ่งริดสีดวงจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงการอักเสบอย่างรุนแรงในที่สุด โดยริดสีดวง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ริดสิดวง ภายนอก ริดสิดวงประเภทนี้จะพบได้ด้านนอกของทวารหนัก สามารถตรวจเจอด้วยตนเองด้วยตาเปล่า หรือการจับหรือคลำบริเวณนั้น ริดสีดวงประเภทนี้จะง่ายต่อการรักษา โดย ริดสีดวง ลักษณะ ของมันจะเป็นติ่งบริเวณรอยย่นของทวารหนักซึ่งอยู่ภายนอกร่างกาย เราจึงเรียกว่าริดสีดวงภายนอก
  2. ริดสิดวง ภายใน ริดสิดวงประเภทนี้ถือว่ามีความอันตรายมากกว่าริดสีดวงประเภทแรก เนื่องจากเกิดขึ้นอยู่ภายในร่างกาย โดยก็เกิดจากเส้นเลือดดำโป่งพอง เช่นเดียวกัน โดยเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นติ่งอยู่บริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ อยู่ภายในร่างกายของเรา โดริดสีดวงประเภทนี้กว่าเราจะรู้ว่าเราเป็นโรคริดสีดวงก็อาจใช้เวลาหลายปี เนื่องจากมันอยู่ในร่างกาย เราจึงไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง โดยริดสีดวง ภายใน จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง คือ
ริดสีดวง มีกี่ระยะ
ริดสีดวง ระยะแรก
ริดสีดวง ลักษณะ
ริดสีดวง อาการ pantip

 

  • ระยะที่ 1 เริ่มเกิดติ่งริดสีดวงขึ้นในร่างกายบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่
  • ระยะที่ 2 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เวลาอุจจาระริดสีดวงจะยื่นออกมา และสารถหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมของมันได้
  • ระยะที่ 3 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ เวลาอุจจาระมีเลือดติดออกมาด้วย เวลาไอ หรือขับถ่าย ริดสีดวงจะยื่นออกมา แต่จะไม่สารถกลับเข้าไปตำแหน่งเดิมของมันได้ ต้องใช้นิ้วช่วยในการดันให้กลับเข้าไป
  • ระยะที่ 4 ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง มีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง มีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการเสียเลือดมาก ไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระได้ มีเมือกเปียกแฉะบริเวณทวารหนักตลอดเวลา รักษาความสะอาดได้ยาก บางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้

 

ริดสิดวง การรักษา ได้หรือไม่

การรักษาริดสีดวง สามารถทำได้ ซึ่งมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ที่สำคัญที่สุด คือระยะ ของการป่วยเป็น ริดสีดวง แล้วหากถามว่า ริดสีดวง การรักษา ได้อย่างไรนั้น เราสามารถทำได้ดังนี้

 

  • รักษาในระดับทั่วไป การรักษาระดับนี้ เป็นการรักษาโรคริดสีดวงในการเป็นระยะที่ 1 และ 2 โดยรักษาระดับทั่วไป อาจจะให้เพิ่มการกินผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มเส้นใยอาหาร ทำให้ไม่เป็นโรคท้องผูก สามารถขับถ่ายได้สะดวก การดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ เพื่อให้การขับถ่ายอุจจาระจะนิ่ม สามารถขับถ่ายได้ง่าย หรือการกินยาที่ระงับอาการปวด การใช้ยาสอดทวาร การรินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้ ช่วยทำให้เราขับถ่ายสะดวก ลดอาการท้องผูก
  • รักษาในระดับเฉพาะเจาะจง คือการรักษาในระยะ 1 และ 2 เช่นกัน โดยการรักษาประเภทนี้ จะทำได้ด้วยการฉีดยา หรือการใช้ยางรัดให้หัวริดสีดวงหลุดออก แต่การรักษาในระดับนี้ก็จะมีผลข้างเคียงถามมา เช่นการมีอาการหน้ามืด การวิงเวียนศีรษะ หรือบางกรณีที่ใช้ยางรัด อาจจะส่งผลให้คนไข้มีอาการเจ็บอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทนต่อการรักษาต่อไปได้ จำเป็นต้องยุติการรักษา ดังนั้นวิธีนี้ถึงไม่เหมาะสมกับบุคคลที่เป็นภูมิแพ้ หรือมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นในการซักประวัติเพื่อวินิจฉัย ริดสีดวง การรักษา จะดำเนินได้มีประสิทธิภาพ คนไข้ต้องไม่ปิดบังประวัติอาการป่วยของตนเอง
  • รักษาในระดับการใช้อินฟราเรด และการใช้กระแสไฟฟ้า การรักษาทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นการจี้หัวริดสีดวง โดยจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้ โดยต้องกระทำซ้ำอีกครั้งใน 3 – 4 สัปดาห์ โดยการรักษาในระดับนี้เช่นเดียวกัน จะต้องมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น โดยคนไข้แต่ละคนก็จะเกิดผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน โดยผลข้างเคียงนั้น ใน 1 – 2 สัปดาห์แรกจะมีเลือดออกแล้วจะค่อย ๆ หยุด ไปเองในที่สุด

ริดสีดวง การรักษา ได้หรือไม่

  • รักษาในระดับผ่าตัด การรักษาในระดับนี้ จำเป็นต้องกระทำในกรรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาโรคริดสีดวง ในระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 เนื่องจากหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ และอักเสบ หากปล่อยไว้หรือรักษาได้ช้าอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยการรักษาในระดับนี้ต้องใช้ยาสลบ และจะมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามในการรักษา ริดสีดวง ในระดับเฉพาะเจาะจง ระดับที่ใช้อินฟราเรด  ระดับมี่จี้ด้วยกระแสไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งระดับที่ต้องผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น หลังจากมีกระบวนการรักษาตามขั้นตอนของระดับการรักษานั้น ๆ แล้ว 

เพื่อให้แผลจากการรักษาหายดีนั้น จะต้องใช้การรักษาในระดับทั่วไปร่วมด้วย แผลริดสีดวงก็จะหายได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากคนไขหายจากโรคนี้แล้ว แต่ขาดการดูแลตัวเองหรือขาดการป้องกันโรค ก็จะสามารถกลับมาเป็นริดสีดวงได้ได้อีกครั้ง

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง อันตรายไหม กินอะไรหายขาด

ริดสีดวงเป็นเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการขับของเสียในระบบย่อยอาหาร โดยริดสีดวงหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงทวาร   ซึ่งการที่เรียกว่าริดสีดวงทวาร เพราะเราเรียกชื่อตามบริเวณที่พบโรคนี้ นั่นก็เพราะวาโรคนี้จะเกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดบริเวณนั้นโป่งพองนั่นเอง  

Table of Contents

โดยริดสีดวงนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอก  ริดสีดวงภายใน โดยอาการของโรคนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือระยะที่ 1 – 4  ซึ่งระยะที่ 1 เป็นระยะที่เริมเป็นริดสีดวงซึ่งจะเป็นติ่งเล็กๆ ที่อยู่ภายนอกและภายในทวารหนัก

ระยะที่ 2 เริ่มมีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ริดสีดวงยื่นออกมามากขึ้น และหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมได้ หากหยุดเบ่งลมในช่องท้อง  ระยะที่ 3 เลือดปนอกมามากขึ้น ติ่งริดสีดวงยื่นออกมาแล้วไม่สามารถหดกลับเข้าไปที่เดิมได้ 

ระยะที่ 4 ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง มีเมือกอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือดไหลออกมาไม่หยุด ทำให้ร่างกายเหลืองซีดเนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน การรักษาทำความสะอาดเป็นไปได้ลำบาก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้เป็นที่สุด

ริดสีดวง อันตรายไหม ต้องรักษายังไงบ้าง

ริดสีดวง อันตรายไหม

หลายคนคงมีข้อสงสัยและอยากจะถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม เมื่อกุหลาบทุกดอกยังมีหนามฉันใด โรคทุกโรคย่อมมีความอันตรายฉันนั้น นั่นก็หมายความว่าริดสีดวงมีวามอันตรายอย่างแน่นอน โดยความอันตรายของโรคนี้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคทั้ง 4 ระยะ โดยหากจะจัดระยะของโรคกับความอันตราย อาจจะสามารถจัดคร่าว ๆ ให้เห็นถึงความอันตรายของโรคได้ ดังนี้

 

  • ระยะที่ 1 เริ่มเป็นริดสีดวงโดยหัวของริดสีดวงยังอยู่ภายในรูทวารหนัก ไม่ได้ยื่นโผล่ออกมา ดังนั้นในขั้นนี้อันตรายจะยังไม่มาก เพียงแต่บางครั้งเราอาจจะรู้สึกคัน ๆ เจ็บ ๆ บริเวณทวารหนักเป็นบางครั้ง
  • ระยะที่ 2 ริดสีดวงเริ่มเป็นติ่งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเวลาอุจจาระ หรือการเบ่งโดยการใช้กล้ามท้อง หรือลมในช่องท้อง ริดสีดวงจะโล่ออกมา และจากนั้นจะสามารถหดกลับเข้าไปที่ตำแหน่งเดิมได้เอง ในระยะนี้จะคล้าย ๆ กับระยะที่ 1 ที่อันตรายยังไม่มากนัก แต่อาการเจ็บ ๆ คัน ๆ จะเริ่มมีความรุนแรงขึ้น
  • ระยะที่ 3 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ ใกล้จะอักเสบเข้าไปทุกที แม้แต่เวลาไอริดสีดวงก็จะโผล่ออกมาจากรูทวาร และไม่สามารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ต้องใช้นิ้วมือช่วยให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม การอุจจาระเริ่มมีเลือดปนออกมา โดยเราสามารถสังเกตได้เองอย่างชัดเจน เราจะรู้สึกเจ็บริดสีดวงมากขึ้น แม้กระทั่งตอนนั่งหรือมีอะไรมาโดนบริเวณก้นก็จะเจ็บริดสีดวงอยู่เสมอ
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น มีเลือดออกอยู่ตลอดเวลา ริดสีดวงมีการอักเสบ มีน้ำเมือกไหลออกมาจากรูทวาร ไม่สามารถควบคิดอุจจาระได้อย่างมีระสิทธิภาพ ทำให้บางครั้งมีอุจจาระไหลออกมาเอง ร่างกายเริ่มมีอาการซีด อันเนื่องมาจากร่างกายเสียเลือดเป็นเวลานาน ทำให้ริดสีดวงมีความสกปรก รักษาความสะอาดได้ยาก  มีอาการเจ็บริดสีดวง และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้

ริดสีดวง กินอะไรหาย

ริดสีดวง กินอะไรหาย

การป้องกันโรคถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจะไม่ต้องทำให้เราต้องเสียเวลาทั้งในการรักษา เสียโอกาสในการจะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เสียเงินในการรักษาพยาบาล หรือค่ายา ผ่าตัด หรือเสียเงินที่ควรจะได้จากการทำงาในช่วงที่ตนเองป่วย แต่จากสภาพปัจจุบันที่เป็นสังคมที่เร่งรีบเข้าทุกขณะ 

ทำให้หลายคนไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเองหรืออาหารการกิน ดังนั้นเมื่อลืมป้องกันก็อาจจะเกิดโรคตามมาได้ จึงมีคำถามที่มักพบบ่อยว่า ริดสีดวง กินอะไรหาย แน่นอนว่ามีคือคำถามที่ฮิตฮอตมาก การที่เราอยากรู้ก็ว่ากินอะไรแล้วดี  กินอะไรแล้วหาย 

ก็เนื่องมาจากว่าเราไม่อยากเสียเวลาไปนั่งรอในการพบแพทย์ ที่ต้องเสียเวลาไปเป็นวัน ๆ  ทั้งหากเราทำงานกินเงินเดือน เป็นพนักงานบริษัทเราก็ไม่อยากที่จะต้องลาป่วย หรือลากิจบ่อย ๆ ดังนั้นโรคริดสีดวง สามารถกินอะไรแล้วรักษาได้นั้น พอจะสรุปได้ดังนี้

 

  • กินยาแก้ปวด ซึ่งก็มีทั้งยาแผนปัจจุบัน และยาสมุนไพร โดยยาแผนปัจจุบันหรือยาปฏิชีวนะ นั้นสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่มักมีสารตกค้างในล้างกาย ไตจึงต้องทำงานหนักในการกำจัดของเสียออกทางระบบขับถ่าย เช่นในรูปแบบเหงื่อ และรูปแบบปัสสาวะ ส่วนยาสมุนไพร จะออกฤทธิ์ได้ช้ากว่าหรือฤทธิ์ที่ออกมาในการระงับความเจ็บปวดจะมีไม่เท่ายาปฏิชีวนะ แต่จะสะสมพิษของของเสียในร่างกายน้อยกว่ายาปฏิชีวนะ นั่นหมายถึงอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวจะน้อยกว่า
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อช่วยในการขับถ่ายไม่ให้อุจจาระเป็นก้อนแข็ง หรือหากมีอาการเจ็บรดสีดวง แนะนำให้นั่งแช่น้ำอุ่น ๆ ประมาณ 15 – 30 นาที หรือหากยังมีอาการเจ็บอยู่ สามารถใช้ยาเหน็บริดสีดวงร่วมด้วย โดยอาจจะใช้ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้เช่นกัน
  • กินยาบำรุงเลือด การกินยาบำรุงเลือดไม่ได้ช่วยรักษาริดสีดวงโดยตรง แต่เป็นการรักษาอาการซีดเหลืองของร่างกาย อันเนื่องมาจากร่างกายเสียเลือดโดยเลือดที่ร่างกายเสียนั้นก็เกิดมาจากการอักเสบของริดสีดวง ทำให้มีเลือดออกทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ
  • การกินยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ลักษณะ
ริดสีดวง กินอะไรหาย
ริดสีดวง อันตรายไหม

 

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา

โรคริดสีดวง สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค  ระยะของโรค โรคประจำตัวอื่น ๆของผู้ป่วย ที่อาจจะมีผลกระทบต่อโรคริดสีดวง ความแข็งแรงของร่างกาย ความพร้อมของผู้ป่วย หรอแม้กระทั้งระยะเวลาในการที่จะสามารถรักษาตัวของผู้ป่วย เป็นต้น  ดังนั้น ริดสีดวง การรักษา จึงสามารถจำแนกออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

  • ในระยะที่ 1 สามารถรักษาให้หายโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด เพียงแค่การใช้ยาฉีด การรัดให้หัวรดสีดวงหลุดออก การเย็บติดริดสีดวง การบรรเทาด้วยการแช่ในน้ำอุ่น การบรรเทาอาการด้วยการใช้ยาเหน็บ หรือแม้กระทั่งรักษาด้วยการกินยา จะทำให้รักษาให้หายขาดได้ นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และวัยของผู้ป่วยด้วย
  • ในระยะที่ 2 ในระยะนี้ ริดสีดวงเริ่มมีขนาดใหญ่ ดังนั้นต้องรับประทานยาแก้ปวด และใช้ยาเหน็บร่วมด้วย เพราะผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเจ็บมากขึ้น การรักษาระยะนี้เช่นเดียวกับระยะที่ 1 ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพียงแค่การรัดให้หัวริดสีดวงหลุด การเย็บติดริดสีดวง การกินยาเพื่อรักษา และการฉีดยา ก็เพียงพอต่อการรักษา

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา

  • ในระยะที่ 3 ระยะนี้เริ่มมีเลือดออกจากทวารหนัก ดังนั้นการรักษาในระยะนี้ จะใช้เพียงการรักษาเหมือนระยะที่ 1 และ 2 อาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องมีการผ่าตัดเข้ามาช่วย เพื่อให้โรคนี้หายขาดได้ และในระยะนี้ ต้องมีการกินยาบำรุงเลือดร่วมด้วย อันเนื่องมาจากระยะที่ 3 เลือดจะไหลออกมาเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ ทำให้ร่างกายมีการสูญเสียเลือดเป็นระยะเวลานานที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ควรจะเป็นของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการซีดเหลือง เหมือนคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ดังนั้นจึงต้องมีการรับประทานยาบำรุงเลือดเป็นประจำ จนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติ
  • ในระยะที่ 4 เป็นระยะที่มีความรุนแรงของโลกมาก เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ด้วย ดังนั้นในระยะนี้จึงต้องอาศัยการผ่าตัด เพื่อกำจัดหัวของริดสีดวงให้รวดเร็วที่สุด ป้องกันการลุกลาม เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยแล้วจึงใช้ยาในการรับประทานเพื่อรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม การรักษาริดสีดวงในแต่ละระยะ หรือการรักษาริดสีดวงในแต่ละบุคคลนั้น เมื่อไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เจ้าของไข้ เนื่องจากแต่ละบุคคลได้รับผลกระทบของโรคนี้แตกต่างกัน 

และอายุ ความแข็งแรงของร่างกายก็มีความแตกต่างเช่นกัน ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องผ่าตัดริดสีดวงในระยะที่ 3 และ 4 อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกเคส หรือผู้ป่วยบางคนเป็นระยะที่ 1 และ 2 อาจจะต้องผ่าตัดแทน อันเนื่องปัจจัยต่าง ๆ เช่นนี้กสามารถเกิดขึ้นได้