Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ปวดท้อง อาการรุนแรง มากน้อยเพียงใด รักษายังไงให้หาย

สาเหตุของการเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง  มีความเกี่ยวข้องกับโรคนี้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วการเป็นริดสีดวงทวารเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ลีการแสดงอาการที่แตกต่างกันในแต่ละคน 

Table of Contents

เนื่องด้วยในผู้ป่วยบางรายมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้น อาการของริดสีดวงทวารจึงไม่ได้ลักษณะเฉพาะเจาะจงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

โรค ริดสีดวง ปวดท้อง มีความเกี่ยวข้องกับโรคริดสีดวงหรือไม่

หากจะกล่าวกันโดยทั่วไปแล้ว การเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง จะไม่เกี่ยวข้องกับโรค หลายคนอาจจะสันนิษฐานว่า ตนเองปวดท้อง แต่พอเข้าห้องน้ำกลับอุจจาระไม่ออก เป็นเพราะท้องผูกไหม อันที่จริงแล้ว อาการท้องผูกไม่ใช่สาเหตุของโรคริดสีดวงทวารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ ได้ด้วย 

หรือผู้ป่วยบางคนทั้งปวดท้อง และมีเลือดออกขณะขับอุจจาระร่วมด้วย ก็ใช่ว่าจะเป็นริดสีดวงทวาร โดยส่วนใหญ่ อาการปวดท้อง อุจจาระไม่ออก รวมทั้งอาจจะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระนั้น จะเป็นอาการ อาการหนึ่งของโรคลำไส้อักเสบ 

โรค ริดสีดวง ปวดท้อง

เช่นนั้นแล้วจึงสามารถเชื่อได้ค่อนข้างมากว่า ผู้ป่วยที่สงสัยว่าตนเองเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง เป็นอาการของโรคนั้น ไม่เป็นความจริง การเป็นริดสีดวงทวารจะปวดบริเวณทวารหนัก 

ไม่ได้ปวดบริเวณท้อง แต่หากผู้ป่วยมีความกังวลใจควรที่จะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำวินิจฉัยโรค และคำแนะนำในการรักษาตัวเองต่อไป

ริดสีดวง ผ่าคลอด มีสาเหตุมาจากอะไร

หากเป็น ริดสีดวง ผ่าคลอด ทุกคนไหม นี่คือคำถามยอดนิยมของคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังกังวลใจ ทั้งเรื่องจะคลอด Baby และก็กลัวเจ้าริดสีดวงที่มักพบในคุณแม่ตั้งครรภ์ จะแตกขณะกำลังเบ่งคลอด จนเกิดข้อสงสัยว่าคนที่เป็นริดสีดวง หมอจะทำการคลอดโดยการผ่าคลอดกันนะ คำตอบ คือ ไม่เกี่ยวกันเลย 

ริดสีดวง ผ่าคลอด มีสาเหตุมาจากอะไร

คุณแม่สามารถเลือกคลอดได้ทั้งคลอดธรรมชาติ และผ่าคลอด ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณแม่ และภาวะมดลูกเปิดขณะนั้นของคุณแม่แต่ละท่าน โดยหากจะคลอดแบบธรรมชาติ คุณแม่สามารถเบ่งคลอดได้ตามปกติ ในการตัดเย็บแผล 

คุณหมอจะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำคลอดคุณแม่ เพื่อไม่ให้ไปโดนหัวริดสีดวง ดังนั้นว่าที่คุณแม่มือใหม่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากคุณแม่ไม่ต้องการเป็นริดสีดวงทวารในขณะตั้งครรภ์ลูกน้อย สามารถปฏิบัติตนได้ ดังนี้

  • รับประทานผัก และผลไม้ รวมทั้งธัญพืชให้มากขึ้น
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน
  • พยายามอย่ากลั้นอุจจาระ โดยคุณแม่ที่ท้องเริ่มโต จะขยับตัวยาก การให้เข้าห้องน้ำจึงเป็นเรื่องยากของคุณแม่ในช่วงนี้
  • ทำกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายอยู่เสมอ หรือออกกำลังกายในท่าง่าย ๆ โดยการขยับร่างกายหรือการออกกำลังกายจะทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นให้เรารู้สึกปวดอุจจาระ สามารถป้องกันอาการท้องผูก ซึ่งในกิจกรรมการขยับร่างกาย หากคุณแม่ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยกับลูกน้อยหรือไม่นั้นสามารถที่จะปรึกษากับคุณหมอที่ฝากครรภ์ จะทำให้ได้คำแนะนำที่ดีต่อการปฏิบัติตนของคุณแม่

อย่างที่ทราบแล้วว่า การเป็น ริดสีดวง ผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่คุณแม่จะต้องกังวลใจอีกต่อไป โดยเมื่อคลอดลูกน้อยเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะพิจารณาการรักษาริดสีดวงทวารอีกครั้งหนึ่ง โดยปกติแล้วหลังคลอดริดสีดวงจะเป็น ๆ หาย ๆ

ในช่วงเดือนแรกของการคลอด และส่วนใหญ่หากคุณแม่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำด้านบน ริดสีดวงทวารจะหายไปเอง แต่หากไม่หายแพทย์ก็จะทำการรักษาริดสีดวงทวารของคุณแม่ต่อไป

ริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจากอะไร

โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก สาเหตุใด

           โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก การโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก จากการคั่งของเลือดจนกลายเป็นลิ่มเลือด อันเนื่องเลือดไหลเวียนไม่สะดวก โดยมีสาเหตุมาจากหลาย ๆ สาเหตุ ซึ่งไม่สามารถระบุได้จำเพาะเจาะจง นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  • รับประทาน ผัก ผลไม้ และธัญพืช น้อยเกินไป
  • ดื่มน้ำน้อยกว่า 8-10 แก้วต่อวัน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • กลั้นอุจจาระเป็นประจำ
  • มักเบ่งอุจจาระทุกครั้งที่มีการขับถ่าย
  • กินยาลดความอ้วน
  • การตั้งครรภ์
  • การก้มยกของหนักเป็นประจำ
  • มีอาการไอเรื้อรัง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ผ่าคลอด
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง ภายใน
ริดสีดวง รักษา
โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก

นอกจาก โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก สาเหตุดังที่กล่าวไว้ด้านบนแล้ว ริดสีดวงทวารยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งของการเกิดริดสีดวง คือ ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน โดยมีอาการของโรค แต่ละประเภท ดังนี้

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก

  • ริดสีดวง ภายนอก

เป็นริดสีดวงที่เกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำและเกิดเป็นติ่งภายนอกร่างกาย โดย จะเกิดขึ้นบริเวณรอยย่นของทวารหนัก ริดสีดวงประเภทนี้เราจะสามารถสังเกต หรือ คลำ พบได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องไปตรวจกับแพทย์แต่อย่างใด 

อาการของริดสีดวงภายนอก จะรู้สึกเจ็บบริเวณก้น ส่วนใหญ่ไม่พบเลือดออกหลังถ่ายอุจจาระ การที่ริดสีดวงภายนอก มักจะรู้สึกเจ็บนั้น เป็นเพราะว่าริดสีดวงประเภทนี้เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย 

เมื่อก้นไปกระทบกับสิ่งใด ๆ จึงมักรู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะเวลานั่ง เดิน จะรู้สึกเจ็บมากขึ้น จึงมักมีคำติดปากของคนเป็นริดสีดวงที่ไม่ชอบนั่น แต่จะยืนเอา ว่า “เพราะลมมันเย็น” ดังนั้นการรักษาริดสีดวงประเภทนี้จะรักษาได้ง่ายกว่า ริดสีดวง ภายใน

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน

  • ริดสีดวง ภายใน

เป็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเกิดจากการโป่งพองในเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วน

ปลายที่ต่อกับทวารหนัก ริดสีดวงประเภทนี้จะพบมีเลือดออกขณะอุจจาระ โดยแบ่งริดสีดวง ภายใน ตามความรุนแรงของโรคได้ทั้งหมด 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เป็นระยะที่โรคยังไม่มีความรุนแรงมากนัก หัวของริดสีดวงจะอยู่ภายใน ไม่โผล่ออกมาข้างนอก ทำให้เราไม่สามารถสังเกต หรือ คลำพบริดสีดวงได้ ในขณะขับถ่ายจะพบมีเลือดออกมาด้วย
  • ระยะที่ 2 มีอาการเช่นเดียวกับระยะที่ 1 คือ พบเลือดออกเวลาขับถ่ายอุจจาระ แต่ใน ระยะนี้หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมานอกรูทวารหนักขณะออกแรงเบ่ง และริดสีดวงจะสามารถหดกลับเข้าไปข้างในทวารหนักได้เช่นเดิม
  • ระยะที่ 3 ในระยะนี้นอกจากจะพบเลือดออกขณะขับถ่ายแล้ว หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมา นอกรูทวารหนักขณะมีการเบ่งอุจจาระ การไออย่างรุนแรง หรือการก้มลงยกของที่หนัก ๆ แต่หัวริดสีดวงในระยะนี้จะไม่สามารถหดกลับเข้าไปในทวารหนักได้ จำเป็นต้องใช้นิ้วช่วยดันเข้าไป วิธีการคือ สวมถุงมือยางและชุบเจลหล่อลื่น หรือสบู่เหลว จากนั้นใช้นิ้วดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไปข้างใน ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บได้ขณะที่ดันริดสีดวงเข้าไปในรูทวาร
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะที่ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง ในระยะนี้จะมีเลือดไหลออกมา ขณะขับถ่ายเป็นปริมาณมาก นอกจากมีเลือดแล้ว บางกรณีอาจจะพบน้ำหนองร่วมด้วย หัวริดสีดวงจะไม่สามารถดันกลับเข้าไปด้านในได้อีก ทำให้ขวางการทำงาน ของหูรูดรูทวาร ทำให้ปิดได้ไม่สนิท จึงมีอุจจาระไหลออกมานอกรูทวารอยู่เสมอ ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นคาว ทำความสะอาดได้ยาก และผู้ป่วยยังมีอาการซีด หน้ามืดฉับพลัน อาจจะเป็นโรคโลหิตจางด้วย ริดสีดวงระยะที่ 4 หากปล่อยไว้เป็นเวลานานจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ริดสีดวง รักษา ได้อย่างไร

การเป็น ริดสีดวง รักษา ได้หลายวิธี ซึ่งผู้อ่านอย่าพึ่งตื่นตระหนกตกใจมากนัก หากเทียบกับโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง covid – 19 โรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด ทาลัสซีเมีย ไข้เลือดออก มาลาเรีย   แล้วหละก็ ริดสีดวงถือเป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงมากนัก 

สามารถดูแลรักษาสุขภาพตนเองจนหายจากการป่วยเป็นริดสีดวงได้  ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษากับแพทย์เสมอไป โดยวิธีที่นิยมในการรักษา ริดสีดวงทวาร ด้วยตนเอง มีดังนี้

ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง คำไพลินรักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ

  • การรับประทานธัญพืช ผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เพื่อช่วยในการขับถ่าย ลดอาการท้องผูกได้ดี ประกอบกับดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือ อย่างน้อยต้อง 8 – 10 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเบ่งอุจจาระ หรือ อั้นอุจจาระเป็นเวลานาน ควรจะเข้าห้องน้ำทุกครั้งเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ
  • งดการกินยาลดน้ำหนัก เพราะยาประเภทนี้จะทำให้ป่วยไม่อยากอาหาร ทำให้มวลของกากอาหารมีน้อย ส่งผลให้ขับถ่ายไม่ออก และมีอาการท้องผูกในที่สุด
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย และเผาผลาญพลังงาน ไม่ให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ช่วยให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ย่อยยาก อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • หากปวดริดสีดวงทวาร ผู้ป่วยสามารถใช้วิธีประคบเย็น หรือ ประคบร้อน ครั้งละ 10 – 15 นาที จะสามารถช่วยลดการอักเสบของริดสีดวงได้ โดยสามารถทำได้ 3- 4 ครั้งต่อวัน
  • หลังเข้าห้องน้ำ ควรทำความสะอาดบริเวณทวารหนัก โดยสามรถนั่งแช่ในน้ำอุ่น หรือ น้ำอุ่นผสมดีเกลือ หรือ น้ำอุ่นผสมด่างทับทิม ประมาณ 15 – 20 นาที จะช่วยทำให้หัวริดสีดวงยุบและลดการอักเสบได้

โดยโรค ริดสีดวง รักษา โดยวิธีธรรมชาติส่วนใหญ่ก็เพียงพอที่จะทำให้ริดสีดวงหายได้ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น สามารถพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาได้ โดยหากมีอาการที่รุนแรง 

แพทย์จะใช้วิธีการฉีดยา การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง การจี้ด้วยเลเซอร์ หรือถ้ามีความเสี่ยงว่าริดสีดวงจะมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งพบได้ในการรักษาริดสีดวงระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4

Categories
ยารักษาริดสีดวง

ริดสีดวง ยารักษา ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ตัวช่วยชั้นดีสำหรับผู้ป่วย

การรักษาริดสีดวงทวาร โดยไม่ต้องได้รับการผ่าตัดนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยปราถนาที่จะได้รับการรักษาโดยวิธีนี้ที่สุด แต่อย่างไรก็ดีการรักษาโดยยาก็จะต้องขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยด้วย 

เช่นนั้นแล้วมี่ผู้ป่วยหลายคนจะไม่สามารถรักษาด้วยยาให้หายได้ทุกคน เพราะอาการของโรคค่อนข้างรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว

Table of Contents

ริดสีดวง ยารักษา โรคให้หายขาด

หากพูดถึงริดสีดวง หลายๆคนคงอยากทราบถึง ริดสีดวง ยารักษา โรคนี้มีหรือไม่ ซึ่งยารักษาริดสีดวงมีอยู่หลายชนิด มั้งทั้งชนิดกินและชนิดเหน็บ ชนิดกินใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากการอักเสบของโรค ส่วนชนิดเหน็บเป็นยาใช้ภายนอก 

ใช้เหน็บให้ริดสีดวงหลุดหรือริดสีดวงฝ่อนั่นเอง ซึ่งยังมียาที่ใช้ภายนอกมีทั้งชนิดเป็นแท่งปละชนิดเป็นขี้ผึ่ง มักจะประกอบไปด้วย ยาชา บรรดทาอาการปวด ยาลดการอักเสบและยาปฏิชีวนะดังนี้

ริดสีดวง ยารักษา

– การใช้ยาชนิดแท่ง ยาชนิดนี้ควรเก็บไว้ในตู้เย็นน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนที่จะนำออกมาจะนำแท่งสอดเข้ารูทวารหนักให้สุด ใช้ทำวันละ1-2 ครั้ง หลังถ่ายอุจจาะเสร็จ หรือตอนก่อนเข้านอนก็ได้โดยให้ทำห่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง

-ชนิดขี้ผึ้ง ใช้บีบยาเข้าไปในทวารหนักซึ่งมีระยะเวลาการใช้ยา 12 ชั่วโมง ควรทำวันละ1-2 ครั่งเช่นเดียวกันกับชนิดแท่ง

– การใช้ยาหดตัวของหลอดเลือด  ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาช่วยในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร

– การใช้ยาสมุนไพรที่ สำหรับผู้ที่เป็น ริดสีดวง ยารักษา ประเภทสมุนไพรก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน

เช่น ใบมะขามแขก ช่วยเบาเทาอาการท้องผูก ถ่ายยาก หรือถ่ายไม่ออก กระตุ้นการเคลื่อไหวของลำไส้ แก้ริดสีดวงทวาร, เถาสะค้าน ช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้ผายลมและเรอ แก้แน่นจุกเสียด ปรับธาตุและบำรุง, เมล็ดพริกไทย 

ช่วยลดแก๊ซในระบบทางเดินอาหารกระตุ้นการไหลของน้ำย่อยในกระเพราะ ช่วยในการย่อยอาหาร แก้อาหารไม่ย่อย ช่วยย่อยสารพิษตกค้างที่ไม่สามารถย่อยได้, ต้นอัคคีทวาร 

ช่วยในการย่อยอาหาร ขับลมแก้ปวดเกร็งท้อง แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด ส่วนของใบช่วยให้ริดสีดวงทวารยุบฝ่อได้ เป็นต้น 

นอกจากการกินยาและสมุนไพรแล้ว เพื่อให้ได้ผลที่ดีควรปรับพฤติกรรมการกินอาหาร ที่ย่อยได้ง่ายๆเช่นเนื้อปลา เนื้อไก่ กินผลไม้ และผักสีเขียวเพื่อข่วยในการย่อย ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ปรับพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ ไม่เบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ ฝึกขับถ่ายในตอนเช้าทุกวัน เพื่อให้เกิดความเคยชิน

ริดสีดวง ระยะ ที่ 1 อาการและการรักษา

ริดสีดวง ระยะ ที่ 1 อาการและการรักษา

หากพูดถึง ริดสีดวง ระยะ ที่ 1 หรือระยะแรก ซึ่งเกิดจากการโป่งโพงของเส้นเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำใส้ใหญ่เกิดการโป่งพองทำให้เกิดเป็นติ่งขนาดเล็กอยู่ภายในทวารหนักเรียกว่า 

ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นโรค เนื่องจากริดสีดวงมีขนาดเล็กยังไม่โผล่ออกมาจากทวารหนักอไม่สามารถมองเห็นหรือคลำ สัมผัสไม่ได้ 

โดย ริดสีดวง ระยะ ที่ 1 จะสามาถรักษาให้หายได้มากกว่าในระยะอื่นเนื่องจากเป็นในระยะ ที่ความรุนแรงของโรคน้อย โดยทำการรักษาได้ด้วยตนเอง คือ

– กินผัก ผลไม้สีเขียว กินอาหารที่ย่อยได้ง่ายๆ เช่นเนื้อปลา เนื้อไก่ เพิ่มปริมาณของเส้นใยให้ระบบย่อยอาหาร

– ดื่มน้ำ การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8-12แก้วเพื่อให้ได้น้ำที่เพียงพอต่อร่างกาย น้ำเป็นส่วนหนึ่งของอุจจาระหากดื่นน้ำน้อยก็จะทำให้อุจจาระแข็ง ทำให้ขับถ่ายอุจจาระยาก

– ไม่อั้นอุจจาระ เมื่อมีการการปวดอุจจาระไม่ควรอั้นเพราะจะส่งผลให้ระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนไปและหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ เพาะอาจทำให้มีเลือดออก มีการอักเสบหรือเจ็บได้ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำใหม่ เพื่อฝึกการขับถ่ายในตอนเช้า และเกิดความเคยชิด เมื่อถึงเวลาก็จะรู้สึกปวดขึ้นมาเอง

– การใช้ยาสมุนไพร การใช้ยาสมุนไพรในการรักษาเป็นอีกวิธีที่ช่วยในเรื่องการรักษาริดสีดวง ยาบางตัวช่วยให้ริดสีดวงหลุด และแผลหายเร็ว มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ดีขับลม ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายและช่วยให้ไม่เป็นริดสีดวงเรื้อรัง ช่วยในการรักษา ริดสีดวง ระยะ ที่ 1 ได้ดี

ริดสีดวง ระยะ 2 อาการและการรักษา

ริดสีดวง ระยะ อาการและการรักษา

เมื่อริดสีดวงก่อตัวจากเล็กๆภายในทวารหนักเมื่อนานเข้าริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เรียกว่า  ริดสีดวง ระยะ 2 เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระหรือการเบ่งถ่ายอุจจาระหัวริดสีดวงก็จะยื่นออกมา หรือในขณะที่ผู้ป่าวยมีการไอ จาม 

ทำให้เกิดการเกร็งในท้อง จะทำให้ริดสีดวงโผล่ออกมา และสามารถหดกลับเข้าไปในทวารหนักได้เอง ในผู้ป่วยนะยะนี้อาจมีความรู้สึก เจ็บ คัน ร่วมด้วย โดยการรักษามี ดังนี้

– กินผักผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่าย เพื่อลดอาการท้องผูก

– ดื่มน้ำให้มากๆ เพราะจะช่วยให้ขับถ่ายได้ดี กินอาหารที่ย่อยง่ายๆ

– การรักษาเฉพาะเจาะจง คือการฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด การเย็บตัดริดสีดวง การใช้ยางรัดหัวริดสีดวงเพื่อให้หัวหลุด การรักษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 2 จะต้องมีการรักษาโดยวิธีทั่วไปหรือใช้ยาสวนหากมีอาการปวดอยู่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ระยะ 2
ริดสีดวง ระยะ 3
ริดสีดวง ระยะ ที่ 1
ริดสีดวง ระยะ4
ริดสีดวง รักษา
ริดสีดวง ห้ามกิน

ริดสีดวง ระยะ 3 อาการและการรักษา

ริดสีดวง ระยะ 3 อาการและการรักษา

หากพูดถึง ริดสีดวง ระยะ 3 อาการจะแสดงมากขึ้น เมื่อหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการไอ จาม หรือการขับถ่าย ซึ่งเกิดจากแรงเบ่ง ทำให้หัวริดสีดวงโผล่ออกมา แล้วไม่สามารถหดกลับเข้าไปในทวารหนักได้เอง โดยผู้ป่วยต้องใช้นิ้วดันให้หัวริดสีดวงเข้าไปในทวารหนักถึงจะเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ 

เราจะเรียกผู้ป่วยในระยะนี้ว่า ริดสีดวง ระยะ 3 ทั้งนี้เมื่อมีการขับถ่ายก็มักพบว่ามีเลือดไหลออกมาหรือหลังการขับถ่ายก็จะพบว่ามีเลือดอยู่เสมอ อาจมีอาการปวด อาการอักเสบ จากการขับถ่ายร่วมด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีอาการของโรครุนแรงมากขึ้น ซึ่งโดยการรักษาในระยะนี้สามารถทำได้ โดย

– กินผักผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่าย  เพราะมีกากใยจำนวนมาก เช่นเดียวกับระยะที่ 1 และ 2

– ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะจะช่วยให้ขับถ่ายได้ดี กินอาหารที่ย่อยง่ายๆ

– การฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด

– การเย็บตัดริดสีดวง การใช้ยางรัดหัวริดสีดวงเพื่อให้หัวหลุด

– การรักษาด้วย อินฟาเรดหรือการรักษาด้วยกระแสไฟฟ้า วิธีนี้จะช่วยรักษาริดสีดวง ได้ครั้งละ3หัว แต่ต้องมีการจี้ซ้ำ 3-4 สัปดาห์หลังจากการรักษาในครั้งแรก การรักษาด้วยอินฟาเรดและกระแสไฟฟ้าในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 3 จะต้องมีการรักษาโดยวิธีทั่วไปหรือใช้ยาสวนหากมีอาการปวดอยู่

ริดสีดวง ระยะ4 อาการและการรักษา

ริดสีดวง ระยะ4 อาการและการรักษา

ริดสีดวง ระยะที่4 ริดสีดวงมีการก่อตัวใหญ่ขึ้นมาก ๆ  ซึ่งในระยะนี้ริดสีดวงจะมองเห็นได้ชัด เมื่อมีการขับถ่ายหรือเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ ริดสีดวงจะโผล่ออกมา และไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้แล้วจึง ซึ่งเมื่อมีการเบ่งถ่ายอุจจาระ มักมีเลือดไหลออกมา ในผู้ป่วยบางรายก็มักจะมีน้ำเหลืองไหลออกมาปนเลือด 

ทำให้เกิดการเปียกชื้นตลอดเวลา ก่อให้เกิดความสกปรก บางทีอาจมีกลิ่นด้วย ส่งผลให้เกิดภาวะการติดเชื่อต่างๆได้ง่ายขึ้น ซึ่งในระยะนี้เป็นระยะสุดท้ายมีความรุนแรงมาก และต้องทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด หลังจากการผ่าตัดต้องทำความสะอาดแผลให้สะอาด 

กินยาแก้ปวด รับประทานอาหารที่ช่วยให้ย่อยง่ายๆ ขับถ่ายได้สะดวก การกินยาบำบุงเลือดเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงและปกติ รวมถึงต้องปรับพฤติกรรมการขับถ่ายใหม่โดยการไม่เบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา จะสามารถรักษา ริดสีดวง ระยะที่4 ให้หายขากและไม่กลับมาเป็นซ้ำได้

ริดสีดวง ห้ามกิน เนื้อสัตว์

 ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารประเภทไหน

ในผู้ป่วยหลายๆคนอาจไม่ทราบว่า ริดสีดวง ห้ามกิน อะไรบ้าง ซึ่งอาหารแสลงของริดสีดวงมีหลายอย่างเมื่อกินเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดโรค หรือในผู้ป่วยที่เป็นแล้วก็จะทำให้อาการของโรคแย่กว่าเดิมซึ่ง ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารดังต่อไปนี้

– เนื้อสัตว์ควรหลีกเลี่ยงจำพวกเครื่องในสัตว์ทุกชนิด หรือเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะย่อยยาก

– ผัก ผักที่ไม่ควรรับประทานคือหน่อไม้ดองทุกชนิด กระหลำปลี แครอท มะระ ชะอม เป็นต้น ก่อนทำไปรับประทานควรล้างให้สะอาดและผ่านการทำสุกแล้วเท่านั้น

– อาหารที่ผ่านการแปรรูป ควรห่างให้ไกลและไม่ควรรับประทานเลย

– ผลไม้ ผลไม้บางชนิดที่ส่งผลต่อระบบขับถ่ายเช่นทุเรียน ขนุน เงาะ มะไฟ มะยม มะขามเปียก เสาวรส เป็นต้น

– อาหารทะเล ในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร ควรงดอาหารทะเลทุกชนิด

– เครื่องดื่ม งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

– หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด โดยเฉพาะเผ็ดจัดไม่ควรรับประทานเลย

ริดสีดวง ห้ามกิน

การรู้จักวิธีการรักษาโรคริดสีดวง ทราบอาการของโรคแต่ละระยะ สามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย รวมทั้งสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้นั้น 

จะทำให้ผู้ป่วยรายนั้นมีโอกาสในการรักษาริดสีดวงทวารได้หายดีเร็วกว่าผู้ป่วยที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ซ้ำได้เป็นอย่างมาก

Categories
โรคริดสีดวง

อาการ ริดสีดวง คัน บริเวณทวารหนัก เป็นอย่างไร ไปดูกัน!!

การคันเกิดขึนได้หลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่ การคันบริเวณผิวหนังนั้น เกิดจากเชื้อราในร่มผ้า หรือกากเกลื้อน อันเกิดจากการดูแลรักษาร่างกายที่ไม่สะอาด 

Table of Contents

รวมทั้งการสวนใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น ไม่สะอาด แต่การคันที่บริเวณริดสีดวงนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการสวมเสื้อผ้าที่ไม่สะอาดแต่อย่างใด

ริดสีดวง คัน บริเวณทวารหนักสาเหตุของโรค

ริดสีดวง คัน บริเวณทวารหนักได้อย่างไร หากพูดถึงโรคริดสีดวงอันมีผลมาจากความผิดปกติในช่องท้อง จนอาจทำให้เเกิดอาการเจ็บๆ คันๆ ในระยะแรกมีเส้นเลือกดำโป่งพองในทวานหนัก เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีเลือดไหลออกมา ถ้ามีอาการท้องผูกก็จะมีเลือดไหลออกมามากขึ้น ในระยะที่ 2 อาการจะมากขึ้นกว่าในระยะแรก 

ริดสีดวง คัน บริเวณทวารหนัก

โดยหัวริดสีดวงมีขนาดโตมากขึ้น เริ่มโผล่ออกมาจากทวานหนัก เมื่อมีการเบ่งหรือการถ่ายอุจจาระออกมา ก็จะเห็นได้ชัด แต่เมื่อผู้ป่วยขับถ่ายเสร็จก็จะสามารถหดกลับเข้าไปในทวานหนักเองได้ ในผู้ป่วยระยะที่ 3  อาการจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น 

เวลาทำการขับถ่ายอุจจาระหัวริดสีดวงก็จะโผล่ออกมามากกว่าเดิม เวลาไอ จาม หรือเวลายกของหนักๆ ที่มีการเกร็ง การเบ่ง หัวริดสีดวงก็จะโผล่ออกมาจากทวานหนักได้เช่นกัน และไม่สามารถหดกลับเข้าไปในทวานหนักได้เอง 

ในระยะที่ 4  ริดสีดวงมัขนาดใหญ่มาก มองเห็นได้จากภายนอก อย่างชัดเจน ผู้ป่วยมักมีอาการ ปวด บวม อักเสบ รวมไปถึงอาการแทรกซ้อนและมีเลือดไหลออกมา ในผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำเหลืองไหลออกมาด้วยเป็นผลทำให้ ริดสีดวง คัน บริเวณทวารหนัก 

เกิดความสกปรก มีอาการเปียกชื่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น เมื่อมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลือง อาการหน้ามืด รวมไปถึงน้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยโรคนี้สามารถรักษาและบรรเทาอาการได้เอง ดังนี้

– ดื่มน้ำให้มากๆ ระวังในเรื่องท้องผูก กินผัก ผลไม้ ที่มีประโยชน์และช่วยในเรื่องของการขับถ่ายมี่

– หากมีอาการปวดมาก ให้ใช้วิธีการนั่งแช่น้ำอุ่น วันละ2-3ครั้ง ครั้งละประมาณ15-30 นาที

– กินยาแก้ปวดเพื่อช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวด เนื่องจากการอักเสบของริดสีดวง

– ขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่อั้นอุจจาระ หรือเบ่งอุจจาระเวลาปวดอุจาระ อันจะส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวง ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายใหม่  โดยการฝึกการขับถ่ายในตอนเช้า

การเป็น ริดสีดวง สามารถหายเองได้ไหม

อย่างที่รู้อยู่แล้วว่า โรคริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงต่อร่างกาย หลายๆคนอาจมีข้อสงสัยว่า ริดสีดวง สามารถหายเองได้ไหม ริดสีดวงทวารสามารถรักษาให้หายเองได้ด้วยตัวเอง โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้

ริดสีดวง สามารถหายเองได้ไหม

– เปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ คือการเลือกกินอาหารที่ย่อยได้ง่ายๆ ดื่มน้ำให้มากๆ กินอาหารที่มีกากใย หรืออาหารที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี

– ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย หลีกเลี่ยงการอั้นอุจจาระ และการเบ่งอุจจาระที่รุนแรง เพราะจะทำให้การขับถ่ายได้ยากในครั้งต่อไป ควรฝึกวินัยในการเข้าห้องน้ำ โดยการเข้าห้องน้ำในตอนเช้า เพื่อให้ขับถ่ายอุจจาระ ให้เป็นเวลาของทุกๆวัน

– การออกกำลังกาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายแข็งแรง ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก แต่ควรออกกำลังกายในท่าที่ไม่หนัก เช่น การเต้นแอโลบิก การเล่นโยคะ

เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถตัดคำถามที่ว่า ริดสีดวง สามารถหายเองได้ไหม ออกจากความกังวลของตัวเองได้ เพราะทราบถึงสาเหตุและวิธีป้องกันโรคเรียบร้อยแล้ว

ริดสีดวง รักษา อย่างไร

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวาร คงอยากจะทราบว่า ริดสีดวง รักษา ได้อย่างไร ซึ่งการรักษามีอยู่หลายวิธี สำหรับผู้ป่วยในระยะแรกอาจใช้วิธีการรักษาด้วยตัวเอง โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย อีกทั้งยังมีการรักษาด้วยการฉีดยา เพื่อให้หัวริดสีดวงฝ่อ 

การใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดริดสีดวง ซึ่งในการผ่าตัดในปัจจุบัน ผู้ป่วยสามารถฉีดยาชาเฉพาะที่รอบรูทวารหนักเพื่อลดอาการเจ็บจากการผ่าตัด  โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นร่วมด้วย 

อาจมีการฉีดยาหรือการกินยาเพื่อระงับความเจ็บปวดจากการผ่าตัด วิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ปวดแผลน้อย และไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายๆวัน ซึ่งการผ่าตัดที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผลน้อยหรือไม่ปวดเลย ได้แก่

ริดสีดวง การรักษา ได้หรือไม่

– การใช้อุปกรณ์พิเศษ Ligasure หรือ Harmonic Scalpel ในการตัดริดสีดวงทวารในแต่ละตำแหน่ง โดยไม่ต้องใช้ไหมเย็บ

– การใช้เครื่องมือตัดเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม เป็นการตัดริดสีดวงทวารหลายตำแหน่ง โดยมักใช้ในกรณีที่มีริดสีดวงทวาร 3 ตำแหน่งขึ้นไป ซึ่งใช้เครื่องมือตัดชนิดกลม โดยมีค่าใช้จ่ายของตัวเครื่องค่อนข้างสูง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าวิธีการผ่าตัดชนิดอื่นๆ เช่น มีรูทะลุจากช่องทวารหนักไปยังช่องคลอด และภาวะรูทวารตีบ เป็นต้น

การป้องกันการเกิดโรค ย่อมดีกว่าการรักษาโรคที่จะเกิดขึ้น การป้องกันโรคริดสีดวงสามารถทำได้โดย

–  การรับประทานอาการที่มีกากใยมากๆ

– ดื่มน้ำวันละ8-10แก้ว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

– หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ หรือการเล่นโทรศัพท์ขณะขับถ่าย

– เมื่อมีการขับถ่ายผิดปกติหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ให้ทำการพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ถ้าหากเข้าทำการรักษาเร็ว ผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆโดยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

โดย ริดสีดวง รักษา ได้หลากหลายวิธีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของโรค ตำแหน่งของริดสีดวง รวมทั้งการมีโรคประจำตัวของผู้ป่วยด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ด้านใน
ริดสีดวง รักษา
ริดสีดวง วิธีการรักษา
ริดสีดวง สามารถหายเองได้ไหม
ริดสีดวง หายขาด
ริดสีดวง อาหารแสลง

ริดสีดวง หายขาด ได้หรือไม่

โรคริดสีดวงทวาร ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีไดก็ตามก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากถามว่าโรค  ริดสีดวง หายขาด ไหม เมื่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้ว ก็สามารกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ถ้าหากไม่ปรับพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิต สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคริดสีดวงทวารขึ้นมาอีก โดยหากมีการรักษาให้หาย 

ริดสีดวง หายขาด

และทำการป้องกันการเกิดโรคนี้อย่างถูกวิธีแล้ว การรักษาโรค ริดสีดวงทวารนั้น ก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้ายังใช้วีวิตประจำวันโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติรรมใด ๆ แล้วหละก็ เจ้าริดสีดวงตัวร้ายก็จะสามารถกลับมาเป็นซ้ำ และเป็นเรื้อรังได้ 

ดังนั้นหากจะตอบคำถามว่า  ริดสีดวง หายขาด ได้หรือไม่ ก็ต้องถามย้อนกลับไปว่า แล้วคุณใช้ชีวิตแบบไหน หากใช้ชีวิตอย่างระวังป้องกันโรค ไม่ทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ริดสีดวงก็หายขาดถ้า และนี่คงเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดกับการตอบคำถามนี้

ริดสีดวง อาหารแสลง ที่ควรหลีกเลี่ยง

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง อาหารแสลง หรืออาหารที่ไม่ควรรับประทาน เพราะอาหารแสลงยังกระตุ้นให้เส้นเลือดดำบริเวณหูรูดทวารเกิดการโป่งพอง ฉนั้นควรสังเกตว่าตัวเองแสลงอาหารชนิดใดบ้าง โดยอาหารแสลงที่จะกระตุ้นอาการของริดสีดวงทวาร มีดังนี้

ริดสีดวง อาหารแสลง

– อาหารแปรรูป เช่น  อาหารหมัก ของดอง แหนม ปลาร้า ปลาเค็ม อาหารกระป๋อง กะปิ เนยเทียม เบค่อน ชีส เป็นต้น

– เครื่องดื่ม เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เมื่อเกิดโรคควรที่จะงดดื่ม  กาแฟทุกชนิด น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง นมจากสัตว์หรือเครื่องดื่มที่ผสมมาจากนมสัตว์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

– ผลไม้ การเลือกทานผลไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ผลไม้ที่ไม่ควรรับประทาน คือทุเรียน เสาวรส มะดัน มะขาม ตะลิงปิงละมุด มะปราง เป็นต้น

– อาหารทะเล ผู้ป่วยด้วยโรคริดสีดวงทวาร ควรงดอาหารทะเล เช่น ปูดอง ปลาอินทรีย์เค็ม ปลาทู ปลาสำลี กุ้ง กั้ง หอยและหมึกทุกชนิด เป็นต้น

–  อาหารรสจัด เช่น ส้มตำ ยำ หรืออาหารที่มีรสชาติ เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด

– ผัก ผักทุกชนิดที่มีการดอง หรือหมัก หรือผักสดบางชนิด เช่น หน่อไม้ กระถิน ขะอม มะระ และผักกระเฉด

– เนื้อสัตว์ เนื่องจากเนื้อสัตว์บางชนิดทำให้ย่อยยาก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายเกิดการขับถ่ายยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อควาย เป็ด แกะ แพะ

– อาหารทอดซ้ำ น้ำจิ้ม ชูชิ มายองเนส น้ำสลัด เมื่อเป็น ริดสีดวง อาหารแสลง ที่ไม่ควรรับประทานก็จะขึ้นอยู่กับร่างกายของเราด้วย

การรักษาโรคทุกโรคให้หายขาดนั้น ผู้ป่วยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่เราทานยาเข้าไปเพื่อรักษาโรคนั้นๆ ช่วยได้เพียง50% อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเอง 

ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะโรคริดสีดวงทวารสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อ หากยังปฏิบัติไม่ถูกวิธี

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ยา ริดสีดวง pantip กระทู้แนะนำ วิธีการ รักษาริดสีดวงภายนอก และภายใน

เว็บไซต์ pantip  เป็นเว็บไซต์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ชาวโซเชียลได้สมัครเข้าไปเป็นสมาชิก จากนั้นจะมีการให้ตั้งกระทู้เพื่อหาคำตอบในสิ่งต่างๆ ที่เจ้าของกระทู้มีความสงสัย หรืออยากได้คำตอบ 

Table of Contents

และเพื่อนสมาชิกที่มีความรู้หรือรู้จักวิธีการแก้ปัญหาในกระทู้นั้นๆ จะช่วยให้คำตอบกับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ดังนั้นการค้นหา ยาริดสีดวง ในเว็บไซต์ pantip จึงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกอะไร

ยา ริดสีดวง pantip กับการรักษา

ในเว็บไซต์ pantip มีหลายบทความที่ผู้ที่มีอาการป่วยเข้าไปศึกษา ยา ริดสีดวง Pantip เพื่อรักษาตัวเองให้หายจากโรคริดสีดวงทวาร โดยที่จะไม่ต้องเข้าทำการรักษาในโรงพยาบาล หรือเพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ 

และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคกลัวจากการเป็นริดสีดวงทวาร จึงเข้ามาศึกษาในกระทู้หา ยา ริดสีดวง pantip โดยมีผู้ป่วยหลายรายที่แนะนำวิธีการรักษาโรคริดสีดวงให้กับสมาชิกได้ทราบ เช่น

  • ผู้ป่วยรายหนึ่งได้กล่าวว่าตัวเองเป็นริดสีดวงทวารอยู่หลายนับ 10 ปี ไม่ได้เข้าทำการรักษากับแพทย์ และไม่ได้ทานยาอะไรเลย จนเวลานานเข้าทำให้อาการหนักขึ้น เดินหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบาก ไม่สามารถนอนหงายได้อีกต่อไปได้เพียงการนำคว่ำและนอนตะแคง แต่อย่างไรนั้นเขาก็ยังไม่ได้ทำการรักษาหรือกินยาแต่อย่างใด ทำแค่เพียงกินอาหารอ่อนๆจำพวกข้าวต้มหรือโจ๊ก กินผักและผลไม้ เมื่อเวลานานเข้าหัวริดสีดวงมันก็จะค่อยๆยุบและหลุดออกเอง ในระยะเวลาแค่ 1 อาทิตย์ หลังจากที่รู้สึกเจ็บบริเวณริดสีดวง เมื่อริดสีดวงหลุดออกและยุบจนหายเป็นปกติเขาก็ทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่นการกินผักและผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่ได้กลับไปเป็นโรคริดสีดวงอีกเลย

ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง คำไพลินรักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ

  • ผู้ป่วยอีกรายที่ได้หายจากการเป็นริดสีดวงทวารไ ด้แนะนำประสบการณ์ในการรักษาโรคนี้ว่าเขาป่วยเป็นโรคนี้ เนื่องจากมีการดื่มน้ำน้อยขับถ่ายไม่เป็นเวลา จนวันหนึ่งขณะขับถ่ายเขาก็รู้สึกว่าการขับถ่ายลำบากขึ้น จึงมีการแบ่งอุจจาระอย่างรุนแรง ผลของการเบ่งทำให้เกิดแผลบริเวณรูทวารหนักและมีเลือดไหลออกมา หลังจากนั้นก็เจ็บทวารหนักทุกครั้งเมื่อขับถ่าย แต่ก็ยังไม่ได้กินยา เนื่องจากคิดว่ารักษาตัวเองให้หายได้โดยวิธีการดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารและผลไม้ที่มีกากใย แต่อาการเจ็บก็เป็นๆหายๆเวลาขับถ่ายก็มีเลือดออกมาหลายครั้ง หลังจากนั้นจึงเข้าทำการรักษากับแพทย์ แพทย์จึงทำการวินิจฉัยเบื้องต้น และทำการจ่ายยารวมไปถึงให้รับประทานอาหารเสริมที่ได้รับมา ซึ่งยาที่แพทย์ให้ก็จะเป็นยาประเภทใช้สมานแผลและฆ่าเชื้อ รวมทั้งมีอาหารจำพวกไฟเบอร์ที่ใช้ชงดื่มเพื่อเพิ่มมวลของอุจาระ เมื่อเวลาผ่านไปการเป็นริดสีดวงของเขาก็สามารถหายขาดได้

ดังนั้น การค้นหากระทู้  ยา ริดสีดวง pantip อาจจะทำให้ผู้ป่วยสามารถได้แนวทางการรักษาโรคให้หายได้ จากประสบการณืของผู้ที่ป่วยโรคนี้มาก่อน ถึอย่างไรก็ดีก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นหรือไม่

โรค ริดสีดวง สาเหตุของการเกิดโรค

          ริดสีดวง เป็นโรคที่เกิดได้บ่อย โดยส่วนใหญ่จะเป็น ริดสีดวง ทวาร ซึ่งมีอาการทางทวารหนักที่สำคัญคือ มีเลือดไหลออกขณะขับถ่าย มักพบเป็นติ่งบริเวณขอบทวาร อาการของผู้ป่วยในระยะแรกจะไม่รุนแรงอาการจะเป็นๆหายๆ 

และผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวารมักจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆซึ่งริดสีดวงทวารใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะแสดงอาการออกมา โดยแบ่งริดสีดวงทวารออกเป็น 2 ชนิดคือ ริดสีดวงภาย ใน และริดสีดวง ภายนอก สาเหตุของการทำให้เกิดริดสีดวงทั้งสองชนิดนี้มีด้วยกันหลายสาเหตุเช่น

ริดสีดวง สาเหตุของการเกิดโรค

  • การนั่งในห้องน้ำเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำ ส่งผลให้เส้นเลือดดำโป่งพอง
  • กลุ่มผู้สูงอายุจ ะทำให้เส้นเลือดโป่งพองง่ายกว่าคนในช่วงอายุอื่นๆเ นื่องจากการสลายของเนื้อเยื่อในหลอดเลือด
  • การมีน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน ส่งผลให้ แรงดันในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานสูงขึ้น ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพอง เป็นสาเหตุของการเกิด ริดสีดวง อีกอย่างหนึ่ง
  • กินผักและผลไม้ รวมทั้งดื่มน้ำน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดกากใยและน้ำที่หล่อเลี้ยงกากอาหาร
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ทำให้เกิดการเบียดทับบริเวณเยื่อบุในทวารหนัก จึงเกิดเลือดคั่งและเส้นเลือดโป่งพอง เป็นสาเหตุการเกิดริดสีดวงทวาร

สาเหตุของ ริดสีดวง ภายนอก

          ริดสีดวงภายนอก เป็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นบริเวณรอยย่นของทวารหนัก สามารถมองเห็นและคลำพบได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากริดสีดวงประเภทนี้เกิดอยู่ภายนอกร่างกาย โดยสาเหตุของการเป็น ริดสีดวง ภายนอก เกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง 

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

และถูกคลุมด้วยผิวหนังที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ในริดสีดวงด้วย ทำให้เมื่อมีการสัมผัสหรือกระทบบริเวณริดสีดวงจะทำให้เรารู้สึกเจ็บบริเวณนั้น สาเหตุของการเกิดริดสีดวงมีด้วยกันหลายสาเหตุ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างบน ริดสีดวงประเภทนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีเลือดไหลออกมาเวลามีการขับถ่ายอุจจาระ 

แต่จะมีอาการปวดหรือเจ็บบริเวณทวารหนักแทน หากเลือดที่คั่งในเส้นเลือดหลุดออกมาการอุจจาระก็จะมีเลือดปนออกมาได้ และเมื่อลิ่มเลือดนั้นหลุดออกมาแล้วแผลบริเวณริดสีดวงจะค่อยๆยุบและหายได้ หากแผลที่เกิดจากริดสีดวงนั้นยุบลงไม่หมดจะทำให้เกิดติ่งที่มีลักษณะด้านแข็งจึงทำให้เราสัมผัสได้ว่ามีติ่งแข็งบริเวณทวารหนัก 

ในส่วนของการรักษา ริดสีดวง ภายนอก จะทำให้สามารถรักษาได้หายเร็วกว่า ริดสีดวง ภายใน เนื่องจากการวินิจฉัยหรือการตรวจพบนั้นทำได้เร็วและง่ายกว่า การรักษาแผลที่อยู่ด้านนอกก็สามารถรักษาได้ง่ายกว่าแผลที่อยู่ด้านใน

สาเหตุของ ริดสีดวง ภายใน

          ริดสีดวง ภายใน เกิดจากบริเวณทวารหนักใกล้กับลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมีการอักเสบหรือโป่งพองของเส้นเลือดดำอั นเนื่องมาจากการที่มีแรงดันในเส้นเลือดดำมากเกินไป ทำให้เกิดเลือดคั่งเนื่องจากเลือดไหลกลับได้ไม่สะดวก 

จนเป็นสาเหตุทำให้เกิด ริดสีดวง ภายใน ในที่สุด โดยที่ริดสีดวงประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆเกิดขึ้นบริเวณในทวารหนักส่วนบน 

ริดสีดวง ภายใน อาการ

โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกเจ็บ ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่สามารถมองเห็นหรือตรวจพบได้ด้วยตนเองได้ง่ายๆเหมือนกับ ริดสีดวง ภายนอก เพราะริดสีดวงประเภทนี้จะเกิดขึ้นภายในร่างกาย  

แต่จะพบว่ามีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระบ่อยครั้ง โดยในช่วงระยะแรกเราจะไม่สามารถระบุได้ว่าตนเองป่วยด้วยการเป็น ริดสีดวง ภายใน 

หรือไม่เพราะอาการที่มีเลือดปนออกมากับอุจจาระนั้น ไม่ใช่เฉพาะริดสีดวงเท่านั้นแต่ยังมีรูปอื่นๆที่มีการถ่ายปนเลือดออกมา เช่น โรคมะเร็งลำไส้ โรคเนื้องอกในลำไส้รวมถึงการบาดเจ็บจากทวารหนักที่เป็นแผลยังไม่ถึงขั้นการเป็นริดสีดวง 

ริดสีดวงภายในจะมีการแสดงอาการของโรครุนแรงตามระยะของการเป็นริดสีดวงทวารโดยจะมีทั้งหมด 4 ระยะ คือริดสีดวงระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 ริดสีดวงที่สามารถรักษาให้หายขาดและสามารถรักษาด้วยตนเองได้นั้น คือ ริดสีดวงระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ทั้ง 2 ระยะนี้จะรักษาได้ง่ายและไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ 

ทำให้ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด การฉีดยา หรือการใช้ยางรัดหัวริดสีดวง สามารถรักษาได้โดยวิธีธรรมชาติ หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร พฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ 

การออกกำลังกาย รวมทั้งการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงทำให้อาการท้องผูก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะทำให้ริดสีดวงระยะที่ 1 และระยะที่ 2 สามารถหายได้

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

หากคุณเป็นริดสีดวง ภายใน และ ริดสีดวง ภายนอก แต่ไม่ต้องการที่จะทำการรักษาโดยการฉีดยาการใช้อย่างรัด การผ่าตัด หรือวิธีอื่นใดโดยแพทย์ เนื่องจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น กลัวการรักษาลักษณะนี้ หรือไม่มีเวลาในการไปพบแพทย์ 

รวมถึงต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายผู้ ป่วยสามารถ ใช้ยาสมุนไพรที่รักษาริดสีดวงได้มารับประทาน และคอยสังเกตว่าการกินยาสมุนไพรนั้นว่าสามารถรักษาริดสีดวงให้หายได้หรือไม่ 

โดยสมุนไพรที่ใช้รักษาริดสีดวงให้หายได้ มีหลายชนิดตัวอย่าง เช่น ใบมะขามแขก ต้นขลู่ เถาสะค้าน ดีเกลือเ หง้าโกฐน้ำเต้า เป็นต้น

Categories
การรักษาริดสีดวง โรคริดสีดวง

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ตา วิธีการป้องกัน และการรักษา

ตา เป็นอวัยวะที่สำคัญมากต่อร่างกาย เนื่องจากตา เป็นอวัยวะที่ใช้ในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก ถ้าหากปราศจากดวงตาแล้ว ต่อให้อยู่บนดวงอาทิตย์ก็ยังมืดมิดอยู่ดี ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ 

จึงยอมรักษาดวงตาไว้แม้ต้องเสียอวัยวะส่วนอื่นไปก็ยอม ถึงจะเป็นอวัยวะที่สำคัญแค่ไหน แต่ก็ต้องมีโรคร้ายต่าง ๆ คอยจ้องเล่นงาน อวัยวะส่วนนี้อยู่เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือโรค ริดสีดวงตา

 

Table of Contents

ริดสีดวง ตา สาเหตุและอาการของโรค

           ริดสีดวง ตา จะมีอาการคันตา และระคายเคืองบริเวณดวงตาอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นมีอาการเรื้อรัง โดยสาเหตุของโรคเกิดขึ้นจากการแพ้ โดยริดสีดวงตาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย  โดยจะมักพบในเด็กที่มีอายุอยู่ระหว่าง 3 – 5 ปี หรือวัยที่เด็กกำลังเล่นซุกซน เนื่องจากสิ่งสกปรกจากการเล่นซนของเด็กจะเข้าสู่ดวงตา 

ริดสีดวง ตา สาเหตุและอาการ

จากการเอามือไปสัมผัสดวงตาอย่างไม่ได้ตั้งใจของเหล่าหนู ๆ เอง โดยในอดีต คนที่ตาบอดส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากการเป็น ริดสีดวง ตา แต่ปัจจุบันโรคนี้ไม่มีปัญหาที่จะส่งผลกระทบทำให้ผู้คนตาบอดได้ เนื่องด้วยวิทยาการด้านการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้น อย่างไรก็ดีโรคนี้ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยสูงอายุ อยู่ปะปราย โดยสาเหตุของโรค มาจากหลายปัจจัย อาทิ เช่น

  • สภาพแวดล้อมที่มีความแออัด
  • การนอนรวมกันในห้อง โดยการนอนรวมกับคนจำนวนมาก
  • การใช้อุปกรณ์ที่สัมผัสกับดวงตาที่ไม่สะอาด
  • การใช้น้ำอุปโภคที่ไม่สะอาด ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค
  • มีพาหะของโรค มีระบบสาธารณสุขที่ไม่ดี

จากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดริดสีดวงตามากที่สุด โดยอาการของโรค แบ่งออกเป็น 4 ระยะตามความรุนแรง คือ

  • ระยะที่ 1 เยื่อบุตาเริ่มมีอาการอักเสบ โดยจะแสดงอาการในช่วงที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อมาประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ โดยจะเริ่มแสดงอาการเคืองตาเหมือนกับมีฝุ่นเข้าไปในดวงตา มีอาการคันร่วมด้วยการที่น้ำตาเริ่มไหลออกมา ผู้ป่วยระยะนี้ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์ ทำการรักษาเองก็สามารถหายได้ แต่ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์
  • ระยะที่ 2 เป็นกรแสดงอาการ ริดสีดวงตา อย่างแน่ชัดแล้ว ในระยะนี้อาการอักเสบบริเวณเยื่อบุตาจะน้อยลง รู้สึกระคายเคืองตา คันที่ดวงตา น้อยลง แต่เมื่อพลิกเปลือกตาเพื่อดูด้านใน จะพบว่า เยื่อบุตาจะหนาขึ้นพร้อมกับมีตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีเยื่อบุสีเทาบริเวณบนสุดของขอบตาดำและยังมีเส้นเลือดฝอยอยู่ด้วย ในระยะนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษา
  • ระยะที่ 3 ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคืองดวงตาน้อยลง และแทบไม่มีอาการอะไรเลย ตุ่มเล็กๆที่เยื่อบุตาก็ค่อยๆหาย แต่จะมีผังผืดเข้ามาเป็นแผลเป็นแทน ในส่วนแผ่นเยื่อสีเทาที่อยู่บริเวณเหนือตาดำที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่ด้วยซึ่งเรียกว่าแพนนัส นั้นจะยังปรากฏให้เห็นเหมือนเดิม โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้ยาในระยะนี้ได้ผลน้อยหรือไม่เห็นผลเลยจำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ที่ชำนาญการเท่านั้น
  • ระยะที่ 4 เป็น เป็นระยะของอาการหายไปและมีแผลเป็นเข้ามาแทน ได้ระยะนี้เชื้อจะหายไปเองถึงแม้ผู้ป่วยจะไม่ได้และเข้าทำการรักษาก็ตาม แพนนัส ก็จะค่อยๆหายไปผู้ป่วยจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นมักติดเชื้ออักเสบบ่อยๆ มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำๆ ในระยะนี้ขนตาจะม้วนเข้าไปด้านในและทีมกับตาดำอยู่ตลอดเวลาเกิดแผลเรื้อรังบริเวณกระจกตาทำให้สายตามืดมัวและอาจเป็นสาเหตุของการเกิดการกั้นท่อน้ำตาทำให้น้ำตาไหลตลอดเวลาหรืออาจจะทำให้ต่อมน้ำตาไม่สามารถทำงานได้ทำให้ตาแห้งจนส่งผลให้ตาบอดได้นานที่สุด

แนะนำ ริดสีดวง รักษา ให้หายได้

การเข้าสู่กระบวนการรักษานั้น แพทย์จะทำการพิจารณาโรค ริดสีดวง รักษา อาการนั้นโดยอาจจะพิจารณาให้รักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน หรือการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับป้ายตา โดยจะทำการป้ายวันละประมาณ 3-4 ครั้งติดต่อกันจนครบ 6 สัปดาห์ จะทำให้ได้ผลดีกับริดสีดวงตาระยะที่ 1 และระยะที่ 2 มากที่สุด 

ซึ่งใน 2 ระยะนี้การติดเชื้อรุนแรง การใช้ยาปฏิชีวนะในการทำลายเชื้อโรค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนนั้นจึงถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่สำหรับในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ที่มีการติดเชื้อเบาบางลงแล้วการใช้ยาปฏิชีวนะในระยะนี้จึงไม่ได้ผล รวมทั้งไม่สามารถปกป้องอาการแทรกซ้อนของโรคได้ ซึ่งจากที่เราทราบแล้วว่าให้เรียกที่ 4 จะมีอาการของขนตาตกซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ 

ธรรมชาติ บำบัด ริดสีดวง รักษา ให้หายขาด

อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อตาที่ไม่แข็งแรง ประกอบกับภาวะแทรกซ้อนของ ริดสีดวงตา ทำให้ขนตาม้วนเข้าไปทิ่มกับตาดำ  ส่งผลให้มีน้ำตาไหลตลอดเวลา โดยการที่ขนตาตกหรือม้วนเข้าไปด้านในนั้นสามารถแก้ได้ 2 วิธี หากขนตาตกไม่กี่เส้นจะทำการถอนขนตาเส้นที่ตกหรือขนตาที่ม้วนเข้าไปด้านในออก 

เพื่อไม่ให้ทิ่มกับตาดำอีก แต่ถ้าหากมีหลายเส้นจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาที่เป็นแผลเป็น อาจจะต้องทำการผ่าเปลี่ยนกระจกตาด้วย หากกระจกตาได้รับความเสียหายจากการทิ่มของขนตาจนไม่สามารถใช้กระจกตาเดิมได้อีกต่อไป โดยถ้าหากไม่อยากให้เกิดสถานการณ์เช่นที่กล่าวมานั้น  ต้องทำการดูแลรักษาดวงตา ซึ่งสามารถทำได้โดย

  • หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เป็นประจำ
  • จัดสิ่งแวดล้อมให้สะอาดน่าอยู่
  • ไม่ควรให้มีขยะบริเวณบ้าน อันเนื่องมาจากหากมีเด็กเล่นอยู่บริเวณบ้าน ฝุ่นละอองจะไปเกาะตามมือของเด็ก ทำให้บางครั้งด้วยความเป็นเด็ก เจ้าหนูดวงใจของคุณพ่อ คุณแม่อาจจะเอามือมาถูตาโดยไม่ได้เจตนา ซึ่งเป็นโอกาสให้เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ดวงตาได้อย่างง่าดาย
  • กำจัดขยะมูลฝอย อันเป็นสาเหตุของแหล่งเพาะเชื้อแมลงต่าง ๆ ที่จะบินมาตอมตามร่างกายของเราโดยเฉพาะตาเรา พร้อมกับการนำเชื้อโรคมาด้วยในอนาคต โดยสามารถทำการเผาขยะเพื่อเป็นการกำจัด หรือการเก็บใส่ถุงดำเพื่อส่งให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำจัดขยะ เพื่อเป็นการกำจัดขยะที่ถูกวิธี

โดยสรุปแล้ว ริดสีดวง รักษา ด้วยวิธีที่รักษา 4 วิธีหลักคือการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมการล้างมือล้างหน้าทำความสะอาดอยู่เสมอการดูแลจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านและนอกบ้านให้มีความสะอาดไม่มีเชื้อโรคและการผ่าตัดริดสีดวงตา

ริดสีดวง กี่วันหาย เรามีคำตอบ

ริดสีดวง กี่วันหาย จากอาการของโรคได้

จากที่เราทราบกันอยู่แล้วว่า ริดสีดวง ตา มีลักษณะและอาการอย่างไร และหลายๆคนมีข้อสงสัยว่า  ริดสีดวงตา กี่วันหาย ใช้ระยะเวลานานแค่ไหนถึงจะรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งริดสีดวงตานั้น เป็นริดสีดวงที่ไม่ได้มีอาการที่รุนแรง ผู้ป่วยบางรายไม่ต้องเข้ารับการรักษา สามารถรักษาให้หายเองตามธรรมชาติก็ได้ ริดสีดวงตาจะกี่วันหายได้นั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง 

เช่น ผู้ป่วย ป่วยในระยะไหน อาการแสดงออกมารุนแรงหรือไม่ โดยในระยะแรก ๆ ของการป่วยจะสามารถรักษาให้หายเองได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ใช้เวลาค่อนข้างข้างมาก  แต่ถ้าหากอยู่ในระยะที่ 2 โดยระยะนี้จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อให้รักษาได้รวดเร็วมากยิ่ง  ระยะที่ 3 และ 4 อาการติดเชื้อจะไม่แสดงแล้ว พบเฉพาะรอยแผลเป็นบริเวณดวงตา 

ริดสีดวง ภายใน

ดังนั้นระยะนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพียงให้แผลเป็นหายเอง อย่างไรก็ดีหากขนตามีการม้วนเข้าด้านใน ก็จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อไม่ให้ขนตาไปทิ่มกับตาดำ จนส่งผลต่อกระจกตาทำให้ตาบอดได้ 

โดยสรุปแล้วการรักษาริดสีดวงตาในระยะที่ 1 จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนส่วนระยะที่ 2 และระยะที่ 3 จะใช้เวลาหลายเดือนจนเป็นปีหรือหลายปีได้ ในระยะที่ 4 เป็นระยะที่ไม่มีอาการแล้ว จะทำการรักษาโดยทำให้แผลเป็นหายดี ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจจะรักษาหายภายในระยะเวลา 1 – 2  เดือน

สรุปแล้ว ริดสีดวง ตา เป็นริดสีดวงที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก แม้ในอดีตจะทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากตาบอดได้ แต่เนื่องจากการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ตาบอดจากโลกนี้ ส่วนการรักษา ก็ขึ้นอยู่กับระยะของโรคด้วย

Categories
โรคริดสีดวง

ทำความเข้าใจโรค ริดสีดวง มีกี่ระยะ

หากคุณเคยรู้จักคนที่ป่วยเป็นริดสีดวง หรือตัวของคุณเคยมีประสบการณ์การป่วยเป็นโรคนี้โดยตรงจะรู้เลยว่า โรคนี้ถึงจะไม่ร้ายแรง หรือกว่าจะร้ายแรงก็ใช้เวลานานหลายปี เมื่อนับเวลาตั้งแต่โรคนี้เริ่มเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา 

แต่ถึงอย่างไรเมื่อได้ชื่อว่าเป็นโรค ตัวเองต้องการเป็นผู้ป่วย คงไม่มีใครบนโลกนี้ปรารถนาที่จะเป็นอย่างแน่นอน ดังนั้นการทำความเข้าใจโรค จึงมีความสำคัญที่จะทำให้เรารับมือกับอาการป่วย รวมถึงสารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้

Table of Contents

โรค ริดสีดวง มีกี่ระยะ

           ริดสีดวงเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร ที่ไม่ยอมรับประทานอาหารที่มีเส้นใย เช่นผัก ผลไม้เข้าไปในร่างกาย ไม่ยอมดื่มน้ำให้มีปริมาณมากพอ การมีอาการไอเรื้อรัง การป่วยด้วยโรคในช่องท้องต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเราทุกคนป่วยเป็นโรคนี้ คำถามแรกที่จะผุดขึ้นมาก็คือ ริดสีดวง มีกี่ระยะ 

ถือเป็นคำถามยอดนิยมที่เราใช้ถามกับผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะแพทย์ หรือแม้กระทั้งใช้คำนี้ค้นหาในอินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น รู้ไว้เป็นความรู้ รู้ไว้เพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะได้รู้ว่าลำดับต่อไปโรคนี้จะแสดงอาการอย่างไร หรือแม้กระทั่งการที่ต้องการรู้เพื่อที่จะเปรียบเทียบกับอาการของตนเอง

โรค ริดสีดวง มีกี่ระยะ

เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ระยะที่เท่าไหร่ และมีวิธีการอย่างไรบ้าง ดังนั้น กับคำถามที่ว่า  ริดสีดวง มีกี่ระยะ สามารถตอบได้เลยว่าริดสีดวงมีทั้งหมด 4 ระยะ แต่ละระยะมีความรุนแรงของโรค และวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

ริดสีดวง ระยะแรก หรือ ริดสีดวงระยะที่ 1

อาการที่เริ่มขึ้นตั้งแต่โป่งพองของเส้นเลือดดำ บริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่จนเกิดเป็นติ่งขนาดเล็กที่อยู่ภายในร่างกายของคนเรานั้น เรียกว่า ริดสีดวง ระยะแรก หรือ ระยะที่ 1 นั่นเอง โดยในระยะนี้ เราจะไม่สามารถทราบได้ว่าเราเป็นริดสีดวง 

เพราะไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า หรือเมื่อจับหรือคลำดูจะไม่ผิดสังเกต ก็เนื่องมาจากริดสีดวงยังไม่โผล่ออกมานอกร่างกาย เมื่อเป็น ริดสีดวงนี้ การรักษาจึงทำได้ง่ายกว่าระยะอื่น ๆ และใช้ระยะเวลาในการรักษาให้หายเป็นปกติน้อยกว่าระยะอื่น ๆ โดยการรักษาทำได้โดย รักษาในระดับทั่วไป ดังนี้

ริดสีดวง ระยะแรก หรือ ริดสีดวงระยะที่ 1

 

  • กินผลไม้ และผักเป็นประจำ เพื่อเพิ่มปริมาณของเส้นใยให้กับระบบย่อยอาหาร ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่าย และสามารถลดอาการทองผูกได้เป็นอย่างดี
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 – 12 แก้ว เพื่อให้น้ำในร่างกายมีปริมาณมากพอ ทำให้กากอาหารที่อยู่ปลายสุดของลำไส้ใหญ่ไม่แข็งจนเกินไป จึงถือเป็นอีกวิธี ที่สามารถรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ระยะแรก  ไว้ได้
  • ไม่กลั้นอุจจาระ เนื่องจากยิ่งกากอาหารอยู่ในลำไส้ของเรานานเท่าไหร่ ลำไส้ใหญ่ก็จะทำหน้าที่ดูดน้ำและเกลือแร่ในกากอาหารมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้กากอาหารแข็ง ขับถ่ายได้ยาก เสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารในที่สุด
  • การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา เนื่องจาก ยาสมุนไพรมีสารตกค้างน้อยกว่ายาปฏิชีวนะ และต้องเลือกยาที่มีสรรพคุณที่ช่วยให้ริดสีดวงหลุด และแผลแห้งเร็ว มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ขับลมในช่องท้อง เป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถทำให้ขับถ่ายได้ง่าย และช่วยให้ไม่เป็นริดสีดวงเรื้อรัง

 

ริดสีดวง ระยะ 2

               เมื่อริดสีดวงเริ่มก่อตัวเล็ก ๆ ภายในรูทวารหนักแล้ว พอระยะเวลานานขึ้นตัวเจ้าติ่งริดสีดวงนี้จะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เราเรียกว่า ริดสีดวง ระยะ 2 โดยจะมีลักษณะคือ ติ่งของริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่า 

หัวของริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นจากระยะแรก โดยติ่งริดสีดวงจะสามารถยืดออกมาเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ และเมื่อขับถ่ายเรียบร้อย หัวริดสีดวงจะหดกลับเข้าไปตำแหน่งเดิม ในระยะที่ 2 นี้ ผู้ป่วยอาจจะรู้สึก เจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณช่องท้องร่วมด้วย โดยการรักษาในระยะนี้ มีดังนี้

ริดสีดวง ระยะ 2

  • กินผักผลไม้ให้มากขึ้น เพิ่มเส้นใยอาหารในระบบขับถ่าย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำให้มากไม่ให้ก้อนอุจจาระมีลักษณะแข็ง ขับถ่ายให้เป็นประจำทุกวัน
  • ใช้ยาที่ตัวยามีสรรพคุณทำให้หัวรอดสีดวงหลุดออก มีสมุนไพรในการแก้ปัญหาท้องผูก ลดแก๊สในช่องท้อง ช่วยสมานแผลอันเกิดจากริดสีดวงทวาร ก็จะสามารถช่วยรักษาโรคริดสีดวงในระยะนี้ได้
  • รักษาระดับเฉพาะเจาะจง อันได้แก่ การฉีดยา เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด การเย็บติดริดสีดวงไว้ด้านในร่างกาย การใช้ยางรัดหัวริดสีดวงระยะเวลา 24 – 48 ชั่วโมง เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงนี้ มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ดังนั้นการรักษานี้ต้องอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • การรักษาด้วยอินฟราเรด หรือการจี้ด้วยกระเสไฟฟ้า วิธีนี้จะทำให้รักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 หัว แต่ต้องมีดารจี้ซ้ำใน 3 – 4 สัปดาห์ หลังจากมีการรักษาในครั้งแรก เช่นเดียวกันการรักษานี้มีผลข้างเคียง เช่น การที่เลือดไหลหลังจากมีการรักษาใน 1 – 2 สัปดาห์หลังการทำการรักษา

อย่างไรก็ดี การรักษาแบบเฉพาะเจาะจง หรือการใช้อินฟราเรด และ กระแสไฟฟ้าในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 2 เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว จะต้องมีการรักษาโรคด้วยวิธีการรักษาระดับทั่วไป รวมทั้งการใช้ยาสวนทวารอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หากยังมีอาการปวดอยู่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง รักษา
ริดสีดวง ระยะแรก
ริดสีดวง ระยะ4
ริดสีดวง ระยะ 3
ริดสีดวง ระยะ 2

ริดสีดวง ระยะ 3

หลักจากริดสีดวงออกมาพร้อมการขับถ่ายแล้ว และสามารถหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมได้  แต่เมื่อนานเข้าริดสีดวงจะไม่มารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ต้องใช้มือในการดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม เราเรียกว่า ริดสีดวง ระยะ 3 

โดยในระยะนี้ เมื่อมีอาการไอ ริดสีดวงก็จะสามารถโผล่ออกมาจากทวารหนักได้ และมักพบเลือดไหลในขณะอุจจาระ หรือเมื่ออุจจาระเสร็จเรียบร้อยแล้วมักพบเลือดอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเจ็บริดสีดวงรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยการรักษาในระยะนี้สามารถทำได้ โดย

 

  • ผ่าตัด วิธีการนี้จะกระทำเมื่อริดสีดวงมีขนาดใหญ่ หรือมีการอักเสบ และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า มีความจำเป็น เพื่อรักษาโรคให้หายขาดเร็วที่สุด โดยการผ่าตัดจำเป็นต้องให้ยาสลบ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่มีอาการเจ็บป่วยขณะที่รับการผ่าตัด โดยการผ่าตัดมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก อาทิ การอุจจาระไม่ออกในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ต้องใช้วิธีสวนทวารหนักเพื่อให้สามารถอุจจาระได้เป็นปกติ ปัสสาวะได้ลำบาก ต้องสวนปัสสาวะ หรืออาจถึงขั้นต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ในระยะเวลาหนึ่ง มีอาการปวดศีรษะ มีเลือดไหลออกในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกของการผ่าตัด บริเวณทวารมีอาการบวม และมีน้ำเหลืองไหลออกมาในช่วงแรกที่แผลยังไม่หายดี อย่างไรก็ตามการรักษาโดยวิธีนี้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษา ริดสีดวง ระยะ 3
  • การรักษาด้วยระดับทั่วไป วิธีนี้รักษาหลังจากผู้ป่วยได้ทำการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการกินยาระงับอาการปวด เมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรง กินผัก ผลไม้ เพิ่มมากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา กินยาบำรุงเลือดเนื่องจากการสูญเสียเลือดที่ออกมาพร้อมอุจจาระก่อนที่จะได้รับการผ่าตัด รวมทั้งเลือดที่ไหลออกมาเนื่องจากผลข้างเคียงของอาการผ่าตัด

ริดสีดวง ระยะ4

หากเมื่อไหร่ที่คุณไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระ หรือมีน้ำเมือก น้ำเหลืองออกมาจากทวารหนักไม่หยุดหย่อน นั้นหมายความว่าคุณเป็น ริดสีดวง ระยะ4 เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ในระยะนี้เลือดจะไหลออกมามากขึ้น 

จนทำให้ร่างกายของผู้ป่วยมีอาการซีดเหลือง  เนื่องจากการเสียเลือดอย่างต่อเนื่อง ในระยะนี้จะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย โดยวิธีการรักษาริดสีดวงระยะนี้ สามารถทำได้คล้ายกับระยะที่ 3 โดย

 

  • การผ่าตัด เพื่อนำหัวริดสีดวงออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด โดยการใช้ยาสลบ และเมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยก็จะมีผลข้างเคียงในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกของการผ่าตัด
  • การรักษาหลังการผ่าตัด ในขั้นตอนนี้เป็นการรักษาแผลให้สะอาดและหายให้เร็วที่สุด โดยการกินยาแก้ปวดหากจำเป็น ปฏิบัติตนให้ลดอาการท้องผูก การรับประทานอาหารที่ช่วยให้อุจจาระได้ง่าย การกินยาบำรุงเลือดให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เช่นนี้จึงถือได้ว่ารักษา ริดสีดวง ระยะ4 ได้หายเป็นปกติ

ริดสีดวง รักษา วิธีเดียวกันหรือไม่

ริดสีดวง รักษา  วิธีเดียวกันหรือไม่

หากพิจารณาจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าโรค ริดสีดวง รักษา  ได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน โดยบางระยะอาจจะใกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด และยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะระยะที่ 3 และ 4 ที่มีความเสี่ยงมากกว่าระยะอื่น ๆ และใช้ความละเอียดอ่อนในการรักษาเป็นพิเศษ โดยการรักษาจะเริ่มจากรักษาอาการไม่รุนแรง ไปจนถึงอาการรุนแรง สรุปดังนี้

 

  • รักษาระดับทั่วไป เน้นการกิน การปฏิบัติร่างกายเพื่อลดหรือชะลอ อาการของริดสีดวงไม่ให้ลุกลามไปในระยะอื่น ๆ อื่นรักษาให้แผลหายดี เมื่อทำการรักษาริดสีดวงในระดับที่รุนแรงแล้ว
  • รักษาระดับเฉพาะเจาะจง เป็นการรักษาโดยการฉีด ใช้ยางรัด หรือวิธีการใด ๆ ที่เน้นให้ริดสีดวงหลุดออกมาได้
  • รักษาด้วยการจี้ด้วยอินฟราเรด และจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า เป็นการรักษาที่เน้นให้หัวริดสีดวงหลุดออกเช่นกัน โดยรักษาได้ครั้งละ 3 หัว
  • รักษาด้วยการผ่าตัด เป็นการรักษาเมื่ออาการของริดสีดวงมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการที่จะมีอาการอื่นแทรกซ้อน

นั่นสรุปได้ว่า ริดสีดวง รักษา  ได้ด้วยวีการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และหากริดสีดวง มีภาวะแทรกซ้อนการรักษาจะยุ่งยากมากกว่าวิธีการที่กล่าวไปข้างต้น และต้องให้ความระมัดระวังมากขึ้นไปอีกระดับ นั่นไม่ได้น่ายินดีกับตัวผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งแพทย์ที่รักษาแม้แต่น้อย 

ดังนั้นหากมีความสงสัยว่าตนเองเป็นริดสีดวงหรือไม่ ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำ อย่างไรก็ดีก็ควรพิจารณาอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ควรตื่นตระหนกเกินเหตุ เพราะจะทำให้ตนเองเกิดความกังวลโดยใช่เหตุ และสุดท้ายก็จะเสียสุขภาพจิตได้

Categories
โรคริดสีดวง

ต้นตอของริดสีดวง และ ริดสีดวง รักษาอย่างไร

การเกิดโรคร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนร่างกาย ส่วนใหญ่เลย ต้นตอสาเหตุมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ เช่นเดียวกับโรคริดสีดวง ที่มีต้นตอมาจากการกระทำของเราเอง ทั้งการเลือกกินอาหาร การมีวินัยในการขับถ่าย 

การขาดการออกกำลังกาย การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมทั้งการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับช่องท้องล้วนเป็นต้นตอของการเกิดโรคริดสีดวงทั้งสิ้น โดยพฤติกรรมเหล่านี้ตัวเราสามารถควบคุมเองได้ แต่ถูกปล่อยปะละเลยจนทำให้ต้องมีอาการป่วยแสดงออกมาในที่สุด

Table of Contents

ริดสีดวง รักษาอย่างไร ให้หายขาดได้

cr. healthjade.com

ริดสีดวง รักษา อย่างไร

           เมื่อเราเป็นโรคริดสีดวงแล้ว ทางเดียวที่จะทำให้หายจากโรคร้ายนี้ไปได้ คือ การรักษาโรคให้หายขาด แต่ในความเป็นจริงแล้วการรักษาโรคนั้นต้องใช้ความอดทน ความมีวินัย เพราะมันไม่สามารถทำให้หายขาดในคราวหนึ่ง ๆ ได้ 

ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา หากจะถามว่า ริดสีดวง รักษา ได้อย่างไรนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ความรุนแรงของโรค และสุขภพของคนไข้ด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าการรักษาต้องมองในหลาย ๆ ปัจจัยมาประกอบกัน ซึ่งจะแยกออกเป็นการรักษาแต่ละระดับ ดังนี้

  • การรักษาระดับทั่วไป การรักษาในระดับนี้เป็นการรักษาโรคที่มีอาการไม่รนแรงนัก  เป็นการรักษาในระยะที่เริ่มเป็นริดสีดวง โดยวัตถุประสงค์ของการรักษาระดับนี้คือ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายไม่ต้องเบ่งอย่างรุนแรง ให้อุจจาระได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
  • การรักษาเฉพาะเจาะจง การรักษาประเภทนี้ทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่จะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยโรคของแพทย์ และดุลยพินิจที่จะกำหนดวิธีการรักษาให้เหมาะกับความรุนแรงของโรคของคนไข้ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ที่มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด สถานที่เหมาะกับการรักษาหรือไม่ด้วย อาทิเช่นการฉีดยาเพื่อให้หัวของริดสีดวงยุบลงโดยเร็ว การใช้ยางรัด เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออก และให้ผังผืดที่เกาะอยู่บริเวณนั้น ดึงติ่งริดสีดวงที่เหลือกลับเข้าไปด้านในทวารหนักเหมือนเดิม แต่ริดสีดวง รักษา ด้วยวิธีนี้จะต้องไม่ทำในบุคคลที่มีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง เพราะจะมีความเสี่ยงที่สูงมากเกินไป
  • การจี้ริดสีดวงด้วยอินฟราเรด เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กระทำเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออก และติ่งริดสีดวงยุบลง โดยวิธีการนี้สามารถทำได้ในการเป็นโรคนี้ในระยะแรก ๆ จะได้ผลที่ดีมากที่สุด
  • การจี้ริดสีดวงด้วย bipolar coagulation เป็นวิธีที่มีวัตถุประสงค์เหมือนกับการจี้ริดสีดวงด้วยอินฟราเรด คือ ต้องการให้หัวริดสีดวงหลุดออก และหยุดการไหลของเลือดบริเวณทวารหนัก
  • การผ่าตัดริดสีดวง วิธีนี้ใช้สำหรับการเป็นริดสีดวงในระยะรุนแรงแล้ว คือ ระยะที่ 3 และ 4 ของโรคริดสีดวง เพราะระยะเหล่านี้ ริดสีดวงจะมีการอักเสบเป็นพิเศษ ดังนั้นวิธีการผ่าตัด จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาโรค โดยในระยะนี้การรักษาอาจจะดูน่ากลัวกว่าวิธีการรักษาแบบอื่น ๆ เนื่องจากจะต้องมีการให้ยาสลบกับคนไข้ เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี

ริดสีดวง รักษาเอง ได้หรือไม่

หากดูจากเนื้อหาข้างต้น จะเห็นว่าการรักษาโรคริดสีดวงมีการรักษาได้หลากหลลายวิธี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ มากมาย แล้ว ริดสีดวง รักษาเอง ได้หรือไม่นั้น ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ โดยหากจะรักษาเองต้องมีวินัย และความรู้เกี่ยวกับโรคนี้เป็นอย่างไร ถ้าอ้างอิงจากวิธีการรักษาด้านบน เราจะสามารถหาวิธีการรักษาเอง ได้ดังนี้

1. ระดับทั่วไป ในระดับนี้โรคไม่รุนแรง ดังนั้นการรักษาของโรคจะเน้นการดูแลเรื่องอาหารที่กินเข้าไปมากกว่า เพื่อทำให้ขับถ่ายให้สะดวก โดยการกินผัก ผลไม้ ให้เป็นประจำ เพื่อเมเส้นใยให้กับระบบย่อยอาหาร ดื่มน้ำให้มาก ๆ 

เพื่อให้ขับถ่าย อุจจาระจะได้นิ่มขึ้น หรือถ้าหากมีอาการท้องผูกสามารถใช้ยาระบายอ่อน ๆ ได้ และเมื่อหากมีอาการปวด สามารถใช้ยาแก้ปวดร่วมด้วยได้ หรือใช้ยาสอดทวารหนักเพื่อระงับอาการปวด แต่ไม่ควรใช้เป็นประจำควรใช้อาทิตย์หละครั้ง

2. ระดับที่รักษาเฉพาะเจาะจง ระดับนี้ถึงแม้ต้องใช้แพทย์ในการรักษา แต่ก็เป็นการรักษาในเบื้องต้น หลังจากนั้นเมื่อผู้ป่วยกลับมาพักฟื้นก็ต้องดูแลตัวเอง จึงยังถือว่า โรค ริดสีดวง รักษาเอง ได้ในระดับนี้เช่นกัน โดยในระดับเฉพาะเจาะจงเมื่อมีการฉีดยา 

เพื่อหัวริดสีดวงยุบแล้ว เราสามารถรักษาได้เข่นเดียวกับการรักษาในระดับทั่วไป แต่บางกรณีอาจมีผลข้างเคียง ทำให้คนไข้มีอาการหน้ามืดได้ หรือการรักษาด้วยการเอายางรัด เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออกนั้น วิธีนี้มีความสี่ยงในระดับหนึ่ง 

เพราะเมื่อผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนอาจจะทำให้ผู้ป่วยถึงแก่กรรมได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ไม่ควรกระทำกับคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง โดยหากยางรัดแล้วคนไข้เจ็บมากเกินไป ต้องยุติในการรักษาโดยใช้วิธียางรัด หากจะถามว่าแล้วหลังจากยางรัดจนริดสีดวงหลุดออกแล้วจะทำอย่างไรต่อ สามารถรักษาได้เช่นเดียวกับการรักษาในระดับทั่วไปได้เลย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง มีกี่ระยะ
ริดสีดวง ระยะ 2
ริดสีดวง ระยะแรก
ริดสีดวง รักษาเอง

3. ระดับที่รักษาด้วยอินฟราเรด และการรักษาในระดับ bipolar coagulation ซึ่งจากที่ทราบมาแล้วการรักษาในระดับนี้ จะรักษาให้หายได้ ในคนไข้ที่เป็นริดสีดวงทวารในระยะที่ 1 และ 2 โดยข้อดีของการรักษาระดับนี้คือสามารถรักษาได้ 3 หัว ในครั้งเดียวได้ 

แต่รักษาด้วยอินฟราเรดมักมีผลข้างเคียง คือ มีเลือดออกจากแผลที่ทำการรักษา ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แรกของการรักษา แต่ตั้งมาทำการรักษาอีกทุก 3 – 4 สัปดาห์ แล้วจะหายไปเองในที่สุด ถึงแม้การรักษานี้จะต้องกระทำโดยแพทย์แต่ในกรพักฟื้นคนไข้จะต้องปฏิบัติ เช่นเดียวกับการรักษาในระดับทั่วไป

4. ระดับที่รักษาด้วยการผ่าตัด การรักษาระดับเป็นการรักษาในระดับที่โรคมีความรุนแรง เสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นอย่างมาก โดยในระดับนี้การรักษาเพื่อนำหัวริดสีดวงออกมาเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่หลักจากต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านคนไข้จะต้องดูแลตนเอง 

โดยเริ่มจากหากเราไม่สารถอุจจาระได้เอกให้ใช้ยาสวนได้ หากมีอาการปวดให้ใช้ยาบรรเทาปวด กินยาที่เพิ่มกากใยอาหาร เพื่อช่วยในการขับถ่าย ใช้น้ำอุ่นล้างทุกครั้งเมื่อมาการอุจจาระ หรือหากมีอาการปวดมากอาจจะต้องรับประทานยาแก้ปวด ซึ่งจะเป็นยาสมุนไพร หรือยาปฏิชีวนะก็ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคของเรา ณ ขณะนั้น

5. รักษาเอง ในคนไข้ที่มี ภาวะแทรกซ้อน คนไข้กลุ่มนี้ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งอาจจะต้องมีการให้ยาระงับอาการปวดมากขึ้น ให้มีการประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวม การนั่งควรนั่งบริเวณห่วงยาง เพื่อลดการกระทบกระเทือนแผลเนื่องจากการรักษา

ริดสีดวง กี่วันหาย เรามีคำตอบ

cr. lanermc.org

ริดสีดวง กี่วันหาย

การเป็นริดสีดวงที่มีหลายระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 1 – 4 ซึ่งแต่ละระยะ มีความรุนแรง และอาการของโรคต่างกัน หากจะทำการรักษาจะต้องใช้ระยะเวลาที่ต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นหากจะถามว่า ริดสีดวง กี่วันหาย กันแน่ คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก 

เพราะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้าน โดยสามารถตอบได้เพียงว่า หากเป็นระยะแรก ๆ สามารถหายได้รวดเร็วกว่าการเป็นระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 โดยทั่วไประยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 ต้องเข้ารับการผ่าตัด กว่าแผลจะหายดีก็กินเวลาไปร่วมเดือน 

แต่หากนับตั้งแต่เป็นริดสีดวงครั้งแรก จนถึงตอนไม่มีริดสีดวงแล้ว โรคริดสีดวง กี่วันหาย ขาดได้นั้น หากเราไม่เป็นคนช่างสังเกตร่างกายตัวเองอาจจะใช้เวลาหลายปี เนื่องจากการเป็นระยะแรกโรคไม่แสดงอาการ 

ริดสีดวง กี่วันหาย ต้องลองปรึกษา แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ

cr. wikihow.com

ริดสีดวงจะเทียวเป็น ๆ หาย ๆ ในช่วงแรก กว่าริดสีดวงจะดำเนินไปเป็นระยะที่เราสังเกตร่างกายได้ง่าย ก็กินเวลาหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงถือได้ว่าริดสีดวงกว่าจะรักษาได้ ใช้เวลาหลายปี 

แต่ถ้าหากใครช่างสังเกตความผิดปกติของร่างกาย โรคนี้อาจจะอยู่กับตัวเราไม่ถึงเดือนก็สามารถรักษาหายขาดได้ ดังนั้นคำถามนี้จึงขึ้นอยู่กับกระบวนการรักษาเป็นส่วนใหญ่

หลาย ๆ คน ที่มีความกังวลเกี่ยวกับริดสีดวงในด้านต่าง ๆ ทั้งการรักษา ระยะเวลาที่โรคจะหายขาดนั้น จะพบว่าโรคนี้เราสามารถรักษาเองได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีผลต่อการขับถ่ายให้สะดวก หรือรักษาด้วยคณะแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ 

ตลอดจนระยะเวลาที่จะรักษาโรคนี้หายนั้นไม่แน่นอน  ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และห้วงเวลาที่ทราบว่าเป็นริดสีดวงทวาร บางกรณีใช้เวลาไม่ถึงเดือน หรือบางกรณีอาจจะใช้เวลาหลายปี