Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง มีเลือดออก มีอาการ และวิธีการรักษาอย่างไร

ในชีวิตของคนเรานั้นการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกอย่างบนโลกนี้เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

Table of Contents

แต่ใช่ว่าทุกคนจะถือปฏิบัติได้เช่นคำสอนของพุทธองค์ จึงมีการหาวิธีรักษาโรคและเกิดเป็นแขนงของการแพทย์เกิดขึ้น แน่นอนว่าหากมีการป่วยแล้วทุกคนก็ต้องหาวิธีการรักษา เช่นเดียวกับผู้ที่ป่วยด้วยโรคริดสีดวงก็อยากจะมีวิธีการรักษาให้โรคนี้ให้หายขาดเช่นกัน

ริดสีดวง มีเลือดออก มาสาเหตุจากอะไร

หลายคนมีคำถามว่า ริดสีดวง มีเลือดออก ได้อย่างไร โดยแท้จริงแล้วริดสีดวงมีหลายชนิด เช่น ริดสีดวงตา ริดสีดวงจมูก และริดสีดวงทวาร โดยคนส่วนใหญ่นั้นจะรู้จักในชื่อของริดสีดวงทวาร ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเลือดดำมีการคั่งของเลือดอันเนื่องจากไม่สามารถไหลไปเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายได้สะดวก 

เป็นผลให้เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักนั้นมีปูดนูนหรือโป่งพอง ประกอบกับเนื้อเยื่อบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักนั้นบอบบาง จึงทำให้มีการอักเสบได้ง่ายเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวง โดยริดสีดวงทวาร มีอยู่ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน การเกิดริดสีดวงทั้งสองประเภทนี้ มีสาเหตุมาจากกิจกรรมหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้

ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

  • การตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่มือใหม่คงกำลังดีใจกับการที่จะมีเจ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลก แต่ในภาวะการตั้งครรภ์นั้นจะทำให้คุณแม่มือใหม่บางท่าน เสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย รวมทั้งการขยายตัวของมดลูกทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานมากยิ่ง ขึ้นเลือดบริเวณนั้นไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายได้สะดวกทำให้เกิดการคั่ง ของเลือดในเส้นเลือดดำทำให้โป่งพอง และเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร

 

  • การมีน้ำหนักตัวเกิน เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักตัวหรือการขยายของกระเพาะอาหาร และการขยายของช่วงท้องนั้น กดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานเช่นเดียวกับการตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้เช่นกัน
  • การรับประทานผักและผลไม้น้อยเกินไปทำให้มีกากใยน้อย เกิดอาการท้องผูกและส่งผลต่อการเกิดริดสีดวงทวารหนักที่สุด
  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะดื่มน้อยกว่าวันละ 8 – 12 แก้วทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง เนื่องจากมีน้ำล่อเลี้ยงจากกากอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้กับการเสียดสีบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีเนื้อเยื่อที่บอบบางเกิดการอักเสบและมีเลือดไหลออกมาส่เป็นสาเหตุหนึ่งของการที่โรค ริดสีดวง มีเลือดออก ปนมากับอุจจาระด้วย
  • อาการท้องผูก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดริดสีดวงทวาร เนื่องจากเมื่อมีอาการท้องผูกผู้ป่วยจะไม่สามารถขับถ่ายได้ด้วยตนเอง จึงเกิดการเบ่ง ทำให้แรงดันในเส้นเลือดดำมีเพิ่มมากขึ้น จนเส้นเลือดดำโป่งพองและเกิดการคั่งของเลือดส่งผลต่อการเกิดริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง ข้างใน

ริดสีดวง ข้างใน อาการและการรักษา

ริดสีดวง ข้างใน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงภายใน ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น โดยริดสีดวงประเภทนี้จะมีทั้งหมด 4 ระยะ ตามความรุนแรงของโรค โดยมีริดสีดวงตั้งแต่ระยะที่ 1 – ริดสีดวงระยะที่ 4 

โดยการรักษาของริดสีดวงแต่ละระยะจะมีความคล้ายคลึงกันแต่ต้องเพิ่มการรักษาที่เฉพาะเจาะจงเข้าไปในระยะที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วการรักษา ริดสีดวง ข้างใน หรือภายในนั้นหากรักษาได้ในระยะที่ 1 

จะเป็นการดีต่อผู้ป่วยมากที่สุดเพราะการรักษาในระยะแรกจะง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากนัก รวมทั้งความรุนแรงของโรคยังไม่มาก จะทำให้ผู้ป่วยไม่ทรมานในการรักษาอีกด้วย โดยแต่ละระยะจะมีอาการและวิธีการรักษา ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ริดสีดวงในระยะแรกเกิดจากการที่เส้นเลือดโป่งพอง ทำให้ระยะนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถสังเกตเห็นริดสีดวงได้ด้วยตนเอง  เพราะริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมานอกรูทวาร และอาการของระยะที่ 1 ก็จะไม่รุนแรง 

แต่จะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระในบางครั้ง การรักษาในระยะนี้จึงเป็นการรักษาเบื้องต้น เช่น การกินผักและผลไม้ที่มีกากใยจำนวนมากเพื่อรักษาอาการท้องผูก 

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยให้กากอาหารนิ่มขึ้นและขับถ่ายได้สะดวกไม่ไปเสียดสีกับ ริดสีดวง ข้างใน ร่างกาย  ทำให้ริดสีดวงไม่เกิดการอักเสบ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ด้านนอก
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง วิธีการรักษา
  • ระยะที่ 2 ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น และเมื่อมีการเบ่งอุจจาระริดสีดวงจะสามารถโผล่พ้นทวารหนักออกมาได้ แต่เมื่อหยุดเบ่งแล้วริดสีดวงก็จะสามารถหดกลับไปในร่างกายได้เช่นเดิม 

ผู้ป่วยอาจจะสามารถสังเกตเห็นดวงในระยะนี้ได้ การรักษาในระยะนี้ก็เช่นเดียวกับระยะที่ 1 เพราะอาการคล้ายคลึงกันและมีเลือดปนออกมากับอุจจาระเช่นเดียวกัน เช่น การกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 

การดื่มน้ำวันละ 8 – 12 แก้ว แต่หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บหรือคันบริเวณทวารหนักมากทำความสะอาดทวารหนักโดยใช้น้ำอุ่นหลังการขับถ่ายได้ 

โดยอาจจะใช้เป็นทิชชู่เปียกเพื่อทำให้ทวารหนักได้รับการเสียดสีจากการทำความสะอาดน้อยที่สุด หรือสามารถใช้วิธีการประคบเย็นหรือประคบร้อนเพื่อรักษาการอักเสบของริดสีดวง

ริดสีดวง มีกี่ระยะ

  • ระยะที่ 3 ในระยะนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ป่วยบางคนมีการอักเสบของริดสีดวง ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และโผล่พ้นทวารหนักออกมาได้โดยการเบ่งอุจจาระ การไอ หรือการจาม ที่มีความรุนแรง 

และริดสีดวงจะไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้ ต้องเป็นต้องนิ้วที่มีเจลหล่อลื่นหรือสบู่ ช่วยดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน ในระยะนี้การอุจจาระก็ยังจะมีเลือดปนออกมานะเหมือนกับระยะที่ 1 และระยะที่ 2 การรักษาจึงทำได้ 

เช่น การกินผักและผลไม้รวมทั้งการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากมีอาการปวดทวารหนักควรทำการประคบเย็น ประคบร้อน หรือแช่ในน้ำอุ่นเพื่อช่วยในการรักษาการอักเสบของริดสีดวง 

รวมทั้งการทำความสะอาดทุกครั้งที่มีการถ่ายอุจจาระ เพื่อป้องกันไม่ให้ริดสีดวงมีอาการอักเสบหรือมีภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อโรค รวมทั้งหากมีอาการหนักขึ้นแพทย์จะใช้วิธีการฉีดยาเพื่อทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก 

หรือการใช้ยางรัดริดสีดวงไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงและจะทำให้หัวริดสีดวงฝ่อโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 แต่หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บมากจนเกินไปจะต้องยกเลิกวิธีการทำการรักษาโดยวิธีการใช้ยางรัด

ริดสีดวง ระยะ4 อาการ และการรักษา

  • ระยะที่ 4 การเป็น ริดสีดวง ข้างใน หรือริดสีดวงภายใน ในระยะนี้จะเป็นภาวะที่มีการแทรกซ้อนได้ง่ายที่สุด และเป็นระยะที่มีความรุนแรงของโรคมากที่สุด โดยริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มี การอักเสบ 

บางกรณีติดเชื้อเรื้อรังจนมีน้ำหนองไหลปนออกมากับอุจจาระและเลือดด้วย ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการขาดเลือดและร้ายแรงที่สุดคืออาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางโดยการขาดธาตุเหล็กได้ หูรูดทวารหนักในระยะที่ 4 จะทำงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ 

เนื่องจากริดสีดวงไปขัดขวางการทำงานของหูรูดทวารหนักทำให้ปิดไม่สนิท เกิดอุจจาระไหลออกมา ทำให้เกิดความสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นการทำความสะอาดเป็นไปได้ยาก การรักษาด้วยวิธีนี้นอกจากจะทำได้ดังในระยะที่ 1 – 3 อันได้แก่การกินผักผลไม้ การดื่มน้ำ การรักษาอาการปวดด้วยการแช่น้ำอุ่น 

การประคบเย็น ประคบร้อน การรักษาโดยแพทย์ ซึ่งใช้การฉีดยา และการใช้ยางรัดหัวริดสีดวง รวมทั้งหากมีอาการปวดใช้ยาแก้ปวดหรือยาหนีบ เพื่อบรรเทาอาการปวดได้แล้ว ยังจำเป็นต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วยเนื่องจากในระยะนี้อย่างที่กล่าวมาแล้วคือเกิดภาวะแทรกซ้อนและการอักเสบที่รุนแรง 

การผ่าตัดจึงจะเป็นการนำหัวริดสีดวงออกมาได้ในทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่ โดยการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องได้รับการวางยาสลบหรือการใช้ยาชา 

จึงจำเป็นต้องมีการงดน้ำและอาหารก่อนเที่ยงคืนของวันที่ได้รับการผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านและรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดให้หายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

ริดสีดวง ข้างนอก  อาการและการรักษา

การเกิด ริดสีดวง ข้างนอก หรือริดสีดวงภายนอกนั้นเช่นเดียวกับการเกิดริดสีดวงภายใน แต่การตรวจพบริดสีดวงจะสามารถทำง่าย เนื่องจากผู้ป่วยสามารถคลำและสังเกตได้ด้วยตนเอง เพริดสีดวงประเภทนี้จะอยู่บริเวณนอกสุดของรูทวารหนัก 

การรักษาจึงทำได้ง่ายกว่าและจะไม่มีเป็นระยะเหมือนกับริดสีดวงภายใน อาการจะไม่รุนแรงเท่ากับรดสีดวงภายใน อาจจะเนื่องมาจากการที่เราสามารถสังเกตเห็นและระมัดระวังได้ง่ายโดย ริดสีดวง ข้างนอก หรือริดสีดวงภายนอกนั้นจะมีอาการเจ็บๆคันคันบริเวณทวารหนัก โดยส่วนใหญ่ไม่พบเลือดออกปนกับอุจจาระ 

การรักษาทำได้เช่นเดียวกับการรักษาริดสีดวงภายใน เช่นการกินผักและผลไม้ที่มีกากใยเพื่อลดอาการท้องผูก การดื่มน้ำวันละ 8 – 12 แก้ว เพื่อให้น้ำไปหล่อเลี้ยงกากอาหารให้มีลักษณะนิ่มไม่แข็งลดการเสียดสีกับทวารหนัก การไม่อั้นอุจจาระอุจจาระเพราะจะทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำและแร่ธาตุออกจากกากอาหารจนหมด 

ริดสีดวง ภายนอก

จนทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง ลดการใช้ยาระบายหรือยาลดความอ้วนบางชนิด เพราะยาประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อย ทำให้การอาหารมีมวลน้อยอุจจาระได้ลำบากเกิดการแบ่งอุจจาระเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีการเบ่งมากขึ้นเส้นเลือดก็จะมีการโป่งพองมากยิ่งขึ้น 

ส่งผลทำให้เป็น ริดสีดวง ข้างนอก ได้เช่นกัน การผ่าตัดจะพบได้น้อยในการเป็นริดสีดวงประเภทนี้ เนื่องจากว่าเราได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที จึงมีผู้ป่วยน้อยรายมากที่จะได้รับการรักษาในลักษณะนี้

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ผ่าตัด ได้อย่างไร ราคาแพงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

การเจ็บป่วย เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ปราถนา เพราะทำให้เสียทั้งทรัพย์สินเงินทอง เสียทั้งเวลา และเสียทั้งโอกาสในการทำสิ่งใหม่ ๆ ยิ่งถ้าต้องเข้ารัการรักษาตัวด้วยการผ่าตัดด้วยแล้ว 

Table of Contents

ยิ่งทำให้ทุกคนเป็นกังวล เพราะต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับารผ่าตัดริดสีดวง ที่ผู้ป่วยหลายคนก็เกิดความกังวลเช่นเดียวกัน

ริดสีดวง ผ่าตัด แล้วหายไหม

การเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ส่วนใหญ่จะทำในการรักษาริดสีดวงที่อยู่ในขั้นรุนแรง โดยทั่วไปแผลที่เกิดจากการผ่าตัดจะดีขึ้นเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยต้องรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง และดื่มน้ำวันละ8-12 แก้ว รวมทั้งใยอาหารที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มซึ่งการเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ได้หลายวิธี ดังนี้

– การตัดเย็บริดสีดวง หากผู้ป่วยมีริดสีดวงหย่อยออกมาจากทวารหนัก จะใช้วิธีตัดเย็บริดสีดวงให้กลับเข้าไปในลำไส้ตรง เพื่อป้องกันเลือดไหลไปเลี้ยงริดสีดวง ทำให้เนื้อเยื่อเล็กลงและตายไปในที่สุด

ริดสีดวง ผ่าตัด

– การเย็บผูกริดสีดวงทวาร เป็นวิธีผ่าตัดเพื่อลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง ทั้งนี้แพทย์จะฉีดยาระงับความรู้สึกหลังจากนั้นจะส่องกล้องเข้าไปในทวารหนักเพื่อหาตำแหน่งของริดสีดวงและเย็บหลอดเลือดเพื่อไม่ให้ไปเลี้ยงริดสีดวงได้ จะเป็นวิธีที่ปลอดภัย มีความเสี่ยงน้อยที่จะทำให้เกิดเลือดออก ไม่เจ็บทวารหนักเมื่อมีการเบ่ง การขับถ่ายอุจจาระ

– การตัดริดสีดวง ใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงภายนอก โดยการฉีดยาระงับความรู้สึกหรือการฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนที่จะทำการผ่าตัดจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัด รอบทวารหนักและนำริดสีดวงออกมา ผู้ป่วยต้องพักฟื้นดูอาการที่โรงพยาบาล และกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านจนแผลหายดี

– การใช้อุปกรณ์ Ligasure ในการตัดริดสีดวงในแต่ละตำแหน่ง โดยไม่ต้องใช้ไหมเย็บ

– การใช้เครื่องมือต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลมในการตัดริดสีดวงทวาร กรณีที่เป็นหลายตำแหน่ง โดยมากมักใช้กรณีที่มีริดสีดวงทวารอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง กรณีนี้ผู้ป่วยจะไม่มีแผลภายนอกเลย

นอกจากเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด เพื่อทำการรักษาแล้วนั้น เมื่อหายดี ผู้ป่วยสามารถป้องกันการเป็นโรคนี้ซ้ำอีกได้โดย รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากๆดื่ มน้ำให้เยอะๆประมาณ8-12แก้วต่อวั นออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆ 

หรือการอ่านหนังสือในขณะขับถ่าย ปฏิบัติตัวในการใช้ชีวิตใหม่โดยการปรับพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำให้เป็นนิสัย โดยการฝึกโดยการฝึกขับถ่ายในทุกๆเช้าของทุกๆวัน แต่ถ้าหากถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือเลือดออกมากควรเข้าทำการรักษากับแพทย์โดยเร็ว 

เพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรค ว่าควรรักษาด้วยวิธีไหน หากเข้าทำการรักษากับแพทย์ อาจได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด ราคา แพงไหม

ริดสีดวง ผ่าตัด ราคา แพงไหม

หลายๆ คนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ริดสีดวง ผ่าตัด ราคา เท่าไหร่ ซึ่งเป็นแน่นอนอยู่แล้วว่าการรักษาของโรงบาลรัฐบาลต้องราคาย่อมเยากว่าโรงบาลเอกชน แต่ละโรงบาลรัฐบาลราคาก็ยังแตกต่างกันออกไป หากผู้ป่วยมีข้อสงสัยว่า ริดสีดวง ผ่าตัด ราคา โรงพยาบาลนั้นๆที่จะเข้าทำการรักษามีราคามากน้อยเพียงใด 

ก็ให้โทรสอบถามกับทางโรงพยาบาลก่อนก็ได้ ผู้ที่มีบัตรทอง 30 บาท หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ก็สามารถผ่าริดสีดวงในโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์ในการรักษาได้เช่นกัน โดยให้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลใดก็ได้เพื่อทำการเช็คสิทธิ์ว่าสามารถใช้สิทธิ์ในการรักษากับโรงบาลใดได้ 

ทั้งนี้ผู้ที่มีบัตรประกันสังคมก็สามารถทำการผ่าตัดริดสีดวงทวารได้ โดยโรงพยาบาลรัฐบาลหรือโรงพยาบาลเอกชนก็ได้ เนื่องจากประกันสังคมครอบคลุมการรักษาแต่ทั้งนี้ก็ต้องสอบถามกับประกันสังคมก่อนว่าใช้ค่ารักษาได้เท่าไหร่ครอบคลุมทั้งหมดหรือไม่ และต้องสำรองค่ารักษาก่อนหรือไม่ 

การรักษา โรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าค่าใช้จ่ายต้องมากกว่าทำการรักษากับโรงบาลรัฐบาลเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว ค่าผ่าตัดอาจแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาล2-3เท่าตัวด้วยซ้ำ ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลนั้นๆด้วย 

ดังนั้นก็ต้องเช็คราคาให้ถี่ถ้วนกับทางโรงพยาบาลก่อนจะเข้าทำการรักษา จะได้เตรียมค่าใช้จ่ายได้ถูก อาจเป็นอีกเหตุผลที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเข้าทำการรักษาการผ่าตัดกับทางโรงบาลรัฐบาลเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าโรงบาลเอกชนนั่นเอง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ผ่าตัด ราคา
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ
ริดสีดวง ออกกําลังกาย
ริดสีดวง อาหาร

ริดสีดวง อาหาร ที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ

ริดสีดวงทวารเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่ง โรคริดสีดวง อาหาร ที่ควรรับประทานคืออาหารที่ช่วยในการขับถ่ายได้ดี มีลักษณะย่อยได้ง่าย เช่น เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ผักและผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่ายได้ดี  รวมไปถึงการดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อช่วยให้อุจจาระไม่แข็ง

ริดสีดวง อาหาร ผัก

ส่งผลให้การขับถ่ายได้สะดวก อีกทั้ง ริดสีดวง อาหาร ที่ไม่ควรรับประทานหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อาหารแสลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างที่บอกไปแล้วว่า 

สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นริดสีดวงขั้นหนักจนต้องพึ่งการรักษาทางการแพทย์ สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ โดยโรค ริดสีดวง อาหาร ที่ไม่ควรรับประทานในช่วงระหว่างทำการรักษา มีดังนี้

– ในกลุ่มของผัก หลักๆจะเป็นหน่อไม้ดองทุกชนิด ชะอม กุฉ่าย มะละ แครอทกระหล่ำปลี ก่อนนำไปหินควรทำควรสะอาดและผ่านการทำสุกทุกครั้ง

ริดสีดวง อาหาร เนื้อ

– ในกลุ่มเนื้อสัตว์ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากๆ หลีกเลี่ยงพวกเครื่องในสัตว์ทุกชนิด

– ในกลุ่มของผลไม้ ผลไม้บางชนิดที่ส่งผลถึงระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายเช่นละมุด ขนุน ทุเรียน ลองกอง เสาวรส เป็นต้น

– ในกลุ่มอาหารทะเล แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารทะเลทุกชนิด ระหว่างการทำการรักษาริดสีดวงทวารอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง กั้ง ปลา เป็นต้น

– ในกลุ่มอาหารแปรรูป เป็นส่วนที่อยู่ห่างเป็นพิเศษ เช่น พวกของหมัก ของดอง ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือผัก ปลาส้ม หอยดอง ปลาหลน แหนม เบค่อน เป็นต้น

– ในกลุ่มของรสชาติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะ รสเผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด

– ในกลุ่มของเครื่องดื่ม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุก

โดยการรักษา ริดสีดวง อาหาร ที่รับประทานก็หลีกเหลี่ยงอาหารที่เป็นโทษแล้ว ยังควรทานยา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย ไม่ใช้ยาสวนเกินความจำเป็น

ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ ได้อย่างไร

ในการรักษาริดสีดวงทวารหนักนอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ริดสีดวงธรรมชาติบำบัด โดยวิธีดังนี้ ก็สามารถช่วยรักษาริดสีดวงได้

ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ

– การนั่งแช่ในน้ำอุ่น ผู้ป่วยสามารถนั่งแช่น้ำอุ่นในกาละมัง ซึ่งนั่งในน้ำอุ่นที่ใส่ดีเกลือ1ถ้วยลงไปในอ่างน้ำอุ่นแล้วนั่งแช่ นั่งแช่วันละ2-3ครั้งเพื่อให้ริดสีดวงยุบลง

– การประคบอุ่นหรือประคบเย็น ใช้ผ้าขนหนูดชุบน้ำอุ่น หรือน้ำเย็น ประคบที่ริดสีดวงโดยตรงประมาณ 10นาที วันละ4 – 5 ครั้ง เพื่อลดการอักเสบริดสีดวง

– ทำความสะอาดแผลริดสีดวง หลังจากการขับถ่ายอุจจาระ ต้องทำความสะอาดให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดความระคายเคือง อาจใช้ทิชชู่เปียกเช็ดทำความสะอาดก็ได้

– การนั่งเบาะรองนั่ง เพื่อช่วยลดแรงกดทับริดสีดวง วิธีนี้ไม่ใช่วิธีรักษาริดสีดวงแต่เป็นวิธีช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัว และลดการอักเสบของริดสีดวงทวารได้

– การรับประทายาสมุนไพร โดยมีตัวยาที่ได้จากสมุนไพรมากมายที่ช่วยในเรื่องของการรักษาริดสีดวงให้หัวริดสีดวงยุบ ฝ่อ และหลุดออกหรือสลายไปได้ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยมีตัวยาสำคัญ คือ ต้น ขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาสะคร้าน เหง้าโกฐน้ำเต้า ต้นกระพังโหม ใบมะขามแขก ดีเกลือ เป็นต้น

ยาริดสีดวง

ทั้งนี้ หาก ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ แล้วยังสามารถรักษาได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อาหารที่มีใยอาหารมากๆ รับประทานผักและผลไม้ที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่ดี 

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 – 12แก้ว เพื่อให้ขับถ่ายได้สะดวกปรับพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำใหม่ โดยการฝึกขับถ่ายในตอนเช้าของทุกวันเพื่อให้เป็นนิสัย และขับถ่ายเป็นเวลา รวมถึงห้ามอั้นอุจจาระหรือเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆออกกำลังกายเบาๆด้วยการเต้นแอโลบิก 

การเล่นโยคะ ก็จะสามารถช่วยในการรักษาริดสีดวงทวารได้ โดยคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องไปรับการวินิจฉัยจากแพทย์ด้วยซ้ำ แต่การรักษาโดยวิธีธรรมชาติ ผู้ป่วยต้องมีความอดทนและมีวินัยในตัวเอง

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ทําไงหาย ไม่เรื้อรัง วิธีการป้องกัน ไม่ให้กลับมาเป็นอีก

ริดสีดวงถือเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานกว่าจะแสดงอาการ และเป็นโรคที่ไม่อันตรายมากนัก สามารถรักษาหายได้ ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่ง เช่น เกิดที่บริเวณเปลือกตา บริเวณโพรงจมูก และทวารหนัก 

Table of Contents

ริดสีดวงแต่ละชนิดมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะถือว่าวิธีการใดการหนึ่งสามารถรักษาริดสีดวงได้ทุกตำแหน่งนั้นไม่ถูกต้อง

ริดสีดวง ทําไงหาย

          ริดสีดวง ทำไงหาย ไม่เป็นเรื้อรัง นั่นคงจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากทราบคำตอบ และวิธีการรักษาเนื่องจากทุกคนไม่มีใครอยากมีอาการป่วย จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้โรคที่ตัวเองเป็นนั้นสามารถหายขาดและไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง ในที่นี้ขอกล่าวถึงการรักษาริดสีดวงทวาร โดยวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือการรักษาด้วยตนเอง และการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ริดสีดวง ทําไงหาย

  • การรักษาริดสีดวงด้วยตนเอง ถือเป็นวิธีการที่รักษาโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างที่ทราบกันว่าริดสีดวงไม่ใช่โรคที่มีความอันตรายมากนัก ดังนั้น การรักษาริดสีดวงจึงจำเป็นต้องรักษาตามความรุนแรงของโรคจะดีที่สุด โดยสามารถทำได้ ดังนี้
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร โดยกินอาหารที่มีกากใหญ่เป็นประจํา ซึ่งได้แก่ อาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพราะอาหารที่มีกากใยจะช่วยในการรักษาอาการท้องผูก ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อย 8-12 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยให้กากอาหารที่เรากำจัดออกในรูปแบบอุจจาระ ซึ่งทูกับไว้ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายนิ่มไม่แข็ง จะทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น
 
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย โดยไม่อั้นอุจจาระ ไม่เบ่งอุจจาระเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำ ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพองเกิดเลือดคั่งเนื่องจากเลือดไหลกลับไม่สะดวก และกลายเป็นริดสีดวงในที่สุด รวมทั้งไม่เล่นมือถือหรืออ่านการ์ตูนขณะขับถ่าย เนื่องจากจะทำให้เรารักความสนใจในการขับถ่าย และไปมีสมาธิกับมือถือการ์ตูนมากเกินไปทำให้การเข้าห้องน้ำใช้ระยะเวลานาน เป็นผลเสียต่อการขับถ่ายส่งผลต่อการท้องผูกในอนาคต
      • การประคบด้วยน้ำอุ่นหรือการแช่ในน้ำอุ่นเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง บางกรณีอาจจะใช้การปกคลุมด้วยน้ำเย็นก็สามารถลดการอักเสบของริดสีดวงได้
      • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ลำไส้สามารถทำงานได้สะดวก และระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
      • การใช้ยาสมุนไพร ยาสมุนไพรถือเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน ซึ่งอาจใช้ยาสมุนไพรที่มีสมุนไพร เช่น ต้นขลู่ เหง้าโกฐน้ำเต้า ต้นกระพังโหม ยาดำ ใบมะขามแขก เถาสะค้าน จะช่วยในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจากแพทย์
  • การรักษาริดสีดวงโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะกระทำก็ต่อเมื่อริดสีดวงมีการอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถทำได้โดย การฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงยุบ การใช้ยางรัดบริเวณหัวริดสีดวงเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนหัวของริดสีดวง ทำให้หัวริดสีดวงพอและหลุดออกมาเอง และวิธีการผ่าตัดริดสีดวง ซึ่งส่วนใหญ่หลายๆคนจะรู้จักการรักษาริดสีดวงโดยวิธีนี้มากที่สุด และถือเป็นวิธีที่คนป่วยกลัวมากที่สุดเช่นเดียวกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง วิธีการรักษา

ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด รักษาโรค

          โรค ริดสีดวง ผ่าตัด เพื่อนำหัวริดสีดวงออก เป็นวิธีการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้วินิจฉัย ว่าผู้ป่วยควรจะรักษาโรคด้วยวิธีนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่โรคนี้จะใช้ในการรักษาริดสีดวงที่มีความรุนแรงมากและเสี่ยงต่อการลุกลามของโรค 

โดยในการผ่าตัดริดสีดวงแต่ละครั้งนั้น จำเป็นต้องให้ยาชากับผู้ป่วยโดยการฉีดบริเวณรอบรอบทวารหนัก เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมานในขณะทำการผ่าตัด โดยวิธีการผ่าตัดดูดวงนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

  • การใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม วิธีนี้ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงลำไส้ในหลายตำแหน่งส่วนใหญ่จะมากกว่า 3 ตำแหน่ง โดยวิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลภายนอกทวารหนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูง และอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นรูทวารตีบ หรือเกิดรูที่ทะลุระหว่างช่องทวารหนักตัวอย่างช่องคลอดได้
  • การใช้อุปกรณ์พิเศษ เป็นวิธีที่ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงทวารเครื่องมีเพียง 1-2 ตำแหน่งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดีเมื่อทำการผ่าตัดริดสีดวงทวารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยการรักษาสุขภาพเพื่อให้แผลริดสีดวงนั้นหายเป็นปกติตามคำแนะนำของแพทย์

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

          ริดสีดวง ข้างใน หรือ เรียกอีกอย่างว่าริดสีดวงภายใน อย่างที่ทราบกันดีว่าริดสีดวงทวารมีอยู่ 2 ประเภท คือริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน โดยริดสีดวงภายในเกิดจากการที่เส้นเลือดดำโป่งพองเนื่องจากหลายสาเหตุ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับไม่สะดวก 

เกิดการคั่งของเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายจนเป็นลิ่มเลือด จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆขึ้น ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่สามารถสังเกตและคลำพบได้ในระยะแรกเนื่องจากเกิดอยู่ข้างในร่างกายมนุษย์  ริดสีดวงภายใน สามารถแบ่งระยะได้ตามความรุนแรงของอาการริดสีดวงที่เกิดขึ้น ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เกิดการโป่งพองของเส้นเลือดดำจนลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักมีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น เวลาอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาด้วย
  • ระยะที่ 2 ในระยะนี้หมอริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อมีการเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะสามารถโผล่ออกมาจากดูทวารหนักได้ และเมื่อหยุดเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะกลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เช่นเดียวกันระยะนี้การขับถ่ายก็มีเลือดปนออกมาด้วย

ริดสีดวง ข้างใน

  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ และเริ่มไม่สามารถโหดกลับไปตำแหน่งเดิม หากอยากนำหัวริดสีดวงกับเข้าไปภายในร่างกายใหม่ จำเป็นต้องสวมถุงมือใช้สบู่หรือเจลหล่อลื่นช่วยในการดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในทวารหนักเช่นเดิม
  • ระยะที่ 4  เป็นระยะที่ถือว่ามีอาการของโรครุนแรงที่สุด เนื่องจากมีอาการปวดและอักเสบบริเวณทวารหนักมากยิ่งขึ้น มีอาการเหลืองซีดจากการสูญเสียเลือด ระยะนี้หัวริดสีดวงจะอยู่นอกทวารหนัก และจะไม่สามารถนำกลับเข้าไปในร่างกายได้ ในบางรายจะมีน้ำหนองไหลออกมาพร้อมกับเลือดปนในอุจจาระขณะมีการขับถ่าย ทำให้ทวารหนักมีการเปรียบชีวิตอยู่เสมอ หากไม่ทำความสะอาดบางรายริดสีดวงก็สามารถส่งกลิ่นได้  และระยะที่ 4 ถือว่าเป็นระยะที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

          ริดสีดวง ข้างนอก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงประเภทนี้ สามารถรักษาให้หายได้เร็วกว่าริดสีดวงภายใน เนื่องจากเมื่อมีการทำความสะอาดร่างกายเราสามารถจับหรือคลำเจอได้ เพราะริดสีดวงภายนอกเกิดอยู่นอกร่างกายบริเวณรอยย่นของทวารหนัก 

ซึ่งก็เกิดจากเส้นเลือดดำมีการโป่งพองทำให้เกิดลิ่มเลือด ริดสีดวงประเภทนี้จะมีอาการเจ็บและคันบริเวณท้องและทวารหนักอยู่บ้าง แต่โดยส่วนใหญ่จะไม่พบเลือดไหลปนออกมาพร้อมกับริดสีดวง ซึ่งริดสีดวงภายนอกหากปล่อยไว้บางกรณีจะหายเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ 

แต่บางกรณีริดสีดวงจะยุบลงไม่หมดทำให้มีลักษณะเหมือนมีติ่งห้อยอยู่บริเวณทวารหนัก แต่หากริดสีดวงมีอาการอักเสบจนถึงขั้นมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระ ก็จะรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรแล้วหากมีการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อนำหัวริดสีดวงออกจริง 

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

เมื่อมีการกลับมาพักฟื้นที่บ้านผู้ป่วยยังต้องจำเป็นที่จะต้องรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดริดสีดวงให้หายขาด ซึ่งแพทย์จะช่วยแนะนำวิธีการรักษาแผลจากการผ่าตัดริดสีดวงให้กับผู้ป่วยได้ทราบ

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลย จำเป็นต้องมีการรักษาเพื่อให้รู้สึกดวงไม่รู้การกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต และเมื่อรักษาให้หายแล้วก็ควรที่จะปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเป็นริดสีดวงทวารซ้ำอีก โดยการรับประทานผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงดื่มน้ำวันละ 6 – 8 แก้ว 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ ให้เอื้อต่อการลดอาการท้องผูก  ออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 20-30 นาทีเพื่อควบคุมการทำงานของลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ 

และยังสามารถช่วยในระบบย่อยอาหารได้ด้วย หากผู้ป่วยทำการรักษาควบคู่ไปกับการป้องกันโรคก็จะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นริดสีดวงอย่างถาวร ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

Categories
ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง เป็นอย่างไร มีสาเหตุมาจากอะไร

เชื่อหรือไม่ว่าหากพูดถึงริดสีดวง หลายคนคงคิดถึงอาการของการเป็นริดสีดวงบริเวณทวารหนัก แต่ที่จริงแล้วริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้หลายที่ เช่น เกิดขึ้นที่เปลือกตา เราจะเรียกว่าริดสีดวงตา เกิดขึ้นที่เนื้อเยื่อโพรงจมูกเราจะเรียกว่าริดสีดวงจมูก 

Table of Contents

อย่างไรก็ดีคนส่วนใหญ่จะเป็นริดสีดวงทวารมากที่สุด แต่หลายคนทราบแค่เพียงว่าริดสีดวงทวารนั้นมีอาการปวดเวลานั่งเท่านั้นเอง

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง มีสาเหตุมาจากอะไร

          ก่อนที่ทุกคนจะไปทำความเข้าใจว่า ริดสีดวง ปวดหน่วง นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร จะต้องทราบก่อนว่าริดสีดวงเกิดจากอะไร โดยถ้าพูดถึงริดสีดวงทวารเกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักโป่งพองจากสาเหตุต่างๆ โดยริดสีดวงทวารนั้นก็มีทั้งหมด 2 ประเภท คือภายใน และริดสีดวงภายนอก 

ซึ่งริดสีดวงภายใน มีสาเหตุจากการเกิดตุ่มจากการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนริดสีดวงภายนอกก็เกิดจากการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำที่เกิดขึ้นบริเวณรอยย่นภายนอกของทวารหนัก ซึ่งจะเป็นริดสีดวงภายในหรือริดสีดวงภายนอกภาย 

ในริดสีดวงนั้นจะมีเส้นประสาทรับความรู้สึกที่มีหน้าที่รับความรู้สึกและสั่งการว่าเราควรจะรู้สึกเจ็บ สบายตัว หรือเฉยๆ  โดยเริ่มแรกริดสีดวงจะไม่มีอาการเจ็บหรืออาการปวดถ้าเป็นริดสีดวงภายในจะมีเพียงเลือดที่ออกมากับอุจจาระเท่านั้น 

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปริดสีดวงจะเกิดการอักเสบมากขึ้นทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหน่วงบริเวณช่องท้องจนถึงทวารหนัก สาเหตุที่ทำให้มีการอักเสบของริดสีดวงจนทำให้เรารู้สึกปวดหน่วงนั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ ดังนี้

  • เกิดจากการเบ่งโดยใช้ลมในช่องท้องมากเกินไปหรือเป็นระยะเวลานาน โดยสาเหตุของการเบ่ง เช่น อาการท้องผูก การไอหรือจามเรื้อรัง
  • เกิดจากอุจจาระมีก้อนแข็งเกินไป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อุจจาระมีก้อนแข็ง เช่น การดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8-12 แก้ว
  • เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อยเกินไป เช่น ผักและผลไม้
  • เกิดจากการกดทับเส้นเลือดฝอยบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเป็นระยะเวลานาน เช่น การอุ้มท้องของสตรีมีครรภ์ ซึ่งการอุ้มท้องของสตรีมีครรภ์นั้นจะทำให้บริเวณมดลูกขยายตัวเกิดการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกราน จนทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวารในที่สุด

ริดสีดวง ออกกําลังกาย เป็นได้หรือไม่

หลายคนคงตลกกับประโยคที่ว่า ริดสีดวง ออกกำลังกาย ก็เป็นได้ แน่นอนมันค่อนข้างจะเป็นเหตุผลที่ย้อนแย้ง ในเมื่อทุกคนทราบว่าการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่ทำไมการออกกำลังกายจึงทำให้มีผลต่อการเป็นริดสีดวงทวารได้ 

แน่นอนว่าการออกกำลังกายในส่วนของการเล่นกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือการซิทอัพ สามารถเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวารได้ แต่ทุกท่านอย่าเพิ่งตกใจ หากคุณทำท่า sit up หรือออกกำลังกายหน้าท้องให้ถูกวิธีก็จะไม่ก่อให้เกิดการเป็นริดสีดวงทวาร 

ซึ่งปกติแล้วการออกกำลังกายหรือการเล่นหน้าท้องนั้นจะต้องมีการหายใจเข้าออกตามปกติไม่มีการกลั้นหายใจ แต่เมื่อไหร่ที่ออกกำลังกายผิดวิธีโดยมีการกลั้นหายใจขณะทำการซิทอัพจะทำให้เกิดแรงเบ่งและแรงดันภายในเส้นเลือดดำ 

ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพองเลือดไหลกลับได้ไม่สะดวก เกิดการคั่งของเลือดกลายเป็นลิ่มเลือดอันเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร เช่นนั้นแล้วหากจะพูดกันตามตรงการออกกำลังกายจะไม่ทำให้เราเป็นโรคริดสีดวงทวารหากออกกำลังกายอย่างถูกวิธี 

โดยการออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นควรจะออกประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีต่อการเป็นริดสีดวงทวารก็คือ จะทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

และสามารถลดแรงกดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่เหนือรูทวารได้อีกด้วย

ในกรณีที่คุณเป็นริดสีดวงทวารอยู่แล้ว แต่ต้องการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงนั้นก็สามารถทำได้โดย

ริดสีดวง ออกกําลังกาย ว่ายน้ำ

  • การว่ายน้ำ ซึ่งเชื่อว่าการลงไปแช่ในน้ำจะช่วยระบายความร้อนกระจายเลือดลมให้ทั่วทั้งร่างกายได้เป็นอย่างดี และการว่ายน้ำจะไม่มีแรงกระแทกไม่เกิดแรงดันภายในมากนัก เน้นการหายใจเข้าออกและเน้นการใช้กล้ามเนื้อส่วนบนมากกว่าส่วนล่าง ไม่เกิดการสะสมของเลือดไปที่ติ่งริดสีดวงเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นการออกกำลังกายในแนวราบ
  • การเต้นแอโรบิค จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกายได้เป็นอย่างดี เป็นการขยับร่างกายพอประมาณไม่หนักจนเกินไป ซึ่งการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิคนั้นสำหรับคนที่เป็นริดสีดวงทวารไม่ควรจะให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายมากเพื่อ ป้องกันการเสียดสีของริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง ออกกําลังกาย แอโรบิค โยคะ

  • การเล่นโยคะ ในการเล่นโยคะนั้นจะเป็นการกำหนดลมหายใจฝึกให้เรามีสมาธิและปรับเลือดลมในร่างกายให้อยู่ในสมดุล ลดการกระจุกของเลือดบริเวณติ่งริดสีดวง ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย

การวิ่ง jogging หรือการเดินเป็นวิธีการออกกำลังกายอย่างง่าย ซึ่งสำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวงไม่ควรที่จะเดินหรือวิ่งเร็วมากนัก แต่ให้เน้นการเดินหรือวิ่งอย่างต่อเนื่องแทน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ค่ารักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง ออกกําลังกาย
ริดสีดวง อันตรายไหม

การเป็น ริดสีดวง อันตรายไหม

ผู้ป่วยหลายๆท่านมักเกิดความกังวลในการป่วย ดังนั้น จึงมักจะถามคำถามกับคุณหมอว่า การเป็น ริดสี ดวงอันตรายไหม ซึ่งการเป็นริดสีดวงนั้นจะใช้ระยะเวลานานกว่าโรคอื่นๆ โดยคนเราบางคนจะเป็นริดสีดวงและแสดงอาการออกมาได้ก็ใช้เวลานานนับปี 

และถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ป่วยด้วยโรคนี้เนื่องจากริดสีดวงมีความเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยกว่าโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคตับ โรคธาลัสซีเมีย และวิธีการรักษาริดสีดวงก็ไม่ได้ยุ่งยากเท่ากับโรคเหล่านั้นด้วยที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ที่ชำนาญการเป็นเวลานาน 

ริดสีดวง อันตรายไหม

แต่หากป่วยเป็นริดสีดวงแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลรักษาสุขภาพตัวเองมากกว่า โดยผู้ป่วยน้อยคนนักที่จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ หากริดสีดวงไม่มีการอักเสบหรือเสี่ยงต่อการมีโรคแทรกซ้อนก็ไม่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโดยการฉีดยา 

การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง การเย็บติดหัวริดสีดวง รวมกระทั่งการผ่าตัดจากแพทย์ กลับกันแพทย์จะเป็นผู้แนะนำให้ผู้ป่วยดูแลรักษาสุขภาพตัวเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆเพื่อให้ริดสีดวงนั้นสามารถหายเองได้ดังนี้

  • กินอาหารที่มีกากใยจำนวนมาก ได้แก่ อาหารในกลุ่มของผักและผลไม้ เพื่อลดอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อที่จะให้น้ำไปหล่อเลี้ยงกากอาหารไม่ให้แข็งจนเกินไป ซึ่งหากกากอาหารแข็งมากจะเป็นผลเสียในขณะที่ขับถ่ายอุจจาระ เพราะจะทำให้กากอาหารไปครูดกับริดสีดวงทำให้เกิดการอักเสบได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยในเรื่องของการควบคุมการทำงานของลำไส้ และการทำงานของระบบย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย หรือยาสวนทวารหนักหากไม่จำเป็น เพราะการใช้ยาในกลุ่มนี้จะทำให้เราไม่สามารถขับถ่ายด้วยตัวเอง และนำมาซึ่งปัญหาอาการท้องผูกในอนาคต
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย โดยไม่ควรเบ่งอุจจาระและไม่ควรกลั้นอุจจาระเพราะจะทำให้การอาหารแข็ งตัวควรจะเข้าห้องน้ำทุกครั้งเมื่อมีอาการปวดท้อง
  • หากคุณเป็นริดสีดวงและมีอาการเจ็บ สามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือนั่งแช่ในน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นเพื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวง โดยลองพิจารณาเองว่าการแช่ในน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นที่ช่วยให้อาการปวดของริดสีดวงของท่านทุเลาลงได้มากกว่ากัน

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

การเป็น ริดสีดวง ค่ารักษา แพงไหม

การเป็น ริดสีดวง ค่ารักษา ถือเป็นปัญหาหลักที่สำคัญซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่กังวลในการรักษา ซึ่งเราจะทราบอยู่แล้วว่าหากริดสีดวงมีการอักเสบหรือไม่ได้เข้าสู่ระยะที่ 4 ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หรือการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ แต่อย่างไรก็ดีผู้ป่วยบางคนมีอาการริดสีดวงที่รุนแรง

ต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำหัวริดสีดวงออก จึงกังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล โดยหากจะแบ่งโรงพยาบาล สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน ในโรงพยาบาลเอกชนนั้นค่ารักษาค่อนข้างที่จะสูงซึ่งอยู่ราวๆ 20,000 ถึง 30,000 บาทเป็นอย่างต่ำ 

การรักษาในโรงพยาบาลเอกชนนั้นเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีรายได้ค่อนข้างสูงหรือมีประกันสังคมที่ประกันสังคมครอบคลุมในการรักษาในโรคนี้ แต่หากเราต้องการเซฟค่าใช้จ่ายในการรักษา การรักษาในโรงพยาบาลรัฐก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าโรงพยาบาลเอกชนมากนัก 

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

โดยการรักษาจะสามารถใช้บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบางโรงพยาบาลต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของโรงพยาบาลด้วยหากการผ่าตัดของท่านไม่ได้ใช้เครื่องไม้เครื่องมือหรือยารักษา ที่เกินกว่าบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมได้

ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่หากมีเครื่องไม้เครื่องมือที่อยู่นอกเหนือจากที่บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะครอบคลุมได้ค่าใช้จ่ายในการรักษาจะอยู่ประมาณ 10,000 บาท  

ดังนั้นก่อนที่จะทำการรักษาผู้ป่วยควรจะสอบถามค่ารักษาจากโรงพยาบาลที่ต้องการทำการรักษาก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่แน่ชัดมากยิ่งขึ้น

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ระยะ4 อันตรายแค่ไหน แล้วมีวิธีการ รักษาอย่างไร

ริดสีดวง ระยะ 4 เป็นริดสีดวงที่เกี่ยวกับทวารหนัก ซึ่งริดสีดวงทวารหนักจะมีทั้งหมด 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และภายนอก ริดสีดวงภายในจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 โดยริดสีดวงในระยะที่ 4 เป็นระยะที่มีความรุนแรงที่สุดของโรคริดสีดวงภายใน

Table of Contents

 

ริดสีดวง ระยะ4 สาเหตุและอาการของโรค

ริดสีดวง ระยะ4  เป็นริดสีดวงภายในที่สังเกตเห็นได้เด่นชัดที่สุด เนื่องจากจะมีอาการปวด อาการบวมและอาการอักเสบของรูทวาร เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดไหลออกมาเป็นประจำ และสามารถมองเห็นได้หลังการขับถ่าย 

โดยผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีน้ำหนองไหลปนออกมากับอุจจาระและเลือดด้วย ทำให้มีอาการคัน เปียกชื้นตลอดเวลา การที่จะรักษาจึงถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากไปด้วย และถ้าอาการ้ายแรงึ้น อาจจะมีการส่งกลิ่นเหม็นออกมาด้วย และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ง่าย 

ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย ตัวซีด เนื่องจากสูญเสียเลือดเป็นเวลานาน มีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในผู้ป่วยบางกรณีก่อให้เกิดอาการหน้ามืดเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงระยะ 4 จะแสดงอาการที่เห็นได้ชัดกว่าระยะอื่น โดยการรักษาสามารถทำโดยการผ่าตัด เพื่อเป็นการนำริดสีดวงออกอย่างรวดเร็ว และไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา

ริดสีดวง ระยะ4 สาเหตุและอาการของโรค

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

การรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยโรค ริดสีดวง ผ่าตัด ริดสีดวงนั้น เป็นวิธีที่ทำให้ได้เด็ดขาดและสามารถทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่ทุกคนคาดเอาไว้การผ่าตัดริดสีดวงนี้จะมักใช้กับผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงภายในระยะที่ 4 

เนื่องจากขนาดของริดสีดวงมีขนาดใหญ่และไม่สามารถนำหัวริดสีดวงกับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ โดยในอดีตผู้ป่วยที่ทำการรักษาโดยการผ่าตัดนั้น ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากต้องทำการฉีดยาเข้าไปบริเวณช่องน้ำในไขสันหลัง 

ซึ่งยาที่ฉีดให้แก่ผู้ป่วยจะเป็นยาชาเพื่อระงับอาการปวดในระหว่างการผ่าตัด แต่ในปัจจุบันพบว่าสามารถฉีดยาชาให้ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดโดยจะฉีดเฉพาะรอบรูทวารเพื่อที่จะระงับความเจ็บปวดในขณะทำการผ่าตัด วิธีนี้จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าในอดีตมาก 

การปวดแผลจะมีน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่รักษาด้วยการผ่าริดสีดวงนั้น หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านได้ 

และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วผู้ป่วยจะต้องทำการกินยาหรือว่าดูแลรักษาแผลอันเนื่องจากการผ่าตัดริดสีดวงให้หาย โดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่ทำการผ่าตัดเสร็จสิ้นใหม่ ๆประมาณ 1-2 วันจะเกิดอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก 

ดังนั้นผู้ป่วยสามารถใช้ยาสอดเพื่อช่วยในการขับถ่ายได้ในระยะแรก แต่ต้องพยายามเข้าห้องน้ำและขับถ่ายด้วยตัวเอง ไม่ควรใช้ยาช่วยเป็นระยะเวลานานเพราะถ้าหากใช้ยาสอดบ่อยเกินไปจะส่งผลเรื้อรังในภายหลังได้

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

ผ่า ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารหรือไม่

ในการทำการ ผ่า ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารทุกชนิดและเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืนก่อนวันผ่าริดสีดวง เพราะอาจจะทำให้การรักษานั้นเกิดความผิดพลาดได้ และอาจเกิดอาหารขวางหลอดลมในขณะที่ผู้ป่วยไม่ได้สติจากการได้รับยาสลบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นจึงมีการงดเครื่องดื่มและอาหารก่อนการผ่าตัดอยู่เสมอ 

ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการผ่าตัดริดสีดวงเท่านั้น แต่การผ่าตัดโรคชนิดอื่น ๆ ก็ห้ามกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มเช่นเดียวกัน แต่กรณีที่ผู้ป่วยยังไม่รับการผ่าตัดหรืออยู่ในช่วงรักษาหัวริดสีดวงให้หลุดออกเองนั้นอาหารที่ไม่ควรรับประทานได้แก่

  • อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ย่อยยาก เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อจระเข้ เนื้อควาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก และอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ยังไม่มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบ จึงไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหาโรคท้องผูกแต่อย่างใด
  • อาหารจำพวกอาหารแปรรูป ซึ่งอาหารเหล่านี้มักมีสารตกค้างอยู่ในภาชนะที่บรรจุและอาหารอยู่เสมอ ดังนั้นการงดอาหารประเภทนี้ได้จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับอันตรายจากสารที่ตกค้านอยู่ในภาชนะ และอาหาร
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เช่น เคื่องดื่มชูกำลัง เหล้า เบียร์ กาแฟ เป็นต้น
  • กลุ่มผักและผลไม้บางชนิด เช่น มะขามเปียก ลำไย หน่อไม้ กะหล่ำปลี แครอท สับปะรด เป็นต้น โดยผักเหล่านี้ต้องทำให้สุกก่อนรับประทาน

แนะนำ ริดสีดวง ยารักษา ให้หายขาด

          หากพูดถึงรูปริดสีดวงยารักษามีความจำเป็นต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากผู้ป่วยหลายคนกลัวที่จะได้รับการผ่าตัดซึ่งมันก็ไม่จำเป็นที่จะได้รับการผ่าตัดในทุกระยะแต่ผู้ป่วยก็ยังรู้สึกกลัวไม่หายเพราะคำว่าผ่าตัดคือการที่ทุกคนต้องสลบไม่รู้สึกใดๆ

แต่สิ่งที่ผู้ป่วยหลายๆคนกลัวนั้นกลัวที่จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ดังนั้นการใช้ยารักษาจึงเป็นหนทางออกของผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยยาที่ใช้ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้นจะเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์หรือยาที่แพทย์เป็นบุคคลเป็นคนจ่ายให้และยาสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายๆชนิด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง ห้ามกิน
ริดสีดวง ภายนอก

ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวงทวารได้โดยยาที่แม่จ่ายให้ก็จะเป็นยาจำพวกที่ใช้แล้วมีอาการชาบรรเทาอาการปวดลดการอักเสบซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะและช่วยในการหดตัวของหลอดเลือด ส่วนยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาริดสีดวงก็มีได้หลายชนิดขึ้นอยู่กับบริษัทยาต่างๆ

จะจัดหาและจำหน่ายยารักษาริดสีดวงทวารที่ดีควรมีส่วนประกอบที่ทำให้รักษาโรคนี้ให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นอีกบอกราคาการผ่าตัดริดสีดวงทวารนอกจากนี้ควรเป็นยาที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ส่วนผสมของยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคควรมีส่วนผสมของสมุนไพรเหล่านี้

  • ต้นอัคคีทวารซึ่งเป็นต้นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยในการย่อยอาหารการขับลมและช่วยทำให้ริดสีดวงยุบฝ่อ
  • ต้นกระพังโหมซึ่งมีสรรพคุณในการขับลงได้เป็นอย่างดีช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆทำให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถขับถ่ายด้วยตนเองสามารถขับถ่ายได้และไม่เป็นก้อนแข็งแรงเสียดสีกับรูทวารซึ่งเป็นบริเวณที่มีความบอบบางเป็นอย่างมากและยังช่วยรักษาแผลจากริดสีดวงทวารได้
  • เงาโกฐน้ำเต้าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงระบบต่างๆให้เป็นปกติช่วยรักษาสมดุลของร่างกายช่วยในการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร
  • ใบมะขามแขกมะขามแขกนี้มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการท้องผูกการขับถ่ายได้ยากหรือการถ่ายไม่ออกเลยซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และแก้ริดสีดวงทวารได้

ยา ริดสีดวง pantip

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะอันตรายไหม

เคยสงสัยหรือไม่ว่าการเป็นริดสีดวงถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น ริดสีดวงทวารถึงจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงแต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยโดยโรคนี้กว่าจะแสดงอาการใช้เวลานานนับ 10 ปี ดังนั้นแน่นอนว่าพรุ่งนี้จะต้องสะสมเชื้อโรคหรือความเสี่ยง

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะอันตรายไหม

ที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนไว้อย่างแน่นอนดังนั้นหาทำการปล่อยปละละเลยโลกนี้บอกได้เลยว่ามันสามารถสร้างอันตรายจนถึงชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างไม่ยากโดยริดสีดวงทวารมีอันตรายตั้งแต่สร้างความรำคาญจนถึงชีวิตได้ดังนี้

  • การรู้สึกเจ็บๆคันๆบริเวณช่องท้องในขณะที่มีการขับถ่ายแต่ไม่รุนแรงนักส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยมากกว่า
  • การมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระในขณะที่ขับถ่ายในขณะที่มีอาการแบบนี้ผู้ป่วยหลายคนคงจะเสียสุขภาพจิตไม่น้อยเนื่องจากพยายามที่จะคิดว่าตัวเองเป็นโรคอะไรและร้ายแรงหรือไม่
  • การรู้สึกเจ็บปวดที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นค่ะมีการเบ่งอุจจาระหรือแม้กระทั่งการนั่งเพราะในระยะนั้น ริดสีดวงเริ่มมีอาการอักเสบประกอบกับในเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มริดสีดวงนั้นมีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ด้วยดังนั้นหากมีการกระทบริดสีดวงเพียงเล็กน้อยจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก
  • มีร่างกายที่ที่เหลืองอันเนื่องมาจากการสูญเสียเลือดเป็นเวลานานซึ่งเลือดนั้นก็คือเลือดที่ปนออกมากับอุจจาระที่ขับถ่ายแต่ละครั้งนั่นเอง
  • มีอาการหน้ามืดเฉียบพลันอันเนื่องมาจากการสูญเสียเลือด
  • เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

คุณแม่มือใหม่กับการเป็น ริดสีดวง คนท้อง มีโอกาสเกิดขึ้นไหม?

คุณแม่หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า คนที่กำลังตั้งท้องมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนท้องจะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารได้มากกว่าคนปกติ 

ซึ่งสำหรับคนท้องเองไม่เป็นเรื่องแปลกนักที่จะเป็นโรคนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เ นื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างของภาวะตั้งครรภ์ที่เอื้อต่อการเป็นริดสีดวงทวาร

 

Table of Contents

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

          การเป็นโรค ริดสีดวง คนท้อง นั้นเกิดขึ้นได้จาก การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายเพศหญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่มีเลือดคั่งไหลออกมา จนเลือดที่ไหลออกมานั้นมีแรงดันสูงส่งผลให้เกิดหลอดเลือดดำโป่งพองคล้ายกับมีตุ่มเนื้อ หรือก้อนเนื้อเกิดขึ้น 

เวลาผู้ป่วยขับถ่ายจึงจะรู้สึกเจ็บรวมถึงอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา คุณแม่หลายคนมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว อันเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รวมถึงการที่คุณแม่กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยจะทำให้มดลูกมีการขยายตัวและมีการกดทับที่อุ้งเชิงการมากยิ่งขึ้น 

ประกอบกับเมื่อตั้งครรภ์จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดดำโป่่งพองเพิ่มมากขึ้น โดยริดสีดวงทวารที่คุณแม่มือใหม่ทุกท่านอาจจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ จะเป็นริดสีดวงภายใน นั่นหมายถึงว่าจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักส่วนบน 

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ยิ่งคุณแม่มีการเบ่งอุจจาระมากเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การโป่งพองของเส้นเลือดดำมีมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารมากขึ้นเช่นกัน เมื่อทราบดังนี้แล้วการป้องกันโรค 

และการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่หลายคนควรที่จะรู้ไว้ และจากสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถบอกได้ว่า ริดสีดวง คนท้องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นคุณแม่จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองในขณะที่กำลังอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวาร

โรค ริดสีดวง อันตรายไหม หากเทียบกับโรคอื่น

เมื่อกล่าวถึงริดสีดวงขณะตั้งครรภ์ ทำให้รู้ว่าคุณแม่มือใหม่ก็สามารถเป็นริดสีดวงลักษณะนี้ได้ และหากถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ก็สามารถตอบได้ชัดว่าริดสีดวงมีความอันตรายขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยสุขภาพของผู้ป่วย และระยะของริดสีดวงด้วย นั่นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงให้ความสำคัญโรคนี้เพิ่มมากขึ้น 

โดยต้องบอกก่อนว่าริดสีดวงทวารไม่เป็นอันตรายขณะตั้งท้อง และไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยแต่อย่างใด แต่ริดสีดวงสามารถทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บทวารหนัก และมีเลือดออกขณะขับถ่ายได้  อย่างไรก็ดีโรคนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานจึงจะสามารถแสดงอาการออกมา  ดังนั้นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านสามารถวางใจได้ว่าในขณะที่คุณแม่อุ้มท้องลูกอยู่ 9 เดือนนี้ 

ริดสีดวงของคนท้องจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาหรือหากแสดงอาการออกมาก็จะมีความรุนแรงค่อนข้างน้อย และหากเปรียบความอันตรายของริดสีดวงกับโรคร้ายอื่นๆเช่น  covid – 19  มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลิ้นหัวใจรั่ว และโรคตับแข็ง เป็นต้น 

ริดสิดวง มะเร็งลำไส้

ถือได้ว่าโรคริดสีดวงทวารนี้ยังเป็นโรคที่อันตรายน้อยมากหากเทียบกับโรคที่กล่าวมาข้างต้น แต่คุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะหากปล่อยโรคนี้ให้เรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ริดสีดวงมีการติดเชื้อและสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด 

เช่นนี้แล้วการปฏิบัติตัวให้ตนเองไม่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด สำหรับคุณแม่สามารถป้องกันตนเองหรือลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นริดสีดวงทวารได้เช่น

  • ดื่มน้ำให้มาก จนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะประมาณ 8-12 แก้วต่อวันรวมทั้งการรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น กล้วยน้ำว้ามะละกอ ลูกพรุน และมะขาม เป็นต้น โดยการดื่มน้ำให้มากกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนี้ จะสามารถทำให้การขับถ่ายได้สะดวกและลดอาการท้องผูก ขับถ่ายได้ง่าย และอุจจาระไม่แข็ง ซึ่งสามารถลดโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้
  • ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาโดย ขั้นแรกถึงจะปวดหรือไม่ปวดก็ควรที่จะเข้านั่งในห้องน้ำเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในตอนเช้า โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมากแล้วเช่น 6-7 เดือนก็จะไม่อยากนั่งห้องน้ำในตอนเช้าเ พราะเหนื่อยง่ายซึ่งอย่างไรก็ดีหากคุณแม่ฝืนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวของคุณแม่เอง
  • หากคุณแม่มีอาการขับถ่ายได้ยาก แม้จะดื่มน้ำหรือกินผักผลไม้ รวมทั้งฝึกเข้าห้องน้ำเป็นประจำแล้ว แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันก็ยังลำบากอยู่ คุณแม่สามารถใช้ยาระบายได้ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยยาระบายนี้จะมีฤทธิ์ช่วยการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้อยากจะเข้าห้องน้ำได้ดี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม

คุณแม่หลายคนคงมีคำถามว่า ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหมอยู่ในใจบ้างแล้ว โดยหากศึกษาจากข้อมูลทางการแพทย์จะทราบว่า การผ่าตัดริดสีดวงนั้นจะใช้ในกรณีที่มีความรุนแรงของโรคค่อนข้างมาก แต่หากอาการของริดสีดวงไม่มีความรุนแรงมาก คุณหมอก็จะใช้วิธีการให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการอักเสบของริดสีดวง 

ริดสีดวง ผ่าตัด

หรือให้ยาที่ใช้รับประทานและการใช้ยาหนีบเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง กระทั่งถึงการฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ รวมถึงการใช้ยางรัดไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงริดสีดวงและหลุดออกเองในที่สุด ดังนั้น คุณแม่ทุกท่านก็ขอให้สบายใจได้เลยว่าการที่คุณแม่เป็นริดสีดวงนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หากคุณแม่ไม่แน่ใจสามารถตรวจกับคุณหมอได้ และคุณหมอจะให้คำแนะนำวิธีการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรคของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

โรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

          การที่ริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ง่าย จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดว่าการเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก นั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ เนื่องจากริดสีดวงถึงจะไม่มีความรุนแรงมากและใช้ระยะเวลาเป็นปี ๆ กว่าจะแสดงอาการออกมาแต่ถ้าหากปล่อยให้เนิ่นนานไปก็สามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน 

เช่นการที่ทำให้คุณแม่สูญเสียเลือดเป็นเวลานานจนมีอาการซีดเหลือง และหากปล่อยไว้อาจจะทำให้คุณแม่ถึงกับเสียชีวิตได้ หรือการปล่อยให้เป็นริดสีดวงทวารจนเข้าสู่ระยะที่ 4 จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หน้ามืดฉับพลัน และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ 

ริดสีดวง รักษา

นอกจากนี้ยังจะสร้างความเจ็บปวดบริเวณทวารหนักให้กับคุณแม่ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ ได้ฟังดังนี้แล้วคุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจหากมีอาการผิดปกติต่อร่างกายหลังจากการที่คลอดน้องได้ระยะหนึ่งแล้วก็ควรที่จะปรึกษาคุณหมอถึงอาการของตนเองจะดีที่สุด

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา ที่ทำได้เอง

          แน่นอนว่าหากป่วยก็จำเป็นต้องมีการรักษา เช่นเดียวกับการป่วยเป็นโรค ริดสีดวงร การรักษา ก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน สำหรับคุณแม่ที่มีการตั้งท้อง และพบว่าตนเองมีริดสีดวงทวารเกิดขึ้น อย่างแรกแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการก่อนว่าใช่ริดสีดวงทวารจริงหรือไม่ และหากมีอาการไม่รุนแรงแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาริดสีดวง และวิธีบรรเทาอาการด้วยตนเอง เช่น

ริดสีดวง รักษา

  • การใช้น้ำเย็นหรือความเย็นประคบที่บริเวณริดสีดวงเป็นประจำ โดยอาจจะใช้ผ้าชุบน้ำหรือถ้าคุณแม่มีแผ่นเจลก็สามารถใช้แผ่นเจลได้ การประคบแบบนี้จะทำให้บรรเทาอาการเจ็บริดสีดวงได้ และช่วยให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง โดยอีกวิธีสามารถใช้วิธีการประคบร้อนซึ่งทำได้เช่นเดียวกับการประคบเย็น โดยให้คุณแม่สังเกตว่าการประคบด้วยความร้อนหรือความเย็นที่ทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บน้อยลง และขนาดของริดสีดวงของคุณแม่นั้นมีขนาดเล็กลงกว่ากัน ก็สามารถเลือกใช้วิธีนั้นได้
  • การนั่งแช่น้ำอุ่นที่ผสมกับดีเกลือเ พื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงค่อยๆหายไป โดยแช่ประมาณวันละ 10 – 20 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เลือดที่คั่งอยู่ไหลเวียนได้สะดวก

ยา ริดสีดวง pantip

  • รับประทานยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้ริดสีดวงหาย และไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง โดยสมุนไพรนั้นจะต้องมีตัวยาที่สำคัญที่ช่วยในด้านการรักษาริดสีดวงโดยตรง เช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต ต้นกระพังโหม เหง้าโกฐน้ำเต้า เหง้าข่า เมล็ดพริกไทย เถาสะค้าน ใบมะขามแขก ดีเกลือ และยาดำ ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้นั้นจะช่วยทั้งในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอกทำ ให้เลือดสดปนมากับอุจจาระหยุดลง ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจากทวารนั้นยุบ ลดการอักเสบและการเจ็บทวารเวลาขับถ่าย รวมทั้งการแก้อาการคันรอบๆปากทวารหนัก ขับล้างลำไส้ให้สะอาด และป้องกันเหนือเน่าจากริดสีดวงเรื้อรัง

โดยสรุปแล้ว การเป็นริดสีดวงนี้แน่นอนว่าคุณแม่จะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงที่ร่างกายปกติ ที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์จะมีการแปรปรวนของฮอร์โมนเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสเกิดริดสีดวงจึงมีมากตามไปด้วย และริดสีดวงจำเป็นต้องได้รับการรักษาถึงแม้ว่าความรุนแรงของโรกจะไม่เท่ากับโรคร้ายอื่นๆก็ตาม 

และหากเป็นริดสีดวงในระยะที่ไม่รุนแรง คุณหมอก็จะแนะนำวิธีการรักษาและบรรเทาริดสีดวงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิ ธีเช่นการแช่ในน้ำอุ่นผสมดีเกลือ การประคบร้อนการประคบเย็น การรับประทานยาสมุนไพร เป็นต้น