Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้แชร์ ประสบการณ์ การรักษา ริดสีดวง ให้หายขาด

การค้นหาการป่วยโรค ริดสีดวง อาการ Pantip เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีการค้นหาและการตั้งกระทู้มากที่สุด โดยในแต่ละกระทู้ก็จะมีทั้งการให้คำปรึกษา การสอบถามอาการ วิธีการรักษา เพื่อให้ตนเองหายป่วยจากการเป็นริสีดวงทวาร

Table of Contents

โรค ริดสีดวง อาการ Pantip กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักที่จะพบกับกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และ ผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นที่การทำกิจกรรมต่างๆที่น้อยลงขยับร่างกายน้อยลง เนื่องจากเคลื่อนไหวยากเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขยับตัว 

โรค ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

เมื่อมีการรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็มักที่จะง่วงและนอน โดยที่ไม่รอให้ระบบย่อยอาหารทำงานก่อน ทำให้เกิดการย่อยที่ไม่ดีนั่นเอง และอาการเริ่มแรกที่มักจะเป็นกขึ้นอยู่กับอายุที่มากขึ้นด้วย โดยผู้ที่อายุมากขึ้นจะมีระบบการเผาผลาญที่ด้อยลงตามอายุ 

อาจเป็นเพราะการทานน้ำน้อยลงด้วยก็ได้ ริดสีดวง อาการ Pantip ซึ่งเป็นกระทู้ทางอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากๆ มีผู้ใช้บริการมากมายหลายช่วงอายุในแต่ละวัน กระทู้ที่ตั้งขึ้นในเว็บไซต์ Pantip นี้ ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการมากจึงทำให้เกิดการตั้งกระทู้ในแต่ล่ะวันมากขึ้นด้วย 

โดยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้บนโลกของเราได้ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาและผู้ที่กำลังจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการป่วยด้วยโรค ริดสีดวงทวารด้วยเช่นกัน ซึ่งได้มีคนเข้ามาให้ข้อมูลเป็นอย่างมาก โดยโรคริดสีดวงนี้เป็นความผิดปกติของเส้นเลือดดำส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ในบริเวณใกล้กับทวารหนัก 

โรคริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นเองและสามารถที่จะหายเองได้โดยที่ต้องทำการรักษา ในระยะที่ยังไม่รุนแรงจะสามารถรักษาเองได้  อาการของโรคริดสีดวงนี้ สามารถที่จะสังเกตุอาการด้วยตัวเองได้ โดยที่อาการแรกเริ่มนั่นอาจมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยๆ หลังจากมีการขับถ่ายอุจจาระแล้ว 

ใช้กระดาษชำระเช็ดบริเวณก้นจะมีเลือดติดออกมาด้วย ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของการเป็นโรคริดสีดวง ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้เกิดการท้องผูกบ่อยๆ สาเหตุที่ทำให้ท้องผูกนั่นเกิดจากการที่รับประทานอาหารที่ย่อยยาก รับประทานผักและผลไม้น้อย ดื่มน้ำน้อย 

และการที่รับประทานอาหารแล้วไม่รอให้ย่อยแล้วรีบนอน ถ้าคุณไม่อยากท้องผูกละก็ควรที่จะดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใย ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น 

อีกหนึ่งอาการที่ทำบ่อยแล้วส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวง ก็คือ การเบ่ง ซึ่งการเบ่งอุจจาระเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้ปกตินั่น ทำให้เกิดอาการอยากเบ่งอุจจาระตลอดเวลา 

ดังนั้นเมื่อขับถ่ายไม่ออกควรที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับไปขับถ่ายอีกครั้ง เพื่อไม่ก่อให้เกิดการติดนิสัยในการเบ่งอุจจาระ

เป็น ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

หลาย ๆ คนที่อ่านบทความข้างต้นมาแล้ว คงทราบว่า ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก นั่นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากอาการท้องผูก คือ อาการที่ขับถ่ายไม่สุด ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ขับถ่ายอุจจาระในลักษณะที่เป็นก้อนแข็งๆ เล็กๆ คล้ายขี้แมว ต้องเบ่งออกมาถึงจะสามารถออกมาได้ 

ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

อาการข้างต้นนั้นเรียกว่าอาการของคนที่เป็นโรคท้องผูก ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการต่างๆที่ไม่สามารถทำให้ขับถ่ายไม่ออกนั้นมีสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก 

โดยมาจากการที่รับประทาน หรือ การปฏิบัติตัวแบบผิด ๆ ที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเราที่ส่งผบเสียต่อร่างกาย ดังนี้

-รับประอาหารที่มีกากใยน้อย

-ดื่มน้ำต่อวันน้อยเกินไป

-กลั้นอุจจาระ

-เครียด พักผ่อนน้อย

-ผู้ที่มีอายุมากๆ

-ท้องผูกบ่อยๆ

-น้ำหนักตัวมาก

-ไม่ทานผักและผลไม้

ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ข้างต้นที่กล่าวมานั่นเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นก่อให้เกิดการเป็นริดสีดวงทวาร โดยที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้และอาจที่จะชะล่าใจอยู่ โดยเราควรที่จะป้องกันก่อนที่จะเป็นโรคริดสีดวง 

ซึ่งอาจจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงเลยก็ว่าได้ โดยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการนั่งการเดินอาจจะลำบากมากยิ่งขึ้น

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ลักษณะ

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะมีอันตรายหรือไม่

ผู้ป่วยริดสีดวง หลาย ๆ คน คงอยากที่จะรู้ว่าการเป็นโรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเป็นอย่างไร ซึ่งการไม่รักษาริดสีดวงทวาร เป็นเพราะผู้ป่วยหลาย ๆ คนอาจมีความอาย หรือ วิตกกังวลใจเป็นอย่างมากที่เป็นโรคนี้ อายที่จะไปโรงพยาบาลพบกับแพทย์ 

และมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความเครียดอาจส่งผลให้ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ผู้ป่วยโรคริดสีดวงมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับการรักษา ถ้าหากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ไม่ร้ายแรง โดยที่ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย 

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา

ทำร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหาร ผักและผลไม้ที่มีกากใยที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ดื่มน้ำให้เหมาะสมต่อวัน เหล่านี้ก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้อทำการรักษากับแพทย์ วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวง สามารถทำได้โดย

– การดื่มน้ำจากหัวไชเท้า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนำหัวไชเท้าไปล้างน้ำแล้วนำหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาปั่นหรือโขกโดยที่ไม่ต้องปลอกเปลือกออก 

โดยกรองเอาแต่น้ำแล้วมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ คนให้เข้ากัน และดื่มก่อนนอนทุกวัน จะช่วยให้บรรเทาอาการปวดลดอาการบวมของริดสีดวงได้ดี

– ใช้ด่างทับทิม ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียต่าง ๆ ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะนำมาใส่น้ำอุ่น ๆ แต่ไม่ร้อนจนเกินไปที่สามารถจะนั่งแช่ได้ แล้วนำด่างทับทิมเทลงไปคนให้เข้ากันจนเป็นสีชมพู  จากนั้นทำการนั่งแช่ 15-20 นาที 

ก่อนและหลังการขับถ่าย ช่วยฆ่าเชื้อและแบคทีเรียบริเวณขอบทวารหนักที่มีหัวริดสีดวงอยู่ด้วย หรือ ใช้แต่น้ำอุ่นในการนั่งแช่ก็ได้เช่นกัน

– การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา โดยแนะนำให้ทานแบบชนิดเม็ดจะช่วยให้ทานง่ายขึ้น โดยยาสมุนไพรที่มีตัวสมุนไพรหลายชนิด จะช่วยในเรื่องของการรักษาริดสีดวงได้เป็นอย่างดี

หากคุณไม่ทำตามข้อแนะนำข้างต้นนี้ หรือเมื่อเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ทั้งยังต่อการเสี่ยงเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โลหิตจาง มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ริดสีดวง การรักษา

โรค ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักหลาย ๆ คน คงทนกันความเจ็บปวดอย่างทรมาน และพยายมทำการค้นหา ริดสีดวง รักษา  ได้โดยวิธีใดได้บ้าง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยนี้ให้พ้นออกไปจากร่างกายของผู้ป่วยได้บ้าง 

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักนั้น สามารถรักษาได้หลายวิธีการทั้งรักษาแบบธรรมชาติแ ละการรักษาที่โรงพยาบาลกับทีมแพทย์ ที่ใช้กลวิธีการทางเทคโนโลยีที่สามารถทำให้หายขาดจากการเป็นโรคริดสีดวงทวารได้ 

ซึ่งการรักษาโรคริดสีดวงทวารสามารถที่จะรักษาได้ โดยขึ้นอยู่กับระยะการเป็นของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารแต่ละระยะจะมีการรักษาที่ต่างกัน การรักษาจะต้องเป็นไปได้ด้วยความปลอดภัย 

และไม่ส่งผลเสียและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วยด้วย โรคริดสีดวงส่วนใหญ่ที่เป็นไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากนักกับชีวิต ซึ่งระยะของริดสีดวงสามารถแบ่งออกได้ตามอาการดังต่อไปนี้

-ระยะที่1 อาการเริ่มแรกของโรคริดสีดวงทวารหนัก อาจมีเลือดออกมาจากทวารหนักหลังการขับถ่าย โดยติดกระดาษชำระออกมา ระยะที่ 1 สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ต้องระวังให้ให้เกิดอาการท้องผูกบ่อย ๆ

-ระยะที่ 2 ขณะขับถ่ายอุจจาระออกมานั้น หัวของริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมา และสามารถที่จะกลับเข้าไปเองได้

-ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะที่ขับถ่าย และไม่สามารที่จะหดกลับเข้าไปเองได้ จะต้องใช้นิ้วบวกกับสารหล่อลื่ต่าง ๆ หรือ สบู่เหลว เพื่อที่จะยัดหัวริดสีดวงข้าไปข้างในรูทวารได้นั่นเอง

ซึ่งระยะที่ 2 และ 3 หากมีอาการปวดริดสีดวงทวารนั้น สามารถที่จะทานยาหรือใช้ยาเหน็บเพื่อบรรเทาอาการปวดของริดสีดวงได้

-ระยะที่4 ระยะนี้ถือว่ารุนแรงสุดของโรคริดสีดวงทวาร ระยะนี้หัวริดสีดวงโผล่ออกมานอกรูทวารหนักและไม่สามารถที่จะหดตัวเข้าไปได้ จะโผล่อยู่นอกรูทวารสามารถที่จะจับหรือลูบคลำได้ บางรายอาจจะมีกลิ่นเหม็นคาว เนื่องจากรูทวารปิดไม่สนิท 

ซึ่งกลิ่นเหม็นคาวนี้เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบของรูทวารหนักนั่นเอง การเป็นริดสีดวงระยะนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าเอาหัวริดสีดวงออก

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

หากคุณได้อ่านบทความข้างต้นนี้แล้ว จะสามารถส่งผลดีกับตัวคุณและกับบุคคลใกล้ตัวคุณที่เป็นโรค ริดสีดวง หรือ มีความสงสัยว่าอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้วล่ะก็ 

ควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสมและดูแลสุขภาพร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และเมื่อเป็น ริดสีดวง การรักษา ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากที่สุด

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ห้ามกิน อะไรบ้าง อาหารประเภทไหน ที่เหมาะสมในการรับประทาน

ริดสีดวงมีหลายชนิด ในบทความนี้ขอกล่าวถึงริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงทวารก็จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก 

Table of Contents

ซึ่งมีอาการและการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วการป่วยด้วยโรคต่าง ๆ มักมีอาหารที่รับประทานไม่ได้ เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารบางชนิด เพื่อเป็นการดีต่อโรค เช่นกัน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารประเภทไหน

โดยที่จริงแล้วการเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้โดยสิ้นเชิงไหม ตอบได้เลยว่าไม่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้หลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยลง เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดริดสีดวง หรือหากเป็นแล้วก็เพื่อป้องกันการอักเสบของริดสีดวง 

โดยหากถึงขั้นที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ก็จำเป็นต้องงดอาหารก่อนเที่ยงคืน ของวันที่จะได้รับการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการที่รุนแรง มีวิธีการดูแลรักษาตัวเอง โดยหากเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารแสลงบางชนิด 

ซึ่งเป็นวิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ หากอยากหายป่วยโดยไวแบบไม่ต้องกังวลใจว่าต้องเข้าทำการรักษา ก็อย่าได้เผลอไปทานอาหารแลง ดังต่อไปนี้

ริดสีดวง ห้ามกิน เนื้อสัตว์

– อาหารในกลุ่มของเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ควาย จระเข้ เป็นต้น

– ในกลุ่มของผลไม้ ผลไม้บางชนิดอาจมีผลทำให้ระบบการย่อยหรือระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ขับถ่ายได้ยาก หรืออาการท้องเสีย เช่น ทุเรียน ลองกอง มะยม สละ ขนุน สาเก เงาะ เป็นต้น

-ในกลุ่มของผัก หลักๆจะเป็นพวกหน่อไม้ดองทุกชนิด กุยฉ่าย สะตอ แครอท กระหล่ำปลี เป็นต้น ก่อนนำไปกินหรือนำไปประกอบอาหาร ควรทำความสะอาดให้ดีทุกครั้ง และต้องผ่านการทำให้สุกแล้ว ก่อนที่จะนำมารับประทาน ถ้าเป็นกระหล่ำปลีหรือแครอทควรทำให้สุกก่อน

– อาหารแปรรูป เช่น พวกของหมัก ของดอง ปลาร้า ปลาส้ม หอยดอง แหนม ปลาหลน เบค่อน และชีส เป็นต้น

– กลุ่มของอาหารทะเล คววรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลทุกชนิด ในระหว่าทำการรักษาโรคริดสีดวง

– กลุ่มของเครื่องดื่ม จำพวกกลุ่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชากาแฟ น้ำอัดลม นมจากเนื้อสัตว์ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ ในช่วงที่ทำการรักษาโรคริดสีดวงควรที่จะงดก่อน

– หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่เค็มจัด เผ็ดจัด ไม่ควรรับประทาน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารทะเล

หากผู้ป่วยที่เป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้ได้ ก้จะทำให้ร่างกายสามารถรักษาริดสีดวงให้หายด้วยตนเองไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีเมื่องดอาหารแสลงได้แล้ว ก็จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายด้วย

สาเหตุและอาการของโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

โดยปกติแล้วในขณะตั้งครรภ์ จะพบภาวะนี้ได้บ่อยมากกว่าคนปกติ ซึ่งริดสีดวง ขณะตั้งครรรภ์ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ และไม่ได้ส่งผลเสียกับเด็กในครรภ์ ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย ที่เปลี่ยแปลงไป และการไหลเวียนของเลือดในร่างกายส่วนท้องและอุ้งเชิงกรานเพิ่มมากขึ้น 

อีกทั้งมดลูกที่ขยายใหญ่เกิดการกดทับของเส้นเลือดดำในบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดไม่สะดวก ไม่มีการไหลกลับของเลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างที่ต่ำกว่าสะดือ ทำให้เกิดการเลือดคั่งในเส้นเลือดดำและเกิดการบวมบริเวณทวานหนัก 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการกระตุ้นการเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ ให้มีอาการที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เมื่อมีท้องโตมากคุณแม่จะลดการทำงาน โดยการนอน การนั่งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างวัน 

รวมไปถึงการออกกำลังกายน้อยลง ก็มีส่วนทำให้เกิดริดสีดวงทวารในช่วงการตั้งครรภ์มากขึ้นเช่นกัน การเกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารทำให้เกิดความรำคาญ เกิดอาการคันรอบทวานหนัก บางทีอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือมีเลือดไหลออกมาหลังจากการขับถ่าย 

ซึ่งริดสีดวงอาจออกมาเมื่อมีการเบ่งในขณะขับถ่าย และหดกลับเข้าไปเมื่อมีการขับถ่ายเสร็จ หรือบางกรณ๊อาจเป็นก้อนอยู่ภายนอก หรือยื่นออกมาจากทวารหนัก จึงทำให้มีความรู้สึกเจ็บ ในผู้ป่วยบางรายมีการบวมและปวดมากเวลาเดินหรือนั่งก็จะไม่สะดวก 

ถ้าเกิดการเสียดสีมาก อาจมีเลือดออกมาก ร่างกายมีอาการซีดเหลืองจากการขาดเลือด โดยหากคุณแม่ไม่อยากเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

– ดื่มน้ำให้มากๆ วันละ 8 -12 แก้ว

– รับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับขับถ่ายที่ดี รับประทานผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เช่นมะละกอ ลูกพรุน

– หมั่นฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัยเพราะส่วนใหญ่คุณแม่มักไม่ชอบการเข้าห้องน้ำนานๆ เนื่องจากอาการปวดเมื่อย ควรฝึกเข้าห้องน้ำในตอนเช้าทุกๆวันเพื่อการขับถ่ายที่ดี หากไม่ฝึกการขับถ่าย เมื่อเกิดอาการท้องผูกเบ่งยาก ก็ไม่อยากขับถ่ายเพราะปวดร้าว มาหน้าท้อง และขาหนีบ ทำให้กลไกลการขับถ่ายแย่ลง

– เมื่อทำตามข้อความข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถใช้ยาระบายช่วยได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ที่ทำการฝากครรภ์ก่อนใช้ยาระบาย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง อาหาร

ริดสีดวง ผ่าตัด ได้อย่างไร

มีหลายคำถามที่ผู้ป่วยอยากรู้ เช่น หากเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม ซึ่งแท้จริงแล้วการผ่าตัด นั้นใช้ในกรณีที่อาการหนักส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดในระยะที่ 4 เพราะริดสีดวงมีการอักเสบ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด แต่หากเป็นในขณะตั้งครรภ์โดยทั่วไปแล้วจะรักษาด้วยวิธีการประคับประคอง 

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

พยายามแนะนำวิธีปฏิบัติตัวให้เคร่งครัด น้อยคนที่จำเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องดำเนินในขณะนั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณแม่จะคลอดเจ้าตัวเล็กก่อนริดสีดวงค่อยจะมีอาการรุนแรงจนต้องทำการผ่าตัด โดยปัจจุบัน 

ถ้าต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดก็ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับยาไปที่ทารก จะใช้การฉีดยาเฉพาะที่ หรือมากสุดก็เป็นการบล็อคหลัง เพื่อลดอาการปวดในขณะทำการผ่าตัดเท่านั้น

ริดสีดวง อาการ ของโรคในแต่ละระยะ

โรค ริดสีดวง อาการ ของโรค นั้นจะแตกต่างกันในแต่ละระยะของการป่วย  โดยโรคริดสีดวงทวารนั้น เกิดจากที่หลอดเลือดดำที่อยู่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังในบริเวณทวารหนักมีการปูดพองเป็นหัว ซึ่งู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง อาการ ของโรคที่สำคัญ  คือ เมื่อถ่ายอุจจาระออกมาจะมีเลือดไหลออกมาด้วย 

เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวานจะปริแตก อาจสังเกตได้ว่าเวลาขับถ่ายจะมีเลือดไหลออกมา แต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ หากมีอาการแล้วปล่อยไว้นานอาจทำให้เลือดไหลออกมามากหรือเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดภาวะซีดเนื่องจากการขาดเลือด 

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง

หรือในกรณีที่ก้อนเนื้อริดสีดวงกลับเข้าไปในรูทวาร จะมีอาการปวดมากและหากพบแพทย์ช้าอาจทำให้เนื้อเน่าตาย จากการขาดเลือดได้ โดยสามารถแบ่งริดสีดวงทวารออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวงภายในโดยริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะตามอาการของโรค ดังนี้

– ระยะที่ 1 ริดสีดวงมีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นจากข้างนอกได้ แต่มักมีเลือดไหลออกเวลาขับถ่าย

– ระยะ 2 มีขนาดใหญ่ขึ้น และมักมีติ่งยื่นออกมา หากทำการเบ่ง หรือการขับถ่ายอุจจาระ แต่ในระยะนี้ติ่งสามารถหดกลับเข้าไปในรูทวานเองได้ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 3 มีขนาดริดสีดวงใหญ่ขึ้น และเริ่มมีติ่งยื่นออกมาเมื่อมีการขับถ่าย การไอ จาม เนื่องจากการเบ่ง ซึ่งริดสีดวงไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้เอง โดยต้องใช้นิ้วมือดันริดสีดวงเข้าไปในรูทวารถึงจะกลับเข้าไปได้ปกติ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 4 ในขณะที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นติ่งยื่นออกมาแบบถาวร ไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้ โดยโรค ริดสีดวง อาการ ยังแสดงออกมาโดยมีการซีดเหลืองของร่างกายจากการขาดเลือด ปวดริดสีดวงมากขึ้น ริดสีดวงมีกลิ่น เกิดอาการหน้ามืดฉับพลัน น้ำหนักลดลอย่างต่อเนื่อง

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา สามารถเป็นอันตรายได้

หากถามว่า ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ แน่นอนว่าส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย เช่น เกิดความรำคาญ เมื่อเวลาการขับถ่ายทำให้มีเลือดไหลออกมารวมถึงในบางรายอาจมีน้ำหนองไหลออกมา 

ซึ่งก่อให้เกิดความสกปรกส่งผลให้เกิดการบวมและเจ็บรวมถึงอาการคัน เมื่อมีการปวดมากๆ ก็จะให้ให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างลำบาก การเดิน การนั่ง หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวันเป็นไปได้ยาก รวมทั้งการมีอาการหน้ามืดอยยู่เสมอ 

ริดสีดวง อันตรายไหม

การควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ส่งกลิ่นรบกวน รวมทั้งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาก และร้ายที่สุดอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ในที่สุด จึงสามารถสรุปได้ว่า การป่วยเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่ผลที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อย่างแน่นอน

ในการป่วยเป็นริดสีดวง ถึงโรคนี้จะใช้เวลาหลายปีถึงจะแสดงอาการ และอาการนั้นก็ไม่ร้ายเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ ผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยตนเอง 

แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยรักษาให้หายแล้วแต่ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ริดสีดวง ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ระยะ4 อันตรายแค่ไหน แล้วมีวิธีการ รักษาอย่างไร

ริดสีดวง ระยะ 4 เป็นริดสีดวงที่เกี่ยวกับทวารหนัก ซึ่งริดสีดวงทวารหนักจะมีทั้งหมด 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และภายนอก ริดสีดวงภายในจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 โดยริดสีดวงในระยะที่ 4 เป็นระยะที่มีความรุนแรงที่สุดของโรคริดสีดวงภายใน

Table of Contents

 

ริดสีดวง ระยะ4 สาเหตุและอาการของโรค

ริดสีดวง ระยะ4  เป็นริดสีดวงภายในที่สังเกตเห็นได้เด่นชัดที่สุด เนื่องจากจะมีอาการปวด อาการบวมและอาการอักเสบของรูทวาร เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดไหลออกมาเป็นประจำ และสามารถมองเห็นได้หลังการขับถ่าย 

โดยผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีน้ำหนองไหลปนออกมากับอุจจาระและเลือดด้วย ทำให้มีอาการคัน เปียกชื้นตลอดเวลา การที่จะรักษาจึงถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากไปด้วย และถ้าอาการ้ายแรงึ้น อาจจะมีการส่งกลิ่นเหม็นออกมาด้วย และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ง่าย 

ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย ตัวซีด เนื่องจากสูญเสียเลือดเป็นเวลานาน มีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในผู้ป่วยบางกรณีก่อให้เกิดอาการหน้ามืดเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงระยะ 4 จะแสดงอาการที่เห็นได้ชัดกว่าระยะอื่น โดยการรักษาสามารถทำโดยการผ่าตัด เพื่อเป็นการนำริดสีดวงออกอย่างรวดเร็ว และไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา

ริดสีดวง ระยะ4 สาเหตุและอาการของโรค

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

การรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยโรค ริดสีดวง ผ่าตัด ริดสีดวงนั้น เป็นวิธีที่ทำให้ได้เด็ดขาดและสามารถทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่ทุกคนคาดเอาไว้การผ่าตัดริดสีดวงนี้จะมักใช้กับผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงภายในระยะที่ 4 

เนื่องจากขนาดของริดสีดวงมีขนาดใหญ่และไม่สามารถนำหัวริดสีดวงกับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ โดยในอดีตผู้ป่วยที่ทำการรักษาโดยการผ่าตัดนั้น ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากต้องทำการฉีดยาเข้าไปบริเวณช่องน้ำในไขสันหลัง 

ซึ่งยาที่ฉีดให้แก่ผู้ป่วยจะเป็นยาชาเพื่อระงับอาการปวดในระหว่างการผ่าตัด แต่ในปัจจุบันพบว่าสามารถฉีดยาชาให้ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดโดยจะฉีดเฉพาะรอบรูทวารเพื่อที่จะระงับความเจ็บปวดในขณะทำการผ่าตัด วิธีนี้จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าในอดีตมาก 

การปวดแผลจะมีน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่รักษาด้วยการผ่าริดสีดวงนั้น หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านได้ 

และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วผู้ป่วยจะต้องทำการกินยาหรือว่าดูแลรักษาแผลอันเนื่องจากการผ่าตัดริดสีดวงให้หาย โดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่ทำการผ่าตัดเสร็จสิ้นใหม่ ๆประมาณ 1-2 วันจะเกิดอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก 

ดังนั้นผู้ป่วยสามารถใช้ยาสอดเพื่อช่วยในการขับถ่ายได้ในระยะแรก แต่ต้องพยายามเข้าห้องน้ำและขับถ่ายด้วยตัวเอง ไม่ควรใช้ยาช่วยเป็นระยะเวลานานเพราะถ้าหากใช้ยาสอดบ่อยเกินไปจะส่งผลเรื้อรังในภายหลังได้

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

ผ่า ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารหรือไม่

ในการทำการ ผ่า ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารทุกชนิดและเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืนก่อนวันผ่าริดสีดวง เพราะอาจจะทำให้การรักษานั้นเกิดความผิดพลาดได้ และอาจเกิดอาหารขวางหลอดลมในขณะที่ผู้ป่วยไม่ได้สติจากการได้รับยาสลบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นจึงมีการงดเครื่องดื่มและอาหารก่อนการผ่าตัดอยู่เสมอ 

ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการผ่าตัดริดสีดวงเท่านั้น แต่การผ่าตัดโรคชนิดอื่น ๆ ก็ห้ามกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มเช่นเดียวกัน แต่กรณีที่ผู้ป่วยยังไม่รับการผ่าตัดหรืออยู่ในช่วงรักษาหัวริดสีดวงให้หลุดออกเองนั้นอาหารที่ไม่ควรรับประทานได้แก่

  • อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ย่อยยาก เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อจระเข้ เนื้อควาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก และอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ยังไม่มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบ จึงไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหาโรคท้องผูกแต่อย่างใด
  • อาหารจำพวกอาหารแปรรูป ซึ่งอาหารเหล่านี้มักมีสารตกค้างอยู่ในภาชนะที่บรรจุและอาหารอยู่เสมอ ดังนั้นการงดอาหารประเภทนี้ได้จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับอันตรายจากสารที่ตกค้านอยู่ในภาชนะ และอาหาร
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เช่น เคื่องดื่มชูกำลัง เหล้า เบียร์ กาแฟ เป็นต้น
  • กลุ่มผักและผลไม้บางชนิด เช่น มะขามเปียก ลำไย หน่อไม้ กะหล่ำปลี แครอท สับปะรด เป็นต้น โดยผักเหล่านี้ต้องทำให้สุกก่อนรับประทาน

แนะนำ ริดสีดวง ยารักษา ให้หายขาด

          หากพูดถึงรูปริดสีดวงยารักษามีความจำเป็นต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากผู้ป่วยหลายคนกลัวที่จะได้รับการผ่าตัดซึ่งมันก็ไม่จำเป็นที่จะได้รับการผ่าตัดในทุกระยะแต่ผู้ป่วยก็ยังรู้สึกกลัวไม่หายเพราะคำว่าผ่าตัดคือการที่ทุกคนต้องสลบไม่รู้สึกใดๆ

แต่สิ่งที่ผู้ป่วยหลายๆคนกลัวนั้นกลัวที่จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ดังนั้นการใช้ยารักษาจึงเป็นหนทางออกของผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยยาที่ใช้ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้นจะเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์หรือยาที่แพทย์เป็นบุคคลเป็นคนจ่ายให้และยาสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายๆชนิด

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง ห้ามกิน
ริดสีดวง ภายนอก

ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวงทวารได้โดยยาที่แม่จ่ายให้ก็จะเป็นยาจำพวกที่ใช้แล้วมีอาการชาบรรเทาอาการปวดลดการอักเสบซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะและช่วยในการหดตัวของหลอดเลือด ส่วนยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาริดสีดวงก็มีได้หลายชนิดขึ้นอยู่กับบริษัทยาต่างๆ

จะจัดหาและจำหน่ายยารักษาริดสีดวงทวารที่ดีควรมีส่วนประกอบที่ทำให้รักษาโรคนี้ให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นอีกบอกราคาการผ่าตัดริดสีดวงทวารนอกจากนี้ควรเป็นยาที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ส่วนผสมของยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคควรมีส่วนผสมของสมุนไพรเหล่านี้

  • ต้นอัคคีทวารซึ่งเป็นต้นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยในการย่อยอาหารการขับลมและช่วยทำให้ริดสีดวงยุบฝ่อ
  • ต้นกระพังโหมซึ่งมีสรรพคุณในการขับลงได้เป็นอย่างดีช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆทำให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถขับถ่ายด้วยตนเองสามารถขับถ่ายได้และไม่เป็นก้อนแข็งแรงเสียดสีกับรูทวารซึ่งเป็นบริเวณที่มีความบอบบางเป็นอย่างมากและยังช่วยรักษาแผลจากริดสีดวงทวารได้
  • เงาโกฐน้ำเต้าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงระบบต่างๆให้เป็นปกติช่วยรักษาสมดุลของร่างกายช่วยในการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร
  • ใบมะขามแขกมะขามแขกนี้มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการท้องผูกการขับถ่ายได้ยากหรือการถ่ายไม่ออกเลยซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และแก้ริดสีดวงทวารได้

ยา ริดสีดวง pantip

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะอันตรายไหม

เคยสงสัยหรือไม่ว่าการเป็นริดสีดวงถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น ริดสีดวงทวารถึงจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงแต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยโดยโรคนี้กว่าจะแสดงอาการใช้เวลานานนับ 10 ปี ดังนั้นแน่นอนว่าพรุ่งนี้จะต้องสะสมเชื้อโรคหรือความเสี่ยง

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะอันตรายไหม

ที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนไว้อย่างแน่นอนดังนั้นหาทำการปล่อยปละละเลยโลกนี้บอกได้เลยว่ามันสามารถสร้างอันตรายจนถึงชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างไม่ยากโดยริดสีดวงทวารมีอันตรายตั้งแต่สร้างความรำคาญจนถึงชีวิตได้ดังนี้

  • การรู้สึกเจ็บๆคันๆบริเวณช่องท้องในขณะที่มีการขับถ่ายแต่ไม่รุนแรงนักส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยมากกว่า
  • การมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระในขณะที่ขับถ่ายในขณะที่มีอาการแบบนี้ผู้ป่วยหลายคนคงจะเสียสุขภาพจิตไม่น้อยเนื่องจากพยายามที่จะคิดว่าตัวเองเป็นโรคอะไรและร้ายแรงหรือไม่
  • การรู้สึกเจ็บปวดที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นค่ะมีการเบ่งอุจจาระหรือแม้กระทั่งการนั่งเพราะในระยะนั้น ริดสีดวงเริ่มมีอาการอักเสบประกอบกับในเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มริดสีดวงนั้นมีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ด้วยดังนั้นหากมีการกระทบริดสีดวงเพียงเล็กน้อยจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก
  • มีร่างกายที่ที่เหลืองอันเนื่องมาจากการสูญเสียเลือดเป็นเวลานานซึ่งเลือดนั้นก็คือเลือดที่ปนออกมากับอุจจาระที่ขับถ่ายแต่ละครั้งนั่นเอง
  • มีอาการหน้ามืดเฉียบพลันอันเนื่องมาจากการสูญเสียเลือด
  • เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

คุณแม่มือใหม่กับการเป็น ริดสีดวง คนท้อง มีโอกาสเกิดขึ้นไหม?

คุณแม่หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า คนที่กำลังตั้งท้องมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนท้องจะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารได้มากกว่าคนปกติ 

ซึ่งสำหรับคนท้องเองไม่เป็นเรื่องแปลกนักที่จะเป็นโรคนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เ นื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างของภาวะตั้งครรภ์ที่เอื้อต่อการเป็นริดสีดวงทวาร

 

Table of Contents

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

          การเป็นโรค ริดสีดวง คนท้อง นั้นเกิดขึ้นได้จาก การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายเพศหญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่มีเลือดคั่งไหลออกมา จนเลือดที่ไหลออกมานั้นมีแรงดันสูงส่งผลให้เกิดหลอดเลือดดำโป่งพองคล้ายกับมีตุ่มเนื้อ หรือก้อนเนื้อเกิดขึ้น 

เวลาผู้ป่วยขับถ่ายจึงจะรู้สึกเจ็บรวมถึงอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา คุณแม่หลายคนมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว อันเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รวมถึงการที่คุณแม่กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยจะทำให้มดลูกมีการขยายตัวและมีการกดทับที่อุ้งเชิงการมากยิ่งขึ้น 

ประกอบกับเมื่อตั้งครรภ์จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดดำโป่่งพองเพิ่มมากขึ้น โดยริดสีดวงทวารที่คุณแม่มือใหม่ทุกท่านอาจจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ จะเป็นริดสีดวงภายใน นั่นหมายถึงว่าจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักส่วนบน 

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ยิ่งคุณแม่มีการเบ่งอุจจาระมากเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การโป่งพองของเส้นเลือดดำมีมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารมากขึ้นเช่นกัน เมื่อทราบดังนี้แล้วการป้องกันโรค 

และการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่หลายคนควรที่จะรู้ไว้ และจากสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถบอกได้ว่า ริดสีดวง คนท้องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นคุณแม่จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองในขณะที่กำลังอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวาร

โรค ริดสีดวง อันตรายไหม หากเทียบกับโรคอื่น

เมื่อกล่าวถึงริดสีดวงขณะตั้งครรภ์ ทำให้รู้ว่าคุณแม่มือใหม่ก็สามารถเป็นริดสีดวงลักษณะนี้ได้ และหากถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ก็สามารถตอบได้ชัดว่าริดสีดวงมีความอันตรายขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยสุขภาพของผู้ป่วย และระยะของริดสีดวงด้วย นั่นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงให้ความสำคัญโรคนี้เพิ่มมากขึ้น 

โดยต้องบอกก่อนว่าริดสีดวงทวารไม่เป็นอันตรายขณะตั้งท้อง และไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยแต่อย่างใด แต่ริดสีดวงสามารถทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บทวารหนัก และมีเลือดออกขณะขับถ่ายได้  อย่างไรก็ดีโรคนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานจึงจะสามารถแสดงอาการออกมา  ดังนั้นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านสามารถวางใจได้ว่าในขณะที่คุณแม่อุ้มท้องลูกอยู่ 9 เดือนนี้ 

ริดสีดวงของคนท้องจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาหรือหากแสดงอาการออกมาก็จะมีความรุนแรงค่อนข้างน้อย และหากเปรียบความอันตรายของริดสีดวงกับโรคร้ายอื่นๆเช่น  covid – 19  มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลิ้นหัวใจรั่ว และโรคตับแข็ง เป็นต้น 

ริดสิดวง มะเร็งลำไส้

ถือได้ว่าโรคริดสีดวงทวารนี้ยังเป็นโรคที่อันตรายน้อยมากหากเทียบกับโรคที่กล่าวมาข้างต้น แต่คุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะหากปล่อยโรคนี้ให้เรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ริดสีดวงมีการติดเชื้อและสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด 

เช่นนี้แล้วการปฏิบัติตัวให้ตนเองไม่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด สำหรับคุณแม่สามารถป้องกันตนเองหรือลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นริดสีดวงทวารได้เช่น

  • ดื่มน้ำให้มาก จนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะประมาณ 8-12 แก้วต่อวันรวมทั้งการรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น กล้วยน้ำว้ามะละกอ ลูกพรุน และมะขาม เป็นต้น โดยการดื่มน้ำให้มากกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนี้ จะสามารถทำให้การขับถ่ายได้สะดวกและลดอาการท้องผูก ขับถ่ายได้ง่าย และอุจจาระไม่แข็ง ซึ่งสามารถลดโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้
  • ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาโดย ขั้นแรกถึงจะปวดหรือไม่ปวดก็ควรที่จะเข้านั่งในห้องน้ำเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในตอนเช้า โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมากแล้วเช่น 6-7 เดือนก็จะไม่อยากนั่งห้องน้ำในตอนเช้าเ พราะเหนื่อยง่ายซึ่งอย่างไรก็ดีหากคุณแม่ฝืนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวของคุณแม่เอง
  • หากคุณแม่มีอาการขับถ่ายได้ยาก แม้จะดื่มน้ำหรือกินผักผลไม้ รวมทั้งฝึกเข้าห้องน้ำเป็นประจำแล้ว แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันก็ยังลำบากอยู่ คุณแม่สามารถใช้ยาระบายได้ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยยาระบายนี้จะมีฤทธิ์ช่วยการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้อยากจะเข้าห้องน้ำได้ดี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม

คุณแม่หลายคนคงมีคำถามว่า ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหมอยู่ในใจบ้างแล้ว โดยหากศึกษาจากข้อมูลทางการแพทย์จะทราบว่า การผ่าตัดริดสีดวงนั้นจะใช้ในกรณีที่มีความรุนแรงของโรคค่อนข้างมาก แต่หากอาการของริดสีดวงไม่มีความรุนแรงมาก คุณหมอก็จะใช้วิธีการให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการอักเสบของริดสีดวง 

ริดสีดวง ผ่าตัด

หรือให้ยาที่ใช้รับประทานและการใช้ยาหนีบเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง กระทั่งถึงการฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ รวมถึงการใช้ยางรัดไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงริดสีดวงและหลุดออกเองในที่สุด ดังนั้น คุณแม่ทุกท่านก็ขอให้สบายใจได้เลยว่าการที่คุณแม่เป็นริดสีดวงนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หากคุณแม่ไม่แน่ใจสามารถตรวจกับคุณหมอได้ และคุณหมอจะให้คำแนะนำวิธีการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรคของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

โรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

          การที่ริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ง่าย จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดว่าการเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก นั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ เนื่องจากริดสีดวงถึงจะไม่มีความรุนแรงมากและใช้ระยะเวลาเป็นปี ๆ กว่าจะแสดงอาการออกมาแต่ถ้าหากปล่อยให้เนิ่นนานไปก็สามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน 

เช่นการที่ทำให้คุณแม่สูญเสียเลือดเป็นเวลานานจนมีอาการซีดเหลือง และหากปล่อยไว้อาจจะทำให้คุณแม่ถึงกับเสียชีวิตได้ หรือการปล่อยให้เป็นริดสีดวงทวารจนเข้าสู่ระยะที่ 4 จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หน้ามืดฉับพลัน และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ 

ริดสีดวง รักษา

นอกจากนี้ยังจะสร้างความเจ็บปวดบริเวณทวารหนักให้กับคุณแม่ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ ได้ฟังดังนี้แล้วคุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจหากมีอาการผิดปกติต่อร่างกายหลังจากการที่คลอดน้องได้ระยะหนึ่งแล้วก็ควรที่จะปรึกษาคุณหมอถึงอาการของตนเองจะดีที่สุด

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา ที่ทำได้เอง

          แน่นอนว่าหากป่วยก็จำเป็นต้องมีการรักษา เช่นเดียวกับการป่วยเป็นโรค ริดสีดวงร การรักษา ก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน สำหรับคุณแม่ที่มีการตั้งท้อง และพบว่าตนเองมีริดสีดวงทวารเกิดขึ้น อย่างแรกแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการก่อนว่าใช่ริดสีดวงทวารจริงหรือไม่ และหากมีอาการไม่รุนแรงแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาริดสีดวง และวิธีบรรเทาอาการด้วยตนเอง เช่น

ริดสีดวง รักษา

  • การใช้น้ำเย็นหรือความเย็นประคบที่บริเวณริดสีดวงเป็นประจำ โดยอาจจะใช้ผ้าชุบน้ำหรือถ้าคุณแม่มีแผ่นเจลก็สามารถใช้แผ่นเจลได้ การประคบแบบนี้จะทำให้บรรเทาอาการเจ็บริดสีดวงได้ และช่วยให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง โดยอีกวิธีสามารถใช้วิธีการประคบร้อนซึ่งทำได้เช่นเดียวกับการประคบเย็น โดยให้คุณแม่สังเกตว่าการประคบด้วยความร้อนหรือความเย็นที่ทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บน้อยลง และขนาดของริดสีดวงของคุณแม่นั้นมีขนาดเล็กลงกว่ากัน ก็สามารถเลือกใช้วิธีนั้นได้
  • การนั่งแช่น้ำอุ่นที่ผสมกับดีเกลือเ พื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงค่อยๆหายไป โดยแช่ประมาณวันละ 10 – 20 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เลือดที่คั่งอยู่ไหลเวียนได้สะดวก

ยา ริดสีดวง pantip

  • รับประทานยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้ริดสีดวงหาย และไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง โดยสมุนไพรนั้นจะต้องมีตัวยาที่สำคัญที่ช่วยในด้านการรักษาริดสีดวงโดยตรง เช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต ต้นกระพังโหม เหง้าโกฐน้ำเต้า เหง้าข่า เมล็ดพริกไทย เถาสะค้าน ใบมะขามแขก ดีเกลือ และยาดำ ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้นั้นจะช่วยทั้งในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอกทำ ให้เลือดสดปนมากับอุจจาระหยุดลง ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจากทวารนั้นยุบ ลดการอักเสบและการเจ็บทวารเวลาขับถ่าย รวมทั้งการแก้อาการคันรอบๆปากทวารหนัก ขับล้างลำไส้ให้สะอาด และป้องกันเหนือเน่าจากริดสีดวงเรื้อรัง

โดยสรุปแล้ว การเป็นริดสีดวงนี้แน่นอนว่าคุณแม่จะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงที่ร่างกายปกติ ที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์จะมีการแปรปรวนของฮอร์โมนเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสเกิดริดสีดวงจึงมีมากตามไปด้วย และริดสีดวงจำเป็นต้องได้รับการรักษาถึงแม้ว่าความรุนแรงของโรกจะไม่เท่ากับโรคร้ายอื่นๆก็ตาม 

และหากเป็นริดสีดวงในระยะที่ไม่รุนแรง คุณหมอก็จะแนะนำวิธีการรักษาและบรรเทาริดสีดวงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิ ธีเช่นการแช่ในน้ำอุ่นผสมดีเกลือ การประคบร้อนการประคบเย็น การรับประทานยาสมุนไพร เป็นต้น