Categories
โรคริดสีดวง

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ได้หรือไม่

อาการถ่ายเป็นเลือดนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นโรคริดสีดวงเพียงอย่างเดียว แต่หากถามว่าเป็นริดสีดวงถ่ายเป็นเพื่อนได้หรือไม่นั้น แน่นอนว่าการเป็นริดสีดวงจะสามารถถ่ายเป็นเลือดได้ 

ซึ่งส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรค ริดสีดวงภายใน แต่ก็มีบางโรคที่สามารถถ่ายเป็นเลือดได้เช่นกัน เช่น การเป็นแผลบริเวณทวารหนัก การเป็นเนื้องอกในช่องท้อง หรือกระทั่งการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

Table of Contents

สาเหตุของ ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

หากพูดถึงโรคริดสีดวงหลายคนเกิดความสงสัยว่าการเป็น ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด เกิดจากสาเหตุอะไรและเมื่อเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหรือไม่ แน่นนอนว่าโรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ขึ้นอยู่กับว่าพฤติกรรมของผู้ป่วยนั้นเป็นไปในทางทิศไหน โดยอาการถ่ายเป็นเลือดของริดสีดวงนั้นก็เกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักอักเสบ จากการรับประทานอาหารและการขับถ่ายที่ผิดวิธี ดังนั้นเราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและการขับถ่ายให้ถูกต้อง เนื่องจากทั้งสองพฤติกรรมนี้เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเป็นริดสีดวงทวารหนักโดยตรง โดยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายได้ เช่น

สาเหตุของ ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

  • ไม่อั้นอุจจาระบ่อยๆ และเป็นเวลานานๆ เนื่องจากจะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำจากอาหารที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายออกไปจนหมด ส่งผลให้อุจจาระแห้งและแข็งเมื่อถึงเวลาขับถ่ายจึงเกิดการเสียดสีกับรูทวารทำให้เกิดแผลและมีอาการเจ็บ ในบางครั้งอาจมีเลือดปนออกมาร่วมด้วย และยังส่งผลจนกลายเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังในอนาคตด้วย
  • ไม่เบ่งอุจจาระบ่อยๆ ซึ่งการเบ่งอุจจาระนี้จะส่งผลให้แรงดันจากบริเวณท้องไปยังรูทวารมีมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นโป่งพอง และจากที่บริเวณรูทวารนั้นจะมีความบอบบางมาก หากมีการเบ่งอุจจาระบ่อยๆก็จะเกิดแผลและมีเลือดไหลออกมา
  • ไม่เล่นมือถือ หลายคนคงสงสัยว่าการเล่นมือถือเกี่ยวข้องกับอะไรในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับถ่าย เนื่องจากขณะที่เราขับถ่ายและมีการเล่นมือถือไปด้วยเราจะโฟกัสกับมือถือเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ใช้เวลานานในการถ่ายอุจจาระแต่ละครั้ง ส่งผลให้ระบบขับถ่ายผิดปกติ การลำเลียงของเสียทำได้ไม่สะดวก โดยการที่เราเข้าห้องน้ำเป็นเวลานานประกอบกับการที่เราต้องออกแรงเบ่งช่วยในการอุจจาระ ก็จะส่งผลต่อเส้นเลือดดำบริเวณรูทวารโป่งพองส่งผลต่อการเกิดแผล จนทำให้เป็น ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ออกมาได้ในที่สุด

นอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารก็จะช่วยในการป้องกันและไม่ให้เป็นริดสีดวงซ้ำอีกได้ ดังนี้

  • รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเพิ่มใยอาหารให้กับร่างกาย
  • ดื่มน้ำ 6 – 8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้มีน้ำเพียงพอต่อการทำให้กากอาหารที่ถูกเก็บไว้บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เพื่อรอการการกำจัดออกในรูปของอุจจาระนั้นนิ่มพอที่จะสามารถขับออกได้ง่าย

ริดสีดวง ระยะแรก อาการของโรค

          ริดสีดวง ระยะแรก คือ ระยะที่มีโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดติ่งเล็กๆอยู่ในรูทวาร ในระยะนี้เราจะไม่สามารถสังเกตเห็นริดสีดวง เพราะจะไม่แสดงอาการและไม่สามารถคลำเจอได้ เนื่องมาจากริดสีดวงระยะนี้จะอยู่ภายในรูทวารหนัก และจะไม่โผล่ออกมานอกรูทวารหนัก แต่อย่างไรก็ดีจะมีเลือดปนออกมากับการขับถ่าย แต่ก็ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยแน่ใจว่าจะเป็นริดสีดวงทวารหรือไม่ หรืออาจจะเป็นแค่เพียงมีแผลในทวารหนัก ที่สามารถมีเลือดออกมาได้เช่นกัน การรักษาริดสีดวงระยะนี้จึงจะรักษาได้ง่ายกว่าระยะอื่นๆ โดยทั่วไปสามารถรักษาได้ เช่น

ริดสีดวง ระยะแรก อาการของโรค

 

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเป็นอย่างต่ำ เพื่อให้มีน้ำปริมาณมากเพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงกากอาหารที่บริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ไม่ให้แข็งจนเกินไป เพื่อทำให้การขับถ่ายสามารถขับถ่ายได้สะดวกขึ้น
  • การกินผักและผลไม้เป็นประจำ โดยการที่เรากินผักและผลไม้เป็นประจำนั้นจะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย เนื่องจากผักและผลไม้มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบทำให้ขับถ่ายได้สะดวกและรักษาอาการท้องผูกของผู้ป่วยได้
  • การไม่อั้นอุจจาระ ซึ่งการไม่อั้นอุจจาระนั้นทำให้กากอาหารอยู่ในร่างกายของเราในระยะเวลาอันสมควรแก่การขับถ่ายออก แต่ถ้าหากมีการอั้นอุจจาระเกิดขึ้น จะทำให้อาหารอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลานานเกินไป และลำไส้ใหญ่จะดูดซึมน้ำและแร่ธาตุออกจากกากอาหารจนหมดทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง

อาการของโรค ริดสีดวง ระยะ 2

ริดสีดวง ระยะ 2 จะเริ่มจากการที่ริดสีดวงที่มีขนาดเล็กในรูทวารหนักนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมีอาการขับถ่ายนั้นหัวริดสีดวงจะโผล่พ้นออกมาจากทวารหนัก เมื่อการขับถ่ายเสร็จสิ้นริดสีดวงจะสามารถหดตัวกลับไปอยู่ในทวารหนักได้เช่นเดิม โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยในระยะนี้จะมีอาการเจ็บๆคันๆบริเวณช่องท้อง และในการขับถ่ายก็จะมีเลือดปนออกมาเช่นเดียวกับระยะแรก ซึ่งวิธีการรักษาริดสีดวงระยะที่ 2 สามารถทำได้โดย

 

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยลดการแข็งของอุจจาระที่จะขับถ่ายออกมาบริเวณทวารหนัก ทำให้ลดการเสียดสีระหว่างก้อนอุจจาระและรูทวารเพื่อไม่ให้เกิดแผลในรูทวารหนัก
  • กินผักและผลไม้เป็นประจำตัวช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น และลดอาการท้องผูก
  • การรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญ ซึ่งจะใช้การฉีดยา เพื่อให้หัวริดสีดวงสามารถหลุดออกได้ การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง จะส่งผลให้ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณหัวริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงฝ่อและหลุดได้เอ งซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 วันหรือ 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • การรักษาโดยการกินยาสมุนไพรที่ช่วยให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด และป้องกันการเป็นริดสีดวงเรื้อรัง ช่วยรักษาแผลในรูทวารหนักอันเนื่องมาจากการเป็นริดสีดวงรวมทั้งช่วยในการขับสารพิษที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ให้ออกจากร่างกายได้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ระยะ 2
ริดสีดวง ระยะ 3
ริดสีดวง ระยะ4
ริดสีดวง ระยะแรก

อาการของโรคริดสีดวง ระยะ 3

ริดสีดวงระยะ 3 จะเกิดขึ้นเมื่อหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อมีการขับถ่าย ไอหรือจามก็จะสามารถทำให้หัวริดสีดวงนั้นพ้นออกมาจากทวารหนัก และไม่สามารถหดกลับไปยังภายในทวารหนักได้ จำเป็นจะต้องใช้นิ้วช่วยในการดันให้ริดสีดวงสามารถกลับเข้าไปภายในทวารหนัก และการอุจจาระจะพบเลือดออกมาเช่นเดียวกับในระยะที่ 2 และระยะแรก โดยการรักษาในระยะที่ 3 นี้สามารถทำได้  ดังนี้

 

  • การรับประทานผักและผลไม้รวมถึงน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยในการขับถ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น
  • การรักษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เช่น การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง การฉีดยา หรือแม้กระทั่งการเย็บติดริดสีดวงไว้ภายในร่างกาย
  • การกินยาสมุนไพร เพื่อช่วยรักษาริดสีดวง ให้หัวริดสีดวงสามารถหลุดได้เองและแผลแห้งจนสามารถหายไปเอง
  • หากเกิดการอักเสบหรือต้องการที่จะกำจัดหัวริดสีดวงให้ออกไปโดยเร็ว ก็สามารถทำได้โดยการใช้การผ่าตัด แต่การรักษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงและการผ่าตัดนั้นเมื่อทำเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องกินยาและรักษาแผลอันเกิดจากการนำหัวริดสีดวงออกให้หายด้วย

 

ริดสีดวง ระยะ4 อาการของโรค

          ริดสีดวงระยะ 4 เป็นระยะของการเป็นริดสีดวงภายในที่มีอาการของโรครุนแรงที่สุด  และสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง โดยในระยะนี้ เช่นเดียวกับระยะที่ 3 เมื่อริดสีดวงมีขนาดใหญ่จะพ้นทวารหนักออกมาในขณะที่เรามีอาการไอ จามและการขับถ่าย 

เมื่อริดสีดวงพ้นจากทวารโผล่ออกมาแล้วแม้จะไม่มีการเบ่งโดยใช้ลมในช่องท้องแล้ว หัวริดสีดวงก็จะไม่สามารถกลับไปภายในทวารหนักได้  ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีการอักเสบรวมทั้งการมีน้ำหนองไหลออกมา ประกอบกับอุจจาระไหลออกมาปนด้วย 

โดยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ในบางครั้งจนทำให้มีการส่งกลิ่นเหม็นและสกปรกทำความสะอาดได้ลำบาก รวมทั้งผู้ป่วยอาจจะมีอาการซีดเหลืองจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้ป่วยในระยะที่ 4 ได้ง่าย 

อาการของโรคริดสีดวง ระยะ 2 ระยะ 3

วิธีการที่จะรักษาริดสีดวงระยะที่ 4 ให้หายได้ นอกจากจะทำได้โดยการดื่มน้ำ การกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการ กินยาสมุนไพรในการรักษา  การรักษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เช่น การฉีดยา การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง การเย็บติดริดสีดวง แต่หากริดสีดวงมีการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้น 

แพทย์จะวินิจฉัยให้มีการผ่าตัดริดสีดวงเนื่องจากจะเป็นวิธีการที่จะนำหัวริดสีดวงออกมาได้ง่ายและรวดเร็ว จากนั้นจึงใช้วิธีการรักษาแผลริดสีดวงในภายหลัง ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องได้รับการพักฟื้น และอาจจะมีการเจ็บแผลในระยะ 1-2 สัปดาห์แรกของการผ่าตัด

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทำให้สรุปได้ว่า การที่เป็น ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด นั้นเกิดจากการที่มีเส้นเลือดดำอักเสบ จนทำให้เกิดเป็นริดสีดวงทวารภายใน โดยการถ่ายเป็นเลือดของริดสีดวงภายในนี้จะเกิดขึ้นกับริดสีดวงได้ทั้ง 4 ระยะ

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

รักษา ริดสีดวง ระยะแรก อย่างไรให้ถูกวิธี

การที่จะทำให้เราหายจากโรคร้ายต่างๆได้ อันดับแรกที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องเข้าใจโรคนั้นก่อน และเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับอาการ 

หากทำเช่นนี้ได้จึงจะทำให้เราหายจากอาการป่วยได้ เช่นเดียวกับการเป็นริดสีดวง การจะรักษาให้หายได้ต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสม

ริดสีดวงทวาร เกิดจากการที่เส้นเลือดดำมีอาการโป่งพอง อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น  เกิดจากพันธุกรรม พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดื่มน้ำ การออกกำลังกาย การมีวินัยในการขับถ่ายในชีวิตประจำวัน การใช้ยารักษาโรค 

Table of Contents

การป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโต มะเร็งลำไส้ เนื้องอกในช่องท้อง ตับแข็ง เป็นต้น และริดสีดวง ยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามบริเวณที่พบริดสีดวงนั้น 

ได้แก่ ริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงภายใน โดยริดสีดวงภายใน ยังแบ่งออกเป็น ริดสีดวง ระยะแรก หรือริดสีดวงระยะที่ 1  ริดสีดวงระยะที่ 2   ริดสีดวงระยะที่ 3  และ  และฤทธิ์ และ ริดสีดวงระยะที่ 4

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

เราทราบกันมาแล้วว่า ริดสีดวงมีทั้งหมด 4 ระยะ ซึ่งบอกได้เลยว่าแต่ละระยะ มีลักษณะอาการและวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดย ริดสีดวง ระยะแรก   มีลักษณะที่สำคัญ ๆ คือ จะเกิดติ่งเล็กๆ บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ซึ่งต่อกับทวารหนัก โดยเราจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าของเรา 

เนื่องจากวันเกิดขึ้นภายในร่างกาย เวลาถ่ายอุจจาระจะมีเลือดปนออกมา โดยในระยะนี้ ริดสีดวงทวารจะไม่โผล่พ้นบริเวณขอบทวารหนักออกมาภายนอก  และหากผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนของริดสีดวง อาจจะรู้สึกปวดริดสีดวงร่วมด้วย 

ริดสีดวง ระยะแรก จะมีความรุนแรงน้อยที่สุด ดังนั้น จึงเป็นผลดีในการรักษาด้วย การรักษาริดสีดวง สามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆ คือ

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

1.  รักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีการรักษานี้ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโรค และตัดสินใจในการเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล โดยต้องคำนึงถึงภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเป็นสังคัง

2.  รักษาด้วยตนเอง หรือรักษาตามธรรมชาติ เป็นวิธีการรักษา ที่ไม่ต้องนำหัวริดสีดวงออก โดยผ่านการรักษาจากแพทย์ ในวิธีนี้ อาจจะได้ผลการรักษาที่ช้ากว่า แต่ผลข้างเคียงหลังจากการรักษาอาจจะมีน้อยกว่า และเหมาะสมกับผู้ป่วยที่กลัวหมอ

ธรรมชาติ บำบัด ริดสีดวง รักษา ให้หายขาด

การรักษาริดสีดวง แต่ละระยะ ก็จะใช้วิธีการรักษาที่หลากหลายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ดังนั้น จึงไม่จำเป็นว่า ต้องผ่านกระบวนการรักษาโดยคุณหมอเท่านั้น ถึงจะรักษาริดสีดวงให้หายได้ โดยบางกรณี 

ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ บำบัด ก็สามารถทำให้ร่างกายของเรากลับมาเป็นปกติได้ โดยวิธีการรักษาริดสีดวง ด้วยวิธีการทางธรรมชาติหรือด้วยตนเองนั้น สามารถทำได้โดย

1. ตรวจสอบว่าตัวเองเป็นริดสีดวงหรือไม่ โดยหากเป็นริดสีดวงภายนอก เราจะสามารถสังเกตได้จากการสัมผัสบริเวณทวารหนักในระหว่างการทำความสะอาด แต่ถ้าหากเป็น ริดสีดวง ระยะแรก ซึ่งเป็นริดสีดวงภายใน เราจะไม่สามารถสัมผัสได้ 

เนื่องจากในระยะนี้ ติ่งของริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาภายนอกทวารหนัก แต่เราสามารถสังเกตได้จาก การที่มีเลือดปนออกมาพร้อมกับอุจจาระเวลาขับถ่าย

ธรรมชาติ บำบัด ริดสีดวง รักษา ให้หายขาด

2. การแช่ในน้ำอุ่นที่ผสมดีเกลือ วันละประมาณ 2-3 ครั้ง โดย คุณไม่จำเป็นต้องแช่ทั้งตัว แช่เฉพาะบริเวณที่เป็นริดสีดวงก็สามารถช่วยได้ โดยการผสมน้ำอุ่นกับดีกลือให้สูงประมาฯ 2 – 3 นิ้ว และใช้วิธีการนั่งในภาชนะก็ได้ 

อย่างไรก็ดีไม่ควรใช้น้ำที่ร้อนเกินไป เพราะจะกลับกลายเป็นว่า ยิ่งทำให้ริดสีดวงเกิดอาการอักเสบ มากยิ่งขึ้น แล้วอาจะทำให้การรักษาต้องถึงขั้นไปพบแพทย์ในที่สุด

3.  การประคบด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะเป็นการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบบริเวณที่เป็นริดสีดวง ทำ 3-4 รอบต่อวัน

4.  การใช้ยาสมานแผลหรือยาที่ใช้ทำให้ริดสีดวงเล็กลง เช่น สามารถใช้ยารักษาริดสีดวง คำไพลิน ซึ่งเป็นยารักษาริดสีดวง ที่สามารถทำให้ริดสีดวงหายขาด ไม่เรื้อรัง ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดริดสีดวง ให้หัวริดสีดวงหลุดออก  

ลดการอักเสบของแผลริดสีดวง ช่วยให้เลือดหยุดไหล บำรุงระบบย่อยอาหาร  ช่วยในการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้สามารถอุจจาระได้ง่ายขึ้น

5.  ใช้เบาะรองเวลานั่ง ลดการกระแทกของริดสีดวงกับพื้น ถึงจะไม่ใช่วิธีการรักษา แต่ก็เป็นวิธีที่สามารถทำให้ลดการเจ็บปวดจากริดสีดวงได้

6.  ประคบด้วยน้ำแข็ง เพื่อลดอาการบวมของริดสีดวง โดยประคบ 5 – 10 นาทีต่อครั้ง

ริดสีดวง ทําไงหาย

7.  การรับประทานอาหารที่มีเส้นใย และดื่มน้ำให้เพียงพอ ถึงวิธีนี้ จะไม่ได้ทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก แต่ก็ลดการลุกลามในริดสีดวงระยะอื่นได้ และเป็นวิธีการป้องกันการเป็นริดสีดวงได้ดีที่สุดอีกด้วย

คำเตือน ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารหรือเครื่องดื่มปะเภทใด

การเป็นริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เกิดอาการโป่งพอง หรืออักเสบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารโดยตรง ดังนั้น ผู้ป่วยที่เป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารหรือเครื่องดื่มต่างๆ 

ที่มีผลทำให้เกิดความรุนแรงกับริดสีดวง เพราะยิ่งริดสีดวงมีความรุนแรงเท่าไหร่ การรักษายิ่งต้องใช้เวลานาน และมีความเสี่ยงมากขึ้นตามไปด้วย โดยอาหารต้องห้าม หรือ ต้องรับประทานให้น้อยที่สุดของผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง มีใครๆ ได้แก่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์
ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด
ริดสีดวง รักษา pantip
ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ
ริดสีดวง ห้ามกิน

1. กลุ่มผักและผลไม้ หลายท่านอาจสงสัยว่าผักและผลไม้ เป็นอาหารที่เพิ่มเส้นใยในการขับถ่าย แล้วเหตุใดผู้ป่วยที่เป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารในกลุ่มนี้ แท้จริงแล้ว ผักและผลไม้ บางชนิดอาจจะมีผลต่อระบบย่อยอาหาร จึงควรงดกินไปก่อน 

หรือผักบางชนิด จำเป็นต้องกินแบบสุกเพื่อลดผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร เช่น ชะอม มะระ ตำลึง หน่อไม้ดอง เป็นต้น ผลไม้ที่จำเป็นต้องงดขณะที่เป็นริดสีดวง เช่นทุเรียน ขนุน   ละมุด มะขามเปียก น้อยหน่า เป็นต้น

ริดสีดวง ห้ามกิน

2. กลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะที่ย่อยยาก ได้แก่ กลุ่มเนื้อวัว หมู และที่สำคัญ อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ ไม่มีเส้นใย ที่ช่วยในการขับถ่ายหรือรักษาอาการท้องผูกได้

เนื้อสัตว์

3.  กลุ่มอาหารแปรรูป โดยเฉพาะของหมักของดอง เนื่องจากมีผลต่อการขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร

4.  ในระหว่างการรักษาควรหลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มอาหารทะเลทุกชนิด

5.  กลุ่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ

6.  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด โดยเฉพาะรสเผ็ดจัด

นอกจากหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีผลต่อการรักษาริดสีดวงแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการออกกำลังกาย ให้ร่างกายแข็งแรงและมีน้ำหนักตามเกณฑ์อยู่เสมอ 

รวมทั้ง การฝึกวินัยในการขับถ่ายไม่กลั้นอุจจาระเวลาที่ต้องการเข้าห้องน้ำ รวมทั้ง การหลีกเลี่ยงกลุ่มยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ท้องผูก

ริดสีดวง รักษา pantip กระทู้ฮิต

ปัจจุบัน โลก Social  มีผลต่อการดำรงชีวิตของเราเป็นอย่างมาก แม้กระทั่ง การค้นหาอาการหรือวิธีการรักษาโรค ก็สามารถทำได้บนอินเทอร์เน็ต ทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างง่ายดาย โดยมีหลายๆเว็บไซต์ เปิดให้ทุกคนตั้งกระทู้เพื่อถามปัญอาการป่วยของตน เช่น กระทู้ ริดสีดวง รักษา ที่ webside pantip 

ริดสีดวง รักษา pantip

ที่ได้เปิดโอกาสให้ ทุกคนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือความรู้ เกี่ยวกับการรักษาโรคริดสีดวง ให้กับสังคมออนไลน์ได้รับทราบ ซึ่งถือเป็น กระทู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคริดสีดวง และกลุ่มคนที่มีความสนใจเสาะหาความรู้ด้วยตัวเอง เช่น การแจ้งข่าวเกี่ยวกับการรักษาริดสีดวง ที่หายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด 

ทำให้ บุคคลที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวง และมีความกังวลในการรักษาด้วยการผ่าตัด มีกำลังใจขึ้น กล้าที่จะรักษาโรคริดสีดวง เพราะทราบแล้วว่าริดสีดวงหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือ วิธีการรักษา ริดสีดวง ระยะแรก 

จากสมาชิกของเว็บไซต์ ที่มาอธิบายวิธีการรักษาให้กับเพื่อนๆสมาชิกได้รับทราบ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ต่อกลุ่มสมาชิก ที่มีความสนใจในด้านการรักษาริดสีดวงเป็นอย่างมาก

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

แต่อย่างไรก็ดี ในเว็บไซต์ pantip  มีสมาชิกจำนวนมาก ซึ่งประกอบอาชีพ แล้วจบจากสายงานที่แตกต่างกัน ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นด้านอาการป่วย ของแต่ละบุคคล จะอธิบายได้แตกต่างกันไป บางคน อธิบายวิธีการรักษาที่ได้ฟังจากคนรอบข้างมา บางคนอธิบายการรักษาที่ใช้ความน่าจะเป็นมาตัดสิน 

บางคนอธิบายการรักษาโดยใช้หลักการทางการแพทย์ ดังนั้น หากท่านจะตัดสินใจเชื่อข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ pantip  จำเป็นต้องหาข้อมูลหรือรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม โดยเลือกหารายละเอียดจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์งานวิจัยทางการแพทย์ เว็บไซต์ของโรงพยาบาลต่างๆ เป็นต้น

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง วิธีแก้ และรักษา ให้หายขาด

ริดสีดวง มีหลายชนิด อาทิ เช่น ริดสีดวงจมูก ริสีดวงตา และ ริดสีดวงทวารหนัก โดยที่คนส่วนใหญ่รู้จัก คือ ริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงทวารนั้น มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก 

และถ้าหากถามถึงความอันตรายโรคริดสีดวงนี้ก็มีความอันตรายเช่นเดียวกันกับการป่วยด้วยโรคอื่น ๆ แต่ผลกระทบที่มีต่อร่างกาย อาจจะมีน้อยกว่าโรคร้ายบางโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคตับ เป็นต้น ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดี สำหรับผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง

Table of Contents

แนะนำ ริดสีดวง วิธีแก้ ให้โรคหายขาด

ริดสีดวง วิธีแก้ ไขให้หายขาดได้นั้น ทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการรักษาริดสีดวงแต่ละประเภท และความรุนแรงของโรคริดสีดวงในระยะนั้น ๆ โดยหากถ้าเลือกวิธีการรักษาที่ไม่ถูกต้องผลที่ได้ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้หายขาดจากโรคนี้ได้ หรือก็เป็นการเสียเวลาและเสียทรัพย์สินเงินทองในการรักษาโดยไม่เกิดประโยชน์ สรุปวิธีการรักษาริดสีดวงสามารถทำได้โดย

แนะนำ ริดสีดวง วิธีแก้ ให้โรคหายขาด

  • การผ่าตัดการผ่าตัดริดสีดวง สามารถรักษาริดสีดวงโดยการนำหัวริดสีดวงออก และในการผ่าตัดนี้จะต้องให้ยาสลบกับผู้ป่วย เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บขณะทำการรักษา การผ่าตัดริดสีดวงนิยมใช้กับการรักษาริดสีดวงภายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มีความรุนแรงของโรคมากที่สุด
  • การใช้ยาในการรักษา โดยการรักษาสามารถใช้ได้ทั้งยารับประทานและการใช้ยาเหน็บโดยยาที่ใช้รับประทานจะใช้ในการแก้ปวด รวมถึงยาเหน็บก็จะบรรเทาอาการแก้ปวดโดยการเหน็บเข้าไปโดยตรงบริเวณที่เป็นริดสีดวง
  • การใช้ยาสมุนไพรในการรับประทานเพื่อแก้ปัญหาริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก ไม่เรื้อรัง ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด มีตัวยาสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยให้การอักเสบของแผลจากริดสีดวงให้ได้เร็วขึ้น
  • การใช้ยางรัดเพื่อทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ วิธีนี้จะเป็นการใช้ยางรัดริดสีดวงในระยะที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากขึ้น โดย 1-2 วันจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้เนื่องจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง
  • การใช้ยาฉีดหัวริดสีดวงเพื่อทำให้หัวริดสีดวงยุบและหลุดออกเอง

การกินยาบำรุงเลือด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลือง คล้ายกับสูญเสียเลือดเนื่องจากการที่เป็นริดสีดวงและมีเลือดออกเวลาอุจจาระเป็นเวลานานนั้น จะทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดที่ไม่ใช่กระบวนการขับเลือดตามปกติของร่างกาย

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

ริดสีดวง อันตรายไหม คงเป็นคำถามที่มีความนิยมมากที่สุดสำหรับทุกคนที่ป่วย และต้องการที่จะทราบ แน่นอนว่าริดสีดวงหากไม่ทำการรักษาจะมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างแน่นอน แต่อันตรายของโรคนี้ก็จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของโรค

  • อันตารายจากริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงภายนอกเกิดจากการอักเสบหรือการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณรอบทวารหนัก โดยริดสีดวงภายนอกจะมีลักษณะเป็นติ่ง อยู่บริเวณรอยย่นของทวารหนักส่วนนอก ริดสีดวงประเภทนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคจะสามารถสังเกตเห็นริดสีดวงได้ด้วยตนเองโดย อาจจะจับ หรือคลำเจอขณะทำความสะอาดร่างกาย ริดสีดวงภายนอกจะมักมีอาการปวดเมื่อมีการพิจารณาอยู่เสมอ โดยอันตรายจากริดสีดวงภายนอกคือ
    • ผู้ป่วยจะขับถ่ายไม่สะดวก
    • รู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนักเป็นประจำ ในขณะที่มีการเเบ่งอุจจาระ
    • หากมีอาการรุนแรงขึ้น ขณะพยายามขยับร่างกาย หรือมีสิ่งมากระทบกับทวารหนักทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณทวารหนักมากขึ้น
  • อันนี้จากริดสีดวงภายในดวงภายในจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักส่วนบน ริดสีดวงประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามความรุนแรงของโรค คือริดสีดวงระยะที่ 1 ริดสีดวงระยะที่ 2 ริดสีดวงระยะที่ 3 และริดสีดวงระยะที่ 4 เมื่อริดสีดวงภายในนี้มีหลายระยะ ดังนั้นการรักษาโรคแต่ละระยะก็จะแตกต่างกันออกไป และอันตรายของโรคแต่ละระยะที่มีต่อร่างกายก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถสรุปคร่าว ๆ เกี่ยวกับความอันตรายของริดสีดวงภายในที่มีผลกระทบต่อี่างกายได้ ดังนี้
    • ระยะที่ 1 ภายในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายจะมีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น และเวลาขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดสีสดบนออกมากับอุจจาระด้วย
    • ระยะที่ 2 ตุ่มริดสีดวงเล็กๆจะเริ่มมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและเวลาขับถ่ายตุ่มริดสีดวงนั้นก็จะโผล่พ้นทวารหนักออกมาด้วย นอกจากนี้ก็จะมีเลือดปนออกมาด้วยเช่นกัน และเมื่อขับถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ริดสีดวงที่ยื่นออกมานั้นก็จะสามารถหดกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมได้
    • ระยะที่ 3 ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ และเมื่อมีอาการไอ หรือจามเพียงเล็กน้อยริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมา เช่นเดียวกับการขับถ่ายริดสีดวงสามารถโผล่ออกจากทวารหนักออกมา และจะไม่สามารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ นอกจากจะใช้มือในการช่วยดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปด้าน โดยในระยะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ก็ได้แก่มีเลือดออกเวลาขับถ่าย และบางกรณีหากมีภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก
    • ระยะที่ 3 ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากที่สุด และมีการอักเสบ โดยริดสีดวงจะอยู่นอกทวารหนักมีน้ำเหลืองไหลออกมาจากหัวริดสีดวงด้วย และเวลาขับถ่ายจะมีเลือดปนโดยที่ไม่สามารถควบคุมที่ไหลออกมาของออุจจาระได้ในบางครั้ง ทำให้ทวารหนักเปียกชื้นอยู่เสมออ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยหากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด นอกจากนี้ผู้ป่วย ร่างกายยังจะมีลักษณะเหลืองซีด ซึ่งเกิดจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน

เมื่อทุกท่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายจากการเป็นริดสีดวงทวารหนักมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าหากมีคนมาถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ทุกคนคงจะสามารถตอบได้แล้วใช่ไหมว่าความอันตรายของริดสีดวงมากแค่ไหน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ตุ่มแข็ง
ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด
ริดสีดวง ภายใน อาการ
ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

โรค ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด เกิดจากสาเหตุอะไร

เราอาจจะเคยสงสัยหรือเคยได้ยินมาว่าบางคนเป็นโรค ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ออกมาปนกับอุจจาระได้ด้วย จึงทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงมีเลือดปนออกมากับอุจจาระทุกครั้ง อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าริดสีดวงทวารหนักมีทั้งหมด 2 ประเภท คือ 

ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก ซึ่งการถ่ายเป็นเลือดนั้นจะพบได้บ่อยกับผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงภายใน ซึ่งอาการที่มีเลือดออกขณะขับถ่ายนั้นจะมีอาการตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะสุดท้ายนั่นก็คือระยะที่ 4

แต่อย่างไรก็ดีการที่มีเลือดออกจากอุจจาระทุกครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นโรคริดสีดวง บางคนอาจจะเป็นแค่แผลในลำในทวารหนักทำให้มีเลือดออกมาปนกับอุจจาระ หรือบางคนอาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็สามารถพบเลือดสดออกมาพร้อมกับอุจจาระได้เช่นเดียวกัน 

แต่หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นริดสีดวง และการที่มีเลือดออกมาพร้อมกับอุจจาระนั้นก็เกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมีการโป่งพอง ซึ่งทำให้บริเวณลำไส้ใหญ่ที่มีเส้นเลือดโป่งพองนั้นมีความเปราะบางกว่าบริเวณอื่น ๆ ของลำไส้ใหญ่

ที่ติดกับทวารหนัก เมื่อมีการอุจจาระหรือเบ่งอุจจาระเกิดขึ้นจึงทำให้เลือดบริเวณนั้นไหลออกมากับอุจจาระนั่นเอง โดยการเป็น ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ได้นั้น มีสาเหตุเริ่มแรกจากปัจจัยหลายๆอย่างที่ก่อให้เกิดการที่ดวง คือ

 

  • อาการท้องผูก
  • การรับประทานอาหารที่ย่อยยากและไม่มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบ
  • รับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8-12 แก้วต่อวัน
  • ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เป็นสตรีมีครรภ์
  • มีอาการไอเรื้อรังเป็นเวลานาน
  • ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง เช่น ต่อมลูกหมากโต มีเนื้องอกในลำไส้ เป็นโรคตับ

 

รู้จักกับ ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากอะไร

รู้จักกับ ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากอะไร

ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากโรคริดสีดวงทวารหนักประเภทริดสีดวงภายนอก ซึ่งริดสีดวงภายนอกเกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักมีอาการบวมหรือโป่งพอง อันเนื่องมาจากการไหลเวียนเลือดบริเวณเส้นเลือดดำนั้นผิดปกติทำให้เกิดเลือดคั่งและเป็นลิ่มเลือดขึ้น 

โดยมีผิวหนังห่อหุ้มบริเวณลิ่มเลือดนั้นไว้จึงทำให้มองเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบทวารหนักส่วนนอกของร่างกาย ซึ่งตุ่มที่มีลิ่มเลือดอยู่จะมีลักษณะแข็ง ดังนั้นเราจึงสัมผัสได้ว่ามีตุ่มที่แข็งเกิขึ้นบริเวณทวารหนัก 

โดยหากมีการเจาะหรือเอาเล่นๆที่อยู่ในกลุ่มของริดสีดวงออกได้นั้นริดสีดวงก็จะแซ่บและแผลของริดสีดวงก็จะค่อยๆหายดี เรื่อย ๆ ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิด ริดสีดวง ตุ่มแข็ง ขึ้น ก็มีสาเหตุหลัก เดียวกันกับการเกิดริดสีดวงภายใน

ริดสีดวง วิธีแก้ มีหลากหลายวิธี ดังนั้นหากท่านใดสารถเลือกวิธีการรักษาให้ตรงกับอาการที่ตนเอง

เป็นได้มากที่สุด การรักษาโรคนี้ก็จะหายขาดไม่กลับมาเป็นอีกครั้ง  อย่างไรก็ดีหากหายจากการเป็นริดสีดวงแล้วควรจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ซ้ำอีกจะเป็นการดีที่สุด

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง รักษาเอง ได้หรือไม่ เป็นแล้วหายไหม

การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ คำกล่าวนี้ใช้ได้จริง กับโรคต่าง ๆ แน่นอนว่าถ้าเราไม่ป่วย ก็ไม่ต้องไปรักษา ไม่เสียเวลาที่ต้องพบแพทย์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 

หรือบางโรคถึงขั้นต้องออกจากงาน เช่นเดียวกับริดสีดวง ถึงจะไม่ใช่โรคที่มีความรุนแรง สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าหากปล่อยให้เรื้อรังก็สามารถทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องลำบกได้เหมือนกัน

Table of Contents

ริดสีดวง รักษาเอง ได้ไหม

มีหลายคนที่เป็นโรคกลัวหมอ กลัวเข็ม จนต้องหายามาแทนเอง เคยไหมที่ป่วยเป็นอะไรก็กิน พาราไว้ก่อน อย่างกับว่า พารา เป็นยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค แต่ความกลัวไม่เข้าใคร ออกใคร จึงว่ากันไม่ได้ ฉะนั้นคำถามของคนที่ไม่อยากไปหาหมอจึงต้องมีคำถานี้ ริดสีดวง รักษาเอง สามารถทำได้ไหม ซึ่งแน่นอนว่า สามารถดูแลรักษาเองได้ที่บ้าน โดยมีวิธีหรือขั้นตอนพอสรุปสรุปไดดังนี้

ริดสีดวง รักษาเอง ได้ไหม

cr. verywellfamily.com

 

  • ริดสีดวง ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 โดยริดสีดวงใน 2 ระยะแรกนี้ สามารถรักษาได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เพราะอาการยังถือว่าไม่ร้ายแรง โดยการรักษาทำได้หลายวิธี
    • รับประทานผัก ผลไม้เป็นประจำ เพื่อเป็นการรักษาอาการท้องผูก เนื่องจาก ผัก และผลไม้ เพื่อเพิ่มเส้นใยในกากอาหาร ให้เราสามารถขับถ่ายได้สะดวก
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และช่วยให้อุจจาระนิ่ม สามารถขับถ่ายได้ง่ายไม่เป็นก้อนแข็ง
    • กินยาที่มีสมุนไพรที่ให้สรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง ลดการโป่งพองรอบทวารหนัก ช่วยให้หัวริดสีดวงยุบตัว แห้งฝ่อ สมานแผลให้เลือดหยุดไหล และช่วยฟื้นฟุระบบขับถ่ายของเราได้
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ตัวเองน้ำหนักเกินเกณฑ์ เพื่อไม่ให้การทำงานต้องมีการเบ่งโดยใช้ลมในช่องท้องมากเกินไป เสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวาร
    • มีวินัยในการขับถ่าย ไม่กลั้นอุจจาระ เนื่องจากการอาหารในลำไส้ใหญ่จะรอการขับออกจากร่างกาย ยิ่งกากอาหารอยู่ในร่างกายนานเท่าไหร่ ลำไส้ใหญ่ก็จะดูดน้ำจากการอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ กากอาหารแข็งตัว ขับถ่ายออกมาได้จาก เสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวาร
  • ริดสีดวง ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 โดยใน 2 ระยะนี้ ถึงการเป็น ริดสีดวง รักษาเอง ไม่ได้ทั้งหมด แต่เมื่อได้รับการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้ป่วยก็ต้องมาพักฟื้นที่บ้านและรักษาด้วยตนเอง จนกว่าแผลจะหายดี โดยทำได้โดย
    • การกินยาบำรุงเลือดเพื่อช่วยบำรุงเลือดให้กลับมาปกติ อันเนื่องมาจากร่างกายเสียเลือด จากการที่เลือดไหลออกมาตลอดในขณะที่มีการขับถ่าย
    • การกินยาที่ช่วยในการสมานแผล หยุดเลือด ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น
    • การทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่น
    • การใช้ยาสอดหากมีการเจ็บจากการรักษา
    • การรับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับถ่าย และการฝึกวินัยในการขับถ่ายให้เป็นเวลาประจำทุกวัน
 

ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง ตัวช่วย ไม่ต้องผ่า

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ผ่า ริดสีดวง
ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด
ริดสีดวง ทําไงหาย
ริดสีดวง หายเองได้ไหม
ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง หายเองได้ไหม

เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงต้องการกำลังใจในการักษาริดสีดวงทวาร อันเป็นโรคที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่ก็ทำให้คนเกือบ 70 % ของประเทศเคยป่วยเป็นโรคนี้ ดังนั้นหากมีคำถามว่า ริดสีดวง หายเองได้ไหม เกิดขึ้นก็คงไม่แปลก 

เพราะคนที่เป็นก็ต้องการที่จะหายขาด ยิ่งถ้าโรคนี้สามารถหายได้เอง คงเป็นข่าวดี ยิ่งกว่าการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ซะอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีโรคอะไรที่เป็นแล้วหายเองได้ ต้องมีการรักษาหรือการดูตัวเองของผู้ที่ป่วย 

เช่นเดียวกับการเป็นริดสีดวงทวารซึ่งต้องมีการรักษาถึงจะหายได้ แต่ก็ยังมีเรื่องดีสำหรับริดสีดวงทวาร เพราะใช้เวลาหลายปีมากกว่าโรคจะเข้าสู่ระยะที่รุนแรง และในระยะแรก ๆ แทบไม่แสดงอาการออกมา คนส่วนใหญ่จึงไม่สามารถตรวจพบในระยะที่ 1 ได้ 

โดยหากเป็นริดสีดวงแล้ว แต่ไม่รักษา ต้องการเพียงแค่การกินผัก ผลไม้ อาหารที่มีเส้นใหญ่ ดื่มน้ำมาก ๆ ไม่อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง ก็จะสามารถชะลอระยะของริดสีดวงทวารได้ 

และริดสีดวงอาจจะไม่ลุกลามไปในระยะที่รุนแรงกว่านั้น แต่มันจะไม่สามารถหายเองได้อย่างแน่นอน ทางเดียวที่จะหายได้คือต้องมีการรักษาควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองไปด้วย

ริดสีดวง ทําไงหาย ได้บ้าง

cr. myupchar.com

ริดสีดวง ทําไงหาย ได้บ้าง

เมื่อเรารู้แล้วว่า ริดสีดวงหายเองไม่ได้ดังนั้นจึงต้องมีการักษาให้หาย โดยหลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วไอ้เจ้า ริดสีดวง ทําไงหาย การที่จะทำให้ริดสีดวงหายขาดนั้น ทำได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การรักษาด้วยตนเอง จนถึง การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการรักษาแต่ละวิธีต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระยะของริดสีดวง อายุของผู้ป่วย ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น และคำวินิจฉัยของแพทย์ถือเป็นจุดชี้ขาดว่าจะรักษาโรคนี้อย่างไร โดยเมื่อเป็นริดสีดวงแล้ว เราสามรถหาวิธีรักษาได้โดย

 

  • การชะลออาการของริดสีดวง ในการชะลออาการของโรคนี้ โดยการดื่มน้ำให้มาก เพื่อให้ให้อุจจาระนิ่มขึ้น กินผัก และผลไม้ เป็นประจำ เพื่อเพิ่มเส้นใย ลดอาการท้องผูก ฝึกขับถ่ายให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อลดการจับตัวกันแข็งของกากอาหารในลำไส้ใหญ่ การออกกำลังกายให้มีน้ำหนักอยู่ในระดับมาตรฐาน เพื่อการทำงานที่ดีของร่างกาย ลดการกดเชิงกราน อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริดสีดวง
  • การรักษาริดสีดวงด้วยตนเอง ในการรักษาด้วยตนเองนี้ หากทำในระยะที่ 1 และ 2 ของการเป็นริดสีดวง ยิ่งจะสามารถทำให้เราสามารถรักษาหายได้ง่ายขึ้น
    • การกินยา เป็นวิธีการที่รักษาริดสีดวงให้หาย โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดจากแพทย์ โดยยาที่สามรถรักษาริดสีดวงได้ ควรมีตัวยา เช่น ต้นขลู่ ที่แก้การอักเสบจากแผลของริดสีดวง บำรุงเลือด ต้นอัคคีทวาร ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้ริดสีดวงทวารยุบฟ่อ เถาเพชรสังฆาต ช่วยรักษาลำไส้เกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย  ต้นกระพังโหม ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยในการขับถ่ายให้สะดวก เป็นต้น
    • การรักษาอาการอันเนื่องมาจากการรักษาโดยแพทย์ ในระยะที่ 3 หรือ 4 บางครั้งแพทย์อาจจะไม่ให้แค่รับประทานยา แต่จะทำการกำจัดหัวริดสีดวงออกด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่จะทิ้งแผลเอาไว้ ดังนั้นผู้ป่วยต้องรักษาแผลให้หายด้วยตนเอง โดยการทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่น การกินยาบำรุงเลือดเนื่องมาจากการเป็นริดสีดวงจะทำให้เราเสียเลือด รวมทั้งการสวนทวารเพื่อให้อุจจาระได้ เนื่องจากหากมีการผ่าตัด ผลข้างเคียง ระยะแรก ๆ ของการผ่าตัดจะทำให้อุจจาระเองไม่ได้ นี่ก็คือการรักษา ริดสีดวง ทําไงหาย ได้ด้วยตนเอง
  • การรักษาริดสีดวงโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการรักษานี้หากหัวริดสีดวงไม่ใหญ่เกินไป และไม่มีการอักเสบจะรักษาด้วยการฉีดยาให้หัวริดสีดวงหลุดออก หรือหากมาหัวที่มีขนาดใหญ่พอ ก็จะใช้วิธีเอายางรัด 24 – 48 ชั่วโมง หัวของริดสีดวงก็จะหลุดออกได้ หรือหากต้องการรักษาริดสีดวงหลายหัวในเวลาเดียวกัน ก็จะใช้การจี้ด้วยอินฟราเรด หรือจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า แต่หากริดสีดวงมีการอักเสบ และพร้อมที่จะติดเชื้อได้ทุกเวลาก็จะทำการรักษา ด้วยวิธีการผ่าตัด โดยต้องให้ยาสลบกับผู้ป่วย โดยการรักษาด้วยแพทย์ทุกวิธี จะยังคงมีแผลของริดสีดวงอยู่ ดังนั้นจึงต้องให้ผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวเอง และพักฟื้นอยู่ที่บ้าน

ริดสีดวง อันตรายไหม

  • การป้องกันการเกิดริดสีดวงซ้ำอีก หลายคนอาจะดีใจว่า ตัวฉันได้หายจากการเป็นริดสีดวงแล้ว แต่อย่างพึ่งดีใจไป ริดสีดวงก็เหมือนกับโรคอื่น ๆ ที่หายได้ก็กลับมาเป็นได้ และเชื่อว่าหลายๆ คน คงไม่อยากจะเป็นโรคนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ อย่างแน่นอน ดังนั้นหากเรารักษาหายแล้ว จะต้องมีการป้องกันตัวเองจากการเป็นโรคนี้ คือ
    • รักษาอาการไอเรื้อรังให้หายขาด
    • รับประทานผักผลไม้อยู่เป็นประจำ
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
    • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคในช่องท้อง เช่นตอมลูกหมากโต ตับแข็ง เนื้องอกในช่องท้อง เป็นต้น
    • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ตนเองเป็นโรคอ้วน
    • มีวินัยในการขับถ่าย ไม่กลั้นอุจจาระ

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น หากเราไม่ต้องการเป็นริดสีดวง ก็ต้องป้องกันโดยวิธีการต่าง ๆ ในส่วนที่ตนเองปล่อยละเลยไป แต่ถ้าเป็นไปแล้วก็ต้องรักษาให้ถูกกับระยะที่ตนเองเป็นอย่างเคร่งครัด 

เพียงเท่านี้เราก็จะหายจากการเป็นริดสีดวง และไม่กลับมาเป็นโรคนี้อีกครั้ง และเราก็จะเป็นสุข ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ”