Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ตุ่มแข็ง คืออะไร และเกิดจากสาเหตุอะไร

ริดสีดวงเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการอักเสบของเส้นเลือดดำ โดยริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นกับอวัยวะได้หลายชนิด เช่นริดสีดวงตาจะเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตา ริดสีดวงจมูกจะเกิดบริเวณเนื้อเยื่อโพรงจมูก และริดสีดวงทวารจะเกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก 

Table of Contents

โดยริดสีดวงทวารจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทก็ คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก ซึ่งริดสีดวงที่มีลักษณะเป็นตุ่มแข็ง ๆ นั้นเป็นอาการหนึ่งของริดสีดวงทวารประเภทริดสีดวงภายนอก

ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากอะไร

          ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เป็นริดสีดวงที่เกิดจากการมีลิ่มเลือดที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน ส่งผลให้เกิดตุ่มแข็งเกิดขึ้น โดยเป็นอาการหนึ่งของริดสีดวงทวารประเภทริดสีดวงภายนอก ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณขอบทวารหนัก ขณะขับถ่ายอาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บบริเวณทวารหนัก หากปล่อยไว้นานอาจทำให้มีก้อนเลือดออกหรือมีเลือดไหลซึมออกมาด้วย 

ในผู้ป่วยบางรายริดสีดวงภายนอกนี้อาจจะยุบลงเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่ในขณะที่บางรายการยุบลงของริดสีดวงนั้นจะไม่เป็นปกติ ทำให้มีผิวหนังของทวารแข็งนูนออกมาเป็นติ่ง ดังนั้นหากเราสัมผัสบริเวณติ่งนั้นจะทำให้เราพบว่าติ่งมีลักษณะแข็ง  แนวทางการรักษาผู้ป่วยเป็นริดสีดวงภายนอกสามารถทำได้โดยหากริดสีดวงเป็นก้อนขนาดเล็ก ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแต่อย่างไร 

ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจาก

แต่หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากคุณหมอ โดยหากริดสีดวงไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือภาวะเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายมากนักหมอจะทำการฉีดยาเข้าบริเวณทวารหนักทุก 2-4 สัปดา เพื่อให้หัวริดสีดวงสามารถยุบและหลุดออกได้ แต่ถ้าหากริดสีดวงมีขนาดใหญ่และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจะต้องทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเอาก้อนเลือดที่คั่งออกให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค

หากป่วยเป็นโรค ริดสีดวง หายไหม 

หากพูดถึงการป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก ทุกคนคงอยากจะรู้ว่าเป็น ริดสีดวง หายไหม ซึ่งการเป็นโรคริดสีดวงทวารนั้นสามารถเป็นและหายขาดได้ แต่ถ้าหากไม่ทำการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอแล้วหละก็โรคริดสีดวงก็สามารถกลับมาเป็นได้อีกครั้ง โดยการที่เราจะทำให้ตัวเองไม่กลับมาเป็นโรคนี้อีกครั้งสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้

ริดสีดวง หายไหม

  • ทานอาหารที่ให้ใยอาหารสูง เพื่อรักษาอาการท้องผูก ได้แก่ กลุ่มอาหารประเภทผักและผลไม้
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยให้กากอาหารนิ่ม และสามารถขับถ่ายได้สะดวก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และช่วยให้ลำไส้แข็งแรง แต่ไม่ควรออกกำลังกายจนเหนื่อยเกินไป โดยเฉพาะออกกำลังกายบริเวณหน้าท้องจะทำให้หน้าท้องเกร็ง และส่งผลให้เส้นเลือดดำโป่งพอง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร
  • ไม่เบ่งอุจจาระและไม่อั้นอุจจาระเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ จะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวาร ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการขับถ่ายเพื่อลดการเกิดโรคนี้

โรค ริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจากอะไร

หลายคนมีข้อสงสัยว่าโรค ริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจากอะไร อะไรคือสาเหตุของโรค  โรคริดสีดวงทวารหนักมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ริดสีดวง โดยโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุที่เกี่ยวกับเส้นเลือดดำมีการอักเสบและโป่งพอง เส้นเลือดดำที่กล่าวมานี้จะเป็นเส้นเลือดดำที่อยู่บริเวณทวารหนักโดยตรง 

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

เมื่อเส้นเลือดโป่งพองก็จะเกิดอาการการคั่งของเลือด ทำให้บริเวณนั้นมีลักษณะเป็นตุ่มหรือเป็นติ่งเกิดขึ้นได้ริดสีดวงทวารสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งการเกิด ก็คือดวงทวารภายนอก และริดสีดวงทวารภายใน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะและอาการที่แตกต่างกันออกไป

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

โดยทั่วไปแล้ว ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรคนี้จะไม่แสดงออกมาในทันทีทันใด โดยการเป็นริดสีดวงจะสามารถใช้เวลานานนับ 10 ปี กว่าโรกจะสามารถแสดงอาการออกมา ซึ่งริดสีดวงภายในนี้เกิดจากการที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายโป่งพองของเส้นเลือดดำ ทำให้มีการคั่งของเลือดเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ ขึ้น 

 

เนื่องจากบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักนี้มีความบอบบางมาก ดังนั้นการอักเสบของเส้นเลือดดำจึงเป็นไปได้ง่าย โดยอาการของโรคริดสีดวงภายในนี้จะแบ่งระยะความรุนแรงออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะก็จะมีลักษณะและอาการของโรคที่แตกต่างกันออกไป

ริดสีดวง ภายใน

ริดสีดวงระยะที่ 1  ในระยะนี้จะเป็นระยะที่เส้นเลือดดำเริ่มมีโป่งพอง เกิดเป็นตุ่มเล็กๆขึ้นในขณะที่มีการขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาหาก ผู้ป่วยมีอาการท้องผูกร่วมด้วยเลือดที่ไหลออกมาจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

ริดสีดวงระยะที่ 2 ในการเป็นริดสีดวงระยะที่ 2 นี้ อาการของผู้ป่วยจะเห็นได้ชัดกว่าระยะแรกเนื่องจากหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่มีการขับถ่ายจะทำให้หัวริดสีดวงซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นโผล่พ้นทวารหนักออกมา และเมื่อการขับถ่ายเสร็จสิ้นไม่มีการแบ่งโดยใช้ลมในช่องท้องแล้ว หัวริดสีดวงก็จะสามารถกลับไปอยู่ในทวารได้เหมือนเดิม ในการขับถ่ายแต่ละครั้งก็จะมีเลือดปนออกมาเช่นเดียวกัน

ริดสีดวงระยะที่ 3  ในระยะนี้อาการของโรคจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น เพราะริดสีดวงระยะนี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ดังนั้นหากมีอาการไอ จาม หรือถ่ายอุจจาระหัวริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมาได้ และจะไม่สามารถโหดกับเข้าไปยังตำแหน่งเดิมได้ หากต้องการที่จะนำริดสีดวงกลับเข้าไปภายในร่างกายนั้น ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องสวมถุงมือและใช้สบู่หรือเจลหล่อลื่นในการดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน และเช่นเดียวกับระยะที่ 2 และระยะที่ 1 คือเมื่อมีการขับถ่ายจะมีเลือดปนออกมาด้วยเสมอ

ริดสีดวง ระยะ4 สาเหตุและอาการของโรค

ริดสีดวงระยะที่ 4 การป่วยเป็นริดสีดวงในระยะนี้ผู้ป่วยจะสามารถสังเกตได้ว่าตัวเองเป็นริดสีดวง เนื่องจากว่าริดสีดวงที่ไม่สามารถกลับเข้าไปยังตำแหน่งเดิมได้ จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถจะจับหรือคลำพบขณะทำความสะอาดร่างกาย ในระยะที่ 4 จะมีอาการบวม ปวด และอักเสบของริดสีดวงมากยิ่งขึ้น เวลาขับถ่ายจะมีเลือดปนออกมา และบางกรณีจะมีน้ำหนองไหลปนกับเลือดและอุจจาระออกมาด้วย ในเวลาที่ปกติผู้ป่วยบางรายจะไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระได้ จึงทำให้ทวารหนักเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาและยากต่อการทำความสะอาด เมื่อปล่อยไว้ไม่มีการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนและอาจถึงแก่ชีวิตได้ รวมทั้งการเสียเลือดเป็นเวลานานจากการที่เลือดปนออกมากับอุจจาระนั้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลืองและหน้ามืดฉับพลัน

ริดสีดวง ภายนอก กับอาการของโรค

ริดสีดวง ภายนอก จะเกิดขึ้นจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักอักเสบ และโป่งพองโดยมีเลือดคั่งจนเป็นลิ่มเลือดที่ถูกห่อหุ้มไว้กับกับผิวหนังอีกชั้นหนึ่ง แต่ริดสีดวงประเภทนี้จะเป็นติ่งเล็กๆเกิดขึ้นภายนอกร่างกาย ทำให้อันตรายที่เกิดขึ้นกับริดสีดวงประเภทนี้น้อยกว่าการเกิดกับริดสีดวงภายใน 

เนื่องจากเราสามารถตรวจสอบพบริดสีดวงภายนอกได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากริดสีดวงภายในซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้แน่ชัดด้วยตนเองก็เข้าสู่ระยะที่ 3 แล้ว และริดสีดวงภายนอกก็ไม่มีความซับซ้อนและอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญที่จะทำให้เกิดภาวะเสี่ยงของโรค 

ริดสีดวง ภายนอก

ซึ่งอาการของโรคริดสีดวงภายนอกนั้นจะมีอาการเจ็บเวลามีการขับถ่ายและบริเวณทวารหนักจะมีติ่งเล็ก ๆ เกิดขึ้น โดยปกติแล้วริดสีดวงภายนอกสามารถหายและยุบเองได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าหากริดสีดวงมีขาดใหญ่ขึ้นจะทำการนำหัวริดสีดวงออกมาโดยการฉีดยา แน่นอนว่าต้องทำ 2-3 ครั้งกว่าหัวริดสีดวงจะหลุด 

และหากมีการอักเสบก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำหัวริดสีดวงออก โดยวิธีนี้ผู้ป่วยต้องได้รับการฉีดยาชา เพื่อทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะได้รับการผ่าตัด ในบางกรณีที่ริดสีดวงยุบลงไม่หมดจะเกิดเป็นติ่งเล็กๆขึ้น 

ทำให้เราเห็นว่าทวารหนักของเรามีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น จึงเป็นลักษณะอาการที่บ่งบอกการเป็นริดสีดวงภายนอกได้ โดยทั่วไปแล้วการเป็นริดสีดวงภายนอกนี้จะไม่มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ ซึ่งแตกต่างจากการเป็นริดสีดวงภายใน ซึ่งมักมีเลือดปนออกมาเสมอ

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง วิธีแก้ และรักษา ให้หายขาด

ริดสีดวง มีหลายชนิด อาทิ เช่น ริดสีดวงจมูก ริสีดวงตา และ ริดสีดวงทวารหนัก โดยที่คนส่วนใหญ่รู้จัก คือ ริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงทวารนั้น มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก 

และถ้าหากถามถึงความอันตรายโรคริดสีดวงนี้ก็มีความอันตรายเช่นเดียวกันกับการป่วยด้วยโรคอื่น ๆ แต่ผลกระทบที่มีต่อร่างกาย อาจจะมีน้อยกว่าโรคร้ายบางโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคตับ เป็นต้น ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดี สำหรับผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง

Table of Contents

แนะนำ ริดสีดวง วิธีแก้ ให้โรคหายขาด

ริดสีดวง วิธีแก้ ไขให้หายขาดได้นั้น ทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการรักษาริดสีดวงแต่ละประเภท และความรุนแรงของโรคริดสีดวงในระยะนั้น ๆ โดยหากถ้าเลือกวิธีการรักษาที่ไม่ถูกต้องผลที่ได้ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้หายขาดจากโรคนี้ได้ หรือก็เป็นการเสียเวลาและเสียทรัพย์สินเงินทองในการรักษาโดยไม่เกิดประโยชน์ สรุปวิธีการรักษาริดสีดวงสามารถทำได้โดย

แนะนำ ริดสีดวง วิธีแก้ ให้โรคหายขาด

  • การผ่าตัดการผ่าตัดริดสีดวง สามารถรักษาริดสีดวงโดยการนำหัวริดสีดวงออก และในการผ่าตัดนี้จะต้องให้ยาสลบกับผู้ป่วย เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บขณะทำการรักษา การผ่าตัดริดสีดวงนิยมใช้กับการรักษาริดสีดวงภายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มีความรุนแรงของโรคมากที่สุด
  • การใช้ยาในการรักษา โดยการรักษาสามารถใช้ได้ทั้งยารับประทานและการใช้ยาเหน็บโดยยาที่ใช้รับประทานจะใช้ในการแก้ปวด รวมถึงยาเหน็บก็จะบรรเทาอาการแก้ปวดโดยการเหน็บเข้าไปโดยตรงบริเวณที่เป็นริดสีดวง
  • การใช้ยาสมุนไพรในการรับประทานเพื่อแก้ปัญหาริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก ไม่เรื้อรัง ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด มีตัวยาสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยให้การอักเสบของแผลจากริดสีดวงให้ได้เร็วขึ้น
  • การใช้ยางรัดเพื่อทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ วิธีนี้จะเป็นการใช้ยางรัดริดสีดวงในระยะที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากขึ้น โดย 1-2 วันจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้เนื่องจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง
  • การใช้ยาฉีดหัวริดสีดวงเพื่อทำให้หัวริดสีดวงยุบและหลุดออกเอง

การกินยาบำรุงเลือด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลือง คล้ายกับสูญเสียเลือดเนื่องจากการที่เป็นริดสีดวงและมีเลือดออกเวลาอุจจาระเป็นเวลานานนั้น จะทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดที่ไม่ใช่กระบวนการขับเลือดตามปกติของร่างกาย

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รักษา

ริดสีดวง อันตรายไหม คงเป็นคำถามที่มีความนิยมมากที่สุดสำหรับทุกคนที่ป่วย และต้องการที่จะทราบ แน่นอนว่าริดสีดวงหากไม่ทำการรักษาจะมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างแน่นอน แต่อันตรายของโรคนี้ก็จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของโรค

  • อันตารายจากริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงภายนอกเกิดจากการอักเสบหรือการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณรอบทวารหนัก โดยริดสีดวงภายนอกจะมีลักษณะเป็นติ่ง อยู่บริเวณรอยย่นของทวารหนักส่วนนอก ริดสีดวงประเภทนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคจะสามารถสังเกตเห็นริดสีดวงได้ด้วยตนเองโดย อาจจะจับ หรือคลำเจอขณะทำความสะอาดร่างกาย ริดสีดวงภายนอกจะมักมีอาการปวดเมื่อมีการพิจารณาอยู่เสมอ โดยอันตรายจากริดสีดวงภายนอกคือ
    • ผู้ป่วยจะขับถ่ายไม่สะดวก
    • รู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนักเป็นประจำ ในขณะที่มีการเเบ่งอุจจาระ
    • หากมีอาการรุนแรงขึ้น ขณะพยายามขยับร่างกาย หรือมีสิ่งมากระทบกับทวารหนักทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณทวารหนักมากขึ้น
  • อันนี้จากริดสีดวงภายในดวงภายในจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักส่วนบน ริดสีดวงประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามความรุนแรงของโรค คือริดสีดวงระยะที่ 1 ริดสีดวงระยะที่ 2 ริดสีดวงระยะที่ 3 และริดสีดวงระยะที่ 4 เมื่อริดสีดวงภายในนี้มีหลายระยะ ดังนั้นการรักษาโรคแต่ละระยะก็จะแตกต่างกันออกไป และอันตรายของโรคแต่ละระยะที่มีต่อร่างกายก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถสรุปคร่าว ๆ เกี่ยวกับความอันตรายของริดสีดวงภายในที่มีผลกระทบต่อี่างกายได้ ดังนี้
    • ระยะที่ 1 ภายในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายจะมีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น และเวลาขับถ่ายอุจจาระจะมีเลือดสีสดบนออกมากับอุจจาระด้วย
    • ระยะที่ 2 ตุ่มริดสีดวงเล็กๆจะเริ่มมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและเวลาขับถ่ายตุ่มริดสีดวงนั้นก็จะโผล่พ้นทวารหนักออกมาด้วย นอกจากนี้ก็จะมีเลือดปนออกมาด้วยเช่นกัน และเมื่อขับถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ริดสีดวงที่ยื่นออกมานั้นก็จะสามารถหดกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมได้
    • ระยะที่ 3 ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ และเมื่อมีอาการไอ หรือจามเพียงเล็กน้อยริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมา เช่นเดียวกับการขับถ่ายริดสีดวงสามารถโผล่ออกจากทวารหนักออกมา และจะไม่สามารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ นอกจากจะใช้มือในการช่วยดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปด้าน โดยในระยะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ก็ได้แก่มีเลือดออกเวลาขับถ่าย และบางกรณีหากมีภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก
    • ระยะที่ 3 ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากที่สุด และมีการอักเสบ โดยริดสีดวงจะอยู่นอกทวารหนักมีน้ำเหลืองไหลออกมาจากหัวริดสีดวงด้วย และเวลาขับถ่ายจะมีเลือดปนโดยที่ไม่สามารถควบคุมที่ไหลออกมาของออุจจาระได้ในบางครั้ง ทำให้ทวารหนักเปียกชื้นอยู่เสมออ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยหากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด นอกจากนี้ผู้ป่วย ร่างกายยังจะมีลักษณะเหลืองซีด ซึ่งเกิดจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน

เมื่อทุกท่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายจากการเป็นริดสีดวงทวารหนักมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าหากมีคนมาถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ทุกคนคงจะสามารถตอบได้แล้วใช่ไหมว่าความอันตรายของริดสีดวงมากแค่ไหน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ตุ่มแข็ง
ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด
ริดสีดวง ภายใน อาการ
ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

โรค ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด เกิดจากสาเหตุอะไร

เราอาจจะเคยสงสัยหรือเคยได้ยินมาว่าบางคนเป็นโรค ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ออกมาปนกับอุจจาระได้ด้วย จึงทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงมีเลือดปนออกมากับอุจจาระทุกครั้ง อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าริดสีดวงทวารหนักมีทั้งหมด 2 ประเภท คือ 

ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก ซึ่งการถ่ายเป็นเลือดนั้นจะพบได้บ่อยกับผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงภายใน ซึ่งอาการที่มีเลือดออกขณะขับถ่ายนั้นจะมีอาการตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะสุดท้ายนั่นก็คือระยะที่ 4

แต่อย่างไรก็ดีการที่มีเลือดออกจากอุจจาระทุกครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นโรคริดสีดวง บางคนอาจจะเป็นแค่แผลในลำในทวารหนักทำให้มีเลือดออกมาปนกับอุจจาระ หรือบางคนอาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็สามารถพบเลือดสดออกมาพร้อมกับอุจจาระได้เช่นเดียวกัน 

แต่หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นริดสีดวง และการที่มีเลือดออกมาพร้อมกับอุจจาระนั้นก็เกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมีการโป่งพอง ซึ่งทำให้บริเวณลำไส้ใหญ่ที่มีเส้นเลือดโป่งพองนั้นมีความเปราะบางกว่าบริเวณอื่น ๆ ของลำไส้ใหญ่

ที่ติดกับทวารหนัก เมื่อมีการอุจจาระหรือเบ่งอุจจาระเกิดขึ้นจึงทำให้เลือดบริเวณนั้นไหลออกมากับอุจจาระนั่นเอง โดยการเป็น ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด ได้นั้น มีสาเหตุเริ่มแรกจากปัจจัยหลายๆอย่างที่ก่อให้เกิดการที่ดวง คือ

 

  • อาการท้องผูก
  • การรับประทานอาหารที่ย่อยยากและไม่มีใยอาหารเป็นส่วนประกอบ
  • รับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8-12 แก้วต่อวัน
  • ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เป็นสตรีมีครรภ์
  • มีอาการไอเรื้อรังเป็นเวลานาน
  • ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง เช่น ต่อมลูกหมากโต มีเนื้องอกในลำไส้ เป็นโรคตับ

 

รู้จักกับ ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากอะไร

รู้จักกับ ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากอะไร

ริดสีดวง ตุ่มแข็ง เกิดจากโรคริดสีดวงทวารหนักประเภทริดสีดวงภายนอก ซึ่งริดสีดวงภายนอกเกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักมีอาการบวมหรือโป่งพอง อันเนื่องมาจากการไหลเวียนเลือดบริเวณเส้นเลือดดำนั้นผิดปกติทำให้เกิดเลือดคั่งและเป็นลิ่มเลือดขึ้น 

โดยมีผิวหนังห่อหุ้มบริเวณลิ่มเลือดนั้นไว้จึงทำให้มองเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบทวารหนักส่วนนอกของร่างกาย ซึ่งตุ่มที่มีลิ่มเลือดอยู่จะมีลักษณะแข็ง ดังนั้นเราจึงสัมผัสได้ว่ามีตุ่มที่แข็งเกิขึ้นบริเวณทวารหนัก 

โดยหากมีการเจาะหรือเอาเล่นๆที่อยู่ในกลุ่มของริดสีดวงออกได้นั้นริดสีดวงก็จะแซ่บและแผลของริดสีดวงก็จะค่อยๆหายดี เรื่อย ๆ ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิด ริดสีดวง ตุ่มแข็ง ขึ้น ก็มีสาเหตุหลัก เดียวกันกับการเกิดริดสีดวงภายใน

ริดสีดวง วิธีแก้ มีหลากหลายวิธี ดังนั้นหากท่านใดสารถเลือกวิธีการรักษาให้ตรงกับอาการที่ตนเอง

เป็นได้มากที่สุด การรักษาโรคนี้ก็จะหายขาดไม่กลับมาเป็นอีกครั้ง  อย่างไรก็ดีหากหายจากการเป็นริดสีดวงแล้วควรจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ซ้ำอีกจะเป็นการดีที่สุด