Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ห้ามกิน อะไรบ้าง อาหารประเภทไหน ที่เหมาะสมในการรับประทาน

ริดสีดวงมีหลายชนิด ในบทความนี้ขอกล่าวถึงริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงทวารก็จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก 

Table of Contents

ซึ่งมีอาการและการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วการป่วยด้วยโรคต่าง ๆ มักมีอาหารที่รับประทานไม่ได้ เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารบางชนิด เพื่อเป็นการดีต่อโรค เช่นกัน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารประเภทไหน

โดยที่จริงแล้วการเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้โดยสิ้นเชิงไหม ตอบได้เลยว่าไม่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้หลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยลง เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดริดสีดวง หรือหากเป็นแล้วก็เพื่อป้องกันการอักเสบของริดสีดวง 

โดยหากถึงขั้นที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ก็จำเป็นต้องงดอาหารก่อนเที่ยงคืน ของวันที่จะได้รับการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการที่รุนแรง มีวิธีการดูแลรักษาตัวเอง โดยหากเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารแสลงบางชนิด 

ซึ่งเป็นวิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ หากอยากหายป่วยโดยไวแบบไม่ต้องกังวลใจว่าต้องเข้าทำการรักษา ก็อย่าได้เผลอไปทานอาหารแลง ดังต่อไปนี้

ริดสีดวง ห้ามกิน เนื้อสัตว์

– อาหารในกลุ่มของเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ควาย จระเข้ เป็นต้น

– ในกลุ่มของผลไม้ ผลไม้บางชนิดอาจมีผลทำให้ระบบการย่อยหรือระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ขับถ่ายได้ยาก หรืออาการท้องเสีย เช่น ทุเรียน ลองกอง มะยม สละ ขนุน สาเก เงาะ เป็นต้น

-ในกลุ่มของผัก หลักๆจะเป็นพวกหน่อไม้ดองทุกชนิด กุยฉ่าย สะตอ แครอท กระหล่ำปลี เป็นต้น ก่อนนำไปกินหรือนำไปประกอบอาหาร ควรทำความสะอาดให้ดีทุกครั้ง และต้องผ่านการทำให้สุกแล้ว ก่อนที่จะนำมารับประทาน ถ้าเป็นกระหล่ำปลีหรือแครอทควรทำให้สุกก่อน

– อาหารแปรรูป เช่น พวกของหมัก ของดอง ปลาร้า ปลาส้ม หอยดอง แหนม ปลาหลน เบค่อน และชีส เป็นต้น

– กลุ่มของอาหารทะเล คววรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลทุกชนิด ในระหว่าทำการรักษาโรคริดสีดวง

– กลุ่มของเครื่องดื่ม จำพวกกลุ่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชากาแฟ น้ำอัดลม นมจากเนื้อสัตว์ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ ในช่วงที่ทำการรักษาโรคริดสีดวงควรที่จะงดก่อน

– หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่เค็มจัด เผ็ดจัด ไม่ควรรับประทาน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารทะเล

หากผู้ป่วยที่เป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้ได้ ก้จะทำให้ร่างกายสามารถรักษาริดสีดวงให้หายด้วยตนเองไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีเมื่องดอาหารแสลงได้แล้ว ก็จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายด้วย

สาเหตุและอาการของโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

โดยปกติแล้วในขณะตั้งครรภ์ จะพบภาวะนี้ได้บ่อยมากกว่าคนปกติ ซึ่งริดสีดวง ขณะตั้งครรรภ์ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ และไม่ได้ส่งผลเสียกับเด็กในครรภ์ ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย ที่เปลี่ยแปลงไป และการไหลเวียนของเลือดในร่างกายส่วนท้องและอุ้งเชิงกรานเพิ่มมากขึ้น 

อีกทั้งมดลูกที่ขยายใหญ่เกิดการกดทับของเส้นเลือดดำในบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดไม่สะดวก ไม่มีการไหลกลับของเลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างที่ต่ำกว่าสะดือ ทำให้เกิดการเลือดคั่งในเส้นเลือดดำและเกิดการบวมบริเวณทวานหนัก 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการกระตุ้นการเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ ให้มีอาการที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เมื่อมีท้องโตมากคุณแม่จะลดการทำงาน โดยการนอน การนั่งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างวัน 

รวมไปถึงการออกกำลังกายน้อยลง ก็มีส่วนทำให้เกิดริดสีดวงทวารในช่วงการตั้งครรภ์มากขึ้นเช่นกัน การเกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารทำให้เกิดความรำคาญ เกิดอาการคันรอบทวานหนัก บางทีอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือมีเลือดไหลออกมาหลังจากการขับถ่าย 

ซึ่งริดสีดวงอาจออกมาเมื่อมีการเบ่งในขณะขับถ่าย และหดกลับเข้าไปเมื่อมีการขับถ่ายเสร็จ หรือบางกรณ๊อาจเป็นก้อนอยู่ภายนอก หรือยื่นออกมาจากทวารหนัก จึงทำให้มีความรู้สึกเจ็บ ในผู้ป่วยบางรายมีการบวมและปวดมากเวลาเดินหรือนั่งก็จะไม่สะดวก 

ถ้าเกิดการเสียดสีมาก อาจมีเลือดออกมาก ร่างกายมีอาการซีดเหลืองจากการขาดเลือด โดยหากคุณแม่ไม่อยากเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

– ดื่มน้ำให้มากๆ วันละ 8 -12 แก้ว

– รับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับขับถ่ายที่ดี รับประทานผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เช่นมะละกอ ลูกพรุน

– หมั่นฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัยเพราะส่วนใหญ่คุณแม่มักไม่ชอบการเข้าห้องน้ำนานๆ เนื่องจากอาการปวดเมื่อย ควรฝึกเข้าห้องน้ำในตอนเช้าทุกๆวันเพื่อการขับถ่ายที่ดี หากไม่ฝึกการขับถ่าย เมื่อเกิดอาการท้องผูกเบ่งยาก ก็ไม่อยากขับถ่ายเพราะปวดร้าว มาหน้าท้อง และขาหนีบ ทำให้กลไกลการขับถ่ายแย่ลง

– เมื่อทำตามข้อความข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถใช้ยาระบายช่วยได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ที่ทำการฝากครรภ์ก่อนใช้ยาระบาย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง อาหาร

ริดสีดวง ผ่าตัด ได้อย่างไร

มีหลายคำถามที่ผู้ป่วยอยากรู้ เช่น หากเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม ซึ่งแท้จริงแล้วการผ่าตัด นั้นใช้ในกรณีที่อาการหนักส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดในระยะที่ 4 เพราะริดสีดวงมีการอักเสบ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด แต่หากเป็นในขณะตั้งครรภ์โดยทั่วไปแล้วจะรักษาด้วยวิธีการประคับประคอง 

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

พยายามแนะนำวิธีปฏิบัติตัวให้เคร่งครัด น้อยคนที่จำเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องดำเนินในขณะนั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณแม่จะคลอดเจ้าตัวเล็กก่อนริดสีดวงค่อยจะมีอาการรุนแรงจนต้องทำการผ่าตัด โดยปัจจุบัน 

ถ้าต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดก็ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับยาไปที่ทารก จะใช้การฉีดยาเฉพาะที่ หรือมากสุดก็เป็นการบล็อคหลัง เพื่อลดอาการปวดในขณะทำการผ่าตัดเท่านั้น

ริดสีดวง อาการ ของโรคในแต่ละระยะ

โรค ริดสีดวง อาการ ของโรค นั้นจะแตกต่างกันในแต่ละระยะของการป่วย  โดยโรคริดสีดวงทวารนั้น เกิดจากที่หลอดเลือดดำที่อยู่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังในบริเวณทวารหนักมีการปูดพองเป็นหัว ซึ่งู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง อาการ ของโรคที่สำคัญ  คือ เมื่อถ่ายอุจจาระออกมาจะมีเลือดไหลออกมาด้วย 

เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวานจะปริแตก อาจสังเกตได้ว่าเวลาขับถ่ายจะมีเลือดไหลออกมา แต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ หากมีอาการแล้วปล่อยไว้นานอาจทำให้เลือดไหลออกมามากหรือเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดภาวะซีดเนื่องจากการขาดเลือด 

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง

หรือในกรณีที่ก้อนเนื้อริดสีดวงกลับเข้าไปในรูทวาร จะมีอาการปวดมากและหากพบแพทย์ช้าอาจทำให้เนื้อเน่าตาย จากการขาดเลือดได้ โดยสามารถแบ่งริดสีดวงทวารออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวงภายในโดยริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะตามอาการของโรค ดังนี้

– ระยะที่ 1 ริดสีดวงมีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นจากข้างนอกได้ แต่มักมีเลือดไหลออกเวลาขับถ่าย

– ระยะ 2 มีขนาดใหญ่ขึ้น และมักมีติ่งยื่นออกมา หากทำการเบ่ง หรือการขับถ่ายอุจจาระ แต่ในระยะนี้ติ่งสามารถหดกลับเข้าไปในรูทวานเองได้ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 3 มีขนาดริดสีดวงใหญ่ขึ้น และเริ่มมีติ่งยื่นออกมาเมื่อมีการขับถ่าย การไอ จาม เนื่องจากการเบ่ง ซึ่งริดสีดวงไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้เอง โดยต้องใช้นิ้วมือดันริดสีดวงเข้าไปในรูทวารถึงจะกลับเข้าไปได้ปกติ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 4 ในขณะที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นติ่งยื่นออกมาแบบถาวร ไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้ โดยโรค ริดสีดวง อาการ ยังแสดงออกมาโดยมีการซีดเหลืองของร่างกายจากการขาดเลือด ปวดริดสีดวงมากขึ้น ริดสีดวงมีกลิ่น เกิดอาการหน้ามืดฉับพลัน น้ำหนักลดลอย่างต่อเนื่อง

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา สามารถเป็นอันตรายได้

หากถามว่า ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ แน่นอนว่าส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย เช่น เกิดความรำคาญ เมื่อเวลาการขับถ่ายทำให้มีเลือดไหลออกมารวมถึงในบางรายอาจมีน้ำหนองไหลออกมา 

ซึ่งก่อให้เกิดความสกปรกส่งผลให้เกิดการบวมและเจ็บรวมถึงอาการคัน เมื่อมีการปวดมากๆ ก็จะให้ให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างลำบาก การเดิน การนั่ง หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวันเป็นไปได้ยาก รวมทั้งการมีอาการหน้ามืดอยยู่เสมอ 

ริดสีดวง อันตรายไหม

การควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ส่งกลิ่นรบกวน รวมทั้งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาก และร้ายที่สุดอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ในที่สุด จึงสามารถสรุปได้ว่า การป่วยเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่ผลที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อย่างแน่นอน

ในการป่วยเป็นริดสีดวง ถึงโรคนี้จะใช้เวลาหลายปีถึงจะแสดงอาการ และอาการนั้นก็ไม่ร้ายเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ ผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยตนเอง 

แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยรักษาให้หายแล้วแต่ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ริดสีดวง ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ทําไงหาย ไม่เรื้อรัง วิธีการป้องกัน ไม่ให้กลับมาเป็นอีก

ริดสีดวงถือเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานกว่าจะแสดงอาการ และเป็นโรคที่ไม่อันตรายมากนัก สามารถรักษาหายได้ ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่ง เช่น เกิดที่บริเวณเปลือกตา บริเวณโพรงจมูก และทวารหนัก 

Table of Contents

ริดสีดวงแต่ละชนิดมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะถือว่าวิธีการใดการหนึ่งสามารถรักษาริดสีดวงได้ทุกตำแหน่งนั้นไม่ถูกต้อง

ริดสีดวง ทําไงหาย

          ริดสีดวง ทำไงหาย ไม่เป็นเรื้อรัง นั่นคงจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากทราบคำตอบ และวิธีการรักษาเนื่องจากทุกคนไม่มีใครอยากมีอาการป่วย จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้โรคที่ตัวเองเป็นนั้นสามารถหายขาดและไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง ในที่นี้ขอกล่าวถึงการรักษาริดสีดวงทวาร โดยวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือการรักษาด้วยตนเอง และการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ริดสีดวง ทําไงหาย

  • การรักษาริดสีดวงด้วยตนเอง ถือเป็นวิธีการที่รักษาโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างที่ทราบกันว่าริดสีดวงไม่ใช่โรคที่มีความอันตรายมากนัก ดังนั้น การรักษาริดสีดวงจึงจำเป็นต้องรักษาตามความรุนแรงของโรคจะดีที่สุด โดยสามารถทำได้ ดังนี้
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร โดยกินอาหารที่มีกากใหญ่เป็นประจํา ซึ่งได้แก่ อาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพราะอาหารที่มีกากใยจะช่วยในการรักษาอาการท้องผูก ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อย 8-12 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยให้กากอาหารที่เรากำจัดออกในรูปแบบอุจจาระ ซึ่งทูกับไว้ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายนิ่มไม่แข็ง จะทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น
 
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย โดยไม่อั้นอุจจาระ ไม่เบ่งอุจจาระเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำ ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพองเกิดเลือดคั่งเนื่องจากเลือดไหลกลับไม่สะดวก และกลายเป็นริดสีดวงในที่สุด รวมทั้งไม่เล่นมือถือหรืออ่านการ์ตูนขณะขับถ่าย เนื่องจากจะทำให้เรารักความสนใจในการขับถ่าย และไปมีสมาธิกับมือถือการ์ตูนมากเกินไปทำให้การเข้าห้องน้ำใช้ระยะเวลานาน เป็นผลเสียต่อการขับถ่ายส่งผลต่อการท้องผูกในอนาคต
      • การประคบด้วยน้ำอุ่นหรือการแช่ในน้ำอุ่นเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง บางกรณีอาจจะใช้การปกคลุมด้วยน้ำเย็นก็สามารถลดการอักเสบของริดสีดวงได้
      • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ลำไส้สามารถทำงานได้สะดวก และระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
      • การใช้ยาสมุนไพร ยาสมุนไพรถือเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน ซึ่งอาจใช้ยาสมุนไพรที่มีสมุนไพร เช่น ต้นขลู่ เหง้าโกฐน้ำเต้า ต้นกระพังโหม ยาดำ ใบมะขามแขก เถาสะค้าน จะช่วยในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจากแพทย์
  • การรักษาริดสีดวงโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะกระทำก็ต่อเมื่อริดสีดวงมีการอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถทำได้โดย การฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงยุบ การใช้ยางรัดบริเวณหัวริดสีดวงเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนหัวของริดสีดวง ทำให้หัวริดสีดวงพอและหลุดออกมาเอง และวิธีการผ่าตัดริดสีดวง ซึ่งส่วนใหญ่หลายๆคนจะรู้จักการรักษาริดสีดวงโดยวิธีนี้มากที่สุด และถือเป็นวิธีที่คนป่วยกลัวมากที่สุดเช่นเดียวกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง วิธีการรักษา

ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด รักษาโรค

          โรค ริดสีดวง ผ่าตัด เพื่อนำหัวริดสีดวงออก เป็นวิธีการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้วินิจฉัย ว่าผู้ป่วยควรจะรักษาโรคด้วยวิธีนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่โรคนี้จะใช้ในการรักษาริดสีดวงที่มีความรุนแรงมากและเสี่ยงต่อการลุกลามของโรค 

โดยในการผ่าตัดริดสีดวงแต่ละครั้งนั้น จำเป็นต้องให้ยาชากับผู้ป่วยโดยการฉีดบริเวณรอบรอบทวารหนัก เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมานในขณะทำการผ่าตัด โดยวิธีการผ่าตัดดูดวงนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

  • การใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม วิธีนี้ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงลำไส้ในหลายตำแหน่งส่วนใหญ่จะมากกว่า 3 ตำแหน่ง โดยวิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลภายนอกทวารหนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูง และอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นรูทวารตีบ หรือเกิดรูที่ทะลุระหว่างช่องทวารหนักตัวอย่างช่องคลอดได้
  • การใช้อุปกรณ์พิเศษ เป็นวิธีที่ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงทวารเครื่องมีเพียง 1-2 ตำแหน่งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดีเมื่อทำการผ่าตัดริดสีดวงทวารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยการรักษาสุขภาพเพื่อให้แผลริดสีดวงนั้นหายเป็นปกติตามคำแนะนำของแพทย์

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

          ริดสีดวง ข้างใน หรือ เรียกอีกอย่างว่าริดสีดวงภายใน อย่างที่ทราบกันดีว่าริดสีดวงทวารมีอยู่ 2 ประเภท คือริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน โดยริดสีดวงภายในเกิดจากการที่เส้นเลือดดำโป่งพองเนื่องจากหลายสาเหตุ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับไม่สะดวก 

เกิดการคั่งของเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายจนเป็นลิ่มเลือด จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆขึ้น ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่สามารถสังเกตและคลำพบได้ในระยะแรกเนื่องจากเกิดอยู่ข้างในร่างกายมนุษย์  ริดสีดวงภายใน สามารถแบ่งระยะได้ตามความรุนแรงของอาการริดสีดวงที่เกิดขึ้น ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เกิดการโป่งพองของเส้นเลือดดำจนลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักมีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น เวลาอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาด้วย
  • ระยะที่ 2 ในระยะนี้หมอริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อมีการเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะสามารถโผล่ออกมาจากดูทวารหนักได้ และเมื่อหยุดเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะกลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เช่นเดียวกันระยะนี้การขับถ่ายก็มีเลือดปนออกมาด้วย

ริดสีดวง ข้างใน

  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ และเริ่มไม่สามารถโหดกลับไปตำแหน่งเดิม หากอยากนำหัวริดสีดวงกับเข้าไปภายในร่างกายใหม่ จำเป็นต้องสวมถุงมือใช้สบู่หรือเจลหล่อลื่นช่วยในการดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในทวารหนักเช่นเดิม
  • ระยะที่ 4  เป็นระยะที่ถือว่ามีอาการของโรครุนแรงที่สุด เนื่องจากมีอาการปวดและอักเสบบริเวณทวารหนักมากยิ่งขึ้น มีอาการเหลืองซีดจากการสูญเสียเลือด ระยะนี้หัวริดสีดวงจะอยู่นอกทวารหนัก และจะไม่สามารถนำกลับเข้าไปในร่างกายได้ ในบางรายจะมีน้ำหนองไหลออกมาพร้อมกับเลือดปนในอุจจาระขณะมีการขับถ่าย ทำให้ทวารหนักมีการเปรียบชีวิตอยู่เสมอ หากไม่ทำความสะอาดบางรายริดสีดวงก็สามารถส่งกลิ่นได้  และระยะที่ 4 ถือว่าเป็นระยะที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

          ริดสีดวง ข้างนอก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงประเภทนี้ สามารถรักษาให้หายได้เร็วกว่าริดสีดวงภายใน เนื่องจากเมื่อมีการทำความสะอาดร่างกายเราสามารถจับหรือคลำเจอได้ เพราะริดสีดวงภายนอกเกิดอยู่นอกร่างกายบริเวณรอยย่นของทวารหนัก 

ซึ่งก็เกิดจากเส้นเลือดดำมีการโป่งพองทำให้เกิดลิ่มเลือด ริดสีดวงประเภทนี้จะมีอาการเจ็บและคันบริเวณท้องและทวารหนักอยู่บ้าง แต่โดยส่วนใหญ่จะไม่พบเลือดไหลปนออกมาพร้อมกับริดสีดวง ซึ่งริดสีดวงภายนอกหากปล่อยไว้บางกรณีจะหายเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ 

แต่บางกรณีริดสีดวงจะยุบลงไม่หมดทำให้มีลักษณะเหมือนมีติ่งห้อยอยู่บริเวณทวารหนัก แต่หากริดสีดวงมีอาการอักเสบจนถึงขั้นมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระ ก็จะรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรแล้วหากมีการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อนำหัวริดสีดวงออกจริง 

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

เมื่อมีการกลับมาพักฟื้นที่บ้านผู้ป่วยยังต้องจำเป็นที่จะต้องรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดริดสีดวงให้หายขาด ซึ่งแพทย์จะช่วยแนะนำวิธีการรักษาแผลจากการผ่าตัดริดสีดวงให้กับผู้ป่วยได้ทราบ

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลย จำเป็นต้องมีการรักษาเพื่อให้รู้สึกดวงไม่รู้การกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต และเมื่อรักษาให้หายแล้วก็ควรที่จะปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเป็นริดสีดวงทวารซ้ำอีก โดยการรับประทานผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงดื่มน้ำวันละ 6 – 8 แก้ว 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ ให้เอื้อต่อการลดอาการท้องผูก  ออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 20-30 นาทีเพื่อควบคุมการทำงานของลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ 

และยังสามารถช่วยในระบบย่อยอาหารได้ด้วย หากผู้ป่วยทำการรักษาควบคู่ไปกับการป้องกันโรคก็จะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นริดสีดวงอย่างถาวร ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก