Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ผายลมบ่อย มีกลิ่น รักษาได้อย่างไร

โรคร้ายในปัจจุบัน มีเกิดขึ้นใหม่จนนับไม่ถ้วน โดยบางโรค ก็มีสาเหตุมาจากการกินอาหารของคนเรา เช่นเดียวกับการเป็นริดสีดวงทวาร 

Table of Contents

ที่มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการรับประทานอาหารของเราเอง และก็สามารถรักษาริดสีดวงให้หายในผู้ป่วยบางราย โดยการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ป่วยได้

โรคริดสีดวงเป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้ทั่วไป ซึ่งสาเหตุมาจากการมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง มีคำถามที่พบบ่อยว่า ริดสีดวง กินอะไรหาย โดยส่วนใหญ่แล้วการเกิดโรคริดสีดวงคือการกินอาหารที่ทำให้ย่อยยาก การเบ่งถ่ายอุจจาระที่รุนแรง 

ดังนั้น ควรปรับการรับประทานอาหารและการขับถ่ายใหม่ กินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก ๆ อีกทั้งยังมียาหลายชนิดที่ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น ซึ่งมีวิธีรักษา ดังนี้

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ป่วยได้

– ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น ไฟเบอร์เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่จะช่วยให้การขับถ่ายได้ดีขึ้น การที่เราทานไฟเบอร์ทุกวันจะช่วยให้อุจจาระไม่แข็งและเพิ่มปริมาณให้อุจจาระเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสีเวลาขับถ่ายจนเกินไป เช่น ผลไม่สด ผักสีเขียว เและถั่ว เป็นต้น

– หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง มีอาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการของโรคริดสีดวงแย่ลง เพราะส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและทำให้การระคายเคืองบริเวณรอบทวารหนักแย่ลง ซึ่งมีอาหารที่ไม่ควรรับแระทานหรือควรหลีกเลี่ยเช่น อาหารที่มีรสเผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด เปรียวจัด อาหารหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง เนื้อแปรรูป ไส้กรอก เป็นต้น

– ดื่มน้ำให้มากขึ้น การดื่มน้ำน้อยคือภาวะหนึ่งทำให้เกิดอาการท้องผูก ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร ดังนั้นควรดื่มน้ำ 8-12แก้วต่อวัน นอกจากการดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดแล้ว อาจดื่มน้ำผักหรือน้ำผลไม้ด้วยก็ได้เช่นกัน

– ใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติ ซึ่งสมุนไพรบางชนิด สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงได้ เช่น ต้นขลู่ สรรพคุณรักษาเลือดลม แกอักเสบ แผลริดสีดวเรื้อรัง และทำให้หัวริดสีดวงทวารยุบลง, เถาเพชรสังฆาต สรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ รักษาลำไส้เกี่ยวกับการไม่ย่อย อันเป็นบ่ให้เกิดของริดสีดวงทวาร, ต้นกระพังโหมสรรพคุณ ช่วยเป็นยาขับลม เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาบาลแผลของริดสีดวงของริดสีดวงทวาร, ดีเกลือ สรรพคุณ แก้ปัญหาท้องอืดเป็นยาระบายของเสียออกจากเลือด สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้

หากท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะสามารถตอบได้ว่า การป่วยเป็น โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย จากอาการป่วยได้ โดยหากท่านปฏิบัติได้ตามนี้ก็จะสามารถเป็นตัวช่วยให้ท่านมีวิธีการรักษาที่มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือชะลอการผ่าตัดลงได้

สาเหตุของ ริดสีดวง ผายลม บ่อย

ริดสีดวง ผายลม บ่อย เกิดจากการท้องผูก หรืออุจจาระตกค้างในลำไส้ทำให้เกิดการหมักหมม เกิดเป็นแก๊ซ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อลดอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังเกิดจากภาวะฮอร์โมนบางตัวไม่สมดุล ทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่ดี ซึ่งอาจเกิดแก๊ซในระบบทางเดินอาหารมากขึ้น การ ผายลม บ่อย สามารถแก้ไขได้ด้วย

ริดสีดวง ผายลม

– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

– รับประทานอาหานเสริมที่มีโปรไบโอติก

– งดการกินแป้งที่มากเกินไป ก่อให้เกิดการผลิตแก๊ซในลำไส้ ส่งผลให้เกิดการผายลมบ่อย ควรรับประทานอาหารจำพวกแป้งน้อยลง

– รับประทานอาหารพวกโปรตีน และ ผัก รวมถึงอาหารอื่นๆให้เหมาะสม

– ไม่ควรทานข้าวมากเกินไปหรือพูดคุยในระหว่างรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้เกิดแก๊ซสะสมในร่างกาย จนถึงระดับหนึ่งก็จะขับลมออกมา ซึ่งแก้ไขด้วยการทานให้ช้าลง

โดยหากปฏิบัติได้ดังนี้ ก้จะสามารถแก้ อาการที่เป็น ริดสีดวง ผายลม บ่อย ได้ และเมื่อการผายลมเป็นปกติ นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี ที่บ่งบอกว่า อาการท้องผูกอันเป็นสาเหตุของการเป็นและการอักเสบของริดสีดวงทวารนั้นดีขึ้นแล้วเช่นกัน

อาการของ ริดสีดวง มีกลิ่น

ริดสีดวง มีกลิ่น เกิดจากเมื่อ ริดสีดวงมีอาการอักเสบ มีบาดแผล มักมีการติดเชื้อของแบคทีเรียจึงทำให้เกิดกลิ่น ปัจจัยหลักมาจากเมื่อผู้ป่วยมีการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งเกิดจากการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรงส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ เนื่องจากการขับถ่ายยาก 

ริดสีดวง มีกลิ่น

หากมีการเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้มีเลือออกเมื่อมีการขับถ่ายในผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำหนองไหบออกมาปนกับเลือด เกิดความสกปรกเกิดการอักเสบ การปวดบวมมากยิ่งขึ้นส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื่อ ทำให้ ริดสีดวง มีกลิ่น ในที่สุด 

รวมไปถึงอาการเจ็บๆ คันๆ  แต่กลิ่นอาจไม่ค่อยรุนแรงมาก อาจมีกลิ่นพอให้รู้สึกบ้าง แต่ถ้ามีกลิ่นแรงมากแสดงว่าการติดเชื่อมีความรุนแรงมากขึ้น อาจจะต้องเข้าทำการรักษาโดยแพทย์เพื่อดูอาการและหาวิธีการรักษากับผู้ป่วยว่าจะรักษาวิธีใด ในเบื่องต้นควรพยายามอย่าให้ท้องผูก และอย่าให้อุจจาระแข็ง  

โดยการดื่มน้ำให้มากๆ เน้นทานผักและผลไม้สด ลดการทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก หรืออาจทานยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม หลีกเลี่ยงการดื่นแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้การนั่งแช่น้ำอุ่นวันละ2-3ครั้งต่อวัน 

อาจช่วยให้แผลและการเจ็บรูทวารหนักหายเร็วขึ้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไฟพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุอื่นๆเพิ่มเติม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ท้องผูก
ริดสีดวง ทําไงให้หาย
ริดสีดวง ผายลม บ่อย
ริดสีดวง มีกลิ่น

สาเหตุและอาการของ ริดสีดวง ข้างใน

ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน หมายถึง ริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไป ซึ่งหัวริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น และไม่สามารถสัมผัสหรือคลำได้ ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดหากยังไม่มีอาการแทรกซ้อน วิธีการรักษาโดยการกินอาหารที่มีเส้นใยมากๆ 

กินผักผลไม้ที่มีประโยชน์ช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่ดี ดื่มน้ำให้มากๆ ซึ่ง ริดสีดวง ข้างใน ในระยะแรก ๆ  ไม่สามารถตรวจพบได้ จะตรวจพบก็ต่อเมื่อแพทย์ทำการส่องกล้องเท่านั้น มีระยะของโรค 4 ระยะตามอาการดังนี้

ริดสีดวง ข้างใน

–  ระยะที่1เริ่มจากอาการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ เกิดเป็นติ่งขนาดเล็ก โดยริดสีดวงระยะนี้ไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นริดสีดวง เนื่องจากขนาดริดสีดวงมีขนาดเล็กและยังไม่โผล่ออกมาให้เห็น ไม่สามารถคลำหรือสัมผัสได้

– ระยะที่ 2 ริดสีดวงก่อตัวจากเล็กๆภายในทวารหนัก พอระยะเวลานานขึ้นก็จะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขับถ่ายหัวริดสีดวงก็จะโผล่ออกมา แต่เมื่อขับถ่ายเสร็จก็จะหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ในระยะนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บคัน บริเวณช่องท้อง ร่วมด้วย

– ระยะที่3 หลังจากริดสีดวงเริ่มก่อตัวจากเล็กๆจนเวลานานเข้าเกิดเป็นริดสีดวงขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขับถ่าย การไอ จาม ริดสีดวงก็จะโผล่ออกมา ในระยะนี้ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้ในตำแหน่งเดิม ผู้ป่วยต้องใช้นิ้วดันหัวริดสีดวงให้กลับเข้าไป ถึงจะกลับเข้าไปในทวารได้ ในการขับถ่ายอุจจาระมักพบเลือดไหลออกมา หรือเมื่อขับถ่ายเสร็จมักพบเลือดอยู่เสมอ

– ระยะที่4 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่มาก เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ การไอ การจาม ซึ่งเกิดจากการเกร็งหน้าท้อง เนื่องจากการออกแรงเบ่ง ก็จะทำให้มีหัวริดสีดวงโผล่ออกมา ในระยะนี้หัวริดสิดวงมีขนาดใหญ่มาก จึงไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้เลย และผู้ป่วยมักมีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน

ในการรักษาผู้ป่วยโรค ริดสีดวง ข้างใน ทวารนี้ สามารถทำได้โดยการรักษาระดับทั่วไป จนถึงการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง โดยการรักษาในระดับบเฉพาะเจาะจงโดยใช้แพทย์ในการรักษาจะสามารถทำได้ในการป่วยระยะที่ 2 และ 3 ส่วนการผ่าตัดนั้นจะพบในการรักษาริดสีดวง ระยะที่ 4

สาเหตุและอาการของ ริดสีดวง ข้างนอก

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวง ภายนอก  เป็นริดสีดวง ที่เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง ซึ่งจะเห็นก้อนเนื้อออกมาจากทวารหนักได้ชัดเจน โดยริดสีดวงภายนอก 

ริดสีดวง ข้างนอก

จะมีอาการปวดทวารหนักที่พบได้บ่อย แต่การมีเลือดปนออกมาพร้อมอุจจาระนั้นจะพบเห็นได้น้อยกว่าการเป็นริดสีดวงภายใน โดยในบางกรณีเมื่อหัวริสีดวงหลุดออก หรือยุบลง แต่ไม่สนิท จะทำให้เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้น เมื่อสัมผัสดูจะพบว่าตุ่มนั้นจะมีลักษณะแข็ง ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสริดสีดวงภายนอก จึงจะพบติ่งแข็งๆ นั้นอยู่โดยรอบทวารหนักอยู่เสมอ

โดยการรักษา ริดสีดวง ข้างนอก นั้น จะสามารถทำได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายใน และจะใช้เวลารักษาที่เร็วกว่า ความรุนแรงของโรคก็น้อยกว่า อันเป็นผลมาจากริดสีดวงอยู่ด้านนอก สังเกตุได้ง่าย จึงทำให้รักษาได้ทันท่วงที ความรุนแรงของโรคและการแทรกซ้อนของโรค จึงเกิดขึ้นได้ยาก

Categories
โรคริดสีดวง

ริดสีดวง อันตรายไหม กินอะไรหายขาด

ริดสีดวงเป็นเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการขับของเสียในระบบย่อยอาหาร โดยริดสีดวงหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงทวาร   ซึ่งการที่เรียกว่าริดสีดวงทวาร เพราะเราเรียกชื่อตามบริเวณที่พบโรคนี้ นั่นก็เพราะวาโรคนี้จะเกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดบริเวณนั้นโป่งพองนั่นเอง  

Table of Contents

โดยริดสีดวงนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอก  ริดสีดวงภายใน โดยอาการของโรคนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือระยะที่ 1 – 4  ซึ่งระยะที่ 1 เป็นระยะที่เริมเป็นริดสีดวงซึ่งจะเป็นติ่งเล็กๆ ที่อยู่ภายนอกและภายในทวารหนัก

ระยะที่ 2 เริ่มมีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ริดสีดวงยื่นออกมามากขึ้น และหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมได้ หากหยุดเบ่งลมในช่องท้อง  ระยะที่ 3 เลือดปนอกมามากขึ้น ติ่งริดสีดวงยื่นออกมาแล้วไม่สามารถหดกลับเข้าไปที่เดิมได้ 

ระยะที่ 4 ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง มีเมือกอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือดไหลออกมาไม่หยุด ทำให้ร่างกายเหลืองซีดเนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน การรักษาทำความสะอาดเป็นไปได้ลำบาก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้เป็นที่สุด

ริดสีดวง อันตรายไหม ต้องรักษายังไงบ้าง

ริดสีดวง อันตรายไหม

หลายคนคงมีข้อสงสัยและอยากจะถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม เมื่อกุหลาบทุกดอกยังมีหนามฉันใด โรคทุกโรคย่อมมีความอันตรายฉันนั้น นั่นก็หมายความว่าริดสีดวงมีวามอันตรายอย่างแน่นอน โดยความอันตรายของโรคนี้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคทั้ง 4 ระยะ โดยหากจะจัดระยะของโรคกับความอันตราย อาจจะสามารถจัดคร่าว ๆ ให้เห็นถึงความอันตรายของโรคได้ ดังนี้

 

  • ระยะที่ 1 เริ่มเป็นริดสีดวงโดยหัวของริดสีดวงยังอยู่ภายในรูทวารหนัก ไม่ได้ยื่นโผล่ออกมา ดังนั้นในขั้นนี้อันตรายจะยังไม่มาก เพียงแต่บางครั้งเราอาจจะรู้สึกคัน ๆ เจ็บ ๆ บริเวณทวารหนักเป็นบางครั้ง
  • ระยะที่ 2 ริดสีดวงเริ่มเป็นติ่งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเวลาอุจจาระ หรือการเบ่งโดยการใช้กล้ามท้อง หรือลมในช่องท้อง ริดสีดวงจะโล่ออกมา และจากนั้นจะสามารถหดกลับเข้าไปที่ตำแหน่งเดิมได้เอง ในระยะนี้จะคล้าย ๆ กับระยะที่ 1 ที่อันตรายยังไม่มากนัก แต่อาการเจ็บ ๆ คัน ๆ จะเริ่มมีความรุนแรงขึ้น
  • ระยะที่ 3 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ ใกล้จะอักเสบเข้าไปทุกที แม้แต่เวลาไอริดสีดวงก็จะโผล่ออกมาจากรูทวาร และไม่สามารถกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ต้องใช้นิ้วมือช่วยให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม การอุจจาระเริ่มมีเลือดปนออกมา โดยเราสามารถสังเกตได้เองอย่างชัดเจน เราจะรู้สึกเจ็บริดสีดวงมากขึ้น แม้กระทั่งตอนนั่งหรือมีอะไรมาโดนบริเวณก้นก็จะเจ็บริดสีดวงอยู่เสมอ
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น มีเลือดออกอยู่ตลอดเวลา ริดสีดวงมีการอักเสบ มีน้ำเมือกไหลออกมาจากรูทวาร ไม่สามารถควบคิดอุจจาระได้อย่างมีระสิทธิภาพ ทำให้บางครั้งมีอุจจาระไหลออกมาเอง ร่างกายเริ่มมีอาการซีด อันเนื่องมาจากร่างกายเสียเลือดเป็นเวลานาน ทำให้ริดสีดวงมีความสกปรก รักษาความสะอาดได้ยาก  มีอาการเจ็บริดสีดวง และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้

ริดสีดวง กินอะไรหาย

ริดสีดวง กินอะไรหาย

การป้องกันโรคถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจะไม่ต้องทำให้เราต้องเสียเวลาทั้งในการรักษา เสียโอกาสในการจะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เสียเงินในการรักษาพยาบาล หรือค่ายา ผ่าตัด หรือเสียเงินที่ควรจะได้จากการทำงาในช่วงที่ตนเองป่วย แต่จากสภาพปัจจุบันที่เป็นสังคมที่เร่งรีบเข้าทุกขณะ 

ทำให้หลายคนไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเองหรืออาหารการกิน ดังนั้นเมื่อลืมป้องกันก็อาจจะเกิดโรคตามมาได้ จึงมีคำถามที่มักพบบ่อยว่า ริดสีดวง กินอะไรหาย แน่นอนว่ามีคือคำถามที่ฮิตฮอตมาก การที่เราอยากรู้ก็ว่ากินอะไรแล้วดี  กินอะไรแล้วหาย 

ก็เนื่องมาจากว่าเราไม่อยากเสียเวลาไปนั่งรอในการพบแพทย์ ที่ต้องเสียเวลาไปเป็นวัน ๆ  ทั้งหากเราทำงานกินเงินเดือน เป็นพนักงานบริษัทเราก็ไม่อยากที่จะต้องลาป่วย หรือลากิจบ่อย ๆ ดังนั้นโรคริดสีดวง สามารถกินอะไรแล้วรักษาได้นั้น พอจะสรุปได้ดังนี้

 

  • กินยาแก้ปวด ซึ่งก็มีทั้งยาแผนปัจจุบัน และยาสมุนไพร โดยยาแผนปัจจุบันหรือยาปฏิชีวนะ นั้นสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่มักมีสารตกค้างในล้างกาย ไตจึงต้องทำงานหนักในการกำจัดของเสียออกทางระบบขับถ่าย เช่นในรูปแบบเหงื่อ และรูปแบบปัสสาวะ ส่วนยาสมุนไพร จะออกฤทธิ์ได้ช้ากว่าหรือฤทธิ์ที่ออกมาในการระงับความเจ็บปวดจะมีไม่เท่ายาปฏิชีวนะ แต่จะสะสมพิษของของเสียในร่างกายน้อยกว่ายาปฏิชีวนะ นั่นหมายถึงอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวจะน้อยกว่า
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อช่วยในการขับถ่ายไม่ให้อุจจาระเป็นก้อนแข็ง หรือหากมีอาการเจ็บรดสีดวง แนะนำให้นั่งแช่น้ำอุ่น ๆ ประมาณ 15 – 30 นาที หรือหากยังมีอาการเจ็บอยู่ สามารถใช้ยาเหน็บริดสีดวงร่วมด้วย โดยอาจจะใช้ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้เช่นกัน
  • กินยาบำรุงเลือด การกินยาบำรุงเลือดไม่ได้ช่วยรักษาริดสีดวงโดยตรง แต่เป็นการรักษาอาการซีดเหลืองของร่างกาย อันเนื่องมาจากร่างกายเสียเลือดโดยเลือดที่ร่างกายเสียนั้นก็เกิดมาจากการอักเสบของริดสีดวง ทำให้มีเลือดออกทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ
  • การกินยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ลักษณะ
ริดสีดวง กินอะไรหาย
ริดสีดวง อันตรายไหม

 

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา

โรคริดสีดวง สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค  ระยะของโรค โรคประจำตัวอื่น ๆของผู้ป่วย ที่อาจจะมีผลกระทบต่อโรคริดสีดวง ความแข็งแรงของร่างกาย ความพร้อมของผู้ป่วย หรอแม้กระทั้งระยะเวลาในการที่จะสามารถรักษาตัวของผู้ป่วย เป็นต้น  ดังนั้น ริดสีดวง การรักษา จึงสามารถจำแนกออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

  • ในระยะที่ 1 สามารถรักษาให้หายโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด เพียงแค่การใช้ยาฉีด การรัดให้หัวรดสีดวงหลุดออก การเย็บติดริดสีดวง การบรรเทาด้วยการแช่ในน้ำอุ่น การบรรเทาอาการด้วยการใช้ยาเหน็บ หรือแม้กระทั่งรักษาด้วยการกินยา จะทำให้รักษาให้หายขาดได้ นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และวัยของผู้ป่วยด้วย
  • ในระยะที่ 2 ในระยะนี้ ริดสีดวงเริ่มมีขนาดใหญ่ ดังนั้นต้องรับประทานยาแก้ปวด และใช้ยาเหน็บร่วมด้วย เพราะผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเจ็บมากขึ้น การรักษาระยะนี้เช่นเดียวกับระยะที่ 1 ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพียงแค่การรัดให้หัวริดสีดวงหลุด การเย็บติดริดสีดวง การกินยาเพื่อรักษา และการฉีดยา ก็เพียงพอต่อการรักษา

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา

  • ในระยะที่ 3 ระยะนี้เริ่มมีเลือดออกจากทวารหนัก ดังนั้นการรักษาในระยะนี้ จะใช้เพียงการรักษาเหมือนระยะที่ 1 และ 2 อาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องมีการผ่าตัดเข้ามาช่วย เพื่อให้โรคนี้หายขาดได้ และในระยะนี้ ต้องมีการกินยาบำรุงเลือดร่วมด้วย อันเนื่องมาจากระยะที่ 3 เลือดจะไหลออกมาเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ ทำให้ร่างกายมีการสูญเสียเลือดเป็นระยะเวลานานที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ควรจะเป็นของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการซีดเหลือง เหมือนคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ดังนั้นจึงต้องมีการรับประทานยาบำรุงเลือดเป็นประจำ จนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติ
  • ในระยะที่ 4 เป็นระยะที่มีความรุนแรงของโลกมาก เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ด้วย ดังนั้นในระยะนี้จึงต้องอาศัยการผ่าตัด เพื่อกำจัดหัวของริดสีดวงให้รวดเร็วที่สุด ป้องกันการลุกลาม เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยแล้วจึงใช้ยาในการรับประทานเพื่อรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม การรักษาริดสีดวงในแต่ละระยะ หรือการรักษาริดสีดวงในแต่ละบุคคลนั้น เมื่อไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เจ้าของไข้ เนื่องจากแต่ละบุคคลได้รับผลกระทบของโรคนี้แตกต่างกัน 

และอายุ ความแข็งแรงของร่างกายก็มีความแตกต่างเช่นกัน ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องผ่าตัดริดสีดวงในระยะที่ 3 และ 4 อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกเคส หรือผู้ป่วยบางคนเป็นระยะที่ 1 และ 2 อาจจะต้องผ่าตัดแทน อันเนื่องปัจจัยต่าง ๆ เช่นนี้กสามารถเกิดขึ้นได้