Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้แชร์ ประสบการณ์ การรักษา ริดสีดวง ให้หายขาด

การค้นหาการป่วยโรค ริดสีดวง อาการ Pantip เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีการค้นหาและการตั้งกระทู้มากที่สุด โดยในแต่ละกระทู้ก็จะมีทั้งการให้คำปรึกษา การสอบถามอาการ วิธีการรักษา เพื่อให้ตนเองหายป่วยจากการเป็นริสีดวงทวาร

Table of Contents

โรค ริดสีดวง อาการ Pantip กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักที่จะพบกับกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และ ผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นที่การทำกิจกรรมต่างๆที่น้อยลงขยับร่างกายน้อยลง เนื่องจากเคลื่อนไหวยากเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขยับตัว 

โรค ริดสีดวง​ อาการ Pantip​ กระทู้ให้ความรู้โรคริดสีดวงทวาร

เมื่อมีการรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็มักที่จะง่วงและนอน โดยที่ไม่รอให้ระบบย่อยอาหารทำงานก่อน ทำให้เกิดการย่อยที่ไม่ดีนั่นเอง และอาการเริ่มแรกที่มักจะเป็นกขึ้นอยู่กับอายุที่มากขึ้นด้วย โดยผู้ที่อายุมากขึ้นจะมีระบบการเผาผลาญที่ด้อยลงตามอายุ 

อาจเป็นเพราะการทานน้ำน้อยลงด้วยก็ได้ ริดสีดวง อาการ Pantip ซึ่งเป็นกระทู้ทางอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากๆ มีผู้ใช้บริการมากมายหลายช่วงอายุในแต่ละวัน กระทู้ที่ตั้งขึ้นในเว็บไซต์ Pantip นี้ ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการมากจึงทำให้เกิดการตั้งกระทู้ในแต่ล่ะวันมากขึ้นด้วย 

โดยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้บนโลกของเราได้ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาและผู้ที่กำลังจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการป่วยด้วยโรค ริดสีดวงทวารด้วยเช่นกัน ซึ่งได้มีคนเข้ามาให้ข้อมูลเป็นอย่างมาก โดยโรคริดสีดวงนี้เป็นความผิดปกติของเส้นเลือดดำส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ในบริเวณใกล้กับทวารหนัก 

โรคริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นเองและสามารถที่จะหายเองได้โดยที่ต้องทำการรักษา ในระยะที่ยังไม่รุนแรงจะสามารถรักษาเองได้  อาการของโรคริดสีดวงนี้ สามารถที่จะสังเกตุอาการด้วยตัวเองได้ โดยที่อาการแรกเริ่มนั่นอาจมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยๆ หลังจากมีการขับถ่ายอุจจาระแล้ว 

ใช้กระดาษชำระเช็ดบริเวณก้นจะมีเลือดติดออกมาด้วย ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของการเป็นโรคริดสีดวง ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้เกิดการท้องผูกบ่อยๆ สาเหตุที่ทำให้ท้องผูกนั่นเกิดจากการที่รับประทานอาหารที่ย่อยยาก รับประทานผักและผลไม้น้อย ดื่มน้ำน้อย 

และการที่รับประทานอาหารแล้วไม่รอให้ย่อยแล้วรีบนอน ถ้าคุณไม่อยากท้องผูกละก็ควรที่จะดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใย ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น 

อีกหนึ่งอาการที่ทำบ่อยแล้วส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวง ก็คือ การเบ่ง ซึ่งการเบ่งอุจจาระเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้ปกตินั่น ทำให้เกิดอาการอยากเบ่งอุจจาระตลอดเวลา 

ดังนั้นเมื่อขับถ่ายไม่ออกควรที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับไปขับถ่ายอีกครั้ง เพื่อไม่ก่อให้เกิดการติดนิสัยในการเบ่งอุจจาระ

เป็น ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

หลาย ๆ คนที่อ่านบทความข้างต้นมาแล้ว คงทราบว่า ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก นั่นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากอาการท้องผูก คือ อาการที่ขับถ่ายไม่สุด ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ขับถ่ายอุจจาระในลักษณะที่เป็นก้อนแข็งๆ เล็กๆ คล้ายขี้แมว ต้องเบ่งออกมาถึงจะสามารถออกมาได้ 

ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก เพราะอะไร

อาการข้างต้นนั้นเรียกว่าอาการของคนที่เป็นโรคท้องผูก ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการต่างๆที่ไม่สามารถทำให้ขับถ่ายไม่ออกนั้นมีสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรค ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก 

โดยมาจากการที่รับประทาน หรือ การปฏิบัติตัวแบบผิด ๆ ที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเราที่ส่งผบเสียต่อร่างกาย ดังนี้

-รับประอาหารที่มีกากใยน้อย

-ดื่มน้ำต่อวันน้อยเกินไป

-กลั้นอุจจาระ

-เครียด พักผ่อนน้อย

-ผู้ที่มีอายุมากๆ

-ท้องผูกบ่อยๆ

-น้ำหนักตัวมาก

-ไม่ทานผักและผลไม้

ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ข้างต้นที่กล่าวมานั่นเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นก่อให้เกิดการเป็นริดสีดวงทวาร โดยที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้และอาจที่จะชะล่าใจอยู่ โดยเราควรที่จะป้องกันก่อนที่จะเป็นโรคริดสีดวง 

ซึ่งอาจจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงเลยก็ว่าได้ โดยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการนั่งการเดินอาจจะลำบากมากยิ่งขึ้น

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ่ายไม่ออก
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ลักษณะ

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะมีอันตรายหรือไม่

ผู้ป่วยริดสีดวง หลาย ๆ คน คงอยากที่จะรู้ว่าการเป็นโรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเป็นอย่างไร ซึ่งการไม่รักษาริดสีดวงทวาร เป็นเพราะผู้ป่วยหลาย ๆ คนอาจมีความอาย หรือ วิตกกังวลใจเป็นอย่างมากที่เป็นโรคนี้ อายที่จะไปโรงพยาบาลพบกับแพทย์ 

และมีความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความเครียดอาจส่งผลให้ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ผู้ป่วยโรคริดสีดวงมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับการรักษา ถ้าหากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ไม่ร้ายแรง โดยที่ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย 

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา

ทำร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหาร ผักและผลไม้ที่มีกากใยที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ดื่มน้ำให้เหมาะสมต่อวัน เหล่านี้ก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้อทำการรักษากับแพทย์ วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวง สามารถทำได้โดย

– การดื่มน้ำจากหัวไชเท้า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนำหัวไชเท้าไปล้างน้ำแล้วนำหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาปั่นหรือโขกโดยที่ไม่ต้องปลอกเปลือกออก 

โดยกรองเอาแต่น้ำแล้วมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ คนให้เข้ากัน และดื่มก่อนนอนทุกวัน จะช่วยให้บรรเทาอาการปวดลดอาการบวมของริดสีดวงได้ดี

– ใช้ด่างทับทิม ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียต่าง ๆ ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะนำมาใส่น้ำอุ่น ๆ แต่ไม่ร้อนจนเกินไปที่สามารถจะนั่งแช่ได้ แล้วนำด่างทับทิมเทลงไปคนให้เข้ากันจนเป็นสีชมพู  จากนั้นทำการนั่งแช่ 15-20 นาที 

ก่อนและหลังการขับถ่าย ช่วยฆ่าเชื้อและแบคทีเรียบริเวณขอบทวารหนักที่มีหัวริดสีดวงอยู่ด้วย หรือ ใช้แต่น้ำอุ่นในการนั่งแช่ก็ได้เช่นกัน

– การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา โดยแนะนำให้ทานแบบชนิดเม็ดจะช่วยให้ทานง่ายขึ้น โดยยาสมุนไพรที่มีตัวสมุนไพรหลายชนิด จะช่วยในเรื่องของการรักษาริดสีดวงได้เป็นอย่างดี

หากคุณไม่ทำตามข้อแนะนำข้างต้นนี้ หรือเมื่อเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ทั้งยังต่อการเสี่ยงเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โลหิตจาง มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ริดสีดวง การรักษา

โรค ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักหลาย ๆ คน คงทนกันความเจ็บปวดอย่างทรมาน และพยายมทำการค้นหา ริดสีดวง รักษา  ได้โดยวิธีใดได้บ้าง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยนี้ให้พ้นออกไปจากร่างกายของผู้ป่วยได้บ้าง 

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักนั้น สามารถรักษาได้หลายวิธีการทั้งรักษาแบบธรรมชาติแ ละการรักษาที่โรงพยาบาลกับทีมแพทย์ ที่ใช้กลวิธีการทางเทคโนโลยีที่สามารถทำให้หายขาดจากการเป็นโรคริดสีดวงทวารได้ 

ซึ่งการรักษาโรคริดสีดวงทวารสามารถที่จะรักษาได้ โดยขึ้นอยู่กับระยะการเป็นของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารแต่ละระยะจะมีการรักษาที่ต่างกัน การรักษาจะต้องเป็นไปได้ด้วยความปลอดภัย 

และไม่ส่งผลเสียและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วยด้วย โรคริดสีดวงส่วนใหญ่ที่เป็นไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากนักกับชีวิต ซึ่งระยะของริดสีดวงสามารถแบ่งออกได้ตามอาการดังต่อไปนี้

-ระยะที่1 อาการเริ่มแรกของโรคริดสีดวงทวารหนัก อาจมีเลือดออกมาจากทวารหนักหลังการขับถ่าย โดยติดกระดาษชำระออกมา ระยะที่ 1 สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ต้องระวังให้ให้เกิดอาการท้องผูกบ่อย ๆ

-ระยะที่ 2 ขณะขับถ่ายอุจจาระออกมานั้น หัวของริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมา และสามารถที่จะกลับเข้าไปเองได้

-ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะที่ขับถ่าย และไม่สามารที่จะหดกลับเข้าไปเองได้ จะต้องใช้นิ้วบวกกับสารหล่อลื่ต่าง ๆ หรือ สบู่เหลว เพื่อที่จะยัดหัวริดสีดวงข้าไปข้างในรูทวารได้นั่นเอง

ซึ่งระยะที่ 2 และ 3 หากมีอาการปวดริดสีดวงทวารนั้น สามารถที่จะทานยาหรือใช้ยาเหน็บเพื่อบรรเทาอาการปวดของริดสีดวงได้

-ระยะที่4 ระยะนี้ถือว่ารุนแรงสุดของโรคริดสีดวงทวาร ระยะนี้หัวริดสีดวงโผล่ออกมานอกรูทวารหนักและไม่สามารถที่จะหดตัวเข้าไปได้ จะโผล่อยู่นอกรูทวารสามารถที่จะจับหรือลูบคลำได้ บางรายอาจจะมีกลิ่นเหม็นคาว เนื่องจากรูทวารปิดไม่สนิท 

ซึ่งกลิ่นเหม็นคาวนี้เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบของรูทวารหนักนั่นเอง การเป็นริดสีดวงระยะนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าเอาหัวริดสีดวงออก

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

หากคุณได้อ่านบทความข้างต้นนี้แล้ว จะสามารถส่งผลดีกับตัวคุณและกับบุคคลใกล้ตัวคุณที่เป็นโรค ริดสีดวง หรือ มีความสงสัยว่าอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้วล่ะก็ 

ควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสมและดูแลสุขภาพร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และเมื่อเป็น ริดสีดวง การรักษา ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากที่สุด

Categories
การรักษาริดสีดวง โรคริดสีดวง

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง ท้องผูก มาจากอะไร แล้วต้องรักษายังไงบ้าง

โรค ริดสีดวง ท้องผูก คือสาเหตุหลักของการเป็นริดสีดวงทวาร เนื่องจากอาการท้องผูกนั้นจะทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ รวมทั้งบางครั้งอาจจะมีอุจจาระที่เป็นก้อนแข็ง

Table of Contents

ทำให้เกิดความผิดปกติในเส้นเลือดดำ เกิดเป็นริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นโรคที่สามารถเป็นซ้ำอีกได้ ถึงแม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของโรค

โรค ริดสีดวง ท้องผูก เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรค  แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ท้องผูกที่เป็นสาเหตุของโรค แต่ย่างไรก็ดีอาการนี้ก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากป่วยเป็นริดสีดวงทวาร โดยอาการท้องผูกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ เช่น

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของการป่วย

  • รับประทนอาหารที่มีกากใยอาหารหรือเส้นใยอาหารน้อย โดยอาหารที่มีกากใยหรือเส้นใยอาหารจำนวนมาก คือ ผักและผลไม้ ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีการรับประทานผักและผลไม้น้อยจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารได้กากจากอาหารที่แข็ง ขับถ่ายได้ยากเกิดอาการท้องผูก
  • การกินยาลดความอ้วนบางชนิด ส่งผลให้มีมวลของกากอาหารในลำไส้ใหญ่มีปริมาณน้อย จึงทำให้มีการขับถ่ายอุจจาระไม่เป็นเวลา เกิดอาการท้องผูกได้เช่นกัน
  • การกลั้นอุจจาระ การกลั้นอุจจาระเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ ส่งผลต่อการเกิดท้องผูกในอนาคต

อาการท้องผูกนี้จะส่งผลให้เวลาขับอุจจาระผู้ป่วยจะต้องมีการเบ่งอุจจาระอยู่เป็นประจำ เมื่อมีการเบ่งอุจจาระเกิดขึ้นจะทำให้มีแรงดันภายในเส้นเลือดดำ โดยเฉพาะบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักนั้นมีมากขึ้น จนทำให้เกิดเลือดคั่งของเลือด 

ไหลไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนล่างของร่างกายไม่ทัน เกิดเป็นลิ่มเลือดเกิดขึ้น ทำให้เส้นเลือดโป่งพองเกิดเป็นตุ่มเล็กๆบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระทำให้ก้อนอุจจาระไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อที่เป็นตุ่มเล็กๆ 

จนทำให้มีเลือดไหลออกมาปนกับอุจจาระซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดริดสีดวงทวาร จึงเห็นได้ว่าโรค ริดสีดวง ท้องผูก เ็นอาการที่ไม่รุนแรงที่ทำให้เราตระหนักกับอาการที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรงเช่นนี้ หากปล่อยให้มีอาการเนิ่นนานไปอาจส่งผลต่อโรคร้ายอื่นตามมาได้

ป่วยเป็น ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม

การป่วยเป็น ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม คงเป็นคำถามที่ผู้ป่วยต้องการทราบ เนื่องจากอาการป่วยแล้วมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง จะทำให้ผู้ป่วยมีความทรมานและหมดกำลังใจในการต่อสู้กับโรค แต่ยังดีที่ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่ไม่ใช่โรคร้ายแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ ดังนั้น การรักษาหายจึงไม่ใช่เรื่องยาก 

ริดสีดวง ปวด ทวารหนักไหม

แต่หากถามว่าการปวดริดสีดวงทวารจะปวดไหม แน่นอนว่าการเจ็บป่วยต้องมีอาการปวดเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับโรคริดสีดวงทวาร จะมีอาการปวดบริเวณทวารหนักร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะปวดบริเวณทวารหนัก เพราะอาการป่วยของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย 

อาการของโรค และระยะของโรคที่กำลังเป็นอยู่ ริดสีดวงทวาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งที่พบริดสีดวง คือ หากพบริดสีดวงภายในร่างกายเราจะเรียกว่าริดสีดวงภายใน หากพบริดสีดวงภายนอกร่างกายเราจะเรียกว่าริดสีดวงภายนอก 

ซึ่งริดสีดวงภายใน อาการส่วนใหญ่จะเป็นการที่มีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระ ริดสีดวงประเภทนี้มีทั้งหมด 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 จะพบเลือดปนออกมากับอุจจาระและยังไม่มีอาการปวดในระยะนี้เช่นเดียวกันระยะที่ 2  มีเลือดปนออกมากับอุจจาระและริดสีดวงสามารถโผล่ออกมาจากทวารหนักได้หากมีการแบ่งบริเวณช่องท้อง 

และเมื่อผู้ป่วยไม่มีการแบ่งบริเวณช่องท้องแล้วหัวริดสีดวงก็จะหดกลับไปที่เดิม ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 เป็นระยะที่ผู้ป่วยบางคนจะมีอาการปวดบริเวณทวารหนัก อันเนื่องมาจากการอักเสบของหัวริดสีดวง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะปวดในระยะนี้ 

ขึ้นอยู่กกับว่าผู้ป่วยมีการอักเสบมากน้อยแค่ไหน ส่วนริดสีดวงภายนอกจะมีอาการปวดที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ของผู้ป่วยจะเป็นพบเลือดปนออกมากับอุจจาระ เนื่องจากริดสีดวงประเภทนี้จะอยู่ภายนอกร่างกาย ดังนั้นหากมีการนั่ง การเดิน 

หรือมีสิ่งที่ไปกระทบกับบริเวณทวารหนักจะทำให้โดนกับหัวริดสีดวงด้วย ผู้ป่วยจึงมีอาการปวดหรือเจ็บบริเวณทวารหนักได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายในได้ อย่างไรก็ดีริดสีดวงภายนอกสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย การรักษาก็ทำได้ง่ายเช่นเดียวกัน 

ดังนั้น ถึงแม้เป็นโรค ริดสีดวง ปวด ทวารหนักเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับบางคน แต่โรคนี้เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ง่ายและหายขาดได้ และมีวิธีป้องกันง่ายๆ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินอาหารและพฤติกรรมการขับถ่ายเพียงเท่านั้น 

ดังนั้นผู้ป่วยก็ไม่ควรตื่นตระหนกเกกินไปกับการเป็นริดสีดวงทวาร เพียงใช้สติและรักษาโรคตามอาการที่เป็น และดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงก็เพียงพอแล้ว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ควรกินอะไร
ริดสีดวง ปวด
ริดสีดวง เบื้องต้น

ทำความรู้จัก ริดสีดวง เบื้องต้น

          ริดสีดวง เบื้องต้น เกิดจากสาเหตุหลายๆ สายเหตุ ที่ส่งผลต่อการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก ซึ่งเป็นอวัยวะสุดท้ายที่ทำหน้าที่ขับกากอาหารซึ่งเป็นของเสียในระบบย่อยอาหารออกจากร่างกาย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการขับถ่าย ดังนี้

ริดสีดวง เบื้องต้น

  • รับประทานผักและผลไม้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือน้อยกว่า 8 – 12 แก้วต่อวัน ทำใหอุจจาระแข็งขับถ่ายยาก บางครั้งทำให้ไม่อยากอุจจาระเพราะกลัวเจ็บบริเวณทวารหนัก
  • รับประทานยาลดความอ้วนที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือมีผลให้การอยากอาหารน้อยลงเกิดการสะสมของกากอาหารบริเวณลำไส้ใหญ่น้อยเกินไป
  • ไม่ออกกำลังกาย ทำตัวเองให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น
  • ภาวะตั้งครรภ์ ที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของว่าที่คุณแม่ รวมทั้งการขยายตัวของมดลูกทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานที่มากเกินไป เกิดภาวะคั่งของเลือดบริเวณเส้นเลือดดำจึงเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร
  • ไอเรื้อรัง หรือยกของหนักเป็นประจำ จะส่งผลให้ร่างการมีการเกร็งบริเวณช่องท้องเป็นประจำ เเรงดันเลือดจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการโป่งพองของเส้นเลือดดำ

อาการป่วยเป็น ริดสีดวง เบื้องต้น แล้วนอกจากจะกี่ยวข้องกับสาเหตุของการรับประทานอาหารหรือการกลั้นแล้วนั้น ยังเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมด้วย แต่หากผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ก็จะลดโอกาสของการเป็นริดสีดวงทวารได้เชนกัน

ริดสีดวง ควรกินอะไร ถึงจะดีต่อร่างกาย

ริดสีดวง ควรกินอะไร ถึงจะดีต่อการรักษา การป่วยด้วยโรคริดสีดวงถึงจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่ถ้าหากไม่ระมัดระวังในการรับประทานอาหาร ก็จะสามารถทำให้อาการป่วยนั้นหายได้ช้า หรือเป็นเรื้อรังได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรรับประทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายป่วยได้เร็วขึ้น

ผัก ผลไม้ แก้ ริดสีดวง

  • รับประทานผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะหากรับประทานไปเป็นจำนวนมาก จะทำให้ท้องเสียได้ ซึ่งหากมีอาการท้องเสียเรื้อรังจะยิ่งเป็นผลเสียต่อการรักษาอาการป่วยริดสีดวง หรือจะยิ่งกระตุ้นการป่วยให้มีอาการรุนแรงยิ่งขึ้น
  • รับประทานอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบ หรือหากสามารถดื่มน้ำผักและผลไม้ร่วมด้วยจะถือเป็นเรื่องดีต่อการรักษามากขึ้น
  • กินยาสมุนไพรช่วยในการรักษาริดสีดวงทวาร ซึ่งามารถเลี่ยงการผ่าตัดริดสีดวงได้ และยาสมุนไพรจะมีสารตกค้างต่อร่างกายน้อยกว่ายาแผนปัจจุบัน ฤทธิ์ของยาสมุนไพรไม่รุนแรงจึงก่อให้เกิดอันตรายต่ออาการของผู้ป่วยได้น้อย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแสลง หรืออาหารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ป่วยริดสีดวง เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักบางชนิด อาหารทะเล อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เป็นต้น

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

ผู้ป่วยควารทราบว่าการป่วยเป็น โรคริดสีดวง ควรกินอะไร และ ไม่ควรกินอะไร ความอดในการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในรักษา จะทำให้ผู้ป่วยสามารถหายป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น 

และหากว่าหายป่วยแล้ว ผู้ป่วยสามารถป้องกันตนเองไม่ให้กลับไปเป็นริดสีดวงได้ จะถือเป็นเรื่องดีทั้งกับแพทย์และตัวผู้ป่วยเอง

Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง ข้างใน เป็นเพราะอะไร รักษายังไงให้หาย

ริดสีดวงทวาร สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ๆ ตามตำแหน่งที่พบริดสีดวง คือ ริดสีดวง ข้างใน และ ริดสีดวง ข้างนอก ซึ่งแต่ละประเภทจะลักษณะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิดโรค และ การรักษาโรค เพียงแต่ตำแหน่งที่พบจะอยู่ภายในและภายนอกร่างกาย

Table of Contents

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน

           ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน เป็นริดสีดวงที่เกิดจาก การที่เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักโป่งพอง เนื่องจากการที่มีเลือดคั่งในเส้นเลือดเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเลือดขยายตัวจนเกิดลิ่มเลือดขึ้น 

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน

อันมีสาเหตุจากหลายๆสาเหตุ เช่น การเกิดอาการท้องผูกเนื่องมาจากการกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอทำให้มีกากใยอาหารในระบบย่อยอาหารน้อยเกินไป การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทำให้อุจจาระแข็ง 

การกลั้นอุจจาระเป็นประจำทำให้อุจจาระมีลักษณะแข็งและถ่ายยาก การมีโรคในช่องท้อง เช่น เนื้องอกในช่องท้อง การไอเรื้อรัง ทำให้มีการเบ่งบริเวณช่องท้องอยู่เป็นประจำ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดแรงดันในเส้นเลือด และเกิดการโป่งพองของเส้นเลือดดำ 

การตั้งครรภ์หรือการมีร่างกายที่อ้วนกว่ามาตรฐาน ทำให้บริเวณช่องท้องขยาย เกิดการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานทำให้เกิดเลือดคั่งบริเวณลำไส้ใหญ่ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการโป่งพองในเลือด และเกิดเป็น ริดสีดวง ข้างใน ร่างกาย หรือริดสีดวงภายใน ในที่สุด ซึ่งริดสีดวงภายในมีทั้งหมด 4 ระยะ  ดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ ริดสีดวงเริ่มมีตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้น ซึ่งเนื้อเยื่อบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย มีความบอบบางจึงทำให้เมื่อมีการอุจจาระที่มีลักษณะแข็ง ทำให้อุจจาระไปเสียดสีกับตุ่มริดสีดวงที่มีเลือดคั่งอยู่ จนทำให้มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ 

ดังนั้นอาการสำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นริดสีดวงในระยะนี้คือ มีเลือดออก โดยในระยะที่ 1 ผู้ป่วยจะยังไม่สามารถมองเห็ดริดสีดวงได้

ระยะที่ 2 ในระยะนี้ผู้ป่วยจะเริ่มสังเกตเห็นริดสีดวงได้ หรือรู้สึงถึงการเป็นริดสีดวงได้ ซึ่งเนื่องจากจะมีเลือดปนออกมากับริดสีดวงแล้ว หัวริดสีดวงยังจะสามารถโผล่พ้นรู้ทวารหนักออกมาข้างนอกได้ โดยเมื่อมีการเบ่งอุจจาระแต่ถ้าอุจจาระเสร็จแล้วไม่มีการเบ่งหัวริดสีดวงก็จะสามารถหดกลับเข้าไปภายในร่างกายได้เช่นเดิม

ระยะที่ 3 ในระยะนี้หัวริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมา และไม่สามารถกลับเข้าไปด้านในร่างกายได้อีก ต้องใช้มีช่วยดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไป และยังคงมีเลือดปนออกมากับริดสีดวงเช่นเดิม ในระยะนี้ในผู้ป่วยบางรายอาจจะรู้สึกปวดที่ทวารหนัก เริ่มมีอาการซีดเหลืองตามร่างกาย

ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงออกมาอยู่ภายนอกร่างกายตลอดเวลา หัวริดสีดวงจะกวางการทำงานของหูรูดทำให้หูรูดทวารหนักปิดไม่สนิท ทำให้ในบางครั้งเราควบคุมการไหลของอุจจาระไม่ได้ และหากมีอาการอักเสบที่รุนแรงขึ้น 

ผู้ป่วยจะมีน้ำหนองไหลปนออกมากับเลือดและอุจจาระด้วยหากอาการรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยบางรายจะมีอาการหน้ามืดเฉียบพลัน ร่างกายซีดเหลือง เริ่มมีกลิ่นบริเวณทวารหนัก และรู้สึกเจ็บทวารหนักร่วมด้วย

โดยอาการของ ริดสีดวง ข้างใน จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะของการป่วย ดังนั้นการรักษาจึงควรรักษาในระยะแรกของการป่วยจะดีที่สุด

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวง ภายนอก มีลักษณะการเกิดคล้ายกับริดสีดวงภายใน และสาเหตุการเกิดก็คล้ายกัน คือริดสีดวงภายนอกเกิดจากสาเหตุหลักๆคือ อาการท้องผูกเนื่องจากการรับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยอาหารน้อยเกินไป รวมถึงการดื่มน้ำน้อยกว่า 8 – 12 แก้วต่อวัน 

ทำให้มีน้ำที่ไปเลี้ยงกากอาหารใมีน้อย ส่งผลให้กากอาหารแข็ง การกลั้นอุจจาระเป็นเวลานาน ทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำและแร่ธาตุออกจากกากอาหารไปจนหมด อุจจาระจึงแข็งและขับถ่ายได้ยาก การมีภาวะอ้วนหรือการตั้งครรภ์ ทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานเกิดการคั่งของเลือดบริเวณนั้น ส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงทวาร 

โดยสาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดดำรอบๆทวารหนักโป่งพอง เนื่องจากเกิดการคั่งของเลือดหรือมีลิ่มเลือดอยู่ จึงเกิดเป็นตุ่มเล็กๆรอบๆรอยย่นของทวารหนัก ซึ่งตุ่มนั้นมีลักษณะแข็ง การเป็น ริดสีดวง ข้างนอก 

หรือ ริดสีดวงภายนอกนี้ผู้ป่วยสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตนเองและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย การรักษาจึงสามารถทำได้เร็ว เนื่องจากเมื่อเราอาบน้ำหรือทำความสะอาดร่างกายจะสามารถคลำพบริดสีดวงชนิดนี้ได้ด้วยตนเอง อาการส่วนใหญ่ของริดสีดวงภายนอกคือจะรู้สึกเจ็บบริเวณทวารหนัก 

เนื่องจากอยู่ภายนอกจึงทำให้เสียดสีกับสิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่าย แต่การพบเลือดออกบริเวณทวารหนักที่ปนออกมากับอุจจาระนั้นมีได้น้อย ดังนั้นหากผู้ป่วยนั่ง หรือระมัดระวังการนั่ง การนอนที่จะส่งผลกระทบต่อทวารหนักได้ดี ผู้ป่วยก็จะไม่รู้สึกเจ็บบริเวณทวารหนัก จึงสามารถทำให้ผู้ป่วยสบายใจได้มากกว่าการเป็นริดสีดวงภายใน

ริดสีดวง อาหารแสลง ที่ควรหลีกเลี่ยง

มารู้จักโรค ริดสีดวง อาหารแสลง ของโรคคืออะไร

ผู้ป่วยที่เป็นโรค ริดสีดวง อาหารแสลง หรืออาหารที่ไม่ควรรับประทาน เพราะจะส่งผลต่อการรักษาริดสีดวง หรือทำให้อาการของริดสีดวงลุกลามได้ ซึ่งอาหารแสลงนั้น มีดังนี้

  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เช่น กาแฟ สุรา เบียร์ ชนิดต่างๆ
  • อาหารแปรรูปทุกชนิด ซึ่งอาหารแปรรูปย่อมมีสารตกค้าง จึงไม่เหมาะต่อผู้ที่มีอาการป่วยรวมถึงบุคคลที่ร่างกายปกติ ก็ไม่สมควรรับประทานหากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงประเภทอาหารแปรรูป
  • เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เพราะจะส่งผลต่อการย่อยของระบบย่อยอาหาร เช่น เนื้อวัว เนื้อกวาง เนื้อจระเข้ เป็นต้น
  • ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะการรับประทานอาหารผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ทำให้มีการขับถ่ายและเบ่งอุจจาระอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดเส้นเลือดโป่งพองอาจจะส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในที่สุด
  • ผักบางชนิดควรทำให้สุกก่อนรับประทาน เช่น แครอท กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น
  • อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก แมงกะพรุน หอยชนิดต่างๆ

โดยผู้ป่วยที่เป็นโรค ริดสีดวง อาหารแสลง เหล่านี้จะส่งผลต่อการรักษาริดสีดวง ดังนั้นหากรับประทานอาหารจำพวกนี้ควรรับประทานในจำนวนที่น้อย หรือรอให้อาการป่วยหายดีแล้วค่อยรับประทาน ประกอบกับการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองไม่ให้กลับมาเป็นโรคนี้อีกครั้ง

ริดสีดวง การรักษา อาการป่วย

โรค ริดสีดวง การรักษา อาการป่วยด้วยมือเรา

เมื่อป่วยเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ตนเองนั้นหายป่วย และกลับมาแข็งแรงได้ปกติดังเดิม ไม่ใช่แค่โรคริดสีดวงเท่านั้น การรักษายังจำเป็นต่อการป่วยในหลายๆโรค แต่ทุกคนต่างก็ไม่ต้องการที่จะได้รับการรักษาที่มีความเสี่ยง 

อาจจะพูดได้ก็อยากจะรักษาโรคนี้ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนการรักษา แต่สามารถกระทำได้ในชีวิตประจำวัน การรักษาโรคได้ด้วยตนเองจึงเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกวิตกกังวลในอาการป่วยของตนเองมากนัก 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง รักษา pantip
ริดสีดวง อาหาร
ริดสีดวง อาหารแสลง

เพราะการที่รักษาด้วยตนเองไม่ต้องพบแพทย์ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าโรคของตนเองไม่รุนแรง เช่นเดียวกับโรค ริดสีดวง การรักษา ด้วยตนเอง มีดังนี้

รับประทานผักและผลไม้ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเพิ่มกากใยอาหารในระบบขับถ่ายทำให้ลดอาการท้องผูก

วันละ 8 – 12 แก้ว เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในการล่อเลี้ยงกากอาหารให้นิ่ม ส่งผลให้การขับถ่ายสามารถทำได้ง่ายไม่ต้องออกแรงเบ่งอุจจาระ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้ระบบต่างๆในร่างกายนั้นแข็งแรง กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้รู้สึกปวดอุจจาระในช่วงเช้าของแต่ละวัน รวมทั้งทำให้มีแรงส่งการเคลื่อนที่ของอุจจาระออกมาภายนอกร่างกายได้ดี และยังสามารถช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนได้อีกด้วย

การงดรับประทานอาหารที่เป็นของแสลง ซึ่งจะส่งผลต่อการรักษาโรคริดสีดวงให้หาย

การทำความสะอาดบริเวณทวารหนักทุกครั้งหลังมีการอุจจาระ โดยการแช่ในน้ำอุ่นที่ผสมดินเกลือ หรือใช้วิธีการประคบเย็นประคบร้อนเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง

งดการกลั้นอุจจาระ ฝึกเข้าห้องน้ำให้เป็นกิจวัตรประจําวัน

รับประทานยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด สามารถบอกลาการผ่าตัด และรักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ ไม่ทิ้งสารพิษตกค้างในร่างกายของผู้ป่วย

การเป็น ริดสีดวง หายไหม

เห็นได้ว่าการป่วยโรคริดสีดวง ภายใน และภายนอก มีสาเหตุและอาการของโรคที่คล้ายกัน การรักษาสามารถทำได้โดยการรักษาด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องรอการรักษาจากแพทย์ เนื่องจากโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหาร 

และพฤติกรรมการขับถ่าย เพียงผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการขับถ่าย ก็จะสามารถลดการเป็นริดสีดวงทวารได้ ซึ่งหากอาการไม่รุนแรง 

ยังไม่พบการอักเสบการรับประทานยาสมุนไพรยิ่งจะช่วยให้การรักษาริดสีดวงนั้นผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง มีกลิ่น คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร อันตรายมากแค่ไหน

ริดสีดวง มีกลิ่น เป็นอาการหนึ่งของริดสีดวง โดยการที่ริดสีดวงจะมีกลิ่นออกมานั้นจะใชเวลาเป็นปี ๆ หรือเป็นสิบปี นับตั้งแต่การเป็นริดสีดวงครั้งแรก

Table of Contents

ริดสีดวง มีกลิ่น มีสาเหตุมาจากอะไร

การที่ ริดสีดวง มีกลิ่น อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าการที่ริดสีดวง จะแสดงออกมานั้นต้องใช้เวลาเป็นปีๆ หรือบางครั้งใช้เวลานับสิบปี ซึ่งการแสดงกลิ่นออกมาเกิดจากการที่ริดสีดวงนั้นมีการอักเสบและการติดเชื้อค่อนข้างมาก การทำความสะอาดบริเวณริดสีดวงทำได้ยาก 

เพราะเมื่อแตะริดสีดวงแล้วอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บ หรือริดสีดวงมีสิ่งสกปรกอยู่บริเวณทวารหนักตลอดเวลาทำให้ส่งกลิ่นออกมารบกวนด้วย การที่ ริดสีดวง มีกลิ่น จะแสดงอาการได้เร็วหรือช้านั้น ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลทำความสะอาดและรักษาสุขภาพตนเองของผู้ป่วย โดยหากเมื่อริดสีดวงเข้าสู่ระยะที่ 4 

ริดสีดวง มีกลิ่น

ซึ่งเป็นริดสีดวงประเภทภายในนั้น จะมีปัจจัยที่ทำให้ริดสีดวงส่งกลิ่นออกมาได้ แก่ ริดสีดวงดวงมีการอักเสบค่อนข้างมาก ทำให้ริดสีดวงขวางทางหูรูดของทวารหนัก  ทำให้ทวารหนักไม่สามารถจะปิดสนิทได้ จนเป็นผลทำให้มีอุจจาระไหลออกมา

โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมได้ ประกอบกับหากริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรงก็จะมีน้ำหนองไหลออกมาร่วมด้วยเสมอ ยิ่งเวลาขับถ่ายอุจจาระที่จะทำให้มีเลือดและน้ำหนองปนออกมาร่วมกับอุจจาระ ถ้าหากทำความสะอาดไม่สะอาดเพียงพอ 

ก็จะเป็นจุดที่ทำให้เกิดเชื้อโรค รวมทั้งเวลาที่เราไม่ได้ขับอุจจาระแต่ทำการควบคุมอุจจาระไม่ได้ อันเนื่องมาจากหัวริดสีดวงที่ขวางทางการทำงานของหูรูดอยู่นั้น ก็จะทำให้ทวารหนักมีความสกปรกเป็นบริเวณสะสมของเชื้อโรคเพิ่มมากขึ้นไปอีก ทำให้เมื่อมีความสกปรกของทวารหนักมากขึ้นก็จะเกิดกลิ่นเหม็นตามมาด้วย

สาเหตุของ ริดสีดวง ข้างใน เกิดจากอะไร

ริดสีดวง ข้างใน คือ ริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเรา จึงเรียกริดสีดวงชนิดนี้ว่าริดสีดวงภายใน โดยริดสีดวงภายในนั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนักส่วนบนนั้นโป่งพอง 

หรืออักเสบอันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆทำให้เกิดเลือดคั่งเนื่องจากไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่ต่ำกว่าสะดือลงไปไม่ทัน เมื่อมีเลือดคั่งเกิดขึ้นเส้นเลือดก็จะมีการพองตัวขึ้นทำให้มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆเกิดขึ้นภายในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เราจึงเรียกริดสีดวงชนิดนี้ว่า ริดสีดวง ข้างใน 

หรือริดสีดวงภายใน ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในระยะแรกๆ กว่าผู้ป่วยจะสังเกตว่าตัวเองเป็นริดสีดวงภายในนั้นก็เข้าสู่ระยะที่ 3 ถึงระยะที่ 4 แล้ว เนื่องจากระยะที่ 1 และ 2 ริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาภายนอก

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

หรือหากโผล่ออกมาภายนอก ในระหว่างที่มีการเบ่งอุจจาระแล้วริดสีดวงก็จะสามารถหดกลับไปภายในร่างกายได้เช่นเดิม ดังนั้นจึงทำให้ผู้ป่วยสามารถสังเกตการเป็นริดสีดวงในระยะที่ 1 และ 2 ได้ยากกว่าระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งริดสีดวงภายในมีทั้งหมด 4 ระยะ คือริดสีดวงระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 

โดยริดสีดวงระยะแรกหรือระยะที่ 1  นั้นจะมีอาการความรุนแรงของโรคน้อยกว่าริดสีดวงในระยะอื่นๆ และริดสีดวงระยะที่ 4 จะมีความรุนแรงของโรคมากที่สุดของประเภท ริดสีดวงภายใน การรักษาริดสีดวงระยะแรกจะทำได้ง่ายและรักษาได้รวดเร็วกว่า อันตรายน้อยกว่าริดสีดวงระยะที่ 4 เสมอ 

ซึ่งกล่าวได้ว่าหากผู้ป่วยไม่ต้องการที่จะผ่าตัดริดสีดวงนั้นจำเป็นจะต้องรักษาริดสีดวงภายในให้หายตั้งแต่ริดสีดวงระยะที่ 1 เพราะจะทำให้ผู้ป่ในการพักรักษาตัวน้อยกว่าอื่นๆด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง รักษา pantip

ริดสีดวง ข้างนอก มีสาเหตุมาจาก

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก มีสาเหตุการเกิดคล้ายกับริดสีดวงภายใน คือเกิดจากการโป่งพอง ของเส้นเลือดดำบริเวณรอบรอยย่นของทวารหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดเลือดคั่ง เมื่อเกิดเลือดคั่งมากขึ้นเส้นเลือดก็จะปูดนูนทำให้เห็นเป็นติ่งเล็กๆบริเวณรอบรอยย่นของทวารหนักส่วนนอก 

เมื่อลือดที่คั่งหลุดออกและยุบลงหากยุบลงสนิทแผลก็จะหายดี แต่หากยุบลงแล้วไม่สนิทจะทำให้ติ่งมีลักษณะแข็ง เมื่อเราสัมผัสจึงรู้สึกได้ว่ามีตุ่มแข็งบริเวณทวารหนัก ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่ร้ายแรงเท่ากับริดสีดวงภายใน 

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

การรักษาจะทำได้ง่ายและเร็วกว่าอันเนื่องมาจากข้อได้เปรียบเทียบว่าเราสามารถสังเกตเห็นริดสีดวงภายนอกได้ตั้งแต่ระยะแรกของการเป็นริดสีดวง ริดสีดวงชนิดนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีเลือดปนออกมากับอุจจาระแต่จะรู้สึกเจ็บหรือปวดบริเวณทวารหนักแทน เนื่องจากการที่ริดสีดวงอยู่ภายนอก 

จึงทำให้เวลาที่เรากระทบกับสิ่งต่างๆรอบตัวนั้นมีมากกว่าริดสีดวงภายใน อาการเจ็บหรือปวดริดสีดวงจึงมีมากกว่าโดยสาเหตุของการเกิดริดสีดวงข้างนอก หรือ ริดสีดวง ภายนอก และริดสีดวงภายใน หรือ ริดสีดวง ข้างใน นั้น เกิดจากสาเหตุในลักษณะเดียวกัน คือ

  • อาการท้องผูก เนื่องจากอาการท้องผูกจะทำให้การอุจจาระไม่เป็นปกติ ต้องมีการแบ่งเวลาอุจจาระเสมอ เมื่อมีการเบ่งจึงทำให้แรงดันในเส้นเลือดดำมีมากขึ้น ทำให้การโป่งพองของเส้นเลือดสามารถเกิดได้ง่ายและเป็นริดสีดวงในที่สุด
  • การรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งผักและผลไม้ที่มีกากใยที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ลดอาการท้องผูกได้ ดังนั้นการที่ไม่รับประทานผักและผลไม้ จึงทำให้สามารถเกิดริดสีดวงทวารได้เช่นกัน
  • การดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8 – 12 แก้วต่อวัน ทำให้มีน้ำไปหล่อเลี้ยงกากอาหารที่รอการกำจัดออกบริเวณลำไส้ใหญ่นั้นน้อยลง เมื่อมีน้ำน้อยการอาหารก็จะแข็ง ทำให้เวลาขับถ่ายมีการเสียดสีกับเนื้อเยื่อบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนัก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีความบอบบางอยู่แล้ว ทำให้เกิดการอักเสบและเป็นแผลเรื้อรังจนเกิดเป็นริดสีดวงทวารในที่สุด
  • อาการไอเรื้อรัง อาการไอเรื้อรังทำให้ผู้ป่วยต้องเบ่งลมในช่องท้องเสมอ การแบ่งลมบริเวณช่องท้องนั้นจะส่งผลต่อการโป่งพองของเส้นเลือดดำได้เช่นกัน จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดริดสีดวงทวาร
  • หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคอ้วน การที่หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคอ้วนเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวาร ก็เนื่องมาจากทั้งสองกรณีนี้ จะทำให้ช่องท้องมีการขยายเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานเลือดบริเวณเส้นเลือดดำจึงไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายที่อยู่ต่ำกว่าสะดือไม่สะดวก เมื่อเลือดไหลเวียนไม่สะดวกก็จะเกิดการคั่ง และเกิดเป็นริดสีดวงทวารได้เช่นกัน

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

อย่างไรก็ดี สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงสาเหตุหลักๆเท่านั้นที่ทำให้เกิด ริดสีดวง ข้างนอก และ ริดสีดวง ข้างใน ร่างกาย แต่ยังมีสาเหตุอีกมากมายที่ทำให้เกิดริดสีดวง ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อลดเสี่ยงที่จะเกิดริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง การรักษา ให้หายทำอย่างไร

ในผู้ป่วยที่เป็นโรค ริดสีดวง การรักษา ให้หายสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการของการป่วย ความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ความพร้อมของผู้ป่วย และปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย 

ซึ่งหากจะเลือกวิธีการรักษานั้นจะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัยอันเนื่องมาจาก จะทำให้การรักษามีความต่อเนื่องและให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพึงพอใจ ในที่นี้จะขอแบ่งวิธีการรักษาออกเป็น 3 วิธีใหญ่ ๆ ดังนี้

ยาริดสีดวง

  • การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ วิธีการรักษาโดยธรรมชาติหรือการใช้ธรรมชาติบำบัดนั้นเหมาะสมกับผู้ป่วยที่ไม่ชอบรับประทานยาหรือการพบแพทย์เป็นประจำ ซึ่งสามารถทำได้โดย การใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นประคบเมื่อมีอาการอักเสบของริดสีดวง การรับประทานผักและผลไม้เพื่อเพิ่มขนาดใยให้กับร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อให้อุจจาระนิ่ม และสามารถขับถ่ายได้ง่าย รวมทั้งการเข้าห้องน้ำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ควรอั้นอุจจาระเพราะจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และอุจจาระแข็ง
  • การรักษาโดยการใช้ยา ซึ่งวิธีการรักษานี้ส่วนใหญ่จะใช้กับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการของริดสีดวงมากขึ้น และมักจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหรือมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระด้วย ซึ่งวิธีการรักษาโดยใช้ยานี้สามารถใช้ยาแก้ปวดในการรับประทานเพื่อลดอาการปวดของริดสีดวงรวม ถึงการใช้ยาเหน็บเพื่อลดอาการปวดและทำให้ริดสีดวงอักเสบน้อยลง และอาจจะส่งผลทำให้ริดสีดวงยุบและหายเองได้ และอีกวิธีหนึ่งคือการใช้ยาสมุนไพรซึ่งเป็นการรักษาริดสีดวงหายขาด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กลัวการผ่าตัดเป็นอย่างยิ่ง
  • การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้โดยการฉีดยา การใช้ยางรัด เพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดและฝ่อและเองเอง ไปจนถึงการผ่าตัดริดสีดวง ซึ่งจะใช้กับการรักษาริดสีดวงในระยะที่รุนแรง เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วย ส่วนใหญ่พบในการรักษาริดสีดวงภายใน ระยะที่ 4

ริดสีดวง กี่วันหาย

จะเห็นได้ว่าผู้ป่วย ริดสีดวง การรักษา โรคนี้มีได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์จะวินิจฉัย ให้ผู้ป่วยรักษาในรู)แบบใด หรือขึ้นอยู่กับความเต็มใจ และอาการป่วยของผู้ป่วยด้วย 

ดังนั้น บุคคลที่ป่วยเป็นริดสีดวงก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใจว่าจะได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเพียงเพียงอย่างเดียว และอาจจะทำให้ผู้ป่วยสบายใจและเต็มใจในการรักษาริดสีดวงมากยิ่งขึ้น

Categories
การรักษาริดสีดวง โรคริดสีดวง

ริดสีดวง การรักษา ได้อย่างไร มีวิธีการรักษา ยังไงบ้าง

ป่วยเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา จะต้องเป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยต้องคิดถึงอย่างแน่นอน แต่หลายคนก็มีความกังวลเนื่องจากริดสีดวงโดยเฉพาะริดสีดวงทวาร 

Table of Contents

เป็นริดสีดวงที่เกิดบริเวณทวารหนัก ที่ผู้ป่วยรู้สึกอับอายถ้าต้องไปทำการรักษากับคุณหมอ เราจะมีวิธีการรักษาริดสีดวงทวารนี้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้กับทุกคน

ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไรบ้าง

หากคุณป่วยเป็น ริดสีดวง การรักษา ไม่ว่าวิธีไหนก็ยอมลอง นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยเกือบ 100 % ต้องทำอย่างแน่นอน ซึ่งบางวิธีอาจจะได้ผลมาก บางวิธีอาจจะได้ผลน้อย หรือบางวิธีอาจจะไม่ได้ผลเลย แต่ทุกคนก็ยอมปฏิบัติเพราะอาจจะมีวิธีที่ทำให้รักษาริดสีดวงของคุณนั้นหายได้ วิธีการรักษาริดสีดวงหากแบ่งตามอาการและการรักษา สามารถแบ่งได้ ดังนี้

ริดสีดวง ทวานหนัก รักษา

  • ระยะที่ริดสีดวงยังไม่แสดงอาการรุนแรง ในระยะนี้ผู้ป่วยสามารถใช้วิธีการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติ โดย
    • ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อให้กากอาหารนิ่ม การขับถ่ายอุจจาระจะได้ไม่แข็ง แต่ถ้าหากผู้ป่วยไม่อยากจะดื่มน้ำเปล่าสามารถดื่มน้ำชนิดใดก็ได้ ขอให้เป็นของเหลวก็จะสามารถช่วยในการขับถ่ายได้เช่นกัน
    • กินอาหารที่ประกอบด้วยผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพื่อเพิ่มกากใยอาหารให้กับร่างกาย ลดปัญหาท้องผูก อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริดสีดวงทวาร
    • การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ ให้มีการบีบตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดอุจจาระได้ดีขึ้น
    • งดอาหารแสลง อาทิ เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ งดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อกวาง เป็นต้น
    • ทำความสะอาดทวารหนักทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ โดยการใช้น้ำอุ่นจะทำให้การสะสมของเชื้อโรคในน้อยลง ทำให้เกิดการติดเชื้อของริดสีดวงหรือการอักเสบของริดสีดวงได้
  • ระยะที่ริดสีดวงเริ่มแสดงอาการรุนแรง ในระยะนี้นอกจากผู้ป่วยจะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ แล้วยังจะรู้สึกเจ็บทวารหนักในบางครั้งด้วย ผู้ป่วยโรค ริดสีดวง การรักษา ในระยะนี้สามารถทำได้ โดย
    • การใช้ยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวดบริเวณทวารหนัก ร่วมกับการใช้ยาเหน็บเพื่อลดอาการปวดบริเวณทวารหนักโดยตรง และอาจจะช่วยทำให้ริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลงและหายดีได้ แต่ยาเหน็บนั้นไม่ควรใช้ติดต่อกันเกินครั้งละ 1 สัปดาห์เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพในภายหลัง
    • การฉีดยา เพื่อทำให้หัวริดสีดวงหลุด หรือการใช้ยางรัดเพื่อทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ จนกระทั่งการรักษาโดยใช้รังสีหรือเลเซอร์ต่างๆ เพื่อทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกมา โดยวิธีการเหล่านี้จะทำโดยแพทย์ และจะมีอาการข้างเคียงได้ในช่วงแรกของการรักษา

ริดสีดวง ยารักษา ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

  • ระยะที่ริดสีดวงแสดงอาการรุนแรง ในระยะนี้ส่วนใหญ่จะมีการติดเชื้อบริเวณทวารหนักเรียบร้อยแล้ว ทำให้ริดสีดวงอักเสบอย่างรุนแรง อาจจะส่งกลิ่นด้วย และร่างกายผู้ป่วยจะซีดเหลืองเนื่องจากการขาดเลือดเป็นเวลานาน การรักษาในระยะนี้สามารถทำได้ โดย
    • การผ่าตัด การตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถนำหัวริดสีดวงออกมาได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ โดยการผ่าตัดสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ และเมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยา หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เพื่อทำให้แผลจากการผ่าตัดนั้นหายดี

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของการป่วย

ผู้ป่วยด้วยโรค ริดสีดวง ท้องผูก นั้นถือเป็นอาการที่จะส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในระยะเวลาข้างหน้า เนื่องจากการเป็นท้องผูกทำให้ผู้ป่วยจะต้องเบ่งอุจจาระทุกครั้ง เพราะอุจจาระไม่สามารถเคลื่อนตัวออกมาจากทวารหนักได้โดยธรรมชาติ เมื่อมีอาการท้องผูกที่กินระยะเวลานาน การเบ่งอุจจาระก็ต้องกินระยะเวลานานเช่นกัน 

ริดสีดวง ท้องผูก สาเหตุหลักของการป่วย

ทำให้แรงดันในเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักนั้นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เลือดคั่งบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายได้ทันกับปริมาณเลือดที่มี ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดเป็นตุ่มเล็กๆขึ้น

อันเนื่องมาจากการขยายตัวของเส้นเลือดนั่นเอง การเป็นโรค ริดสีดวง ท้องผูก นั้นเกิดมาได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น การดื่มน้ำน้อยเกินไป การกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การอั้นอุจจาระเป็นประจำ รวมทั้งการรับประทานยาลดความอ้วนบางชนิด ก็สามารถส่งผลต่อการขับถ่ายของผู้ป่วยได้เช่นกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ท้องผูก
ริดสีดวง มีหนอง
ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ

ริดสีดวง มีหนอง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ริดสีดวง มีหนอง เป็นอีกอาการหนึ่งของการเป็นริดสีดวง ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากหัวข้อที่แล้ว เรื่องการเกิดท้องผูกที่ส่งผลต่อการเป็นริดสีดวง อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า เมื่อมีโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนัก อันเนื่องมาจากอาการท้องผูกเป็นสาเหตุหลัก  

ริดสีดวง มีหนอง เกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจจะเป็นปี หรือ 10 ปี ริดสีดวงจะเริ่มมีการอักเสบมากขึ้น จนทำให้ ริดสีดวง มีหนอง ไหลออกมา โดยเริ่มแรกก็อาจจะเป็นเพียงที่การขับถ่ายอุจจาระไปเสียดสีกับตุ่มเล็กๆในเนื้อเยื่ออันเกิดจากการคั่งของเลือด จนทำให้เนื้อเยื่อนั้นที่มีความบอบบางอยู่แล้วกลายเป็นแผลและมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด 

จนเวลาผ่านไปเกิดการอักเสบเพราะการรักษาตัวเองของเนื้อเยื่อไม่หายดี ทำให้เกิดการติดเชื้อและเริ่มมีตุ่มหนองเกิดขึ้น เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระรวมทั้งการไอที่รุนแรง ก็จะทำให้มีน้ำหนองไหลออกมาบริเวณรูทวารหนักด้วย

ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ ทำได้หรือไม่

ป่วยเป็น ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ ก็สามารถทำให้หายป่วยได้เช่นกัน ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าการรักษาโดยธรรมชาติ จะทำให้หายป่วยได้อย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องไปพบแพทย์จริงหรือ โดยทั่วไปแล้วโรคริดสีดวงส่วนใหญ่จะเกิดจากการรับประทานอาหาร 

ริดสีดวง รักษาธรรมชาติ

และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นหลัก ประกอบกับโรคริดสีดวงเป็นโรคที่ไม่รุนแรงเท่ากับโรคอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคธาลัสซีเมีย จึงทำให้การรักษาโดยธรรมชาตินั้นสามารถทำให้หายป่วยจากโรคนี้ได้ โดย ริดสีดวง รักษา ธรรมชาติ สามารถทำได้ทั้งนั้น

  • เปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร จะต้องรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบมากขึ้น และลดการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก อาทิเช่น เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อกวาง เนื้อจระเข้ เป็นต้น ตลอดจนการงดอาหารประเภทหมักดองร่วมด้วย
  • การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือสามารถดื่มน้ำผักและผลไม้แทนน้ำเปล่าได้ จะทำให้กากอาหารนิ่มและกับอุจจาระได้ง่ายเช่นกัน
  • การออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง การทำงานของระบบต่างๆในร่างกายก็จะแข็งแรงไปด้วย รวมทั้งช่วยในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้บีบตัวได้ดี ส่งผลต่อการกระตุ้นให้รู้สึกปวดอุจจาระและการขับอุจจาระออกมาจากร่างกายง่ายขึ้น
  • การหลีกเลี่ยงการยกของหนัก เนื่องจากการยกของจะทำให้ผู้ป่วยต้องใช้แรงเบ่งบริเวณช่องท้องซึ่งส่งผลต่อแรงดันในเส้นเลือดดำโดยตรง
  • งดอาหารประเภทอาหารทะเล และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
  • ห้ามกลั้นอุจจาระ เวลาขับถ่ายไม่ควรจะเบ่งอุจจาระเพราะจะส่งผลต่อการพองตัวของเส้นเลือดดำ
  • ประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวง สามารถทำได้โดยการประคบ 15 – 20 นาทีต่อครั้ง และไม่ควรจะทำบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้บริเวณทวารหนักอักเสบมากยิ่งขึ้น
  • แช่น้ำอุ่นที่ผสมดีเกลือ เพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง และสามารถทำความสะอาดเชื้อโรคบริเวณทวารหนักได้ด้วย
  • ลดการกระทบของริดสีดวงกับสิ่งต่างๆรอบตัว โดยหากจะมีการนั่งควรที่จะนั่งบนเบาะรองนั่งเพื่อทำให้ริดสีดวงกระทบกับสิ่งต่างๆน้อยลง และช่วยลดการปวดบริเวณทวารหนัก
  • งดยาลดความอ้วนที่จะส่งผลต่อการขับถ่าย เพราะหากรับประทานยาลดความอ้วนแล้วทำ ไม่สามารถขับถ่ายได้เป็นประจำทุกวัน จะส่งผลต่ออาการท้องผูกในอนาคตและส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงเช่นกัน

ริดสีดวง ออกกำลังกาย

จะเห็นได้ว่าผู้ป่วย ริดสีดวง การรักษา ธรรมชาติ ก็สามารถรักษาอาการป่วยให้หายดีได้ แต่จะต้องเป็นริดสีดวงในระยะแรกที่อาการยังไม่รุนแรงมากนัก เพราะถ้าหากอาการมีความรุนแรงขึ้นโดยมีการติดเชื้อ 

การรักษาโดยธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ด้วย ดังนั้นหากไม่อยากเป็นริดสีดวงควรจะป้องกันดีกว่าจะมานั่งแก้ไข เพราะจะทำให้เสียทั้งเวลาและโอกาสในการทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

การเกิด ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ สาเหตุหลัก มาจากอะไร?

คุณแม่หลาย ๆ คน คงทราบแล้วว่าการตั้งครรภ์นั้น คุณแม่จะต้องรับมือกับการแปรปรวนของอารมณ์ และการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง เบาหวาน เลือดจาง เป็นต้น แต่ว่าที่คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การตั้งครรภ์นั้น เสี่ยงต่อการเป็น ริดสีดวงทวารได้เช่นกัน

Table of Contents

สาเหตุของ  ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์    

คุณแม่หลายคนมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากเหล่าคุณแม่ทั้งหลายท้องโตขึ้นทุกๆวัน ทั้งต้องแบกรับน้ำหนักของลูกในท้อง ทั้งยังอึดอัดกับท้องที่โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังต้องมาอึดอันกับการเป็น ริดสีดวงทวารอีกด้วย โดยโรคริดสีดวงทวารจะมีอาการบวมหรือพองของเส้นเลือดที่ทวารหนัก 

ซึ่งไม่สามารถหดตัวเข้าไปได้เองโดยไม่ใช้ตัวช่วย อาการเหล่านี้เกิดมาจากการขับถ่ายของแม่ๆนั่นเอง โดยคุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นโรคนี้มากที่สุด สืบเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

เมื่อมีเลือดไหลเวียนในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ขนาดของมดลูกใหญ่ตัวมากขึ้น โดยถูกการกดทับของเส้นเลือดดำบริเวณเชิงกรานทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นผลทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างได้ จึงเกิดการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ 

ก่อให้เกิดริดสีดวงทวารหนักในที่สุด การที่คุณแม่เป็นโรค ริดสีดวง ขณะ ตั้งครรภ์ นั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์แต่อย่างใด รวมทั้งริดสีดวงทวารจะไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่จะทำให้คุณแม่เกิดความรำคาญบริเวณส่วนของทวารหนักมากกว่า 

เพราะอาการของริดสีดวงจะมีอาการคันร่วมด้วย ดั้งนั้นคุณแม่ควรเพิ่มกิจกรรมระหว่างวันโดยการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ทานผักผลไม้ หรือ ธัญพืช เพื่อเพิ่มกายใยอาหารในระบบย่อยอาหาร ลดการท้องผูก 

รวมไปดื่มน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 8 – 12 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำให้ดีขึ้น กากอาหารนิ่มไม่แข็งมากเกินไป ส่งผลไปยังการขับถ่ายที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ริดสีดวง ยารักษา โรค บอกลาการผ่าตัด

สิ่งแรกเมื่อคนส่วนใหญ่เป็นโรคริดสีดวงคิดเป็นอับดับต้น ๆ คือ หากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา แบบไหนที่จะช่วยให้หายจากโรคนี้ได้ โดยสมุนไพรถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรค เนื่องจากสมุนไพรเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน 

ดังนั้นสมุนไพรหลายชนิดจึงมีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ เช่น ยา คำไพลิน ซึ่งสามารถช่วยในการรักษาริดสีดวง ดังนี้

ยารักษาริดสีดวง

1.หัวยุบ แห้งฝ่อ ติ่งยุบ

2.ช่วยลดการโป่งพอกรอบนอกทวารหนัก

3.ช่วยสมานแผล

4.ช่วยแก้อากาอักเสบ

5.ฟื้นฟูระบบขับถ่าย

6.ช่วยพื้นฟูระบบย่อยอาหาร

7.ป้องการการเกิดซ้ำ

8.ลดอาการบีบตัวของลำไส้

9.ริดสีดวงหายขาด

โดยหากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา คำไพลิน ก็เหมาะที่จะใช้ในการรักษา เพราะมีสมุนไพรหลายชนิด ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวง อาทิเช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต 

เถาสะค้าน เหง้าโกฐน้ำเต้า ใบมะขามแขก ดีเกลือ ยาดำ เมล็ดพริกไท เหง้าข่า ต้นกระพังโหม  เป็นต้น โดยสรรพคุณเหล่านี้ล้วนเป็นตัวยาชั้นดีและมีชื่อเสียงในการรักษาริดสีดวง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น

ริดสีดวง การรักษา ให้หายขาด

หากเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของโรค และการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้วิธีการักษาโดยวิธีไหน จึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย ซึ่งการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ คือ การรักษาด้วยตนเอง และการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

  • การรักษาด้วยตนเอง การรักษาด้วยตนเองนั้นสามารถอนุมาน ถึงการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถ

หาวิธีการรักษา หรือการใช้ยารับประทานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับคำแนะนำและการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ดังนี้

  • การกินผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆที่มีกากใยอาการเพื่อช่วยเสริมสร้างการ

ขับถ่ายให้สะดวก ลดอาการท้องผูก

  • การดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน ช่วยให้กากอาหารนิ่มไม่แข็ง การขับถ่ายอุจจาระจะ

ไม่ส่งผลต่อทวารหนัก ไม่เสียดสีกับริดสีดวงให้เกิดการอักเสบ

  • งดการกินยาลดความอ้วนที่มีผลทำให้เกิดอาการท้องผูก
  • ไม่กลั้นอุจจาระ ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะหากมีการกลั้นอุจจาระเกิดขึ้น จะทำให้

กากอาหารแข็ง ส่งผลให้ขับถ่ายได้ยากจึงเกิดการอักเสบของทวารหนักและส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในที่สุด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ แต่หลีกเลี่ยงการ

ออกกำลังกายที่เกิดอาการเกร็งช่องท้องเป็นเวลานาน

  • รับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาด โดยไม่

ต้องพึ่งการผ่าตัด และทำการรักษาโรคได้โดยไม่เกิดอาการเรื้อรังของโรค

  • ใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดริดสีดวงทวาร หรือการใช้ยาเหน็บเพื่อทำให้หัว

ริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลงและยุบลงเรื่อย ๆ

  • การประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อทำให้หัวริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลง มีขนาดของหัว

ริดสีดวงเล็กลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งการประคบเย็นกับประคบร้อนสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 30 นาที เพราะหากมากเกินไปจะยิ่งส่งผลต่อการอักเสบริดสีดวงให้มากขึ้น

  • การทำความสะอาดริดสีดวงทวารทุกครั้งที่มีการขับถ่าย ป้องกันการติดเชื้อและ

ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค อันจะส่งผลต่ออาการที่รุนแรงขึ้นของริดสีดวงทวาร

  • ใช้เบาะรองนั่ง เพื่อไม่ให้ริดสีดวงทวารกระทบกับพื้นโดยตรง ลดการอักเสบของ

ริดสีดวงทวารไม่ให้มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น

  • การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    • การฉีดยา โดยการฉีดยานี้เหมาะกับการรักษาริดสีดวงระยะ1, 2 และระยะที่ 3

หรือระยะที่มีเลือดออกจำนวนมากๆ โดยฉีดเข้าไปบริเวณผิวหนังที่มีขั้วของริดสีดวง จะทำให้ริดสีดวงฝ่อแต่ต้องระวังไม่ให้ฉีดเข้าริดสีดวงโดยตรง เพราะจะทำให้เข้าเส้นเลือด เกิดอาการแน่นหน้าอกได้

  • รักษาโดยการรัดหัวริดสีดวง การใช้ยางยางรัดหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมานอก

ทวารหนักทำให้เกิดการขาดเลือดบริเวณนั้นจึงเกิดการฝ่อ และริดสีดวงจะหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ

  • การผ่า ซึ่งการผ่ามีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่าง

ริดสีดวง ผ่าตัด

กัน ดังนั้นการผ่าริดสีดวงแพทย์จึงต้องใช้การวินิจฉัยโรคอย่างรอบครอบ การผ่าริดสีดวงเหมะกับการรักษาในระยะ3-4 ซึ่งเป็นอาการของริดสีดวงที่โผล่ออกมาจากทวารหนัก ซึ่งไม่สามารถที่จะหดเข้าไปเองได้ต้องรักษาโดยการผ่า  ซึ่งการผ่าขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงนั้นๆด้วย

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยเป็น ริดสีดวง การรักษา นั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่อย่างไรก็ตามก่อนการที่จะทำการรักษาโรคริดสีดวงแต่ละครั้ง ผู้ป่วยควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเสียก่อน เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเลือกวิธีการรักษาริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รีบรักษา

หลายคนที่เป็นริดสีดวงต้องเกิดคำถามอย่างแน่นอนว่า ริดสีดวง อันตรายไหม กับร่างกายของเรา ริดสีดวง นั้นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่อันตรายกับชีวิตของเรา เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคนี้อย่างมากหลาย ทั้งการรักษาโดยการทานสมุนไพรธรรมชาติ 

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหายขาดเองโดยการดูแลเอาใจใส่ การรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดการย่อยอาหารที่ดี นำมาซึ่งการขับถ่ายที่ดีด้วยเช่นกัน ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่โดยส่วนใหญ่พบกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่20-30ปี 

ริดสีดวง อันตรายไหม

ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นจะเป็นๆหายๆ และจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงอายุ40-50ปี  โดยผู้ที่เริ่มป่วยจะรู้สกตกใจ อีกทั้งหากริดสีดวงมีการอักเสบจะทำให้รู้สึกปวด และยังสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบุคคลเหล่านี้จะไม่ค่อยดื่มน้ำมาก 

โดยริดสีดวงนั้น จะทำให้รู้สึกกลัวเพราะมีเลือดที่ไหลออกมากับอุจจาระ ต่อมาเมื่อริดสีดวงอักเสบก็จะรู้สึกเจ็บ บาครั้งมีอาการหน้ามืด น้ำหนักลดอย่างต่อเนื่อง อาการซีดเหลือง 

และหากไม่รีบรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน มีการติดเชื้อ จนลามไปถึงการเพิ่มโอกาสให้กับการเป็นมะเร็งลำไส้ ในที่สุด

เช่นนั้นแล้ว คำถามที่ว่าริดสีดวง อันตรายไหม สามารถตอบได้ว่าอันตราย ถึงจะไม่รุนแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ แต่ถ้าหากชะล้าใจ ไม่รีบทำการรักษา หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร 

พฤติกรรมการขับถ่าย รวมทั้ง พฤติกรรมการใช้ชีวิต แล้วหละก็ อันตรายของโรคนี้ก็จะส่งผลถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เช่นกัน

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

คุณแม่มือใหม่กับการเป็น ริดสีดวง คนท้อง มีโอกาสเกิดขึ้นไหม?

คุณแม่หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า คนที่กำลังตั้งท้องมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนท้องจะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารได้มากกว่าคนปกติ 

ซึ่งสำหรับคนท้องเองไม่เป็นเรื่องแปลกนักที่จะเป็นโรคนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เ นื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างของภาวะตั้งครรภ์ที่เอื้อต่อการเป็นริดสีดวงทวาร

 

Table of Contents

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

          การเป็นโรค ริดสีดวง คนท้อง นั้นเกิดขึ้นได้จาก การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายเพศหญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่มีเลือดคั่งไหลออกมา จนเลือดที่ไหลออกมานั้นมีแรงดันสูงส่งผลให้เกิดหลอดเลือดดำโป่งพองคล้ายกับมีตุ่มเนื้อ หรือก้อนเนื้อเกิดขึ้น 

เวลาผู้ป่วยขับถ่ายจึงจะรู้สึกเจ็บรวมถึงอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา คุณแม่หลายคนมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว อันเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รวมถึงการที่คุณแม่กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยจะทำให้มดลูกมีการขยายตัวและมีการกดทับที่อุ้งเชิงการมากยิ่งขึ้น 

ประกอบกับเมื่อตั้งครรภ์จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดดำโป่่งพองเพิ่มมากขึ้น โดยริดสีดวงทวารที่คุณแม่มือใหม่ทุกท่านอาจจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ จะเป็นริดสีดวงภายใน นั่นหมายถึงว่าจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักส่วนบน 

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ยิ่งคุณแม่มีการเบ่งอุจจาระมากเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การโป่งพองของเส้นเลือดดำมีมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารมากขึ้นเช่นกัน เมื่อทราบดังนี้แล้วการป้องกันโรค 

และการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่หลายคนควรที่จะรู้ไว้ และจากสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถบอกได้ว่า ริดสีดวง คนท้องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นคุณแม่จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองในขณะที่กำลังอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวาร

โรค ริดสีดวง อันตรายไหม หากเทียบกับโรคอื่น

เมื่อกล่าวถึงริดสีดวงขณะตั้งครรภ์ ทำให้รู้ว่าคุณแม่มือใหม่ก็สามารถเป็นริดสีดวงลักษณะนี้ได้ และหากถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ก็สามารถตอบได้ชัดว่าริดสีดวงมีความอันตรายขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยสุขภาพของผู้ป่วย และระยะของริดสีดวงด้วย นั่นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงให้ความสำคัญโรคนี้เพิ่มมากขึ้น 

โดยต้องบอกก่อนว่าริดสีดวงทวารไม่เป็นอันตรายขณะตั้งท้อง และไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยแต่อย่างใด แต่ริดสีดวงสามารถทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บทวารหนัก และมีเลือดออกขณะขับถ่ายได้  อย่างไรก็ดีโรคนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานจึงจะสามารถแสดงอาการออกมา  ดังนั้นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านสามารถวางใจได้ว่าในขณะที่คุณแม่อุ้มท้องลูกอยู่ 9 เดือนนี้ 

ริดสีดวงของคนท้องจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาหรือหากแสดงอาการออกมาก็จะมีความรุนแรงค่อนข้างน้อย และหากเปรียบความอันตรายของริดสีดวงกับโรคร้ายอื่นๆเช่น  covid – 19  มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลิ้นหัวใจรั่ว และโรคตับแข็ง เป็นต้น 

ริดสิดวง มะเร็งลำไส้

ถือได้ว่าโรคริดสีดวงทวารนี้ยังเป็นโรคที่อันตรายน้อยมากหากเทียบกับโรคที่กล่าวมาข้างต้น แต่คุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะหากปล่อยโรคนี้ให้เรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ริดสีดวงมีการติดเชื้อและสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด 

เช่นนี้แล้วการปฏิบัติตัวให้ตนเองไม่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด สำหรับคุณแม่สามารถป้องกันตนเองหรือลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นริดสีดวงทวารได้เช่น

  • ดื่มน้ำให้มาก จนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะประมาณ 8-12 แก้วต่อวันรวมทั้งการรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น กล้วยน้ำว้ามะละกอ ลูกพรุน และมะขาม เป็นต้น โดยการดื่มน้ำให้มากกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนี้ จะสามารถทำให้การขับถ่ายได้สะดวกและลดอาการท้องผูก ขับถ่ายได้ง่าย และอุจจาระไม่แข็ง ซึ่งสามารถลดโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้
  • ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาโดย ขั้นแรกถึงจะปวดหรือไม่ปวดก็ควรที่จะเข้านั่งในห้องน้ำเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในตอนเช้า โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมากแล้วเช่น 6-7 เดือนก็จะไม่อยากนั่งห้องน้ำในตอนเช้าเ พราะเหนื่อยง่ายซึ่งอย่างไรก็ดีหากคุณแม่ฝืนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวของคุณแม่เอง
  • หากคุณแม่มีอาการขับถ่ายได้ยาก แม้จะดื่มน้ำหรือกินผักผลไม้ รวมทั้งฝึกเข้าห้องน้ำเป็นประจำแล้ว แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันก็ยังลำบากอยู่ คุณแม่สามารถใช้ยาระบายได้ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยยาระบายนี้จะมีฤทธิ์ช่วยการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้อยากจะเข้าห้องน้ำได้ดี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม

คุณแม่หลายคนคงมีคำถามว่า ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหมอยู่ในใจบ้างแล้ว โดยหากศึกษาจากข้อมูลทางการแพทย์จะทราบว่า การผ่าตัดริดสีดวงนั้นจะใช้ในกรณีที่มีความรุนแรงของโรคค่อนข้างมาก แต่หากอาการของริดสีดวงไม่มีความรุนแรงมาก คุณหมอก็จะใช้วิธีการให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการอักเสบของริดสีดวง 

ริดสีดวง ผ่าตัด

หรือให้ยาที่ใช้รับประทานและการใช้ยาหนีบเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง กระทั่งถึงการฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ รวมถึงการใช้ยางรัดไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงริดสีดวงและหลุดออกเองในที่สุด ดังนั้น คุณแม่ทุกท่านก็ขอให้สบายใจได้เลยว่าการที่คุณแม่เป็นริดสีดวงนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หากคุณแม่ไม่แน่ใจสามารถตรวจกับคุณหมอได้ และคุณหมอจะให้คำแนะนำวิธีการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรคของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

โรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

          การที่ริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ง่าย จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดว่าการเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก นั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ เนื่องจากริดสีดวงถึงจะไม่มีความรุนแรงมากและใช้ระยะเวลาเป็นปี ๆ กว่าจะแสดงอาการออกมาแต่ถ้าหากปล่อยให้เนิ่นนานไปก็สามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน 

เช่นการที่ทำให้คุณแม่สูญเสียเลือดเป็นเวลานานจนมีอาการซีดเหลือง และหากปล่อยไว้อาจจะทำให้คุณแม่ถึงกับเสียชีวิตได้ หรือการปล่อยให้เป็นริดสีดวงทวารจนเข้าสู่ระยะที่ 4 จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หน้ามืดฉับพลัน และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ 

ริดสีดวง รักษา

นอกจากนี้ยังจะสร้างความเจ็บปวดบริเวณทวารหนักให้กับคุณแม่ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ ได้ฟังดังนี้แล้วคุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจหากมีอาการผิดปกติต่อร่างกายหลังจากการที่คลอดน้องได้ระยะหนึ่งแล้วก็ควรที่จะปรึกษาคุณหมอถึงอาการของตนเองจะดีที่สุด

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา ที่ทำได้เอง

          แน่นอนว่าหากป่วยก็จำเป็นต้องมีการรักษา เช่นเดียวกับการป่วยเป็นโรค ริดสีดวงร การรักษา ก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน สำหรับคุณแม่ที่มีการตั้งท้อง และพบว่าตนเองมีริดสีดวงทวารเกิดขึ้น อย่างแรกแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการก่อนว่าใช่ริดสีดวงทวารจริงหรือไม่ และหากมีอาการไม่รุนแรงแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาริดสีดวง และวิธีบรรเทาอาการด้วยตนเอง เช่น

ริดสีดวง รักษา

  • การใช้น้ำเย็นหรือความเย็นประคบที่บริเวณริดสีดวงเป็นประจำ โดยอาจจะใช้ผ้าชุบน้ำหรือถ้าคุณแม่มีแผ่นเจลก็สามารถใช้แผ่นเจลได้ การประคบแบบนี้จะทำให้บรรเทาอาการเจ็บริดสีดวงได้ และช่วยให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง โดยอีกวิธีสามารถใช้วิธีการประคบร้อนซึ่งทำได้เช่นเดียวกับการประคบเย็น โดยให้คุณแม่สังเกตว่าการประคบด้วยความร้อนหรือความเย็นที่ทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บน้อยลง และขนาดของริดสีดวงของคุณแม่นั้นมีขนาดเล็กลงกว่ากัน ก็สามารถเลือกใช้วิธีนั้นได้
  • การนั่งแช่น้ำอุ่นที่ผสมกับดีเกลือเ พื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงค่อยๆหายไป โดยแช่ประมาณวันละ 10 – 20 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เลือดที่คั่งอยู่ไหลเวียนได้สะดวก

ยา ริดสีดวง pantip

  • รับประทานยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้ริดสีดวงหาย และไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง โดยสมุนไพรนั้นจะต้องมีตัวยาที่สำคัญที่ช่วยในด้านการรักษาริดสีดวงโดยตรง เช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต ต้นกระพังโหม เหง้าโกฐน้ำเต้า เหง้าข่า เมล็ดพริกไทย เถาสะค้าน ใบมะขามแขก ดีเกลือ และยาดำ ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้นั้นจะช่วยทั้งในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอกทำ ให้เลือดสดปนมากับอุจจาระหยุดลง ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจากทวารนั้นยุบ ลดการอักเสบและการเจ็บทวารเวลาขับถ่าย รวมทั้งการแก้อาการคันรอบๆปากทวารหนัก ขับล้างลำไส้ให้สะอาด และป้องกันเหนือเน่าจากริดสีดวงเรื้อรัง

โดยสรุปแล้ว การเป็นริดสีดวงนี้แน่นอนว่าคุณแม่จะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงที่ร่างกายปกติ ที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์จะมีการแปรปรวนของฮอร์โมนเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสเกิดริดสีดวงจึงมีมากตามไปด้วย และริดสีดวงจำเป็นต้องได้รับการรักษาถึงแม้ว่าความรุนแรงของโรกจะไม่เท่ากับโรคร้ายอื่นๆก็ตาม 

และหากเป็นริดสีดวงในระยะที่ไม่รุนแรง คุณหมอก็จะแนะนำวิธีการรักษาและบรรเทาริดสีดวงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิ ธีเช่นการแช่ในน้ำอุ่นผสมดีเกลือ การประคบร้อนการประคบเย็น การรับประทานยาสมุนไพร เป็นต้น

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ริดสีดวง หลังคลอด มีจริงหรือไม่ อาการเป็นอย่างไร อันตรายแค่ไหน

จากที่เราเคยรู้จักกันมาบ้างแล้วว่า ริดสีดวงมีสาเหตุเกิดจากการที่มีอาการท้องผูกเนื่องจากการรับประทานผักและผลไม้ในชีวิตประจำวันนั้นน้อยเกินไป ร่างกายจึงขาดใยอาหารในระบบย่อยอาหารทำให้ เป็นริดสีดวงทวารในที่สุด 

Table of Contents

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าคนท้องก็สามารถเป็นริดสีดวงทวารได้ด้วย ซึ่งริดสีดวงนี้ถึงแม้เราจะคลอดหนูน้อยออกมาลืมตาดูโลกแล้ว ไอ้เจ้าริดสีดวงนั้นก็ไม่หายไป   จำเป็นต้องทำการรักษาเพื่อให้ริดสีดวงหายขาด

สาเหตุของการเกิด ริดสีดวง หลังคลอด

การที่จะพูดว่า ริดสีดวง หลังคลอด นั้นก็ไม่ถูกต้องมากนัก ที่จริงแล้วริดสีดวงนี้สามารถเป็นตั้งแต่ที่เรายังอุ้มท้อง บางคนจึงเรียกกันว่าริดสีดวงคนท้อง โดยริดสีดวงประเภทนี้เกิดได้จากการที่ร่างกายของคุณแม่ๆซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างจากร่างกายของคนปกติทั่วไปโดยจะมีเจ้าหนูน้อยอยู่ในท้องนั้น ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก 

สาเหตุของการเกิด ริดสีดวง หลังคลอด

cr. .medicalnewstoday.com

และมดลูกของคุณแม่ก็จะเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นจนไปกดทับกลุ่มหลอดเลือดดำที่อยู่บริเวณทวารหนัก ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักมีการขยายตัว เกิดเลือดคั่งของเลือดกลุ่มหลอดเลือดดำ อันเนื่องมาจากการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำถูกปิดกั้นทำให้หลอดเลือดดำมีการโป่งพอง 

ส่งผลให้คุณแม่ส่วนใหญ่เป็นริดสีดวงทวารหนัก โดยริดสีดวงนี้จะไม่หายขาดเองจำเป็นต้องมีการรักษา ดังนั้นเมื่อคุณแม่คลอดลูกแล้วก็ยังสามารถเป็นริดสีดวงนี้ต่อได้ จนบางคนเรียกว่า ริดสีดวง หลังคลอด ซึ่งริดสีดวงนี้ ถือเป็นริดสีดวงภายในประเภทหนึ่ง ดังนั้นจึงมีทั้งหมด 4 ระยะตั้งแต่ระยะที่ 1 ที่มีความรุนแรงของโรคน้อยที่สุดไปจนถึง ระยะที่ 4 ที่ความรุนแรงของโรครุนแรงที่สุด

หลังคลอด ริดสีดวง มีเลือดออก เพราะสาเหตุอะไร

จากหัวข้อด้านบนทำให้เรารู้แล้วว่าริดสีดวงหลังคลอดมีสาเหตุมาจากอะไร แต่บางคนสงสัยว่าทำไมริดสีดวง มีเลือดออก เป็นเพราะการคลอดบุตรหรือไม่ แท้จริงแล้วการที่มีเลือดออกบริเวณริดสีดวงนั้นก็มาจากการเป็นริดสีดวงภายในของเรา 

ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการที่อุจจาระแล้วจะมีเลือดปนกับอุจจาระออกมาอยู่ โดยความรุนแรงของโรคจึงแตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละระยะจะมีเลือดสีแดงสดบนออกมาทั้งหมด

ริดสีดวง มีเลือดออก

ระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มแรกที่เกิดริดสีดวง อันเนื่องมาจากหลอดเลือดดำที่ปลายลำไส้ใหญ่โป่งพอง ในกรณีของคุณแม่ที่กำลังมีเจ้าตัวเล็กนั้น ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการขยายตัวของมดลูกจนไปกดทับหลอดเลือดดำให้มีการคั่งของเลือด ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีขนาดเล็ก แต่เวลาที่เบ่งอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาร่วมด้วย

ระยะที่ 2 ในการขับถ่ายอุจจาระก็เช่นเดียวกับระยะแรก ก็คือมีเลือดปนออกมากับอุจจาระด้วย แต่ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่กว่าระยะที่ 1 เวลามีการเบ่งอุจจาระริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมา แต่เมื่อหยุดการเบ่งริดสีดวงก็จะหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม

ระยะที่ 3 ในการเป็นริดสีดวงระยะที่ 3 เมื่อมีอาการไอจาม หรือการแบ่งอุจจาระริดสีดวงจะโผล่พ้นกับทวารหนักออกมา และจะไม่สามารถกลับเข้าไปยังตำแหน่งเดิมได้ ดังนั้นในระยะนี้ริดสีดวงจะอยู่ภายนอกร่างกาย เช่นเดียวกับระยะอื่นเมื่อมีการแบ่งปัอุจจาระจะมีเลือดสีแดงสดผลออกมาด้วย

ระยะที่ 4 การเป็นริดสีดวงระยะที่ 4 คือระยะสูงสุดของการเป็นริดสีดวงทวาร ในระยะนี้ผู้ป่วยจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย และหากไม่ทำการรักษาโดยเร็วอาจจะทำให้ริดสีดวงติดเชื้อจนกลายเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด โดยระยะที่ 4 ริดสีดวงจะมีการอักเสบค่อนข้างมาก

 ริดสีดวง มีเลือดออก ปนกับอุจจาระและบางกรณียังมีน้ำหนองไหลออกมาด้วย ทำให้ทวารหนักเปียกชื้น รักษาความสะอาดได้ยากบางครั้งอาจจะมีกลิ่นร่วมด้วยโดยระยะนี้ผู้ป่วยบางท่านอาจจะมีอาการซีดเหลือง เนื่องจากสูญเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากและเป็นเวลานาน

ผ่า ริดสีดวง pantip

การศึกษาวิธีการ ผ่า ริดสีดวง pantip

          คุณแม่หลายคนที่มีอาการที่เข้าข่ายการเป็ดริดสีดวง บางท่านอาจมีความกังวลว่าตนเองป่วยเป็นโรคนี้หรือไม่ จนถึงขั้นต้องหาวิธีการรักษาโดยการค้นหาคำว่า ผ่า ริดสีดวง pantip ซึ่งเว็บไซต์ pantip เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมคำถามข้อสงสัยของสมาชิกมาตั้งเป็นกระทู้และให้ผู้รู้ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปจนถึงระดับวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญมาตอบปัญหาให้กับเพื่อนสมาชิกได้หายสงสัย โดยมีกระทู้ที่เกี่ยวกับโรคริดสีดวง  ได้แก่

  • ใครเคยเป็นริดสีดวงบ้างค่ะ กังวลมากเลย
  • ริดสีดวงทวารหายได้ไม่ต้องผ่านะ รู้ยัง!!
  • ใครเป็นริดสีดวงบ้างคะ รบกวนแนะนำวิธีรักษาให้หายโดยไม่ต้องหาหมอได้มั้ย บอกตรงๆเลยค่ะว่าอาย
  • “ริดสีดวงทวารหนัก” กินผัก ถ่ายเป็นเวลา อย่าคิดว่ารอด!!! (แชร์ประสบการณ์ทรมาน)
  • แชร์ประสบการณ์รักษาริดสีดวงหายได้…ไม่ต้องผ่าแล้ว
  • ใช่ริดสีดวงไหม เครียดมาก
  • แบ่งปันประสบการณ์โรคริดสีดวง(ที่ยังไม่รุนแรง) และการรักษา
  • ใครเคยเป็นริดสีดวงบ้าง!!! ร้องไห้หนักมาก

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ผ่า ริดสีดวง pantip
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง รักษาเอง

โดยกระทู้เหล่านี้อาจจะช่วยให้คุณแม่สามารถได้วิธีการรักษาด้วยตนเองหรือการเตรียมตัวเพื่อการหาหมอและการผ่าตัดได้ แต่อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ pantip มีสมาชิกที่หลากหลายอาชีพ แต่ละกระทู้ใน pantip สมาชิกท่านใดก็สามารถตอบได้ ดังนั้นการจะเลือกใช้วิธีการรักษานั้น ๆ ได้จริงหรือไม่ 

ควรจะปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโดยตรง หรือศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการแพทย์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาความน่าจะเป็นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการรอบครอบในการรักษา เนื่องจากหากเราใช้วิธีการรักษาที่ไม่ถูกต้องอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะหากลูกน้อยยังกินนมจากเต้าของคุณแม่อยู่ อาจจะส่งผลกระทบต่อเจ้าตัวเล็กของคุณแม่ๆ ได้

ริดสีดวง รักษาเอง

ริดสีดวง รักษาเอง ทำได้อย่างไร

ริดสีดวง รักษาเอง ก็หายได้ การเป็นริดสีดวงนั้นไม่จำเป็นต้องผ่าเสมอไปที่จะสามารถทำให้ริดสีดวงหายได้ การรักษาด้วยตนเองก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าโรคจะมีความรุนแรงมากแค่ไหนหากยังไม่ลุกลามไปในระยะที่รุนแรงมากนักสามารถรับสายเองได้ 

แต่หากริดสีดวงมีภาวะการติดเชื้อหรือมีภาวะแทรกซ้อนก็ควรที่จะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาต่อไป ริดสีดวงหลังคลอดก็เช่นกันคุณแม่สามารถหาวิธีรักษาเองโดยไม่ต้องไปปรึกษาแพทย์หรือไปผ่าตัดได้ โดนวิธีการรักษาด้วยตนเองสามารถทำได้หลากหลายวิธีเช่น

  • แช่ในน้ำอุ่นทุกครั้งหลังมีการอุจจาระเรียบร้อย ซึ่งจะแช่ทั้งตัวหรือแค่เฉพาะสวนทวารหนักก็ได้ โดยน้ำอุ่นจะผสมกับดีเกลือเพื่อช่วยในการรักษาและลดการอักเสบของริดสีดวง
  • หากมีอาการปวดริดสีดวงเวลานั่ง ก็ควรที่จะใช้เบาะรองนั่ง หรือห่วงยางเพื่อไม่ให้ส่วนที่เป็นทวารหนักสัมผัสกับพื้นโดยตรง
  • กินผักและผลไม้เป็นจำนวนมากในแต่ละวั นหากรับประทานได้ครั้งละ 1 ถึง 2 ลิตรต่อวันจะเป็นผลดีกับระบบย่อยอาหาร เนื่องจากจะสามารถป้องกันโรคท้องผูกได้
  • ในกรณีที่คุณแม่หลังคลอดย่อมมี อาการปวดแผลหลังคลอดซึ่งจะทำให้คุณแม่ไม่อยากจะขยับเขยื้อนไปไหน รวมทั้งหากมีภารกิจอื่นๆต้องทำทั้งการดูแลลูกน้อยและการเตรียมอาหารดังนั้นการกลั้นอุจจาระมักจะตามมาเสมอ โดยหากมีการกลั้นอุจจาระเป็นเวลานานจะทำให้อุจจาระมีก้อนแข็งและทำให้ริดสีดวงกำเริบได้
  • การดื่มน้ำเป็นจำนวน 8 ถึง 12 แก้วต่อวัน สามารถทำให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายได้สะดวกทำให้ไม่เกิดการอักเสบของริดสีดวง
  • รับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก และรักษาและรักษาแผลของริดสีดวงให้หายได้เร็ว โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดจากแพทย์เพียงอย่างเดียว
  • ประคบแผลด้วยน้ำเย็นหากมีอาการอักเสบจากริดสีดวง
  • หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือใช้ยาหนีบเพื่อลดอาการปวดได้

ในบทความนี้เราจะเห็นว่าการเป็นแม่นั้น นอกจากจะเจ็บปวดจากการคลอดเจ้าตัวเล็กแล้วยังมีภาวะแทรกซ้อนที่เรารู้แน่นอน นั่นก็คือ ริดสีดวง หลังคลอด ซึ่งริดสีดวงประเภทนี้เราไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัด แต่สามารถรักษาได้ด้วยตนเองดูอาการก่อนว่าริดสีดวงสามารถหายขาดได้หรือไม่

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

ริดสีดวง จมูก อาการ ของโรค เป็นอย่างไร บทความนี้ มีคำตอบ

หลายคนอาจเข้าใจว่า ริดสีดวง มีเฉพาะริดสีดวงทวารเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วริดสีดวงมีหลายชนิด ขึ้นกับตำแหน่งที่เกิด หนึ่งในนั้นก็คือริดสีดวงจมูก ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก จนเกิดเป็นก้อนในจมูกที่มีลักษณะคล้ายๆกับริดสีดวงทวารหนัก 

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงจมูกคือ การที่ผู้ป่วยมีสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นไข้ไม่สบาย และเป็นหวัดอยู่บ่อยๆ รวมกระทั่งมีการจามเป็นประจำ นั่นก็รวมถึงบุคคลที่เป็นที่เป็นภูมิแพ้ จะมีโอกาสติดเชื้อในโพรงจมูกได้ง่าย จนในที่สุดก็เป็นริดสีดวงจมูกในที่สุด

Table of Contents

ปัจจุบัน มีผู้ป่วยหลายๆคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ โดยหลายๆท่าน มีข้อสงสัยว่า ริดสีดวง จมูก อาการ เป็นอย่างไร  โดยอาการที่พบบ่อยของผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีลักษณะก้อนคล้ายเนื้องอกอยู่บริเวณโพรงจมูก แต่หากว่าก้อนริดสีดวงนี้มีขนาดที่ไม่โตมากพอก็จะสังเกตได้ยาก 

และไม่ค่อยแสดงอาการใดๆออกมาจึงไม่ทราบว่าเป็นริดสีดวงจมูกหรือไม่ แต่หากเมื่อไหร่เนื้อเยื่อโพรงจมูกมีการอักเสบมากขึ้น จนไม่สามารถทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าไปภายในปอดได้ ผู้ป่วยจึงจะสังเกตุว่าตนเองมีอาการผิดปกติในโพรงจมูก 

โดยอาการที่เกิดขึ้นคือ จะรู้สึกแน่นจมูก หายใจติดขัด เหมือนอากาศไม่เพียงพอต่อการหายใจ ไม่สามารถรับกินใดๆได้ หรือจมูกรับกลิ่นได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เช่น หากสิ่งนั้นมีกลิ่นที่อ่อนเกินไปคุณจะไม่สามารถรับกลิ่นได้ หรือหากสิ่งนั้นมีกลิ่นที่รุนแรงคุณจะสามารถรับกลิ่นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับคนปกติ  

จากที่เราทราบกันอยู่แล้วว่า ริดสีดวงจมูก มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเป็นโรคภูมิแพ้ ฉะนั้น อาการเริ่มต้นของการเป็นริดสีดวงโพรงจมูก ลักษณะของอาการของภูมิแพ้ เช่น จาม ไอเรื้อรัง หรือบางครั้งถึงขั้นมีน้ำมูกไหล ซึ่งลักษณะของน้ำมูกจะเป็นสีขาวขุ่น 

การปฏิบัติในการรักษาโรค ริดสีดวงจมูก

การปฏิบัติในการรักษาโรค ริดสีดวงจมูก

หากท่านมีอาการป่วย ด้วยการเป็นริดสีดวงโพรงจมูก จำเป็นจะต้องทำความสะอาดโพรงจมูกอยู่บ่อยๆโดยการใช้น้ำเกลือในการทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการอยู่ในมลภาวะที่มีผลละอองในอากาศมาก 

หรือหากออกข้างนอกที่มีฝุ่นละอองอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก ควรจะต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองอยู่เป็นประจำ โดยการรักษาริดสีดวงโพรงจมูก สามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆคือ การใช้ยา และการผ่าตัด

1.  การใช้ยา ซึ่งมีทั้งยาที่ใช้พ่นจมูก และยาที่ใช้รับประทาน โดยถ้าใช้การพ่นจมูกจะเป็นการพ่นเข้าไปในโพรงจมูก ยาชนิดนี้จะทำให้ริดสีดวงยุบและสามารถป้องกันไม่ให้เกิดริดสีดวงขึ้นซ้ำอีกได้ ส่วนยาที่ใช้ในการรับประทานเราไม่สามารถใช้ประจำต่อเนื่องได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อไต 

เนื่องจากไต เป็นอวัยวะสำคัญในระบบขับถ่าย ทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายในรูปแบบของปัสสาวะและเหงื่อ  ดังนั้น การรับประทานยารักษาโพรงจมูกจึงจำเป็นต้องทำในระยะสั้นๆ ห้ามกินติดต่อกันเป็นเวลานานโดยเด็ดขาด  

ดังนั้นหากเปรียบเทียบระหว่างยารับประทานและยาพ่น จะเห็นได้ว่าการใช้ยาพ่นโพรงจมูกจะมีความปลอดภัยกว่าการรับประทานยารักษาริดสีดวงจมูก

2. การผ่าตัด ริดสีดวงจมูก การรักษาวิธีนี้ จะเป็นการนำริดสีดวงจมูก ออกจากโพรงจมูก ซึ่งการผ่าตัดมีอยู่ 2 วิธี  คือ ผ่าตัดแบบธรรมดา โดยแพทย์จะใช้ลวดคล้องริดสีดวงและดึงออกมา และอีกวิธีคือการผ่าตัดผ่านจมูกโดยใช้กล้องเทเลสโคปช่วย วิธีนี้ เป็นการนำริดสีดวงโพรงจมูกออกจากโพรงจมูก 

โดยการผ่าตัดเข้าไปในไซนัส โดยการส่องกล้องเทเลสโคป ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา มีความละเอียดกว่า เหมาะกับการผ่าตัดริดสีดวงจมูกที่มีความรุนแรงและมีความเสี่ยงของโรคมาก 

แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ มีผลข้างเคียงค่อนข้างมากกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา เช่นมีเลือดออก หรืออาจส่งผลกระทบต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณตาหรือเส้นประสาทบริเวณนั้น 

ดังนั้นหากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แพทย์จะมีการติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี การผ่าตัดแบบธรรมดา และการผ่าตัดผ่านกล้องเทเลสโคป เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

แพทย์จำเป็นต้องจ่ายยา ทั้งชนิดพ่น และชนิดรับประทาน ขึ้นอยู่กับกรณีของผู้ป่วย เพื่อรักษาอาการริดสีดวงจมูกให้หายขาดไม่เป็นซ้ำอีกครั้ง

ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง อันตรายไหม

เนื่องจากริดสีดวงจมูก เกิดขึ้นบริเวณโพรงจมูก ซึ่งอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญต่างๆมากกว่าริดสีดวงทวาร ที่ป่วยเป็นโรคนี้ จึงมีความกังวลว่า ริดสีดวง อันตรายไหม แน่นอนว่า ริดสีดวง ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ อยู่กับความรุนแรงหรือระยะเวลาที่เป็นโรคนี้ว่าเป็นมานานแค่ไหนแล้ว 

เริ่มแรก จะเกิดจากอาการภูมิแพ้ การเป็นภูมิแพ้ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายมากแล้ว ทั้งทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีอาการไอ จาม  อยู่ตลอดเวลา และเมื่อเป็นริดสีดวงจมูกอีก จะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมาก อาทิเช่น

1. เราจะไม่สามารถได้กลิ่นอาหาร แน่นอนว่ามันเป็นความทรมานที่สุด ที่เมื่อจะต้องรับประทานอาหารโดยไม่ได้รับรู้กลิ่นของอาหารว่าน่ารับประทานแค่ไหน

2.  หายใจติดขัด  เนื่องจากมีก้อนเนื้อของริดสีดวงขวางทางเข้าออกของการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิเจน ทำให้อากาศเข้าไปแลกเปลี่ยนภายในปอดไม่เพียงพอ ส่งผลให้มีอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น

3.  ระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลว นี่ถือว่าเป็นอาการที่มีความรุนแรงมากที่สุด หากยังไม่ทำการรักษาริดสีดวง จะทำให้การหายใจติดขัดส่งผลให้แก๊สออกซิเจนในร่างกายมีไม่เพียงพอ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายมีมากเกินไป  

โดยร่างกายของคนเราใช้แก๊สออกซิเจนในการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย เมื่อแก๊สออกซิเจนมีน้อยลง ทำให้หัวใจกล้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อส่งแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย  เมื่อหัวใจทำงานมากเกินไปก็จะเกิดหัวใจล้มเหลวในที่สุด เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

4.  เกิดมะเร็งโพรงจมูก หากเราเป็นริดสีดวงและไม่รักษาให้หาย จนทำให้เกิดการติดเชื้อแล้ว ริดสีดวงนั้นจะกลายเป็นมะเร็งโพรงจมูก แน่นอนว่ามะเร็งถือเป็นโรคร้ายแรงเป็นอย่างมาก 

ดังนั้นการเป็นโรคนี้จึงถือเป็นความโชคร้ายมาก ยิ่งเป็นมะเร็งโพรงจมูกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รักษาได้ยากขึ้น เพราะอยู่ใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ ๆ หลายอวัยวะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ทําไงให้หาย
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง กี่วันหาย

หากพูดถึงริดสีดวงจมูก ซึ่งเรารู้แล้วว่ามันมีความอันตรายมากน้อยแค่ไหน หลายๆคน ที่เป็นภูมิแพ้อยู่ณขณะนี้ คงอยากจะทราบว่า ริดสีดวง กี่วันหาย ซึ่งตอบได้เลยว่า การรักษาริดสีดวงจมูก ไม่สามารถหายได้โดยง่าย 

และไม่สามารถตอบได้ว่าจะรักษาโดยใช้ระยะเวลามากน้อยแค่ไหน และขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกวิธีการรักษาด้วยวิธีใด รักษาโดยการใช้ยา หรือรักษาโดยการผ่าตัด ถ้าหากรักษาโดยการใช้ยา ผู้ป่วยบางคนอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน 

โดยก็ต้องขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยด้วย หากรักษาโดยการผ่าตัด จะใช้เวลานานกว่าการใช้ยาเนื่องจากต้องมีการรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดด้วย เมื่อทราบข้อมูลว่าการรักษาโดยการใช้ยาจะทำให้รักษาหายเร็วกว่าการผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วย ก็ไม่สามารถเลือกวิธีการรักษาได้ด้วยตนเอง 

ริดสีดวง กี่วันหาย

เนื่องจากหมอจะต้องวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยเอง หากอาการไม่รุนแรงผู้ป่วยก็จะรักษาด้วยวิธีการใช้ยาพ่นได้ แต่หากอาการรุนแรง ผู้ป่วยก็ต้องยอมรับว่าต้องจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสุขภาพของตัวผู้ป่วยเป็นสำคัญ

แน่นอนว่าการรักษาริดสีดวงมีความยุ่งยาก และทำให้เราสูญเสียเวลาและทรัพย์สินที่ใช้ในการรักษาไปไม่น้อย ดังนั้น หากไม่ต้องการรักษาริดสีดวงจมูก ก็มีเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัยต่อตัวเราเอง คือก็คือการป้องกันเพื่อไม่ให้ตนเองป่วยเป็นริดสีดวงจมูกนั่นเอง  

ซึ่งการป้องกันก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปฏิบัติตนเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดอันเป็นสาเหตุหลักของการป่วยเป็นริดสีดวงจมูก การทำความสะอาดหรือล้างมือตนเองเป็นประจำก่อนที่จะใช้มือไปจับบริเวณจมูก 

เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่จมูกโดยไม่ได้ตั้งใจ, ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออยู่เป็นประจำ ตลอดจนหลีกเลี่ยงหรือเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อโพรงจมูก เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่เสียเวลาไม่เสียทรัพย์สินเงินทองไปกับการรักษาริดสีดวงจมูกอีก

Categories
ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ เป็นอย่างไร มาหาคำตอบกัน

คนเราทุกคนเกิดมาต้องการใช้ชีวิตของตนเองให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยที่ว่าชีวิตนี้เป็นของเรา ดังนั้นหากอยากใช้อย่างไร อยากทำอย่างไรก็ใช้ซะเพื่อที่จะไม่ได้เสียดายเมื่อถึงคราวต้องจากโลกนี้ไป จนทำให้เราทุกคนลืมเอาใจใส่สุขภาพตนเอง จนก่อให้เกิดโรคร้าย ๆ ตามมาในภายหลัง 

Table of Contents

กลับกลายเป็นว่าชีวิตที่ควรจะยืนยาวและใช้ให้คุ้มมากกว่านี้ กลับต้องเสียไปกับการรักษาพยาบาลแทน เช่นเดียวกับการเป็น ริดสีดวง ที่ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะแสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการเมื่อไหร่ ก็ทำให้คนที่ป่วยเจ็บปวด ทรมานได้เช่นกัน

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

           ริดสีดวงเป็นโรคที่เกิดจากปัจจัยหลายประการ ทั้งการกินอาหารที่มีใยอาหารน้อย  การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง การกลั้นอุจจาระเป็นประจำ และอื่น ๆ อีกหลายประการ สามารถก่อให้เกิดริดสีดวงได้ 

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านั้นจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โป่งพอง เกิดเป็นริดสีดวงในที่สุด และริดสีดวงที่ผู้คนเป็นมากที่สุดคือริดสีดวงทวาร เช่นนั้นแล้วหากเราทราบว่า ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ  มีอาการอย่างไรบ้าง จะทำให้เราสามารถรักษาได้ทันท่วงที โดยอาการของโรคจะเริ่มจากเบาไปถึงรุนแรง ดังนี้

  • มีติ่งงอกออกมาจากทวารหนักภายนอกร่างกาย หรือบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ภายในร่างกาย
  • ติ่งริดสีดวงเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในการขับอุจจาระติ่งจะยืดออกมาพร้อมกับอุจจาระ หลังจากนั้นจะสามารถหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมได้
  • ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเราอาจจะมีอาการเจ็บร่วมด้วยในขณะขับอุจจาระ เมื่ออุจจาระริดสีดวงจะโผล่ออกมาด้วย และไม่สามารถหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ เวลาไอ ริดสีดวงก็จะออกมาพ้นรูทวารหนักด้วย และเวลาอุจจาระจะเริ่มมีเลือดออก
  • มีเลือดออกขณะขับถ่ายมากยิ่งขึ้น ริดสีดวงมีการอักเสบ เริ่มมีกลิ่น มีน้ำเมือกปนกับอุจจาระที่ไม่สามรถควบคุมการไหลได้อยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการอับชื้นบริเวณทวารหนัก ร่างกายสีดเหลืองเนื่องจากการสูญเสียเลือดเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตามอาการของโรคที่จะแสดงออกมา ก็ขึ้นอยู่กับระยะของการเป็นริดสีดวงด้วย ดังนั้นแต่ละระยะ ริดสีดวง ท วาน หนัก อาการ ของโรคจะแสดงออกมาได้แตกต่างกัน โดยหากแบ่งริดสีดวกทวารตามตำแหน่งของการเกิดโรค แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

ริดสีดวงภายใน เกิดขึ้นจากการที่เส้นเลือดดำ ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเกิดการโป่งพอง อันเนื่องมาจากสาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นติ่งขึ้นภายในร่างกายบริเวณลำไส้ใหญ่ที่เชื่อมต่อกับทวารหนัก 

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

โดยริดสีดวงประเภทนี้ในช่วงแรก ๆ เราจะไม่สามารถทราบได้ว่าเราเป็นโรค เนื่องจากมันเกิดขึ้นภายในร่างกาย เราจะสามารถทราบการเป็นโรคก็ต่อเมื่อมันข้าระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว หรือก็สามารถทราบได้โดยผลตรวจสุขภาพ โดย ริดสีดวง ภายใน อาการ ในแต่ละระยะจะแสดงออกมาได้แตกต่างกัน

  • ริดสีดวงระยะที่ 1 ในระยะนี้เราสีดวงจะเริ่มเป็นติ่งภายในร่างกายของเรา จะยังไม่โผล่ออกมาภายนอก
  • ริดสีดวง ระยะที่ 2 ในระยะนี้ ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถโผล่ออกมากทวารหนักได้ โดยเมื่อมีการอุจจาระ ริดสีดวงจะยื่นออกมาและสามารถหดกลับเข้าไปภายในร่างกายได้เช่นเดิม
  • ริดสีดวง ระยะที่ 3 ในระยะนี้ เวลามีการขับถ่ายหรือ ไอบ่อย ๆ ติ่งริดสีดวงจะยื่นออกมานอกวารหนัก และไม่สามารถหดกับที่เดิมได้ มีเลือดออกขณะขับถ่าย มีอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณทวารหนัก
  • ริดสีดวง ระยะที่ 4 ในระยะ ติ่งของริดสีดวงจะโผล่ออกมาข้างนอกมากยิ่งขึ้น มีเลือดออกมาขณะอุจจาระ ไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระได้ มีเมือกปนออกมา ริดสีดวงเริ่มมีกลิ่น และร่างกายอาจจะซีดเหลืองเนื่องจากเสียเลือดได้

จากข้อความข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ริดสีดวง ภายใน อาการ ของแต่ระยะมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ทำให้หากต้องการรักษา ก็จะมีวิธีรักษาที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

จากที่กล่าวมาแล้วว่า ริดสีดวงทวาร มี 2 ประเภท ตามตำแหน่งที่พบ ดังนั้น ริดสีดวง ภายนอก จึงสามารถพบได้บริเวณรอยย่นของทวารหนัก ภายนอกร่างกาย โดยสาเหตุของการเกิด คือ การที่เส้นเลือดดำได้รับการกระตุ้นจนเกิดการโป่งพอง 

โดยมีผิวหนังของร่างกายห่อหุ้มส่วนที่โป่งพองเอาไว้  ทำให้มีลักษณะเป็นติ่ง อย่างไรก็ดี การเป็นริดสีดวงใช้เวลาหลายปี บางคนเป็นสิบ ๆ ปี จึงจะแสดงอาการของโรค ดังนั้นความอันตรายของมันเลยน้อยกว่าโรคอื่น ๆ โดย ริดสีดวง ภายนอก 

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

สามารถตรวจพบได้ด้วยตนเอง ด้วยการคลำ หรือจับบริเวณทวารหนัก เนื่องมาจากริดสีดวงประเภทนี้อยู่ภายนอกร่างกาย ส่งผลให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้เกิดการอักเสบของริดสีดวง อย่างเช่นริดสีดวงภายใน 

ดังนั้น ริดสีดวงภายนอก จึงสามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายใน  ประกอบกับการดูแลรักษาความสะอาดก็ทำได้ง่าย เช่นเดียวกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง ภายใน อาการ
ริดสีดวง รักษา pantip

ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

การเกิดริดสีดวง ส่วนใหญ่ เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการรักษาโรคนี้ จึงสามารถใช้พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรารักษาได้เช่นกัน โดยโรค  ริดสีดวง การรักษา นี้สามารถทำไดเหลายวิธี โดยหากแบ่งตามระยะของโรค สามารถรักษาได้ดังนี้

ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

  • ระยะที่ 1 ในระยะนี้ ริดสีดวงยังไม่มีความอันตราย เป็นระยะแรกของการเกิดติ่งของริดสีดวง หากเราบังเอิญที่ตรวจพบริดสีดวงในระยะนี้ ถือว่าโชคดีมาก สามารถเลือกวิธีการรักษาได้อย่างหลากหลาย ได้แก่
    • รักษาด้วยการกินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง และไม่ทิ้งสารพาตกค้างในร่างกาย
    • ชะลอโรคหรือหยุดระยะของโรคด้วยการกิน ผัก ผลไม้ เพิ่มเส้นใยให้ระบบย่อยอาหาร
    • ดื่มน้ำเป็นปริมาณมากๆ
    • ไม่อั้นอุจจาระ เป็นเวลานาน ๆ
    • ระยะที่ 2 ในระยะนี้ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นและโผล่ออกมาภายนอกร่างกายได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง ดังนั้น ริดสีดวง การรักษา มีวิธีดังนี้
    • รักษาด้วยการกินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง และไม่ทิ้งสารพิษตกค้างในร่างกาย เช่นเดียวกับในระยะที่ 1
    • กินผัก ผลไม้ เพิ่มเส้นใยในกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยป้องกันการเป็นโรคท้องผูกได้
    • ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้ก้อนอุจจาระนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย ลดอาการโป่งพองของเส้นเลือดดำ
    • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่พอ แพทย์อาจจะใช้วิธีการฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออก หรือการเย็บติดริดสีดวง โดยหากวิธีในข้อนี้ จะต้องมีการรักษาแผลอันเกิดจากการฉีดยา หรือเย็บติดริดสีดวงด้วย
    • ระยะที่ 3 ในระยะนี้ ริดสีดวงโผล่ออกมาภายนอกร่างกาย และเมื่อต้องการให้กลับเข้าไปในร่างกายต้องใช้นิ้วช่วยดันให้กลับเข้าไปภายในร่างกาย ดังนี้วิธีการรักษา สามารถทำได้โดย
      • การฉีดยาให้หัวริดสีดวงหลุดออก
      • การเย็บติดริดสีดวง
      • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากพอ สามารถใช้วิธียารัดเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด
      • การใช้วิธีการจี้ด้วยอินฟราเรด โดยสามรถรักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 เม็ด
      • การกินยาระงับอาการปวดหลังการรักษาโดยแพทย์
      • การกินยาบำรุงเลือด หลังการรักษาโดยแพทย์
      • ระยะที่ 4 ริดสีดวงระยะนี้มีการอักเสบเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นการรักษาริดสีดวงในระยะนี้ ส่วนใหญ่จึงรักษาโดยแพทย์เกือบทั้งหมด โดยมีวิธีการดังนี้
      • การฉีดยาให้หัวริดสีดวงหลุดออก
      • การเย็บติดริดสีดวง
      • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากพอ สามารถใช้วิธียารัดเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด
      • การใช้วิธีการจี้ด้วยอินฟราเรด โดยสามรถรักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 เม็ด
      • การผ่าตัดนำหัวริดสีดวงออก โดยวิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ป่วยมีความกลัวมากที่สุด เพราะต้องให้ยาสลบในการทำการผ่าตัดด้วย
      • การกินยาระงับอาการปวดหลังการรักษาโดยแพทย์
      • การกินยาบำรุงเลือด หลังการรักษาโดยแพทย์

อย่างไรก็ดี ระยะเวลาของการเป็นริดสีดวงแต่ละระยะของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนในขณะนั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการเป็นริดสีดวงของแต่ละคนได้ 

และวิธีการรักษาแต่ละระยะก็แตกต่างกัน โดยระยะที่ 1 และ 2 จะรักษาด้วยวิธีการที่ใกล้เคียงกัน เช่นเดียวกับระยะที่ 3 และ 4 จะรักษาคล้ายคลึงกันด้วย