Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

การเกิด ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ สาเหตุหลัก มาจากอะไร?

คุณแม่หลาย ๆ คน คงทราบแล้วว่าการตั้งครรภ์นั้น คุณแม่จะต้องรับมือกับการแปรปรวนของอารมณ์ และการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง เบาหวาน เลือดจาง เป็นต้น แต่ว่าที่คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การตั้งครรภ์นั้น เสี่ยงต่อการเป็น ริดสีดวงทวารได้เช่นกัน

Table of Contents

สาเหตุของ  ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์    

คุณแม่หลายคนมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากเหล่าคุณแม่ทั้งหลายท้องโตขึ้นทุกๆวัน ทั้งต้องแบกรับน้ำหนักของลูกในท้อง ทั้งยังอึดอัดกับท้องที่โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังต้องมาอึดอันกับการเป็น ริดสีดวงทวารอีกด้วย โดยโรคริดสีดวงทวารจะมีอาการบวมหรือพองของเส้นเลือดที่ทวารหนัก 

ซึ่งไม่สามารถหดตัวเข้าไปได้เองโดยไม่ใช้ตัวช่วย อาการเหล่านี้เกิดมาจากการขับถ่ายของแม่ๆนั่นเอง โดยคุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นโรคนี้มากที่สุด สืบเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

เมื่อมีเลือดไหลเวียนในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ขนาดของมดลูกใหญ่ตัวมากขึ้น โดยถูกการกดทับของเส้นเลือดดำบริเวณเชิงกรานทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นผลทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างได้ จึงเกิดการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ 

ก่อให้เกิดริดสีดวงทวารหนักในที่สุด การที่คุณแม่เป็นโรค ริดสีดวง ขณะ ตั้งครรภ์ นั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์แต่อย่างใด รวมทั้งริดสีดวงทวารจะไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่จะทำให้คุณแม่เกิดความรำคาญบริเวณส่วนของทวารหนักมากกว่า 

เพราะอาการของริดสีดวงจะมีอาการคันร่วมด้วย ดั้งนั้นคุณแม่ควรเพิ่มกิจกรรมระหว่างวันโดยการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ทานผักผลไม้ หรือ ธัญพืช เพื่อเพิ่มกายใยอาหารในระบบย่อยอาหาร ลดการท้องผูก 

รวมไปดื่มน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 8 – 12 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำให้ดีขึ้น กากอาหารนิ่มไม่แข็งมากเกินไป ส่งผลไปยังการขับถ่ายที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ริดสีดวง ยารักษา โรค บอกลาการผ่าตัด

สิ่งแรกเมื่อคนส่วนใหญ่เป็นโรคริดสีดวงคิดเป็นอับดับต้น ๆ คือ หากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา แบบไหนที่จะช่วยให้หายจากโรคนี้ได้ โดยสมุนไพรถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรค เนื่องจากสมุนไพรเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน 

ดังนั้นสมุนไพรหลายชนิดจึงมีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ เช่น ยา คำไพลิน ซึ่งสามารถช่วยในการรักษาริดสีดวง ดังนี้

ยารักษาริดสีดวง

1.หัวยุบ แห้งฝ่อ ติ่งยุบ

2.ช่วยลดการโป่งพอกรอบนอกทวารหนัก

3.ช่วยสมานแผล

4.ช่วยแก้อากาอักเสบ

5.ฟื้นฟูระบบขับถ่าย

6.ช่วยพื้นฟูระบบย่อยอาหาร

7.ป้องการการเกิดซ้ำ

8.ลดอาการบีบตัวของลำไส้

9.ริดสีดวงหายขาด

โดยหากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา คำไพลิน ก็เหมาะที่จะใช้ในการรักษา เพราะมีสมุนไพรหลายชนิด ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวง อาทิเช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต 

เถาสะค้าน เหง้าโกฐน้ำเต้า ใบมะขามแขก ดีเกลือ ยาดำ เมล็ดพริกไท เหง้าข่า ต้นกระพังโหม  เป็นต้น โดยสรรพคุณเหล่านี้ล้วนเป็นตัวยาชั้นดีและมีชื่อเสียงในการรักษาริดสีดวง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น

ริดสีดวง การรักษา ให้หายขาด

หากเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของโรค และการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้วิธีการักษาโดยวิธีไหน จึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย ซึ่งการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ คือ การรักษาด้วยตนเอง และการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

  • การรักษาด้วยตนเอง การรักษาด้วยตนเองนั้นสามารถอนุมาน ถึงการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถ

หาวิธีการรักษา หรือการใช้ยารับประทานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับคำแนะนำและการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ดังนี้

  • การกินผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆที่มีกากใยอาการเพื่อช่วยเสริมสร้างการ

ขับถ่ายให้สะดวก ลดอาการท้องผูก

  • การดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน ช่วยให้กากอาหารนิ่มไม่แข็ง การขับถ่ายอุจจาระจะ

ไม่ส่งผลต่อทวารหนัก ไม่เสียดสีกับริดสีดวงให้เกิดการอักเสบ

  • งดการกินยาลดความอ้วนที่มีผลทำให้เกิดอาการท้องผูก
  • ไม่กลั้นอุจจาระ ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะหากมีการกลั้นอุจจาระเกิดขึ้น จะทำให้

กากอาหารแข็ง ส่งผลให้ขับถ่ายได้ยากจึงเกิดการอักเสบของทวารหนักและส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในที่สุด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ แต่หลีกเลี่ยงการ

ออกกำลังกายที่เกิดอาการเกร็งช่องท้องเป็นเวลานาน

  • รับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาด โดยไม่

ต้องพึ่งการผ่าตัด และทำการรักษาโรคได้โดยไม่เกิดอาการเรื้อรังของโรค

  • ใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดริดสีดวงทวาร หรือการใช้ยาเหน็บเพื่อทำให้หัว

ริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลงและยุบลงเรื่อย ๆ

  • การประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อทำให้หัวริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลง มีขนาดของหัว

ริดสีดวงเล็กลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งการประคบเย็นกับประคบร้อนสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 30 นาที เพราะหากมากเกินไปจะยิ่งส่งผลต่อการอักเสบริดสีดวงให้มากขึ้น

  • การทำความสะอาดริดสีดวงทวารทุกครั้งที่มีการขับถ่าย ป้องกันการติดเชื้อและ

ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค อันจะส่งผลต่ออาการที่รุนแรงขึ้นของริดสีดวงทวาร

  • ใช้เบาะรองนั่ง เพื่อไม่ให้ริดสีดวงทวารกระทบกับพื้นโดยตรง ลดการอักเสบของ

ริดสีดวงทวารไม่ให้มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น

  • การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    • การฉีดยา โดยการฉีดยานี้เหมาะกับการรักษาริดสีดวงระยะ1, 2 และระยะที่ 3

หรือระยะที่มีเลือดออกจำนวนมากๆ โดยฉีดเข้าไปบริเวณผิวหนังที่มีขั้วของริดสีดวง จะทำให้ริดสีดวงฝ่อแต่ต้องระวังไม่ให้ฉีดเข้าริดสีดวงโดยตรง เพราะจะทำให้เข้าเส้นเลือด เกิดอาการแน่นหน้าอกได้

  • รักษาโดยการรัดหัวริดสีดวง การใช้ยางยางรัดหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมานอก

ทวารหนักทำให้เกิดการขาดเลือดบริเวณนั้นจึงเกิดการฝ่อ และริดสีดวงจะหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ

  • การผ่า ซึ่งการผ่ามีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่าง

ริดสีดวง ผ่าตัด

กัน ดังนั้นการผ่าริดสีดวงแพทย์จึงต้องใช้การวินิจฉัยโรคอย่างรอบครอบ การผ่าริดสีดวงเหมะกับการรักษาในระยะ3-4 ซึ่งเป็นอาการของริดสีดวงที่โผล่ออกมาจากทวารหนัก ซึ่งไม่สามารถที่จะหดเข้าไปเองได้ต้องรักษาโดยการผ่า  ซึ่งการผ่าขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงนั้นๆด้วย

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยเป็น ริดสีดวง การรักษา นั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่อย่างไรก็ตามก่อนการที่จะทำการรักษาโรคริดสีดวงแต่ละครั้ง ผู้ป่วยควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเสียก่อน เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเลือกวิธีการรักษาริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รีบรักษา

หลายคนที่เป็นริดสีดวงต้องเกิดคำถามอย่างแน่นอนว่า ริดสีดวง อันตรายไหม กับร่างกายของเรา ริดสีดวง นั้นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่อันตรายกับชีวิตของเรา เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคนี้อย่างมากหลาย ทั้งการรักษาโดยการทานสมุนไพรธรรมชาติ 

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหายขาดเองโดยการดูแลเอาใจใส่ การรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดการย่อยอาหารที่ดี นำมาซึ่งการขับถ่ายที่ดีด้วยเช่นกัน ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่โดยส่วนใหญ่พบกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่20-30ปี 

ริดสีดวง อันตรายไหม

ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นจะเป็นๆหายๆ และจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงอายุ40-50ปี  โดยผู้ที่เริ่มป่วยจะรู้สกตกใจ อีกทั้งหากริดสีดวงมีการอักเสบจะทำให้รู้สึกปวด และยังสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบุคคลเหล่านี้จะไม่ค่อยดื่มน้ำมาก 

โดยริดสีดวงนั้น จะทำให้รู้สึกกลัวเพราะมีเลือดที่ไหลออกมากับอุจจาระ ต่อมาเมื่อริดสีดวงอักเสบก็จะรู้สึกเจ็บ บาครั้งมีอาการหน้ามืด น้ำหนักลดอย่างต่อเนื่อง อาการซีดเหลือง 

และหากไม่รีบรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน มีการติดเชื้อ จนลามไปถึงการเพิ่มโอกาสให้กับการเป็นมะเร็งลำไส้ ในที่สุด

เช่นนั้นแล้ว คำถามที่ว่าริดสีดวง อันตรายไหม สามารถตอบได้ว่าอันตราย ถึงจะไม่รุนแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ แต่ถ้าหากชะล้าใจ ไม่รีบทำการรักษา หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร 

พฤติกรรมการขับถ่าย รวมทั้ง พฤติกรรมการใช้ชีวิต แล้วหละก็ อันตรายของโรคนี้ก็จะส่งผลถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เช่นกัน

Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

คุณแม่มือใหม่กับการเป็น ริดสีดวง คนท้อง มีโอกาสเกิดขึ้นไหม?

คุณแม่หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า คนที่กำลังตั้งท้องมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนท้องจะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารได้มากกว่าคนปกติ 

ซึ่งสำหรับคนท้องเองไม่เป็นเรื่องแปลกนักที่จะเป็นโรคนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เ นื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างของภาวะตั้งครรภ์ที่เอื้อต่อการเป็นริดสีดวงทวาร

 

Table of Contents

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

          การเป็นโรค ริดสีดวง คนท้อง นั้นเกิดขึ้นได้จาก การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายเพศหญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่มีเลือดคั่งไหลออกมา จนเลือดที่ไหลออกมานั้นมีแรงดันสูงส่งผลให้เกิดหลอดเลือดดำโป่งพองคล้ายกับมีตุ่มเนื้อ หรือก้อนเนื้อเกิดขึ้น 

เวลาผู้ป่วยขับถ่ายจึงจะรู้สึกเจ็บรวมถึงอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา คุณแม่หลายคนมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว อันเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รวมถึงการที่คุณแม่กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยจะทำให้มดลูกมีการขยายตัวและมีการกดทับที่อุ้งเชิงการมากยิ่งขึ้น 

ประกอบกับเมื่อตั้งครรภ์จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดดำโป่่งพองเพิ่มมากขึ้น โดยริดสีดวงทวารที่คุณแม่มือใหม่ทุกท่านอาจจะมีโอกาสเป็นแบบนี้ จะเป็นริดสีดวงภายใน นั่นหมายถึงว่าจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักส่วนบน 

โรค ริดสีดวง คนท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร

ยิ่งคุณแม่มีการเบ่งอุจจาระมากเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การโป่งพองของเส้นเลือดดำมีมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารมากขึ้นเช่นกัน เมื่อทราบดังนี้แล้วการป้องกันโรค 

และการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่หลายคนควรที่จะรู้ไว้ และจากสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถบอกได้ว่า ริดสีดวง คนท้องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นคุณแม่จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองในขณะที่กำลังอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวาร

โรค ริดสีดวง อันตรายไหม หากเทียบกับโรคอื่น

เมื่อกล่าวถึงริดสีดวงขณะตั้งครรภ์ ทำให้รู้ว่าคุณแม่มือใหม่ก็สามารถเป็นริดสีดวงลักษณะนี้ได้ และหากถามว่า ริดสีดวง อันตรายไหม ก็สามารถตอบได้ชัดว่าริดสีดวงมีความอันตรายขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยสุขภาพของผู้ป่วย และระยะของริดสีดวงด้วย นั่นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงให้ความสำคัญโรคนี้เพิ่มมากขึ้น 

โดยต้องบอกก่อนว่าริดสีดวงทวารไม่เป็นอันตรายขณะตั้งท้อง และไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยแต่อย่างใด แต่ริดสีดวงสามารถทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บทวารหนัก และมีเลือดออกขณะขับถ่ายได้  อย่างไรก็ดีโรคนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานจึงจะสามารถแสดงอาการออกมา  ดังนั้นจึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านสามารถวางใจได้ว่าในขณะที่คุณแม่อุ้มท้องลูกอยู่ 9 เดือนนี้ 

ริดสีดวงของคนท้องจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาหรือหากแสดงอาการออกมาก็จะมีความรุนแรงค่อนข้างน้อย และหากเปรียบความอันตรายของริดสีดวงกับโรคร้ายอื่นๆเช่น  covid – 19  มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคลิ้นหัวใจรั่ว และโรคตับแข็ง เป็นต้น 

ริดสิดวง มะเร็งลำไส้

ถือได้ว่าโรคริดสีดวงทวารนี้ยังเป็นโรคที่อันตรายน้อยมากหากเทียบกับโรคที่กล่าวมาข้างต้น แต่คุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะหากปล่อยโรคนี้ให้เรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ริดสีดวงมีการติดเชื้อและสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด 

เช่นนี้แล้วการปฏิบัติตัวให้ตนเองไม่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด สำหรับคุณแม่สามารถป้องกันตนเองหรือลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นริดสีดวงทวารได้เช่น

  • ดื่มน้ำให้มาก จนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะประมาณ 8-12 แก้วต่อวันรวมทั้งการรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น กล้วยน้ำว้ามะละกอ ลูกพรุน และมะขาม เป็นต้น โดยการดื่มน้ำให้มากกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนี้ จะสามารถทำให้การขับถ่ายได้สะดวกและลดอาการท้องผูก ขับถ่ายได้ง่าย และอุจจาระไม่แข็ง ซึ่งสามารถลดโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้
  • ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาโดย ขั้นแรกถึงจะปวดหรือไม่ปวดก็ควรที่จะเข้านั่งในห้องน้ำเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในตอนเช้า โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมากแล้วเช่น 6-7 เดือนก็จะไม่อยากนั่งห้องน้ำในตอนเช้าเ พราะเหนื่อยง่ายซึ่งอย่างไรก็ดีหากคุณแม่ฝืนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวของคุณแม่เอง
  • หากคุณแม่มีอาการขับถ่ายได้ยาก แม้จะดื่มน้ำหรือกินผักผลไม้ รวมทั้งฝึกเข้าห้องน้ำเป็นประจำแล้ว แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันก็ยังลำบากอยู่ คุณแม่สามารถใช้ยาระบายได้ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยยาระบายนี้จะมีฤทธิ์ช่วยการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้อยากจะเข้าห้องน้ำได้ดี

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม

คุณแม่หลายคนคงมีคำถามว่า ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหมอยู่ในใจบ้างแล้ว โดยหากศึกษาจากข้อมูลทางการแพทย์จะทราบว่า การผ่าตัดริดสีดวงนั้นจะใช้ในกรณีที่มีความรุนแรงของโรคค่อนข้างมาก แต่หากอาการของริดสีดวงไม่มีความรุนแรงมาก คุณหมอก็จะใช้วิธีการให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการอักเสบของริดสีดวง 

ริดสีดวง ผ่าตัด

หรือให้ยาที่ใช้รับประทานและการใช้ยาหนีบเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง กระทั่งถึงการฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ รวมถึงการใช้ยางรัดไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงริดสีดวงและหลุดออกเองในที่สุด ดังนั้น คุณแม่ทุกท่านก็ขอให้สบายใจได้เลยว่าการที่คุณแม่เป็นริดสีดวงนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หากคุณแม่ไม่แน่ใจสามารถตรวจกับคุณหมอได้ และคุณหมอจะให้คำแนะนำวิธีการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรคของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

โรค ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

          การที่ริดสีดวงทวารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ง่าย จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดว่าการเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก นั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ เนื่องจากริดสีดวงถึงจะไม่มีความรุนแรงมากและใช้ระยะเวลาเป็นปี ๆ กว่าจะแสดงอาการออกมาแต่ถ้าหากปล่อยให้เนิ่นนานไปก็สามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน 

เช่นการที่ทำให้คุณแม่สูญเสียเลือดเป็นเวลานานจนมีอาการซีดเหลือง และหากปล่อยไว้อาจจะทำให้คุณแม่ถึงกับเสียชีวิตได้ หรือการปล่อยให้เป็นริดสีดวงทวารจนเข้าสู่ระยะที่ 4 จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หน้ามืดฉับพลัน และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ 

ริดสีดวง รักษา

นอกจากนี้ยังจะสร้างความเจ็บปวดบริเวณทวารหนักให้กับคุณแม่ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายอุจจาระ ได้ฟังดังนี้แล้วคุณแม่ทุกท่านก็ไม่ควรชะล่าใจหากมีอาการผิดปกติต่อร่างกายหลังจากการที่คลอดน้องได้ระยะหนึ่งแล้วก็ควรที่จะปรึกษาคุณหมอถึงอาการของตนเองจะดีที่สุด

แนะนำ ริดสีดวง การรักษา ที่ทำได้เอง

          แน่นอนว่าหากป่วยก็จำเป็นต้องมีการรักษา เช่นเดียวกับการป่วยเป็นโรค ริดสีดวงร การรักษา ก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน สำหรับคุณแม่ที่มีการตั้งท้อง และพบว่าตนเองมีริดสีดวงทวารเกิดขึ้น อย่างแรกแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการก่อนว่าใช่ริดสีดวงทวารจริงหรือไม่ และหากมีอาการไม่รุนแรงแพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาริดสีดวง และวิธีบรรเทาอาการด้วยตนเอง เช่น

ริดสีดวง รักษา

  • การใช้น้ำเย็นหรือความเย็นประคบที่บริเวณริดสีดวงเป็นประจำ โดยอาจจะใช้ผ้าชุบน้ำหรือถ้าคุณแม่มีแผ่นเจลก็สามารถใช้แผ่นเจลได้ การประคบแบบนี้จะทำให้บรรเทาอาการเจ็บริดสีดวงได้ และช่วยให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง โดยอีกวิธีสามารถใช้วิธีการประคบร้อนซึ่งทำได้เช่นเดียวกับการประคบเย็น โดยให้คุณแม่สังเกตว่าการประคบด้วยความร้อนหรือความเย็นที่ทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บน้อยลง และขนาดของริดสีดวงของคุณแม่นั้นมีขนาดเล็กลงกว่ากัน ก็สามารถเลือกใช้วิธีนั้นได้
  • การนั่งแช่น้ำอุ่นที่ผสมกับดีเกลือเ พื่อลดอาการอักเสบของริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงค่อยๆหายไป โดยแช่ประมาณวันละ 10 – 20 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เลือดที่คั่งอยู่ไหลเวียนได้สะดวก

ยา ริดสีดวง pantip

  • รับประทานยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้ริดสีดวงหาย และไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง โดยสมุนไพรนั้นจะต้องมีตัวยาที่สำคัญที่ช่วยในด้านการรักษาริดสีดวงโดยตรง เช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต ต้นกระพังโหม เหง้าโกฐน้ำเต้า เหง้าข่า เมล็ดพริกไทย เถาสะค้าน ใบมะขามแขก ดีเกลือ และยาดำ ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้นั้นจะช่วยทั้งในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอกทำ ให้เลือดสดปนมากับอุจจาระหยุดลง ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจากทวารนั้นยุบ ลดการอักเสบและการเจ็บทวารเวลาขับถ่าย รวมทั้งการแก้อาการคันรอบๆปากทวารหนัก ขับล้างลำไส้ให้สะอาด และป้องกันเหนือเน่าจากริดสีดวงเรื้อรัง

โดยสรุปแล้ว การเป็นริดสีดวงนี้แน่นอนว่าคุณแม่จะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงที่ร่างกายปกติ ที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์จะมีการแปรปรวนของฮอร์โมนเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสเกิดริดสีดวงจึงมีมากตามไปด้วย และริดสีดวงจำเป็นต้องได้รับการรักษาถึงแม้ว่าความรุนแรงของโรกจะไม่เท่ากับโรคร้ายอื่นๆก็ตาม 

และหากเป็นริดสีดวงในระยะที่ไม่รุนแรง คุณหมอก็จะแนะนำวิธีการรักษาและบรรเทาริดสีดวงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิ ธีเช่นการแช่ในน้ำอุ่นผสมดีเกลือ การประคบร้อนการประคบเย็น การรับประทานยาสมุนไพร เป็นต้น