Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก วิธีรักษาโรคริดสีดวง โรคริดสีดวง

อาการของ ริดสีดวง ระยะ 3 เป็นอย่างไร วิธีการรักษา ต้องทำยังไง

ริดสีดวงทวาร เป็นริดสีดวงที่เกิดจากการโป่งพองของลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เหนือทวารหนักขึ้นมาเล็กน้อย โดยริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน ซึ่ง ริดสีดวง ระยะ 3 ก็เป็นหนึ่งในระยะของริดสีดวงภายใน

Table of Contents

อาการและการรักษา ริดสีดวง ระยะ 3

เมื่อพูดถึงโรคริดสีดวง อันเนื่องมาจากการขับถ่ายที่ผิดปกติ เมื่อเวลาผู้ป่วยเบ่งถ่ายอุจจาระก็จะมีเลือดไหลออกมา พบบ่อยในผู้ป่วย ริดสีดวง ระยะ 3  เวลาไอหรือจาม ที่เกิดการเกร็งบริเวณหน้าท้อง ทำให้หัวริดสีดวงโผล่ออกมาข้างนอกทวารหนัก 

และก็ไม่สามารหดกลับเข้าไปในทวารหนักเองได้ ผู้ป่วยต้องใช้นิ้วมือดันหัวริดสีดวงเข้าไป ถึงจะสามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้เป็นปกติ และยังมักพบว่าเวลาขับถ่าย ก็จะมีเลือดไหลออกมาอยู่เสมอ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ อาการคัน โดยการรักษา ริดสีดวง ระยะ 3 ทำได้โดย

ริดสีดวง ระยะ 3 อาการและการรักษา

– การกินผักผลไม้ เพิ่มกากใยให้กับระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ทำให้ลดการเบ่งอุจจาระได้

–  ดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน ให้มีน้ำเพียงพอหล่อเลี้ยงกากอาหารให้นิ่ม ทำให้การขับถ่ายทำได้ง่าย

– การฉีดยา เพื่อให้หัวริดสีดวงยุบ และหายไปเอง

– การลดการอักเสบโดยการแช่ในน้ำอุ่น การประคบเย็นประคบร้อน

– การบรรเทาอาการปวดริดสีดวง โดย การใช้ยาแก้ปวดและยาหนีบ

– การผ่าตัด วิธีนี้มักใช้ในการผ่าตัดเมื่อหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ เกิดลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดซึ่งอาจสร้างความระคายเคืองหรือการติดเชื่อได้ง่าย และมีเลือดออกมากเกินไปจนเกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

– การตัดเย็บริดสีดวง หากผู้ป่วยมีริดสีดวงหย่อนออกมาภายนอก แพทย์จะทำการตัดเย็บริดสีดวง ให้กลับเข้าไปในลำไส้ตรง เพื่อป้องกันเลือดไหลไปหล่อเลี้ยงริดสีดวงทำให้เนื้อเยื่อเล็กลงและตายไปเองในที่สุด วิธีนี้ส่งผลให้เลือดไหลออกน้อยไม่รู้สึกเจ็บ รวมถึงไม่รู้สึกระคายเคือง และใช้ระยะเวลาพักฟื้นตัวได้เร็วกว่าวิธีอื่น ๆ

– การตัดเย็บผูกริดสีดวงทวารหนัก เป็นการผ่าตัดริดสีดวงเพื่อลดการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงริดสีดวงและทำให้ริดสีดวงเล็กลง หลังจากแพทย์ทำการฉีดยาระงับความรู้สึก แพทย์จะสอดเครื่องอัลตราซาวด์เข้าไปในทวารหนัก 

เพื่อให้เห็นตำแหน่งของริดสีดวงและเย็บหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงริดสีดวงให้ปิดสนิท การเย็บผูกรัดริดสีดวงทวารเป็นวิธีที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงความเจ็บปวดเป็นวิธีที่ทำแล้วได้ผลดีรวมถึงลดความเสี่ยงที่จะทำให้เลือดไหลออก

 ลักษณะของ ริดสีดวง ด้านนอก

การเป็น ริดสีดวง ด้านนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก หนึ่งในประเภทของริดสีดวงด้านนอก นั้นเราจะสามารถสังเกตเห็นริดสีดวงประเภทนี้อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง เกิดการคั่งของเลือดและปูดนูนอยู่โดยรอบรอยย่นของทวารหนัก หากหัวริดสีดวงยุบลงไม่สนิท 

ลักษณะของ ริดสีดวง ด้านนอก

จะทำให้เราพบตุ่มที่มีลักษณะแข็งบริเวณทวารหนักได้ โดยอาการของโรคจะรู้สึกปวดบริเวณทวารหนัก เนื่องจากการอักเสบของริดสีดวง แต่จะพบเลือดออกปนออกมากับอุจจาระได้น้อย การรักษาและการทำความสะอาดง่ายกว่าการรักษาริดสีดวงภายใน ริดสีดวง ด้านนอก หรือ ริดสีดวง ภายนอก นั้นจะไม่มีระยะของโรคเหมือนริดสีดวงภายใน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ด้านนอก
ริดสีดวง ด้านใน
ริดสีดวง ท้องผูก
ริดสีดวง วิธีการรักษา

ลักษณะของ ริดสีดวง ด้านใน

ริดสีดวง ด้านใน หรือ ริดสีดวงภายใน คือริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไปจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ได้หรือไม่สามารถสัมผัสได้ มักจะถูกคลุมด้วยเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุด จะไม่ก่อให้เกิดการเจ็บปวดหากไม่เกิดอาการแทรกซ้อน 

ในกรณีที่เป็น ริดสีดวงภายใน แพทย์จะทำการตรวจทวารหนัก ด้วยการใช้นิ้วมือ สอดเข้าไปในทวารหนักเพื่อคลำหาสิ่งผิดปกติภายใน อาจมีการส่องกล้องเพื่อตรวจดูสิ่งผิดปกติ ประกอบกับแพทย์จะทำการวินิจฉัยเพื่อแยกโรคได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่ง ริดสีดวง ด้านใน สามารถแบ่งอาการตามระยะได้ 4 ระยะ ดังนี้

ริดสีดวง ด้านใน

– ริดสีดวง ระยะที่1 เริมจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำ บริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่เกิดเป็นติ่งขนาดเล็กอยู่ภายในทวารหนัก ซึ่งเราจะไม่สามารถทราบได้ว่าเราเป็นโรคริดสีดวงทวาร 

เพราะไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเมื่อทำการจับหรือคลำก็จะไม่ผิดสังเกต เนื่องจากริดสีดวงยังไม่โผล่ออกมาให้เห็นเมื่อเป็นริดสีดวงในระยะนี้ จึงสามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าระยะอื่น

– ริดสีดวง ระยะที่ 2 เมื่อริดสีดวงเริ่มก่อตัวในทวารหนัก จะมีขนาดของริดสีดวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยในระยะนี้ ริดสีดวงจะสามารถยื่นออกมาจากทวารหนักเมื่อผู้ป่วยมีการเบ่งถ่ายอุจจาระหรืออาการ ไอ จาม ที่ทำให้เกิดการเกร็ง 

การเบ่งบริเวณหน้าท้อง เมื่อผู้ป่วยขับถ่ายเสร็จหัวริดสีดวงก็จะหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม ในผู้ป่วยระยะนี้อาจมีความรู้สึก เจ็บๆคันๆ บริเวณช่องท้องร่วมด้วย

– ริดสีดวง ระยะที่ 3 เมื่อมีการขับถ่าย การเบ่งอุจจาระ ริดสีดวงก็จะยื่นโผล่ออกมา แล้วไม่สามารถหดกลับเข้าไแในตำแหน่งเดิมได้ ผู้ป่วยต้องใช้มือดันให้หัวริดสีดวงกกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม 

หากเมื่อมีอาการไอ ริดสีดวงก็สามารถโผล่ออกมาได้เช่นเดียวกัน และเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระมักพบว่ามีเลือดไหลออกมาด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บริดสีดวงมากขึ้น

– ริดสีดวง ระยะที่ 4 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อผู้ป่วยมีการเบ่งถ่ายอุจจาระ ทำให้หัวริดสีดวงโผล่ออกมา รวมไปถึงมีเลือดออกเมื่อมีการเบ่ง การขับถ่ายอุจจาระในผู้ป่วยบางรายก็มีน้ำหนองไหลออกมาด้วย ทำให้เกิดความสกปรก การเปียกชื่นเสี่ยงต่อการเกิดโรค 

และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา อีกทั้งยังทำให้ผู้ป่วยมีอาการคัน อาการอักเสบมากยิ่งขึ้นด้วย ผู้ป่วยในระยะนี้จะไม่สามารถดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไปในทวารหนักได้ เนื่องจากหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่และต้องทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด 

ซึ่งการผ่าตัด มีหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยควรที่จะทำการผ่าตัดในลักษณะใด โดยการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะพบในการเป็น ริดสีดวง ด้านใน ระยะที่ 4

ริดสีดวง วิธีรักษา ตามอาการของโรค

ริดสีดวงส่วนใหญ่มักเป็นแล้วหายเองในระยะแรก ๆ ของการเกิดโรค ซึ่ง ริดสีดวง วิธีรักษา มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและระดับความรุนแรงของโรคด้วย

ริดสีดวง การรักษา

– กรณีไม่รุนแรงผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ โดยโรค ริดสีดวง วิธีรักษา ด้วยตัวเองคือการรับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น ดูแลบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารให้แห้งและสะอาด รวมถึงการนั่งแช่น้ำอุ่นบริเวณทวาร 

ควบคู่กับการทานยาในกลุ่มแก้ปวดเพื่อช่วยลดอากาปวดบรรเทาอาการบวมเนื่องจากการอักเสบ การคันหรือเจ็บบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารจะน้อยลง การดื่มน้ำให้มากๆเพื่อช่วยในเรื่องระบบการขับถ่ายอุจจาระ ทำให้อุจจาระไม่แข็ง ขับถ่ายได้ดี

– กรณีรุนแรง หากเป็นโรคริดสีดวงขั้นรุนแรง หรืออาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโรค ริดสีดวง รักษา ในระยะที่รุนแรงได้ด้วยการฉีดยาเพื่อให้หลอดเลือดเกิดการตีบและหดตัวกลับเข้าไป อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเล็กน้อยในขณะที่ฉีดยา 

การใช้ยางรัดเพื่อตัดการไหลเวียนเลือดทำให้เกิดการฝ่อและแห้งของริดสีดวง การจี้ริดสีดวงทวารด้วยเลเซอร์ อินฟราเรดหรือเครื่องจี้ไฟฟ้าเป็นวิธีรักษาโรคริดสีดวงทวาร ที่อยู่ในระยะรุนแรง การผ่าริดสีดวง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น2 วิธีคือ

– วิธีที่1 การผ่าตัดเอาหัวริดสีดวงออกซึ่งเป็นวิธีการผ่าตัดแบบดั่งเดิม ให้ผลการรักษาที่ดีมีโอกาสในการกลับมาเป็นไดhซ้ำได้น้อยลง

– วิธีที่2 การผ่าตัดด้วยการใช้เครื่องมือเย็บ เป็นการรักษา ริดสีดวงทวารชนิดภายใน ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารจนทำให้เกิดการฝ่อและหลุดออก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือในการตัดเย็บและผูกหัวริดสีดวง

ริดสีดวง อาหาร ผัก

หากเราไม่อยากเจอกับปัญหากับโรคริดสีดวงทวารหนักมารบกวน ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กินของที่เป็นประโยชน์ ช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่ดี กินผัก ผลไม้ 

ที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ปรับพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ ให้เป็นนิสัย งดการเบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ เพียงเท่านี้ก็เป็นวิธีการที่จะช่วยลดการเกิดโรคริดสีดวงได้แล้ว

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ผายลมบ่อย มีกลิ่น รักษาได้อย่างไร

โรคร้ายในปัจจุบัน มีเกิดขึ้นใหม่จนนับไม่ถ้วน โดยบางโรค ก็มีสาเหตุมาจากการกินอาหารของคนเรา เช่นเดียวกับการเป็นริดสีดวงทวาร 

Table of Contents

ที่มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการรับประทานอาหารของเราเอง และก็สามารถรักษาริดสีดวงให้หายในผู้ป่วยบางราย โดยการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ป่วยได้

โรคริดสีดวงเป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้ทั่วไป ซึ่งสาเหตุมาจากการมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง มีคำถามที่พบบ่อยว่า ริดสีดวง กินอะไรหาย โดยส่วนใหญ่แล้วการเกิดโรคริดสีดวงคือการกินอาหารที่ทำให้ย่อยยาก การเบ่งถ่ายอุจจาระที่รุนแรง 

ดังนั้น ควรปรับการรับประทานอาหารและการขับถ่ายใหม่ กินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก ๆ อีกทั้งยังมียาหลายชนิดที่ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น ซึ่งมีวิธีรักษา ดังนี้

โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย ป่วยได้

– ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น ไฟเบอร์เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่จะช่วยให้การขับถ่ายได้ดีขึ้น การที่เราทานไฟเบอร์ทุกวันจะช่วยให้อุจจาระไม่แข็งและเพิ่มปริมาณให้อุจจาระเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสีเวลาขับถ่ายจนเกินไป เช่น ผลไม่สด ผักสีเขียว เและถั่ว เป็นต้น

– หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง มีอาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการของโรคริดสีดวงแย่ลง เพราะส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและทำให้การระคายเคืองบริเวณรอบทวารหนักแย่ลง ซึ่งมีอาหารที่ไม่ควรรับแระทานหรือควรหลีกเลี่ยเช่น อาหารที่มีรสเผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด เปรียวจัด อาหารหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง เนื้อแปรรูป ไส้กรอก เป็นต้น

– ดื่มน้ำให้มากขึ้น การดื่มน้ำน้อยคือภาวะหนึ่งทำให้เกิดอาการท้องผูก ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร ดังนั้นควรดื่มน้ำ 8-12แก้วต่อวัน นอกจากการดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดแล้ว อาจดื่มน้ำผักหรือน้ำผลไม้ด้วยก็ได้เช่นกัน

– ใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติ ซึ่งสมุนไพรบางชนิด สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงได้ เช่น ต้นขลู่ สรรพคุณรักษาเลือดลม แกอักเสบ แผลริดสีดวเรื้อรัง และทำให้หัวริดสีดวงทวารยุบลง, เถาเพชรสังฆาต สรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ รักษาลำไส้เกี่ยวกับการไม่ย่อย อันเป็นบ่ให้เกิดของริดสีดวงทวาร, ต้นกระพังโหมสรรพคุณ ช่วยเป็นยาขับลม เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาบาลแผลของริดสีดวงของริดสีดวงทวาร, ดีเกลือ สรรพคุณ แก้ปัญหาท้องอืดเป็นยาระบายของเสียออกจากเลือด สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้

หากท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะสามารถตอบได้ว่า การป่วยเป็น โรค ริดสีดวง กินอะไรหาย จากอาการป่วยได้ โดยหากท่านปฏิบัติได้ตามนี้ก็จะสามารถเป็นตัวช่วยให้ท่านมีวิธีการรักษาที่มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือชะลอการผ่าตัดลงได้

สาเหตุของ ริดสีดวง ผายลม บ่อย

ริดสีดวง ผายลม บ่อย เกิดจากการท้องผูก หรืออุจจาระตกค้างในลำไส้ทำให้เกิดการหมักหมม เกิดเป็นแก๊ซ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อลดอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังเกิดจากภาวะฮอร์โมนบางตัวไม่สมดุล ทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่ดี ซึ่งอาจเกิดแก๊ซในระบบทางเดินอาหารมากขึ้น การ ผายลม บ่อย สามารถแก้ไขได้ด้วย

ริดสีดวง ผายลม

– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

– รับประทานอาหานเสริมที่มีโปรไบโอติก

– งดการกินแป้งที่มากเกินไป ก่อให้เกิดการผลิตแก๊ซในลำไส้ ส่งผลให้เกิดการผายลมบ่อย ควรรับประทานอาหารจำพวกแป้งน้อยลง

– รับประทานอาหารพวกโปรตีน และ ผัก รวมถึงอาหารอื่นๆให้เหมาะสม

– ไม่ควรทานข้าวมากเกินไปหรือพูดคุยในระหว่างรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้เกิดแก๊ซสะสมในร่างกาย จนถึงระดับหนึ่งก็จะขับลมออกมา ซึ่งแก้ไขด้วยการทานให้ช้าลง

โดยหากปฏิบัติได้ดังนี้ ก้จะสามารถแก้ อาการที่เป็น ริดสีดวง ผายลม บ่อย ได้ และเมื่อการผายลมเป็นปกติ นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี ที่บ่งบอกว่า อาการท้องผูกอันเป็นสาเหตุของการเป็นและการอักเสบของริดสีดวงทวารนั้นดีขึ้นแล้วเช่นกัน

อาการของ ริดสีดวง มีกลิ่น

ริดสีดวง มีกลิ่น เกิดจากเมื่อ ริดสีดวงมีอาการอักเสบ มีบาดแผล มักมีการติดเชื้อของแบคทีเรียจึงทำให้เกิดกลิ่น ปัจจัยหลักมาจากเมื่อผู้ป่วยมีการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งเกิดจากการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรงส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ เนื่องจากการขับถ่ายยาก 

ริดสีดวง มีกลิ่น

หากมีการเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้มีเลือออกเมื่อมีการขับถ่ายในผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำหนองไหบออกมาปนกับเลือด เกิดความสกปรกเกิดการอักเสบ การปวดบวมมากยิ่งขึ้นส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื่อ ทำให้ ริดสีดวง มีกลิ่น ในที่สุด 

รวมไปถึงอาการเจ็บๆ คันๆ  แต่กลิ่นอาจไม่ค่อยรุนแรงมาก อาจมีกลิ่นพอให้รู้สึกบ้าง แต่ถ้ามีกลิ่นแรงมากแสดงว่าการติดเชื่อมีความรุนแรงมากขึ้น อาจจะต้องเข้าทำการรักษาโดยแพทย์เพื่อดูอาการและหาวิธีการรักษากับผู้ป่วยว่าจะรักษาวิธีใด ในเบื่องต้นควรพยายามอย่าให้ท้องผูก และอย่าให้อุจจาระแข็ง  

โดยการดื่มน้ำให้มากๆ เน้นทานผักและผลไม้สด ลดการทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก หรืออาจทานยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม หลีกเลี่ยงการดื่นแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้การนั่งแช่น้ำอุ่นวันละ2-3ครั้งต่อวัน 

อาจช่วยให้แผลและการเจ็บรูทวารหนักหายเร็วขึ้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไฟพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุอื่นๆเพิ่มเติม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ท้องผูก
ริดสีดวง ทําไงให้หาย
ริดสีดวง ผายลม บ่อย
ริดสีดวง มีกลิ่น

สาเหตุและอาการของ ริดสีดวง ข้างใน

ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน หมายถึง ริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไป ซึ่งหัวริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น และไม่สามารถสัมผัสหรือคลำได้ ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดหากยังไม่มีอาการแทรกซ้อน วิธีการรักษาโดยการกินอาหารที่มีเส้นใยมากๆ 

กินผักผลไม้ที่มีประโยชน์ช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่ดี ดื่มน้ำให้มากๆ ซึ่ง ริดสีดวง ข้างใน ในระยะแรก ๆ  ไม่สามารถตรวจพบได้ จะตรวจพบก็ต่อเมื่อแพทย์ทำการส่องกล้องเท่านั้น มีระยะของโรค 4 ระยะตามอาการดังนี้

ริดสีดวง ข้างใน

–  ระยะที่1เริ่มจากอาการโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ เกิดเป็นติ่งขนาดเล็ก โดยริดสีดวงระยะนี้ไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นริดสีดวง เนื่องจากขนาดริดสีดวงมีขนาดเล็กและยังไม่โผล่ออกมาให้เห็น ไม่สามารถคลำหรือสัมผัสได้

– ระยะที่ 2 ริดสีดวงก่อตัวจากเล็กๆภายในทวารหนัก พอระยะเวลานานขึ้นก็จะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขับถ่ายหัวริดสีดวงก็จะโผล่ออกมา แต่เมื่อขับถ่ายเสร็จก็จะหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ ในระยะนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บคัน บริเวณช่องท้อง ร่วมด้วย

– ระยะที่3 หลังจากริดสีดวงเริ่มก่อตัวจากเล็กๆจนเวลานานเข้าเกิดเป็นริดสีดวงขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขับถ่าย การไอ จาม ริดสีดวงก็จะโผล่ออกมา ในระยะนี้ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้ในตำแหน่งเดิม ผู้ป่วยต้องใช้นิ้วดันหัวริดสีดวงให้กลับเข้าไป ถึงจะกลับเข้าไปในทวารได้ ในการขับถ่ายอุจจาระมักพบเลือดไหลออกมา หรือเมื่อขับถ่ายเสร็จมักพบเลือดอยู่เสมอ

– ระยะที่4 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่มาก เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ การไอ การจาม ซึ่งเกิดจากการเกร็งหน้าท้อง เนื่องจากการออกแรงเบ่ง ก็จะทำให้มีหัวริดสีดวงโผล่ออกมา ในระยะนี้หัวริดสิดวงมีขนาดใหญ่มาก จึงไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้เลย และผู้ป่วยมักมีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการเสียเลือดเป็นเวลานาน

ในการรักษาผู้ป่วยโรค ริดสีดวง ข้างใน ทวารนี้ สามารถทำได้โดยการรักษาระดับทั่วไป จนถึงการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง โดยการรักษาในระดับบเฉพาะเจาะจงโดยใช้แพทย์ในการรักษาจะสามารถทำได้ในการป่วยระยะที่ 2 และ 3 ส่วนการผ่าตัดนั้นจะพบในการรักษาริดสีดวง ระยะที่ 4

สาเหตุและอาการของ ริดสีดวง ข้างนอก

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวง ภายนอก  เป็นริดสีดวง ที่เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง ซึ่งจะเห็นก้อนเนื้อออกมาจากทวารหนักได้ชัดเจน โดยริดสีดวงภายนอก 

ริดสีดวง ข้างนอก

จะมีอาการปวดทวารหนักที่พบได้บ่อย แต่การมีเลือดปนออกมาพร้อมอุจจาระนั้นจะพบเห็นได้น้อยกว่าการเป็นริดสีดวงภายใน โดยในบางกรณีเมื่อหัวริสีดวงหลุดออก หรือยุบลง แต่ไม่สนิท จะทำให้เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้น เมื่อสัมผัสดูจะพบว่าตุ่มนั้นจะมีลักษณะแข็ง ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสริดสีดวงภายนอก จึงจะพบติ่งแข็งๆ นั้นอยู่โดยรอบทวารหนักอยู่เสมอ

โดยการรักษา ริดสีดวง ข้างนอก นั้น จะสามารถทำได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายใน และจะใช้เวลารักษาที่เร็วกว่า ความรุนแรงของโรคก็น้อยกว่า อันเป็นผลมาจากริดสีดวงอยู่ด้านนอก สังเกตุได้ง่าย จึงทำให้รักษาได้ทันท่วงที ความรุนแรงของโรคและการแทรกซ้อนของโรค จึงเกิดขึ้นได้ยาก

Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

การป่วยด้วยโรค ริดสีดวง มีเลือดออก มีอาการ และวิธีการรักษาอย่างไร

ในชีวิตของคนเรานั้นการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกอย่างบนโลกนี้เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

Table of Contents

แต่ใช่ว่าทุกคนจะถือปฏิบัติได้เช่นคำสอนของพุทธองค์ จึงมีการหาวิธีรักษาโรคและเกิดเป็นแขนงของการแพทย์เกิดขึ้น แน่นอนว่าหากมีการป่วยแล้วทุกคนก็ต้องหาวิธีการรักษา เช่นเดียวกับผู้ที่ป่วยด้วยโรคริดสีดวงก็อยากจะมีวิธีการรักษาให้โรคนี้ให้หายขาดเช่นกัน

ริดสีดวง มีเลือดออก มาสาเหตุจากอะไร

หลายคนมีคำถามว่า ริดสีดวง มีเลือดออก ได้อย่างไร โดยแท้จริงแล้วริดสีดวงมีหลายชนิด เช่น ริดสีดวงตา ริดสีดวงจมูก และริดสีดวงทวาร โดยคนส่วนใหญ่นั้นจะรู้จักในชื่อของริดสีดวงทวาร ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเลือดดำมีการคั่งของเลือดอันเนื่องจากไม่สามารถไหลไปเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายได้สะดวก 

เป็นผลให้เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักนั้นมีปูดนูนหรือโป่งพอง ประกอบกับเนื้อเยื่อบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนักนั้นบอบบาง จึงทำให้มีการอักเสบได้ง่ายเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวง โดยริดสีดวงทวาร มีอยู่ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน การเกิดริดสีดวงทั้งสองประเภทนี้ มีสาเหตุมาจากกิจกรรมหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้

ริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด

  • การตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่มือใหม่คงกำลังดีใจกับการที่จะมีเจ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลก แต่ในภาวะการตั้งครรภ์นั้นจะทำให้คุณแม่มือใหม่บางท่าน เสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย รวมทั้งการขยายตัวของมดลูกทำให้มีการกดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานมากยิ่ง ขึ้นเลือดบริเวณนั้นไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายได้สะดวกทำให้เกิดการคั่ง ของเลือดในเส้นเลือดดำทำให้โป่งพอง และเป็นสาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวาร

 

  • การมีน้ำหนักตัวเกิน เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักตัวหรือการขยายของกระเพาะอาหาร และการขยายของช่วงท้องนั้น กดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานเช่นเดียวกับการตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้เช่นกัน
  • การรับประทานผักและผลไม้น้อยเกินไปทำให้มีกากใยน้อย เกิดอาการท้องผูกและส่งผลต่อการเกิดริดสีดวงทวารหนักที่สุด
  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจจะดื่มน้อยกว่าวันละ 8 – 12 แก้วทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง เนื่องจากมีน้ำล่อเลี้ยงจากกากอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้กับการเสียดสีบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีเนื้อเยื่อที่บอบบางเกิดการอักเสบและมีเลือดไหลออกมาส่เป็นสาเหตุหนึ่งของการที่โรค ริดสีดวง มีเลือดออก ปนมากับอุจจาระด้วย
  • อาการท้องผูก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดริดสีดวงทวาร เนื่องจากเมื่อมีอาการท้องผูกผู้ป่วยจะไม่สามารถขับถ่ายได้ด้วยตนเอง จึงเกิดการเบ่ง ทำให้แรงดันในเส้นเลือดดำมีเพิ่มมากขึ้น จนเส้นเลือดดำโป่งพองและเกิดการคั่งของเลือดส่งผลต่อการเกิดริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง ข้างใน

ริดสีดวง ข้างใน อาการและการรักษา

ริดสีดวง ข้างใน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงภายใน ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น โดยริดสีดวงประเภทนี้จะมีทั้งหมด 4 ระยะ ตามความรุนแรงของโรค โดยมีริดสีดวงตั้งแต่ระยะที่ 1 – ริดสีดวงระยะที่ 4 

โดยการรักษาของริดสีดวงแต่ละระยะจะมีความคล้ายคลึงกันแต่ต้องเพิ่มการรักษาที่เฉพาะเจาะจงเข้าไปในระยะที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วการรักษา ริดสีดวง ข้างใน หรือภายในนั้นหากรักษาได้ในระยะที่ 1 

จะเป็นการดีต่อผู้ป่วยมากที่สุดเพราะการรักษาในระยะแรกจะง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากนัก รวมทั้งความรุนแรงของโรคยังไม่มาก จะทำให้ผู้ป่วยไม่ทรมานในการรักษาอีกด้วย โดยแต่ละระยะจะมีอาการและวิธีการรักษา ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ริดสีดวงในระยะแรกเกิดจากการที่เส้นเลือดโป่งพอง ทำให้ระยะนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถสังเกตเห็นริดสีดวงได้ด้วยตนเอง  เพราะริดสีดวงจะไม่โผล่ออกมานอกรูทวาร และอาการของระยะที่ 1 ก็จะไม่รุนแรง 

แต่จะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระในบางครั้ง การรักษาในระยะนี้จึงเป็นการรักษาเบื้องต้น เช่น การกินผักและผลไม้ที่มีกากใยจำนวนมากเพื่อรักษาอาการท้องผูก 

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยให้กากอาหารนิ่มขึ้นและขับถ่ายได้สะดวกไม่ไปเสียดสีกับ ริดสีดวง ข้างใน ร่างกาย  ทำให้ริดสีดวงไม่เกิดการอักเสบ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ด้านนอก
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง วิธีการรักษา
  • ระยะที่ 2 ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น และเมื่อมีการเบ่งอุจจาระริดสีดวงจะสามารถโผล่พ้นทวารหนักออกมาได้ แต่เมื่อหยุดเบ่งแล้วริดสีดวงก็จะสามารถหดกลับไปในร่างกายได้เช่นเดิม 

ผู้ป่วยอาจจะสามารถสังเกตเห็นดวงในระยะนี้ได้ การรักษาในระยะนี้ก็เช่นเดียวกับระยะที่ 1 เพราะอาการคล้ายคลึงกันและมีเลือดปนออกมากับอุจจาระเช่นเดียวกัน เช่น การกินผักและผลไม้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 

การดื่มน้ำวันละ 8 – 12 แก้ว แต่หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บหรือคันบริเวณทวารหนักมากทำความสะอาดทวารหนักโดยใช้น้ำอุ่นหลังการขับถ่ายได้ 

โดยอาจจะใช้เป็นทิชชู่เปียกเพื่อทำให้ทวารหนักได้รับการเสียดสีจากการทำความสะอาดน้อยที่สุด หรือสามารถใช้วิธีการประคบเย็นหรือประคบร้อนเพื่อรักษาการอักเสบของริดสีดวง

ริดสีดวง มีกี่ระยะ

  • ระยะที่ 3 ในระยะนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ป่วยบางคนมีการอักเสบของริดสีดวง ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และโผล่พ้นทวารหนักออกมาได้โดยการเบ่งอุจจาระ การไอ หรือการจาม ที่มีความรุนแรง 

และริดสีดวงจะไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารหนักได้ ต้องเป็นต้องนิ้วที่มีเจลหล่อลื่นหรือสบู่ ช่วยดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน ในระยะนี้การอุจจาระก็ยังจะมีเลือดปนออกมานะเหมือนกับระยะที่ 1 และระยะที่ 2 การรักษาจึงทำได้ 

เช่น การกินผักและผลไม้รวมทั้งการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากมีอาการปวดทวารหนักควรทำการประคบเย็น ประคบร้อน หรือแช่ในน้ำอุ่นเพื่อช่วยในการรักษาการอักเสบของริดสีดวง 

รวมทั้งการทำความสะอาดทุกครั้งที่มีการถ่ายอุจจาระ เพื่อป้องกันไม่ให้ริดสีดวงมีอาการอักเสบหรือมีภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อโรค รวมทั้งหากมีอาการหนักขึ้นแพทย์จะใช้วิธีการฉีดยาเพื่อทำให้หัวริดสีดวงหลุดออก 

หรือการใช้ยางรัดริดสีดวงไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวริดสีดวงและจะทำให้หัวริดสีดวงฝ่อโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 แต่หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บมากจนเกินไปจะต้องยกเลิกวิธีการทำการรักษาโดยวิธีการใช้ยางรัด

ริดสีดวง ระยะ4 อาการ และการรักษา

  • ระยะที่ 4 การเป็น ริดสีดวง ข้างใน หรือริดสีดวงภายใน ในระยะนี้จะเป็นภาวะที่มีการแทรกซ้อนได้ง่ายที่สุด และเป็นระยะที่มีความรุนแรงของโรคมากที่สุด โดยริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มี การอักเสบ 

บางกรณีติดเชื้อเรื้อรังจนมีน้ำหนองไหลปนออกมากับอุจจาระและเลือดด้วย ผู้ป่วยมีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการขาดเลือดและร้ายแรงที่สุดคืออาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางโดยการขาดธาตุเหล็กได้ หูรูดทวารหนักในระยะที่ 4 จะทำงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ 

เนื่องจากริดสีดวงไปขัดขวางการทำงานของหูรูดทวารหนักทำให้ปิดไม่สนิท เกิดอุจจาระไหลออกมา ทำให้เกิดความสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นการทำความสะอาดเป็นไปได้ยาก การรักษาด้วยวิธีนี้นอกจากจะทำได้ดังในระยะที่ 1 – 3 อันได้แก่การกินผักผลไม้ การดื่มน้ำ การรักษาอาการปวดด้วยการแช่น้ำอุ่น 

การประคบเย็น ประคบร้อน การรักษาโดยแพทย์ ซึ่งใช้การฉีดยา และการใช้ยางรัดหัวริดสีดวง รวมทั้งหากมีอาการปวดใช้ยาแก้ปวดหรือยาหนีบ เพื่อบรรเทาอาการปวดได้แล้ว ยังจำเป็นต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วยเนื่องจากในระยะนี้อย่างที่กล่าวมาแล้วคือเกิดภาวะแทรกซ้อนและการอักเสบที่รุนแรง 

การผ่าตัดจึงจะเป็นการนำหัวริดสีดวงออกมาได้ในทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่ โดยการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องได้รับการวางยาสลบหรือการใช้ยาชา 

จึงจำเป็นต้องมีการงดน้ำและอาหารก่อนเที่ยงคืนของวันที่ได้รับการผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านและรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดให้หายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

ริดสีดวง ข้างนอก  อาการและการรักษา

การเกิด ริดสีดวง ข้างนอก หรือริดสีดวงภายนอกนั้นเช่นเดียวกับการเกิดริดสีดวงภายใน แต่การตรวจพบริดสีดวงจะสามารถทำง่าย เนื่องจากผู้ป่วยสามารถคลำและสังเกตได้ด้วยตนเอง เพริดสีดวงประเภทนี้จะอยู่บริเวณนอกสุดของรูทวารหนัก 

การรักษาจึงทำได้ง่ายกว่าและจะไม่มีเป็นระยะเหมือนกับริดสีดวงภายใน อาการจะไม่รุนแรงเท่ากับรดสีดวงภายใน อาจจะเนื่องมาจากการที่เราสามารถสังเกตเห็นและระมัดระวังได้ง่ายโดย ริดสีดวง ข้างนอก หรือริดสีดวงภายนอกนั้นจะมีอาการเจ็บๆคันคันบริเวณทวารหนัก โดยส่วนใหญ่ไม่พบเลือดออกปนกับอุจจาระ 

การรักษาทำได้เช่นเดียวกับการรักษาริดสีดวงภายใน เช่นการกินผักและผลไม้ที่มีกากใยเพื่อลดอาการท้องผูก การดื่มน้ำวันละ 8 – 12 แก้ว เพื่อให้น้ำไปหล่อเลี้ยงกากอาหารให้มีลักษณะนิ่มไม่แข็งลดการเสียดสีกับทวารหนัก การไม่อั้นอุจจาระอุจจาระเพราะจะทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำและแร่ธาตุออกจากกากอาหารจนหมด 

ริดสีดวง ภายนอก

จนทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง ลดการใช้ยาระบายหรือยาลดความอ้วนบางชนิด เพราะยาประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อย ทำให้การอาหารมีมวลน้อยอุจจาระได้ลำบากเกิดการแบ่งอุจจาระเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีการเบ่งมากขึ้นเส้นเลือดก็จะมีการโป่งพองมากยิ่งขึ้น 

ส่งผลทำให้เป็น ริดสีดวง ข้างนอก ได้เช่นกัน การผ่าตัดจะพบได้น้อยในการเป็นริดสีดวงประเภทนี้ เนื่องจากว่าเราได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที จึงมีผู้ป่วยน้อยรายมากที่จะได้รับการรักษาในลักษณะนี้

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

การเกิด ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ สาเหตุหลัก มาจากอะไร?

คุณแม่หลาย ๆ คน คงทราบแล้วว่าการตั้งครรภ์นั้น คุณแม่จะต้องรับมือกับการแปรปรวนของอารมณ์ และการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง เบาหวาน เลือดจาง เป็นต้น แต่ว่าที่คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การตั้งครรภ์นั้น เสี่ยงต่อการเป็น ริดสีดวงทวารได้เช่นกัน

Table of Contents

สาเหตุของ  ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์    

คุณแม่หลายคนมีความกังวลใจเป็นอย่างมากกับโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากเหล่าคุณแม่ทั้งหลายท้องโตขึ้นทุกๆวัน ทั้งต้องแบกรับน้ำหนักของลูกในท้อง ทั้งยังอึดอัดกับท้องที่โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังต้องมาอึดอันกับการเป็น ริดสีดวงทวารอีกด้วย โดยโรคริดสีดวงทวารจะมีอาการบวมหรือพองของเส้นเลือดที่ทวารหนัก 

ซึ่งไม่สามารถหดตัวเข้าไปได้เองโดยไม่ใช้ตัวช่วย อาการเหล่านี้เกิดมาจากการขับถ่ายของแม่ๆนั่นเอง โดยคุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นโรคนี้มากที่สุด สืบเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

เมื่อมีเลือดไหลเวียนในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ขนาดของมดลูกใหญ่ตัวมากขึ้น โดยถูกการกดทับของเส้นเลือดดำบริเวณเชิงกรานทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นผลทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างได้ จึงเกิดการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ 

ก่อให้เกิดริดสีดวงทวารหนักในที่สุด การที่คุณแม่เป็นโรค ริดสีดวง ขณะ ตั้งครรภ์ นั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์แต่อย่างใด รวมทั้งริดสีดวงทวารจะไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่จะทำให้คุณแม่เกิดความรำคาญบริเวณส่วนของทวารหนักมากกว่า 

เพราะอาการของริดสีดวงจะมีอาการคันร่วมด้วย ดั้งนั้นคุณแม่ควรเพิ่มกิจกรรมระหว่างวันโดยการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ทานผักผลไม้ หรือ ธัญพืช เพื่อเพิ่มกายใยอาหารในระบบย่อยอาหาร ลดการท้องผูก 

รวมไปดื่มน้ำเป็นประจำ อย่างน้อย 8 – 12 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำให้ดีขึ้น กากอาหารนิ่มไม่แข็งมากเกินไป ส่งผลไปยังการขับถ่ายที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ริดสีดวง ยารักษา โรค บอกลาการผ่าตัด

สิ่งแรกเมื่อคนส่วนใหญ่เป็นโรคริดสีดวงคิดเป็นอับดับต้น ๆ คือ หากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา แบบไหนที่จะช่วยให้หายจากโรคนี้ได้ โดยสมุนไพรถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการรักษาโรค เนื่องจากสมุนไพรเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน 

ดังนั้นสมุนไพรหลายชนิดจึงมีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ เช่น ยา คำไพลิน ซึ่งสามารถช่วยในการรักษาริดสีดวง ดังนี้

ยารักษาริดสีดวง

1.หัวยุบ แห้งฝ่อ ติ่งยุบ

2.ช่วยลดการโป่งพอกรอบนอกทวารหนัก

3.ช่วยสมานแผล

4.ช่วยแก้อากาอักเสบ

5.ฟื้นฟูระบบขับถ่าย

6.ช่วยพื้นฟูระบบย่อยอาหาร

7.ป้องการการเกิดซ้ำ

8.ลดอาการบีบตัวของลำไส้

9.ริดสีดวงหายขาด

โดยหากป่วยเป็น ริดสีดวง ยารักษา คำไพลิน ก็เหมาะที่จะใช้ในการรักษา เพราะมีสมุนไพรหลายชนิด ที่ช่วยในการรักษาริดสีดวง อาทิเช่น ต้นขลู่ ต้นอัคคีทวาร เถาเพชรสังฆาต 

เถาสะค้าน เหง้าโกฐน้ำเต้า ใบมะขามแขก ดีเกลือ ยาดำ เมล็ดพริกไท เหง้าข่า ต้นกระพังโหม  เป็นต้น โดยสรรพคุณเหล่านี้ล้วนเป็นตัวยาชั้นดีและมีชื่อเสียงในการรักษาริดสีดวง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสิดวง อันตรายไหม
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ยารักษา
ริดสีดวง เบื้องต้น

ริดสีดวง การรักษา ให้หายขาด

หากเป็นโรค ริดสีดวง การรักษา สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของโรค และการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้วิธีการักษาโดยวิธีไหน จึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย ซึ่งการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ คือ การรักษาด้วยตนเอง และการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษา ริดสีดวง ระยะแรก ทำยังไง

  • การรักษาด้วยตนเอง การรักษาด้วยตนเองนั้นสามารถอนุมาน ถึงการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถ

หาวิธีการรักษา หรือการใช้ยารับประทานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับคำแนะนำและการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ดังนี้

  • การกินผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆที่มีกากใยอาการเพื่อช่วยเสริมสร้างการ

ขับถ่ายให้สะดวก ลดอาการท้องผูก

  • การดื่มน้ำ 8 – 12 แก้วต่อวัน ช่วยให้กากอาหารนิ่มไม่แข็ง การขับถ่ายอุจจาระจะ

ไม่ส่งผลต่อทวารหนัก ไม่เสียดสีกับริดสีดวงให้เกิดการอักเสบ

  • งดการกินยาลดความอ้วนที่มีผลทำให้เกิดอาการท้องผูก
  • ไม่กลั้นอุจจาระ ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะหากมีการกลั้นอุจจาระเกิดขึ้น จะทำให้

กากอาหารแข็ง ส่งผลให้ขับถ่ายได้ยากจึงเกิดการอักเสบของทวารหนักและส่งผลต่อการเป็นริดสีดวงในที่สุด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ แต่หลีกเลี่ยงการ

ออกกำลังกายที่เกิดอาการเกร็งช่องท้องเป็นเวลานาน

  • รับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาด โดยไม่

ต้องพึ่งการผ่าตัด และทำการรักษาโรคได้โดยไม่เกิดอาการเรื้อรังของโรค

  • ใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดริดสีดวงทวาร หรือการใช้ยาเหน็บเพื่อทำให้หัว

ริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลงและยุบลงเรื่อย ๆ

  • การประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อทำให้หัวริดสีดวงนั้นอักเสบน้อยลง มีขนาดของหัว

ริดสีดวงเล็กลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งการประคบเย็นกับประคบร้อนสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 30 นาที เพราะหากมากเกินไปจะยิ่งส่งผลต่อการอักเสบริดสีดวงให้มากขึ้น

  • การทำความสะอาดริดสีดวงทวารทุกครั้งที่มีการขับถ่าย ป้องกันการติดเชื้อและ

ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค อันจะส่งผลต่ออาการที่รุนแรงขึ้นของริดสีดวงทวาร

  • ใช้เบาะรองนั่ง เพื่อไม่ให้ริดสีดวงทวารกระทบกับพื้นโดยตรง ลดการอักเสบของ

ริดสีดวงทวารไม่ให้มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น

  • การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    • การฉีดยา โดยการฉีดยานี้เหมาะกับการรักษาริดสีดวงระยะ1, 2 และระยะที่ 3

หรือระยะที่มีเลือดออกจำนวนมากๆ โดยฉีดเข้าไปบริเวณผิวหนังที่มีขั้วของริดสีดวง จะทำให้ริดสีดวงฝ่อแต่ต้องระวังไม่ให้ฉีดเข้าริดสีดวงโดยตรง เพราะจะทำให้เข้าเส้นเลือด เกิดอาการแน่นหน้าอกได้

  • รักษาโดยการรัดหัวริดสีดวง การใช้ยางยางรัดหัวของริดสีดวงที่โผล่ออกมานอก

ทวารหนักทำให้เกิดการขาดเลือดบริเวณนั้นจึงเกิดการฝ่อ และริดสีดวงจะหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ

  • การผ่า ซึ่งการผ่ามีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่าง

ริดสีดวง ผ่าตัด

กัน ดังนั้นการผ่าริดสีดวงแพทย์จึงต้องใช้การวินิจฉัยโรคอย่างรอบครอบ การผ่าริดสีดวงเหมะกับการรักษาในระยะ3-4 ซึ่งเป็นอาการของริดสีดวงที่โผล่ออกมาจากทวารหนัก ซึ่งไม่สามารถที่จะหดเข้าไปเองได้ต้องรักษาโดยการผ่า  ซึ่งการผ่าขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงนั้นๆด้วย

จะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยเป็น ริดสีดวง การรักษา นั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่อย่างไรก็ตามก่อนการที่จะทำการรักษาโรคริดสีดวงแต่ละครั้ง ผู้ป่วยควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเสียก่อน เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเลือกวิธีการรักษาริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง อันตรายไหม หากไม่รีบรักษา

หลายคนที่เป็นริดสีดวงต้องเกิดคำถามอย่างแน่นอนว่า ริดสีดวง อันตรายไหม กับร่างกายของเรา ริดสีดวง นั้นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่อันตรายกับชีวิตของเรา เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคนี้อย่างมากหลาย ทั้งการรักษาโดยการทานสมุนไพรธรรมชาติ 

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหายขาดเองโดยการดูแลเอาใจใส่ การรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดการย่อยอาหารที่ดี นำมาซึ่งการขับถ่ายที่ดีด้วยเช่นกัน ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่โดยส่วนใหญ่พบกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่20-30ปี 

ริดสีดวง อันตรายไหม

ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นจะเป็นๆหายๆ และจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงอายุ40-50ปี  โดยผู้ที่เริ่มป่วยจะรู้สกตกใจ อีกทั้งหากริดสีดวงมีการอักเสบจะทำให้รู้สึกปวด และยังสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบุคคลเหล่านี้จะไม่ค่อยดื่มน้ำมาก 

โดยริดสีดวงนั้น จะทำให้รู้สึกกลัวเพราะมีเลือดที่ไหลออกมากับอุจจาระ ต่อมาเมื่อริดสีดวงอักเสบก็จะรู้สึกเจ็บ บาครั้งมีอาการหน้ามืด น้ำหนักลดอย่างต่อเนื่อง อาการซีดเหลือง 

และหากไม่รีบรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน มีการติดเชื้อ จนลามไปถึงการเพิ่มโอกาสให้กับการเป็นมะเร็งลำไส้ ในที่สุด

เช่นนั้นแล้ว คำถามที่ว่าริดสีดวง อันตรายไหม สามารถตอบได้ว่าอันตราย ถึงจะไม่รุนแรงเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ แต่ถ้าหากชะล้าใจ ไม่รีบทำการรักษา หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร 

พฤติกรรมการขับถ่าย รวมทั้ง พฤติกรรมการใช้ชีวิต แล้วหละก็ อันตรายของโรคนี้ก็จะส่งผลถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เช่นกัน

Categories
ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

ผ่า ริดสีดวง pantip กระทู้แนะนำ ที่ไหนดี ปลอดภัย ราคาไม่แพง

เว็บไซต์ pantip เป็นเว็บไซต์ที่ใช้ตั้งกระทู้ที่มีความนิยมเป็นอย่างมากในสังคมออนไลน์ โดยสมาชิกจะเข้ามาตั้งกระทู้คำถามที่ตนเองสนใจมากมาย 

Table of Contents

เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เข้ามาตอบคำถาม โดยกระทู้ โรคริดสีดวง ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีผู้สนใจนำมาตั้งกระทู้เป็นจำนวนมาก

ผ่า ริดสีดวง pantip เว็บไซต์หาข้อมูล

หลายคนเป็นโรคริดสีดวง มีความกังวลใจกับโรคที่เป็น ดังนั้นจึงหาข้อมูลจาก ผ่า ริดสีดวง pantip จึงกิดขึ้น โดยเว็บไซต์ pantipก็ ได้รับความเป็นนิยมอย่างมากในการตั้งกระทู้เพื่อหาคำตอบต่างๆเป็นอย่างมากทั้งคนที่เป็นโรคริดสีดวงเองมาตั้งกระทู้แเพื่อแนะแนวทางของโรคให้กับบุคคลอื่นได้รู้ และเข้าใจวิธีการต่างๆ 

ริดสีดวง ผ่าตัด

อีกทั้งยังมีบุคคลที่ตั้งกระทู้เพื่อปรึกษาหาคำตอบนั้นๆ ด้วยถือเป็นหนทางหนึ่งในการแสวงหาข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์จริงๆ มาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นั่นเอง โดยการผ่าริดสีดวง เป็นเรื่องใหญ่กับผู้ป่วยหลายคน เนื่องจากกลัวว่าจะไม่สามารถหายได้ 

กลัวเรื่องค่าใช้จ่าย กลัวการผ่าตัดล้มเหลว และ อีกหลาย ๆ สาเหตุ ที่ผู้ป่วยกังวล การได้มาอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับ ผ่า ริดสีดวง pantip จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าใจหัวอกของผู้ป่วยด้วยกัน หรือแม้กระทั่งเข้าใจขั้นตอนและการรักษาจากผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดมาแล้ว มาเล่าให้กันและกันฟังในลักษณะที่เข้าใจง่าย 

และอาจจะช่วยให้ผู้ที่กำลังเป็นโรคริดสีดวงอยู่ลดความกังวลเกี่ยวกับการป่วยลงได้บ้าง และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับโรค กล้าที่จะเข้าไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางรักษาริดสีดวงทวาร มากยิ่งขึ้น

การเกิด ริดสีดวง ภายนอก

ริดสีดวง ภายนอก เกิดจากการอักเสบของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก เนื่องจากการคั่งของเลือดทำให้เสนเลือดโป่งพองเกิดเป็นติ่งเล็ก ๆ รอบบริเวณรอยย่นของทวารหนัก โดยติ่งจะมีลักษณะแข็ง การเป็นริดสีดวงภายนอก 

ผู้ป่วยจะสามารถตรวจพบได้ด้วยตนเอง การรักษาในริดสีดวงประเภทนี้จึงทำได้ง่าย เพราะสามารถตรวจพบได้อย่างรวดเร็ว และการทำความสะอาดก็จะสามารถทำได้ดีกว่า ริดสีดวง ภายใน 

แต่อย่างไรก็ดี ริดสีดวง ภายนอก จะมีอาการปวดริดสีดวงบ่อย ๆ แต่ ไม่ค่อยพบเลือดที่ปนออกมากับอุจจาระ จะสามรถพบเลือดก็ต่อเมื่อเลือดที่คั่งให้เส้นเลือดดำหลุดออกมาเท่านั้น

ริดสีดวง ภายนอก

การเกิด ริดสีดวง ภายใน

ริดสีดวง ภายใน เกิดจากการที่เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักขึ้นมานั้น มีการโป่งพอง อันเนื่องมาจากการคั่งของเลือดบริเวณเส้นเลือดดำ ทำให้เกิดตุ่มเล็กๆขึ้นภายในเนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย 

ริดสีดวงประเภทนี้ จะไม่สามารถมองเห็นหรือไม่โผล่ออกจากทวารหนักและไม่สามารถลูบคลำเจอได้ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยเยื่อลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุด โดยสาเหตุที่ทำให้เกิด ริดสีดวง ภายใน นั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ อาทิเช่น

  • อาการท้องผูกอันเนื่องมาจากการกินผักและผลไม้น้อยเกินไป ทำให้กากใยในการขับถ่ายมีน้อย หรือแม้กระทั่งการกลั้นอุจจาระ การขับถ่ายไม่เป็นเวลาและการกินยาลดความอ้วนบางชนิด ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้เช่นเดียวกัน

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งหมายถึง การดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 8 – 12 แก้ว เมื่อดื่มน้ำน้อยนี้ทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็ง เวลาขับถ่ายจะทำให้กากอาหารไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ต่อกับทวารหนัก ทำให้เนื้อเยื่อมีการอักเสบและส่งผลกับการเป็นริดสีดวงทวาร รวมทั้งทำให้ที่สวนทวารที่เป็นอยู่แล้วมีการอักเสบมากขึ้น
  • ขาดการออกกำลังกาย หากขาดการออกกำลังกายจะทำให้ผู้ป่วยมีร่างกายที่อ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์ รวมทั้งทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ช่องท้องขยายเนื่องจากมีภาวะอ้วน เกิดแรงดันที่กดทับบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายตั้งแต่ใต้สะดือลงไปไม่สะดวก ทำให้เกิดเลือดคั่ง เส้นเลือดดำขยายเกิดริดสีดวงทวารในที่สุด

โรค ริดสีดวง มีกี่ระยะ

หลายคนสงสัยว่า ริดสีดวง มีกี่ระยะ ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ริดสีดวงภายในนั้นมีทั้งหมด 4 ระยะ แต่ริดสีดวงภายนอกจะไม่แบ่งระยะที่ชัดเจน ดังนั้นการถามหาระยะของริดสีดวงนั้น อนุมานได้ว่า เป็นการถามระยะของริดสีดวง ภายใน ซึ่งริดสีดวง ภายใน นั้นมีทั้งหมด 4 ระยะ โดยแบ่งตามลักษณะอาการของริดสีดวงและความรุนแรงของโรค ได้ดังนี้

ริดสีดวง มีกี่ระยะ

-ระยะที่1 ซึ่งเป็นระยะแรกของการเป็นริดสีดวง จะมีเลือดไหลออกมาจากทวารหนักหลังจากการขับถ่ายอุจจาระ และเมื่อท้องผูกจะมีเลือดออกมาจำนวนมากแต่หัวริดสีดวงยังไม่โผล่ออกมาจากทวารหนัก ดังนั้น การตรวจพบริดสีดวงในระยะที่ 1 จึงทำให้เป็นไปได้ยาก

– ระยะที่2 ซึ่งเป็นระยะที่ต่อจากระยะแรก โดยระยะที่2เมื่อมีการถ่ายอุจจาระ หัวริดสีดวงจะโผล่พ้นทวารหนักออกมา ขณะที่ขับถ่ายอุจจาระเสร็จเรียบร้อย หัวริดสีดวงก็สามารถหดกลับเข้าไปในทวารหนักได้ โดยไม่ต้องใช้นิ้วมือดัน โดยในระยะนี้ก็เช่นเดียวกับระยะที่ 1 คือ เมื่อมีการถ่ายอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาด้วย

– ระยะที่3  ซึ่งเป็นระยะรองสุดท้ายของระยะที่มีความรุนแรงของโรคที่มากขึ้น หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมาเมื่อเรา ไอ จาม หรือยกของที่มีน้ำหนักมากๆ ที่ต้องเกร็งหน้าท้อง หรือใช้แรงเบ่ง จะทำให้ริดสีดวงออกมาข้างนอกได้ โดยที่ริดสีดวงทวารไม่สามารถกลับเข้าไปด้านในได้ เหมือนระยะที่ 2 จำเป็นต้องใช้มือที่สวมถุงยาง และใช้เจลหล่อลื่น ดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปด้านใน โดยระยะนี้ นอกจากจะมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระแล้วนั้น ในการเป็นริดสีดวง ระยะ  3 ผู้ป่วยอาจจะมีอาการเจ็บทวารหนักร่วมด้วย

-ระยะที่4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ของริดสีดวงทวารระเภทริดสีดวงภายใน และนั่นหมายถึงความรุนแรงของโรคจะมีสูงสุด คือสามารถมองเห็นด้วยตาหรือสัมผัสได้ ริดสีดวงโตมากขึ้น มีอาการบวมอักเสบ อาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง มีเลือดออกมาหรืออาจมีน้ำหนองปนเลือดไหลออกมาในขณะที่มีการขับถ่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดความสกปรกตลอดเวลา หรืออาจมีอาการคัน เปียกชื้น อาจทำให้เกิดการเน่าอักเสบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำมาด้วยการติดเชื่อได้ง่ายมาก เมื่อมีเลือดออกจำนวนมากหรือปวดบ่อยๆจะทำให้ผู้ป่วยมีร่างกายซีดเหลือง อ่อนเพลีย เมื่อยล้า หรือหน้ามืดฉับพลัน และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด

ดันนั้น หากผู้ป่วยอ่านมาถึงจุดนี้ จะทำให้สามรถอธิบายและตอบคำถามได้ว่า ริดสีดวง มีกี่ระยะ และอาจจะช่วยวินิจฉัย อาการป่วยของตนเองเบื้องต้นได้ว่า ตนเองนั้นป่วยเป็นริดสีดวง ภายใน ระยะไหนแล้ว จะทำให้สามรถหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับระยะของอาการป่วยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 หากเป็น ริดสีดวง หายไหม

หากเป็น ริดสีดวง หายไหม และสามารถรักษาได้อย่างไร คงเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารต้องการคำตอบมากที่สุด เพื่อที่จะใช้ในการรักษาอาการของตนเองให้หายขาด โดยบางคนอาจจะไม่มีเวลาที่จะไปพบแพทย์ หรืออาย 

เนื่องจากริดสีดวงทวารนั้นเกิดในที่ลับ ดังนั้นการหาวิธีการรักษาด้วยตนเองจึงเป็นวิธีการที่ผู้ป่วยหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก วิธีการรักษาริดสีดวงทวาร นั้นสามารถทำได้ โดย

ริดสีดวง หายไหม

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหมแไม่เน้นการเบ่งหรือการยกของหนัก ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวาร ในการออกกำลังกายนั้นยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ได้ดีมากยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูกได้อีกทางหนึ่ง
  • การกินผักไม้ที่มีกากใยมาก เพื่อช่วยลดอาการท้องผูกทำให้การขับถ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น
  • ดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้วเ พื่อช่วยในการหล่อเลี้ยงกากอาหารให้มีลักษณะนิ่มไม่แข็ง ไม่เสียดสีกับทวารหนัก
  • ไม่กลั้นอุจจาระ และควรขับถ่ายให้เป็นเวลา
  • หากมีอาการปวดริดสีดวง ควรใช้ยาเหน็บจะทำให้ริดสีดวงยุบมีขนาดเล็กลง หรือการรับประทานยาแก้ปวดเพื่อทำให้อาการปวดนั้นบรรเทาลง
  • การรักษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจ งซึ่งวิธีนี้จะเป็นการรักษาโดยแพทย์ อาทิเช่น การฉีดยา การใช้ยางรัด การเย็บติดหัวริดสีดวง ซึ่งวิธีการรักษาเหล่านี้จะมีผลข้างเคียง และหากรักษาแล้วต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เพื่อรักษาให้แผลหายดีโดยใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาวิธีสุดท้ายที่จะทำให้ดวงหาย โดยวิธีการผ่าตัดนี้แพทย์จะเลือกใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงของโรคริดสีดวง ส่วนใหญ่พบในการรักษาในระยะที่ 4 และพบการติดเชื้อและอาการแทรกซ้อนของโรคอื่นร่วมด้วย

ริดสีดวง รักษาเอง

ดังนั้นจากคำถามที่ว่า ริดสีดวง หายไหม สามารถตอบได้เลยว่าการเป็นริดสีดวงสามารถหายได้ หาก

ผู้ป่วยได้ทำการรักษาที่ถูกวิธี รวมทั้งป้องกันการที่เกิดซ้ำของโรคอย่างเคร่งครัดผู้ ป่วยก็จะไม่กลับมาเป็นโรคนี้ซ้ำอีก และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ห้ามกิน อะไรบ้าง อาหารประเภทไหน ที่เหมาะสมในการรับประทาน

ริดสีดวงมีหลายชนิด ในบทความนี้ขอกล่าวถึงริดสีดวงทวาร โดยริดสีดวงทวารก็จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก 

Table of Contents

ซึ่งมีอาการและการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วการป่วยด้วยโรคต่าง ๆ มักมีอาหารที่รับประทานไม่ได้ เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารบางชนิด เพื่อเป็นการดีต่อโรค เช่นกัน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารประเภทไหน

โดยที่จริงแล้วการเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้โดยสิ้นเชิงไหม ตอบได้เลยว่าไม่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการให้หลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยลง เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดริดสีดวง หรือหากเป็นแล้วก็เพื่อป้องกันการอักเสบของริดสีดวง 

โดยหากถึงขั้นที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ก็จำเป็นต้องงดอาหารก่อนเที่ยงคืน ของวันที่จะได้รับการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการที่รุนแรง มีวิธีการดูแลรักษาตัวเอง โดยหากเป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารแสลงบางชนิด 

ซึ่งเป็นวิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ หากอยากหายป่วยโดยไวแบบไม่ต้องกังวลใจว่าต้องเข้าทำการรักษา ก็อย่าได้เผลอไปทานอาหารแลง ดังต่อไปนี้

ริดสีดวง ห้ามกิน เนื้อสัตว์

– อาหารในกลุ่มของเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ควาย จระเข้ เป็นต้น

– ในกลุ่มของผลไม้ ผลไม้บางชนิดอาจมีผลทำให้ระบบการย่อยหรือระบบขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ขับถ่ายได้ยาก หรืออาการท้องเสีย เช่น ทุเรียน ลองกอง มะยม สละ ขนุน สาเก เงาะ เป็นต้น

-ในกลุ่มของผัก หลักๆจะเป็นพวกหน่อไม้ดองทุกชนิด กุยฉ่าย สะตอ แครอท กระหล่ำปลี เป็นต้น ก่อนนำไปกินหรือนำไปประกอบอาหาร ควรทำความสะอาดให้ดีทุกครั้ง และต้องผ่านการทำให้สุกแล้ว ก่อนที่จะนำมารับประทาน ถ้าเป็นกระหล่ำปลีหรือแครอทควรทำให้สุกก่อน

– อาหารแปรรูป เช่น พวกของหมัก ของดอง ปลาร้า ปลาส้ม หอยดอง แหนม ปลาหลน เบค่อน และชีส เป็นต้น

– กลุ่มของอาหารทะเล คววรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลทุกชนิด ในระหว่าทำการรักษาโรคริดสีดวง

– กลุ่มของเครื่องดื่ม จำพวกกลุ่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชากาแฟ น้ำอัดลม นมจากเนื้อสัตว์ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ ในช่วงที่ทำการรักษาโรคริดสีดวงควรที่จะงดก่อน

– หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่เค็มจัด เผ็ดจัด ไม่ควรรับประทาน

ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารทะเล

หากผู้ป่วยที่เป็น ริดสีดวง ห้ามกิน อาหารเหล่านี้ได้ ก้จะทำให้ร่างกายสามารถรักษาริดสีดวงให้หายด้วยตนเองไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีเมื่องดอาหารแสลงได้แล้ว ก็จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายด้วย

สาเหตุและอาการของโรค ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

โดยปกติแล้วในขณะตั้งครรภ์ จะพบภาวะนี้ได้บ่อยมากกว่าคนปกติ ซึ่งริดสีดวง ขณะตั้งครรรภ์ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ และไม่ได้ส่งผลเสียกับเด็กในครรภ์ ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย ที่เปลี่ยแปลงไป และการไหลเวียนของเลือดในร่างกายส่วนท้องและอุ้งเชิงกรานเพิ่มมากขึ้น 

อีกทั้งมดลูกที่ขยายใหญ่เกิดการกดทับของเส้นเลือดดำในบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดไม่สะดวก ไม่มีการไหลกลับของเลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างที่ต่ำกว่าสะดือ ทำให้เกิดการเลือดคั่งในเส้นเลือดดำและเกิดการบวมบริเวณทวานหนัก 

ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์

นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการกระตุ้นการเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์ ให้มีอาการที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เมื่อมีท้องโตมากคุณแม่จะลดการทำงาน โดยการนอน การนั่งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างวัน 

รวมไปถึงการออกกำลังกายน้อยลง ก็มีส่วนทำให้เกิดริดสีดวงทวารในช่วงการตั้งครรภ์มากขึ้นเช่นกัน การเกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารทำให้เกิดความรำคาญ เกิดอาการคันรอบทวานหนัก บางทีอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือมีเลือดไหลออกมาหลังจากการขับถ่าย 

ซึ่งริดสีดวงอาจออกมาเมื่อมีการเบ่งในขณะขับถ่าย และหดกลับเข้าไปเมื่อมีการขับถ่ายเสร็จ หรือบางกรณ๊อาจเป็นก้อนอยู่ภายนอก หรือยื่นออกมาจากทวารหนัก จึงทำให้มีความรู้สึกเจ็บ ในผู้ป่วยบางรายมีการบวมและปวดมากเวลาเดินหรือนั่งก็จะไม่สะดวก 

ถ้าเกิดการเสียดสีมาก อาจมีเลือดออกมาก ร่างกายมีอาการซีดเหลืองจากการขาดเลือด โดยหากคุณแม่ไม่อยากเป็น ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

– ดื่มน้ำให้มากๆ วันละ 8 -12 แก้ว

– รับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับขับถ่ายที่ดี รับประทานผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เช่นมะละกอ ลูกพรุน

– หมั่นฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัยเพราะส่วนใหญ่คุณแม่มักไม่ชอบการเข้าห้องน้ำนานๆ เนื่องจากอาการปวดเมื่อย ควรฝึกเข้าห้องน้ำในตอนเช้าทุกๆวันเพื่อการขับถ่ายที่ดี หากไม่ฝึกการขับถ่าย เมื่อเกิดอาการท้องผูกเบ่งยาก ก็ไม่อยากขับถ่ายเพราะปวดร้าว มาหน้าท้อง และขาหนีบ ทำให้กลไกลการขับถ่ายแย่ลง

– เมื่อทำตามข้อความข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถใช้ยาระบายช่วยได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ที่ทำการฝากครรภ์ก่อนใช้ยาระบาย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ขณะตั้งครรภ์
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา
ริดสีดวง อาหาร

ริดสีดวง ผ่าตัด ได้อย่างไร

มีหลายคำถามที่ผู้ป่วยอยากรู้ เช่น หากเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ทุกกรณีไหม ซึ่งแท้จริงแล้วการผ่าตัด นั้นใช้ในกรณีที่อาการหนักส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดในระยะที่ 4 เพราะริดสีดวงมีการอักเสบ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด แต่หากเป็นในขณะตั้งครรภ์โดยทั่วไปแล้วจะรักษาด้วยวิธีการประคับประคอง 

คำแนะนำ ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องทำยังไง

พยายามแนะนำวิธีปฏิบัติตัวให้เคร่งครัด น้อยคนที่จำเป็น ริดสีดวง ผ่าตัด ต้องดำเนินในขณะนั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณแม่จะคลอดเจ้าตัวเล็กก่อนริดสีดวงค่อยจะมีอาการรุนแรงจนต้องทำการผ่าตัด โดยปัจจุบัน 

ถ้าต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดก็ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับยาไปที่ทารก จะใช้การฉีดยาเฉพาะที่ หรือมากสุดก็เป็นการบล็อคหลัง เพื่อลดอาการปวดในขณะทำการผ่าตัดเท่านั้น

ริดสีดวง อาการ ของโรคในแต่ละระยะ

โรค ริดสีดวง อาการ ของโรค นั้นจะแตกต่างกันในแต่ละระยะของการป่วย  โดยโรคริดสีดวงทวารนั้น เกิดจากที่หลอดเลือดดำที่อยู่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังในบริเวณทวารหนักมีการปูดพองเป็นหัว ซึ่งู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง อาการ ของโรคที่สำคัญ  คือ เมื่อถ่ายอุจจาระออกมาจะมีเลือดไหลออกมาด้วย 

เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวานจะปริแตก อาจสังเกตได้ว่าเวลาขับถ่ายจะมีเลือดไหลออกมา แต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ หากมีอาการแล้วปล่อยไว้นานอาจทำให้เลือดไหลออกมามากหรือเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดภาวะซีดเนื่องจากการขาดเลือด 

อาการ ริดสีดวง ปวดหน่วง

หรือในกรณีที่ก้อนเนื้อริดสีดวงกลับเข้าไปในรูทวาร จะมีอาการปวดมากและหากพบแพทย์ช้าอาจทำให้เนื้อเน่าตาย จากการขาดเลือดได้ โดยสามารถแบ่งริดสีดวงทวารออกเป็น 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวงภายในโดยริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะตามอาการของโรค ดังนี้

– ระยะที่ 1 ริดสีดวงมีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นจากข้างนอกได้ แต่มักมีเลือดไหลออกเวลาขับถ่าย

– ระยะ 2 มีขนาดใหญ่ขึ้น และมักมีติ่งยื่นออกมา หากทำการเบ่ง หรือการขับถ่ายอุจจาระ แต่ในระยะนี้ติ่งสามารถหดกลับเข้าไปในรูทวานเองได้ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 3 มีขนาดริดสีดวงใหญ่ขึ้น และเริ่มมีติ่งยื่นออกมาเมื่อมีการขับถ่าย การไอ จาม เนื่องจากการเบ่ง ซึ่งริดสีดวงไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้เอง โดยต้องใช้นิ้วมือดันริดสีดวงเข้าไปในรูทวารถึงจะกลับเข้าไปได้ปกติ มีเลือดออกมาขณะขับถ่ายเช่นเดียวกัน

– ระยะที่ 4 ในขณะที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นติ่งยื่นออกมาแบบถาวร ไม่สามารถหดกลับเข้าไปในรูทวารได้ โดยโรค ริดสีดวง อาการ ยังแสดงออกมาโดยมีการซีดเหลืองของร่างกายจากการขาดเลือด ปวดริดสีดวงมากขึ้น ริดสีดวงมีกลิ่น เกิดอาการหน้ามืดฉับพลัน น้ำหนักลดลอย่างต่อเนื่อง

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา สามารถเป็นอันตรายได้

หากถามว่า ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา ก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ แน่นอนว่าส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย เช่น เกิดความรำคาญ เมื่อเวลาการขับถ่ายทำให้มีเลือดไหลออกมารวมถึงในบางรายอาจมีน้ำหนองไหลออกมา 

ซึ่งก่อให้เกิดความสกปรกส่งผลให้เกิดการบวมและเจ็บรวมถึงอาการคัน เมื่อมีการปวดมากๆ ก็จะให้ให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างลำบาก การเดิน การนั่ง หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวันเป็นไปได้ยาก รวมทั้งการมีอาการหน้ามืดอยยู่เสมอ 

ริดสีดวง อันตรายไหม

การควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ส่งกลิ่นรบกวน รวมทั้งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาก และร้ายที่สุดอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ในที่สุด จึงสามารถสรุปได้ว่า การป่วยเป็น ริดสีดวง ถ้าไม่รักษา จะส่ผลที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อย่างแน่นอน

ในการป่วยเป็นริดสีดวง ถึงโรคนี้จะใช้เวลาหลายปีถึงจะแสดงอาการ และอาการนั้นก็ไม่ร้ายเท่ากับโรคร้ายอื่น ๆ ผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยตนเอง 

แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยรักษาให้หายแล้วแต่ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ริดสีดวง ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ทําไงหาย ไม่เรื้อรัง วิธีการป้องกัน ไม่ให้กลับมาเป็นอีก

ริดสีดวงถือเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานกว่าจะแสดงอาการ และเป็นโรคที่ไม่อันตรายมากนัก สามารถรักษาหายได้ ริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่ง เช่น เกิดที่บริเวณเปลือกตา บริเวณโพรงจมูก และทวารหนัก 

Table of Contents

ริดสีดวงแต่ละชนิดมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะถือว่าวิธีการใดการหนึ่งสามารถรักษาริดสีดวงได้ทุกตำแหน่งนั้นไม่ถูกต้อง

ริดสีดวง ทําไงหาย

          ริดสีดวง ทำไงหาย ไม่เป็นเรื้อรัง นั่นคงจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากทราบคำตอบ และวิธีการรักษาเนื่องจากทุกคนไม่มีใครอยากมีอาการป่วย จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้โรคที่ตัวเองเป็นนั้นสามารถหายขาดและไม่กลับมาเป็นเรื้อรัง ในที่นี้ขอกล่าวถึงการรักษาริดสีดวงทวาร โดยวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือการรักษาด้วยตนเอง และการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ริดสีดวง ทําไงหาย

  • การรักษาริดสีดวงด้วยตนเอง ถือเป็นวิธีการที่รักษาโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างที่ทราบกันว่าริดสีดวงไม่ใช่โรคที่มีความอันตรายมากนัก ดังนั้น การรักษาริดสีดวงจึงจำเป็นต้องรักษาตามความรุนแรงของโรคจะดีที่สุด โดยสามารถทำได้ ดังนี้
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร โดยกินอาหารที่มีกากใหญ่เป็นประจํา ซึ่งได้แก่ อาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพราะอาหารที่มีกากใยจะช่วยในการรักษาอาการท้องผูก ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อย 8-12 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยให้กากอาหารที่เรากำจัดออกในรูปแบบอุจจาระ ซึ่งทูกับไว้ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายนิ่มไม่แข็ง จะทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น
 
      • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย โดยไม่อั้นอุจจาระ ไม่เบ่งอุจจาระเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้เกิดแรงดันในเส้นเลือดดำ ทำให้เส้นเลือดดำโป่งพองเกิดเลือดคั่งเนื่องจากเลือดไหลกลับไม่สะดวก และกลายเป็นริดสีดวงในที่สุด รวมทั้งไม่เล่นมือถือหรืออ่านการ์ตูนขณะขับถ่าย เนื่องจากจะทำให้เรารักความสนใจในการขับถ่าย และไปมีสมาธิกับมือถือการ์ตูนมากเกินไปทำให้การเข้าห้องน้ำใช้ระยะเวลานาน เป็นผลเสียต่อการขับถ่ายส่งผลต่อการท้องผูกในอนาคต
      • การประคบด้วยน้ำอุ่นหรือการแช่ในน้ำอุ่นเพื่อลดการอักเสบของริดสีดวง บางกรณีอาจจะใช้การปกคลุมด้วยน้ำเย็นก็สามารถลดการอักเสบของริดสีดวงได้
      • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ลำไส้สามารถทำงานได้สะดวก และระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
      • การใช้ยาสมุนไพร ยาสมุนไพรถือเป็นต้นกำเนิดของยาแผนปัจจุบัน ซึ่งอาจใช้ยาสมุนไพรที่มีสมุนไพร เช่น ต้นขลู่ เหง้าโกฐน้ำเต้า ต้นกระพังโหม ยาดำ ใบมะขามแขก เถาสะค้าน จะช่วยในการรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจากแพทย์
  • การรักษาริดสีดวงโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะกระทำก็ต่อเมื่อริดสีดวงมีการอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถทำได้โดย การฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงยุบ การใช้ยางรัดบริเวณหัวริดสีดวงเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนหัวของริดสีดวง ทำให้หัวริดสีดวงพอและหลุดออกมาเอง และวิธีการผ่าตัดริดสีดวง ซึ่งส่วนใหญ่หลายๆคนจะรู้จักการรักษาริดสีดวงโดยวิธีนี้มากที่สุด และถือเป็นวิธีที่คนป่วยกลัวมากที่สุดเช่นเดียวกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ข้างนอก
ริดสีดวง ข้างใน
ริดสีดวง ผ่าตัด
ริดสีดวง มีเลือดออก
ริดสีดวง วิธีการรักษา

ริดสีดวง ผ่าตัด

ริดสีดวง ผ่าตัด รักษาโรค

          โรค ริดสีดวง ผ่าตัด เพื่อนำหัวริดสีดวงออก เป็นวิธีการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้วินิจฉัย ว่าผู้ป่วยควรจะรักษาโรคด้วยวิธีนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่โรคนี้จะใช้ในการรักษาริดสีดวงที่มีความรุนแรงมากและเสี่ยงต่อการลุกลามของโรค 

โดยในการผ่าตัดริดสีดวงแต่ละครั้งนั้น จำเป็นต้องให้ยาชากับผู้ป่วยโดยการฉีดบริเวณรอบรอบทวารหนัก เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมานในขณะทำการผ่าตัด โดยวิธีการผ่าตัดดูดวงนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

  • การใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม วิธีนี้ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงลำไส้ในหลายตำแหน่งส่วนใหญ่จะมากกว่า 3 ตำแหน่ง โดยวิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลภายนอกทวารหนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูง และอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นรูทวารตีบ หรือเกิดรูที่ทะลุระหว่างช่องทวารหนักตัวอย่างช่องคลอดได้
  • การใช้อุปกรณ์พิเศษ เป็นวิธีที่ใช้ในการผ่าตัดริดสีดวงทวารเครื่องมีเพียง 1-2 ตำแหน่งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดีเมื่อทำการผ่าตัดริดสีดวงทวารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยการรักษาสุขภาพเพื่อให้แผลริดสีดวงนั้นหายเป็นปกติตามคำแนะนำของแพทย์

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างใน

          ริดสีดวง ข้างใน หรือ เรียกอีกอย่างว่าริดสีดวงภายใน อย่างที่ทราบกันดีว่าริดสีดวงทวารมีอยู่ 2 ประเภท คือริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน โดยริดสีดวงภายในเกิดจากการที่เส้นเลือดดำโป่งพองเนื่องจากหลายสาเหตุ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับไม่สะดวก 

เกิดการคั่งของเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายจนเป็นลิ่มเลือด จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆขึ้น ริดสีดวงประเภทนี้จะไม่สามารถสังเกตและคลำพบได้ในระยะแรกเนื่องจากเกิดอยู่ข้างในร่างกายมนุษย์  ริดสีดวงภายใน สามารถแบ่งระยะได้ตามความรุนแรงของอาการริดสีดวงที่เกิดขึ้น ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เกิดการโป่งพองของเส้นเลือดดำจนลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเหนือทวารหนักมีตุ่มเล็กๆเกิดขึ้น เวลาอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาด้วย
  • ระยะที่ 2 ในระยะนี้หมอริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อมีการเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะสามารถโผล่ออกมาจากดูทวารหนักได้ และเมื่อหยุดเบ่งอุจจาระหัวริดสีดวงจะกลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เช่นเดียวกันระยะนี้การขับถ่ายก็มีเลือดปนออกมาด้วย

ริดสีดวง ข้างใน

  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ และเริ่มไม่สามารถโหดกลับไปตำแหน่งเดิม หากอยากนำหัวริดสีดวงกับเข้าไปภายในร่างกายใหม่ จำเป็นต้องสวมถุงมือใช้สบู่หรือเจลหล่อลื่นช่วยในการดันให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในทวารหนักเช่นเดิม
  • ระยะที่ 4  เป็นระยะที่ถือว่ามีอาการของโรครุนแรงที่สุด เนื่องจากมีอาการปวดและอักเสบบริเวณทวารหนักมากยิ่งขึ้น มีอาการเหลืองซีดจากการสูญเสียเลือด ระยะนี้หัวริดสีดวงจะอยู่นอกทวารหนัก และจะไม่สามารถนำกลับเข้าไปในร่างกายได้ ในบางรายจะมีน้ำหนองไหลออกมาพร้อมกับเลือดปนในอุจจาระขณะมีการขับถ่าย ทำให้ทวารหนักมีการเปรียบชีวิตอยู่เสมอ หากไม่ทำความสะอาดบางรายริดสีดวงก็สามารถส่งกลิ่นได้  และระยะที่ 4 ถือว่าเป็นระยะที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

          ริดสีดวง ข้างนอก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงประเภทนี้ สามารถรักษาให้หายได้เร็วกว่าริดสีดวงภายใน เนื่องจากเมื่อมีการทำความสะอาดร่างกายเราสามารถจับหรือคลำเจอได้ เพราะริดสีดวงภายนอกเกิดอยู่นอกร่างกายบริเวณรอยย่นของทวารหนัก 

ซึ่งก็เกิดจากเส้นเลือดดำมีการโป่งพองทำให้เกิดลิ่มเลือด ริดสีดวงประเภทนี้จะมีอาการเจ็บและคันบริเวณท้องและทวารหนักอยู่บ้าง แต่โดยส่วนใหญ่จะไม่พบเลือดไหลปนออกมาพร้อมกับริดสีดวง ซึ่งริดสีดวงภายนอกหากปล่อยไว้บางกรณีจะหายเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ 

แต่บางกรณีริดสีดวงจะยุบลงไม่หมดทำให้มีลักษณะเหมือนมีติ่งห้อยอยู่บริเวณทวารหนัก แต่หากริดสีดวงมีอาการอักเสบจนถึงขั้นมีเลือดไหลปนออกมากับอุจจาระ ก็จะรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรแล้วหากมีการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อนำหัวริดสีดวงออกจริง 

ลักษณะ ริดสีดวง ข้างนอก

เมื่อมีการกลับมาพักฟื้นที่บ้านผู้ป่วยยังต้องจำเป็นที่จะต้องรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดริดสีดวงให้หายขาด ซึ่งแพทย์จะช่วยแนะนำวิธีการรักษาแผลจากการผ่าตัดริดสีดวงให้กับผู้ป่วยได้ทราบ

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลย จำเป็นต้องมีการรักษาเพื่อให้รู้สึกดวงไม่รู้การกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต และเมื่อรักษาให้หายแล้วก็ควรที่จะปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเป็นริดสีดวงทวารซ้ำอีก โดยการรับประทานผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงดื่มน้ำวันละ 6 – 8 แก้ว 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ ให้เอื้อต่อการลดอาการท้องผูก  ออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 20-30 นาทีเพื่อควบคุมการทำงานของลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ 

และยังสามารถช่วยในระบบย่อยอาหารได้ด้วย หากผู้ป่วยทำการรักษาควบคู่ไปกับการป้องกันโรคก็จะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นริดสีดวงอย่างถาวร ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

Categories
ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

ริดสีดวง จมูก อาการ ของโรค เป็นอย่างไร บทความนี้ มีคำตอบ

หลายคนอาจเข้าใจว่า ริดสีดวง มีเฉพาะริดสีดวงทวารเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วริดสีดวงมีหลายชนิด ขึ้นกับตำแหน่งที่เกิด หนึ่งในนั้นก็คือริดสีดวงจมูก ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก จนเกิดเป็นก้อนในจมูกที่มีลักษณะคล้ายๆกับริดสีดวงทวารหนัก 

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงจมูกคือ การที่ผู้ป่วยมีสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นไข้ไม่สบาย และเป็นหวัดอยู่บ่อยๆ รวมกระทั่งมีการจามเป็นประจำ นั่นก็รวมถึงบุคคลที่เป็นที่เป็นภูมิแพ้ จะมีโอกาสติดเชื้อในโพรงจมูกได้ง่าย จนในที่สุดก็เป็นริดสีดวงจมูกในที่สุด

Table of Contents

ปัจจุบัน มีผู้ป่วยหลายๆคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ โดยหลายๆท่าน มีข้อสงสัยว่า ริดสีดวง จมูก อาการ เป็นอย่างไร  โดยอาการที่พบบ่อยของผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีลักษณะก้อนคล้ายเนื้องอกอยู่บริเวณโพรงจมูก แต่หากว่าก้อนริดสีดวงนี้มีขนาดที่ไม่โตมากพอก็จะสังเกตได้ยาก 

และไม่ค่อยแสดงอาการใดๆออกมาจึงไม่ทราบว่าเป็นริดสีดวงจมูกหรือไม่ แต่หากเมื่อไหร่เนื้อเยื่อโพรงจมูกมีการอักเสบมากขึ้น จนไม่สามารถทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าไปภายในปอดได้ ผู้ป่วยจึงจะสังเกตุว่าตนเองมีอาการผิดปกติในโพรงจมูก 

โดยอาการที่เกิดขึ้นคือ จะรู้สึกแน่นจมูก หายใจติดขัด เหมือนอากาศไม่เพียงพอต่อการหายใจ ไม่สามารถรับกินใดๆได้ หรือจมูกรับกลิ่นได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เช่น หากสิ่งนั้นมีกลิ่นที่อ่อนเกินไปคุณจะไม่สามารถรับกลิ่นได้ หรือหากสิ่งนั้นมีกลิ่นที่รุนแรงคุณจะสามารถรับกลิ่นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับคนปกติ  

จากที่เราทราบกันอยู่แล้วว่า ริดสีดวงจมูก มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเป็นโรคภูมิแพ้ ฉะนั้น อาการเริ่มต้นของการเป็นริดสีดวงโพรงจมูก ลักษณะของอาการของภูมิแพ้ เช่น จาม ไอเรื้อรัง หรือบางครั้งถึงขั้นมีน้ำมูกไหล ซึ่งลักษณะของน้ำมูกจะเป็นสีขาวขุ่น 

การปฏิบัติในการรักษาโรค ริดสีดวงจมูก

การปฏิบัติในการรักษาโรค ริดสีดวงจมูก

หากท่านมีอาการป่วย ด้วยการเป็นริดสีดวงโพรงจมูก จำเป็นจะต้องทำความสะอาดโพรงจมูกอยู่บ่อยๆโดยการใช้น้ำเกลือในการทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการอยู่ในมลภาวะที่มีผลละอองในอากาศมาก 

หรือหากออกข้างนอกที่มีฝุ่นละอองอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก ควรจะต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองอยู่เป็นประจำ โดยการรักษาริดสีดวงโพรงจมูก สามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆคือ การใช้ยา และการผ่าตัด

1.  การใช้ยา ซึ่งมีทั้งยาที่ใช้พ่นจมูก และยาที่ใช้รับประทาน โดยถ้าใช้การพ่นจมูกจะเป็นการพ่นเข้าไปในโพรงจมูก ยาชนิดนี้จะทำให้ริดสีดวงยุบและสามารถป้องกันไม่ให้เกิดริดสีดวงขึ้นซ้ำอีกได้ ส่วนยาที่ใช้ในการรับประทานเราไม่สามารถใช้ประจำต่อเนื่องได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อไต 

เนื่องจากไต เป็นอวัยวะสำคัญในระบบขับถ่าย ทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายในรูปแบบของปัสสาวะและเหงื่อ  ดังนั้น การรับประทานยารักษาโพรงจมูกจึงจำเป็นต้องทำในระยะสั้นๆ ห้ามกินติดต่อกันเป็นเวลานานโดยเด็ดขาด  

ดังนั้นหากเปรียบเทียบระหว่างยารับประทานและยาพ่น จะเห็นได้ว่าการใช้ยาพ่นโพรงจมูกจะมีความปลอดภัยกว่าการรับประทานยารักษาริดสีดวงจมูก

2. การผ่าตัด ริดสีดวงจมูก การรักษาวิธีนี้ จะเป็นการนำริดสีดวงจมูก ออกจากโพรงจมูก ซึ่งการผ่าตัดมีอยู่ 2 วิธี  คือ ผ่าตัดแบบธรรมดา โดยแพทย์จะใช้ลวดคล้องริดสีดวงและดึงออกมา และอีกวิธีคือการผ่าตัดผ่านจมูกโดยใช้กล้องเทเลสโคปช่วย วิธีนี้ เป็นการนำริดสีดวงโพรงจมูกออกจากโพรงจมูก 

โดยการผ่าตัดเข้าไปในไซนัส โดยการส่องกล้องเทเลสโคป ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา มีความละเอียดกว่า เหมาะกับการผ่าตัดริดสีดวงจมูกที่มีความรุนแรงและมีความเสี่ยงของโรคมาก 

แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ มีผลข้างเคียงค่อนข้างมากกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา เช่นมีเลือดออก หรืออาจส่งผลกระทบต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณตาหรือเส้นประสาทบริเวณนั้น 

ดังนั้นหากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แพทย์จะมีการติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี การผ่าตัดแบบธรรมดา และการผ่าตัดผ่านกล้องเทเลสโคป เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

แพทย์จำเป็นต้องจ่ายยา ทั้งชนิดพ่น และชนิดรับประทาน ขึ้นอยู่กับกรณีของผู้ป่วย เพื่อรักษาอาการริดสีดวงจมูกให้หายขาดไม่เป็นซ้ำอีกครั้ง

ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง อันตรายไหม

เนื่องจากริดสีดวงจมูก เกิดขึ้นบริเวณโพรงจมูก ซึ่งอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญต่างๆมากกว่าริดสีดวงทวาร ที่ป่วยเป็นโรคนี้ จึงมีความกังวลว่า ริดสีดวง อันตรายไหม แน่นอนว่า ริดสีดวง ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ อยู่กับความรุนแรงหรือระยะเวลาที่เป็นโรคนี้ว่าเป็นมานานแค่ไหนแล้ว 

เริ่มแรก จะเกิดจากอาการภูมิแพ้ การเป็นภูมิแพ้ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายมากแล้ว ทั้งทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีอาการไอ จาม  อยู่ตลอดเวลา และเมื่อเป็นริดสีดวงจมูกอีก จะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมาก อาทิเช่น

1. เราจะไม่สามารถได้กลิ่นอาหาร แน่นอนว่ามันเป็นความทรมานที่สุด ที่เมื่อจะต้องรับประทานอาหารโดยไม่ได้รับรู้กลิ่นของอาหารว่าน่ารับประทานแค่ไหน

2.  หายใจติดขัด  เนื่องจากมีก้อนเนื้อของริดสีดวงขวางทางเข้าออกของการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิเจน ทำให้อากาศเข้าไปแลกเปลี่ยนภายในปอดไม่เพียงพอ ส่งผลให้มีอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น

3.  ระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลว นี่ถือว่าเป็นอาการที่มีความรุนแรงมากที่สุด หากยังไม่ทำการรักษาริดสีดวง จะทำให้การหายใจติดขัดส่งผลให้แก๊สออกซิเจนในร่างกายมีไม่เพียงพอ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายมีมากเกินไป  

โดยร่างกายของคนเราใช้แก๊สออกซิเจนในการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย เมื่อแก๊สออกซิเจนมีน้อยลง ทำให้หัวใจกล้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อส่งแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย  เมื่อหัวใจทำงานมากเกินไปก็จะเกิดหัวใจล้มเหลวในที่สุด เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

4.  เกิดมะเร็งโพรงจมูก หากเราเป็นริดสีดวงและไม่รักษาให้หาย จนทำให้เกิดการติดเชื้อแล้ว ริดสีดวงนั้นจะกลายเป็นมะเร็งโพรงจมูก แน่นอนว่ามะเร็งถือเป็นโรคร้ายแรงเป็นอย่างมาก 

ดังนั้นการเป็นโรคนี้จึงถือเป็นความโชคร้ายมาก ยิ่งเป็นมะเร็งโพรงจมูกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รักษาได้ยากขึ้น เพราะอยู่ใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ ๆ หลายอวัยวะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ทําไงให้หาย
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง อันตรายไหม

ริดสีดวง กี่วันหาย

หากพูดถึงริดสีดวงจมูก ซึ่งเรารู้แล้วว่ามันมีความอันตรายมากน้อยแค่ไหน หลายๆคน ที่เป็นภูมิแพ้อยู่ณขณะนี้ คงอยากจะทราบว่า ริดสีดวง กี่วันหาย ซึ่งตอบได้เลยว่า การรักษาริดสีดวงจมูก ไม่สามารถหายได้โดยง่าย 

และไม่สามารถตอบได้ว่าจะรักษาโดยใช้ระยะเวลามากน้อยแค่ไหน และขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกวิธีการรักษาด้วยวิธีใด รักษาโดยการใช้ยา หรือรักษาโดยการผ่าตัด ถ้าหากรักษาโดยการใช้ยา ผู้ป่วยบางคนอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน 

โดยก็ต้องขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยด้วย หากรักษาโดยการผ่าตัด จะใช้เวลานานกว่าการใช้ยาเนื่องจากต้องมีการรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัดด้วย เมื่อทราบข้อมูลว่าการรักษาโดยการใช้ยาจะทำให้รักษาหายเร็วกว่าการผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วย ก็ไม่สามารถเลือกวิธีการรักษาได้ด้วยตนเอง 

ริดสีดวง กี่วันหาย

เนื่องจากหมอจะต้องวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยเอง หากอาการไม่รุนแรงผู้ป่วยก็จะรักษาด้วยวิธีการใช้ยาพ่นได้ แต่หากอาการรุนแรง ผู้ป่วยก็ต้องยอมรับว่าต้องจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสุขภาพของตัวผู้ป่วยเป็นสำคัญ

แน่นอนว่าการรักษาริดสีดวงมีความยุ่งยาก และทำให้เราสูญเสียเวลาและทรัพย์สินที่ใช้ในการรักษาไปไม่น้อย ดังนั้น หากไม่ต้องการรักษาริดสีดวงจมูก ก็มีเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัยต่อตัวเราเอง คือก็คือการป้องกันเพื่อไม่ให้ตนเองป่วยเป็นริดสีดวงจมูกนั่นเอง  

ซึ่งการป้องกันก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปฏิบัติตนเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดอันเป็นสาเหตุหลักของการป่วยเป็นริดสีดวงจมูก การทำความสะอาดหรือล้างมือตนเองเป็นประจำก่อนที่จะใช้มือไปจับบริเวณจมูก 

เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่จมูกโดยไม่ได้ตั้งใจ, ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออยู่เป็นประจำ ตลอดจนหลีกเลี่ยงหรือเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อโพรงจมูก เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่เสียเวลาไม่เสียทรัพย์สินเงินทองไปกับการรักษาริดสีดวงจมูกอีก

Categories
ริดสีดวง PANTIP ริดสีดวง ข้างนอก โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ เป็นอย่างไร มาหาคำตอบกัน

คนเราทุกคนเกิดมาต้องการใช้ชีวิตของตนเองให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยที่ว่าชีวิตนี้เป็นของเรา ดังนั้นหากอยากใช้อย่างไร อยากทำอย่างไรก็ใช้ซะเพื่อที่จะไม่ได้เสียดายเมื่อถึงคราวต้องจากโลกนี้ไป จนทำให้เราทุกคนลืมเอาใจใส่สุขภาพตนเอง จนก่อให้เกิดโรคร้าย ๆ ตามมาในภายหลัง 

Table of Contents

กลับกลายเป็นว่าชีวิตที่ควรจะยืนยาวและใช้ให้คุ้มมากกว่านี้ กลับต้องเสียไปกับการรักษาพยาบาลแทน เช่นเดียวกับการเป็น ริดสีดวง ที่ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะแสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการเมื่อไหร่ ก็ทำให้คนที่ป่วยเจ็บปวด ทรมานได้เช่นกัน

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

           ริดสีดวงเป็นโรคที่เกิดจากปัจจัยหลายประการ ทั้งการกินอาหารที่มีใยอาหารน้อย  การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง การกลั้นอุจจาระเป็นประจำ และอื่น ๆ อีกหลายประการ สามารถก่อให้เกิดริดสีดวงได้ 

ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ มีอะไรบ้าง

เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านั้นจะทำให้เส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โป่งพอง เกิดเป็นริดสีดวงในที่สุด และริดสีดวงที่ผู้คนเป็นมากที่สุดคือริดสีดวงทวาร เช่นนั้นแล้วหากเราทราบว่า ริดสีดวง ทวานหนัก อาการ  มีอาการอย่างไรบ้าง จะทำให้เราสามารถรักษาได้ทันท่วงที โดยอาการของโรคจะเริ่มจากเบาไปถึงรุนแรง ดังนี้

  • มีติ่งงอกออกมาจากทวารหนักภายนอกร่างกาย หรือบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ภายในร่างกาย
  • ติ่งริดสีดวงเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในการขับอุจจาระติ่งจะยืดออกมาพร้อมกับอุจจาระ หลังจากนั้นจะสามารถหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมได้
  • ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเราอาจจะมีอาการเจ็บร่วมด้วยในขณะขับอุจจาระ เมื่ออุจจาระริดสีดวงจะโผล่ออกมาด้วย และไม่สามารถหดกลับเข้าไปในตำแหน่งเดิมได้ เวลาไอ ริดสีดวงก็จะออกมาพ้นรูทวารหนักด้วย และเวลาอุจจาระจะเริ่มมีเลือดออก
  • มีเลือดออกขณะขับถ่ายมากยิ่งขึ้น ริดสีดวงมีการอักเสบ เริ่มมีกลิ่น มีน้ำเมือกปนกับอุจจาระที่ไม่สามรถควบคุมการไหลได้อยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการอับชื้นบริเวณทวารหนัก ร่างกายสีดเหลืองเนื่องจากการสูญเสียเลือดเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตามอาการของโรคที่จะแสดงออกมา ก็ขึ้นอยู่กับระยะของการเป็นริดสีดวงด้วย ดังนั้นแต่ละระยะ ริดสีดวง ท วาน หนัก อาการ ของโรคจะแสดงออกมาได้แตกต่างกัน โดยหากแบ่งริดสีดวกทวารตามตำแหน่งของการเกิดโรค แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

ริดสีดวงภายใน เกิดขึ้นจากการที่เส้นเลือดดำ ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเกิดการโป่งพอง อันเนื่องมาจากสาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นติ่งขึ้นภายในร่างกายบริเวณลำไส้ใหญ่ที่เชื่อมต่อกับทวารหนัก 

ริดสีดวง ภายใน อาการ ของโรค

โดยริดสีดวงประเภทนี้ในช่วงแรก ๆ เราจะไม่สามารถทราบได้ว่าเราเป็นโรค เนื่องจากมันเกิดขึ้นภายในร่างกาย เราจะสามารถทราบการเป็นโรคก็ต่อเมื่อมันข้าระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว หรือก็สามารถทราบได้โดยผลตรวจสุขภาพ โดย ริดสีดวง ภายใน อาการ ในแต่ละระยะจะแสดงออกมาได้แตกต่างกัน

  • ริดสีดวงระยะที่ 1 ในระยะนี้เราสีดวงจะเริ่มเป็นติ่งภายในร่างกายของเรา จะยังไม่โผล่ออกมาภายนอก
  • ริดสีดวง ระยะที่ 2 ในระยะนี้ ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถโผล่ออกมากทวารหนักได้ โดยเมื่อมีการอุจจาระ ริดสีดวงจะยื่นออกมาและสามารถหดกลับเข้าไปภายในร่างกายได้เช่นเดิม
  • ริดสีดวง ระยะที่ 3 ในระยะนี้ เวลามีการขับถ่ายหรือ ไอบ่อย ๆ ติ่งริดสีดวงจะยื่นออกมานอกวารหนัก และไม่สามารถหดกับที่เดิมได้ มีเลือดออกขณะขับถ่าย มีอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณทวารหนัก
  • ริดสีดวง ระยะที่ 4 ในระยะ ติ่งของริดสีดวงจะโผล่ออกมาข้างนอกมากยิ่งขึ้น มีเลือดออกมาขณะอุจจาระ ไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระได้ มีเมือกปนออกมา ริดสีดวงเริ่มมีกลิ่น และร่างกายอาจจะซีดเหลืองเนื่องจากเสียเลือดได้

จากข้อความข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ริดสีดวง ภายใน อาการ ของแต่ระยะมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ทำให้หากต้องการรักษา ก็จะมีวิธีรักษาที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

จากที่กล่าวมาแล้วว่า ริดสีดวงทวาร มี 2 ประเภท ตามตำแหน่งที่พบ ดังนั้น ริดสีดวง ภายนอก จึงสามารถพบได้บริเวณรอยย่นของทวารหนัก ภายนอกร่างกาย โดยสาเหตุของการเกิด คือ การที่เส้นเลือดดำได้รับการกระตุ้นจนเกิดการโป่งพอง 

โดยมีผิวหนังของร่างกายห่อหุ้มส่วนที่โป่งพองเอาไว้  ทำให้มีลักษณะเป็นติ่ง อย่างไรก็ดี การเป็นริดสีดวงใช้เวลาหลายปี บางคนเป็นสิบ ๆ ปี จึงจะแสดงอาการของโรค ดังนั้นความอันตรายของมันเลยน้อยกว่าโรคอื่น ๆ โดย ริดสีดวง ภายนอก 

ริดสีดวง ภายนอก อาการของโรค

สามารถตรวจพบได้ด้วยตนเอง ด้วยการคลำ หรือจับบริเวณทวารหนัก เนื่องมาจากริดสีดวงประเภทนี้อยู่ภายนอกร่างกาย ส่งผลให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้เกิดการอักเสบของริดสีดวง อย่างเช่นริดสีดวงภายใน 

ดังนั้น ริดสีดวงภายนอก จึงสามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายใน  ประกอบกับการดูแลรักษาความสะอาดก็ทำได้ง่าย เช่นเดียวกัน

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง กี่วันหาย
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง ภายใน อาการ
ริดสีดวง รักษา pantip

ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

การเกิดริดสีดวง ส่วนใหญ่ เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการรักษาโรคนี้ จึงสามารถใช้พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรารักษาได้เช่นกัน โดยโรค  ริดสีดวง การรักษา นี้สามารถทำไดเหลายวิธี โดยหากแบ่งตามระยะของโรค สามารถรักษาได้ดังนี้

ริดสีดวง การรักษา ทำได้อย่างไร

  • ระยะที่ 1 ในระยะนี้ ริดสีดวงยังไม่มีความอันตราย เป็นระยะแรกของการเกิดติ่งของริดสีดวง หากเราบังเอิญที่ตรวจพบริดสีดวงในระยะนี้ ถือว่าโชคดีมาก สามารถเลือกวิธีการรักษาได้อย่างหลากหลาย ได้แก่
    • รักษาด้วยการกินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง และไม่ทิ้งสารพาตกค้างในร่างกาย
    • ชะลอโรคหรือหยุดระยะของโรคด้วยการกิน ผัก ผลไม้ เพิ่มเส้นใยให้ระบบย่อยอาหาร
    • ดื่มน้ำเป็นปริมาณมากๆ
    • ไม่อั้นอุจจาระ เป็นเวลานาน ๆ
    • ระยะที่ 2 ในระยะนี้ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นและโผล่ออกมาภายนอกร่างกายได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง ดังนั้น ริดสีดวง การรักษา มีวิธีดังนี้
    • รักษาด้วยการกินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการรักษาริดสีดวงให้หายขาด ไม่เป็นเรื้อรัง และไม่ทิ้งสารพิษตกค้างในร่างกาย เช่นเดียวกับในระยะที่ 1
    • กินผัก ผลไม้ เพิ่มเส้นใยในกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยป้องกันการเป็นโรคท้องผูกได้
    • ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้ก้อนอุจจาระนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย ลดอาการโป่งพองของเส้นเลือดดำ
    • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่พอ แพทย์อาจจะใช้วิธีการฉีดยาเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุดออก หรือการเย็บติดริดสีดวง โดยหากวิธีในข้อนี้ จะต้องมีการรักษาแผลอันเกิดจากการฉีดยา หรือเย็บติดริดสีดวงด้วย
    • ระยะที่ 3 ในระยะนี้ ริดสีดวงโผล่ออกมาภายนอกร่างกาย และเมื่อต้องการให้กลับเข้าไปในร่างกายต้องใช้นิ้วช่วยดันให้กลับเข้าไปภายในร่างกาย ดังนี้วิธีการรักษา สามารถทำได้โดย
      • การฉีดยาให้หัวริดสีดวงหลุดออก
      • การเย็บติดริดสีดวง
      • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากพอ สามารถใช้วิธียารัดเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด
      • การใช้วิธีการจี้ด้วยอินฟราเรด โดยสามรถรักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 เม็ด
      • การกินยาระงับอาการปวดหลังการรักษาโดยแพทย์
      • การกินยาบำรุงเลือด หลังการรักษาโดยแพทย์
      • ระยะที่ 4 ริดสีดวงระยะนี้มีการอักเสบเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นการรักษาริดสีดวงในระยะนี้ ส่วนใหญ่จึงรักษาโดยแพทย์เกือบทั้งหมด โดยมีวิธีการดังนี้
      • การฉีดยาให้หัวริดสีดวงหลุดออก
      • การเย็บติดริดสีดวง
      • หากริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากพอ สามารถใช้วิธียารัดเพื่อให้หัวริดสีดวงหลุด
      • การใช้วิธีการจี้ด้วยอินฟราเรด โดยสามรถรักษาริดสีดวงได้ครั้งละ 3 เม็ด
      • การผ่าตัดนำหัวริดสีดวงออก โดยวิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ป่วยมีความกลัวมากที่สุด เพราะต้องให้ยาสลบในการทำการผ่าตัดด้วย
      • การกินยาระงับอาการปวดหลังการรักษาโดยแพทย์
      • การกินยาบำรุงเลือด หลังการรักษาโดยแพทย์

อย่างไรก็ดี ระยะเวลาของการเป็นริดสีดวงแต่ละระยะของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนในขณะนั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการเป็นริดสีดวงของแต่ละคนได้ 

และวิธีการรักษาแต่ละระยะก็แตกต่างกัน โดยระยะที่ 1 และ 2 จะรักษาด้วยวิธีการที่ใกล้เคียงกัน เช่นเดียวกับระยะที่ 3 และ 4 จะรักษาคล้ายคลึงกันด้วย