Categories
ริดสีดวง PANTIP โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ภัยเงียบที่อันตราย รู้เท่าทัน ป้องกันไว้ ไม่ต้องผ่าตัด

การป่วยเป็นโรคใด ๆ ก็ตาม หากเราสามารถรักษาหายได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งจะเป็นผลดีกับตัวของเราเอง นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องรู้ว่าเราป่วยเป็นโรคนั้น ๆ ให้เร็วที่สุด จึงจะทำให้รักษาให้หายขาดได้ง่าย ไม่เสี่ยงต่อชีวิตของเราเอง เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ที่เราต้องรู้อาการป่วยให้รวดเร็วเพื่อจะรักษาได้ทันท่วงที

Table of Contents

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

รู้หรือไม่ว่าอาการป่วยของคนเรามีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย หนึ่งในปัจจัยหลัก ๆ เหล่านั้นล้วนเกิดจากพฤติกรรมของตัวผู้ป่วยเอง เช่นเดียวกับ ริดสีดวง ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

 

  • เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเอง ซึ่งปัญหานี้ อยู่เกินการความคุมของตัวผู้ป่วย
  • เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือ รับประทาน ผัก และผลไม้น้อยเกินไป ทำให้เส้นใยที่ผ่านเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหาร จนเหลือกากอาหารที่ต้องกำจัดออกมาในรูปแบบของอุจจาระ มีน้อยเกินไป ทำให้อุจจาระแข็ง เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะแข็ง อยู่บ่อยครั้ง ก็จะนำไปสู่การโป่งพองของเส้นเลือด บริเวณโยรอบทวารหนักก็จะเกิดเป็น ริดสีดวง ได้ในที่สุด
  • เกิดจากปัญหาท้องผูก ปัญหานี้ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดจากการกินผักและผลไม้น้อยเกินไป ขับถ่ายไม่สะดวก หรือแม้กระทั่งการกินยาบางชนิด ที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

สาเหตุการเกิด ริดสีดวง คืออะไร

  • เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำ ส่งผลให้กากอาหารที่รอการกำจัดออกบริเวณลำไส้ใหญ่ของเราขาดน้ำ ก้อนกากอาหารจับตัวกันแน่นอุจจาระได้ลำบาก ทำให้เกิดแผลบริเวณทวารหนักได้
  • การขาดการออกกำลังกาย หรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งระบบย่อยอาหารด้วย เกิดการขับถ่ายไมเป็นเวลา ส่งผลต่อการเกิดโรคเช่นเดียวกัน
  • เกิดจากปัญหาอาการป่วยที่เกี่ยวกับ ช่องท้องที่ส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก เช่น ตับแข็ง มีก้อนเนื้อบริเวณช่องท้อง การป่วยต่อมลูกหมากโต หรือแม้กระทั้งการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย
  • เกิดจากการอเรื้อรัง ที่ทำให้เราต้องมีอาการเกร็งบริเวณช่องท้องก็ส่งผลต่อการเกิดโรค ริดสีดวง ได้เช่นกัน
  • เกิดจากการทั้งครรภ์ เนื่องจากช่วงที่คุณแม่ ๆ กำลังตั้งครรภ์นั้นจะมีการสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่มีผลต่อการขยายของหลอดเลือดดำ ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้เส้นเลือดดำมีการโป่งพอง อันเป็นสาเหตุของโรคนั่นเอง

ริดสิดวง อาการ pantip บอกได้หรือไม่ ?

หลายคนคงเคยรู้จักกับ website panttip ที่มีกระทู้ให้เราตั้งปัญหาไว้เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ ได้เข้ามาตอบคำถามที่ผู้คนชาว pantip สงสัยกัน โดยบางกระทู้ก็มีผู้รู้มาสนใจตอบเป็นจำนวนมาก เช่นนั้นแล้วการคำค้นหา ริดสีดวง อาการ pantip 

ริดสีดวง อาการ pantip บอกได้หรือไม่ ?

จึงเป็นอีกคำค้นหาหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหา สามารถเข้าไปโผล่ในกระทู้ pantip ได้ โดยในการให้ความรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันของโรคนี้ก็มีตั้งแต่คนที่เคยอ่านเจอ คนที่เคยเป็นโรคริดสีดวงโดยตรง คนที่คนรอบข้างเคยเป็น หรือแม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

ก็มีการให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน ดังนั้น การหาความรู้จากกระทู้เหล่านี้ ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน การกลั่นกลองที่รัดกลุม พิจารณาความเป็นไปได้ในการอ่าน และควรศึกษาจาก เวปไซต์ ที่น่าเชื่อถือ อาทิเช่น เวปไซด์ที่ไม่หวังผลกำไร 

หรือเวปไซต์ ของโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและถูกต้อง  อย่างไรก็ดี กระทู้ในพันทิป ก็ยังคงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถศึกษาโรคนี้ได้ ประกอบกับเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เนื่องจากเป็นประชาชนอธิบายให้ประชาชนฟัง ศัพท์ทางการแพทย์จึงมีไม่มากง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ริดสีดวง ลักษณะ

           หากจะพูดถึงว่า ริดสีดวง ลักษณะ เป็นอย่างไรนั้น จากข้อความด้านบนที่เราได้รู้จักสาเหตุต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่ออาการป่วยแล้วนั้น การมีพฤติกรรมต่าง ๆ ตามข้อความด้วนบน จะส่งผลกระทบให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักมีการโป่งพอง เกิดเป็นติ่งขึ้นมา โดยเริ่มแรกติงจะมีขนาดเล็ก ๆ พอระยะเวลาที่ผ่านไปนานวันเข้า ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลานานหลายปี ติ่งริดสีดวงจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงการอักเสบอย่างรุนแรงในที่สุด โดยริดสีดวง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ริดสิดวง ภายนอก ริดสิดวงประเภทนี้จะพบได้ด้านนอกของทวารหนัก สามารถตรวจเจอด้วยตนเองด้วยตาเปล่า หรือการจับหรือคลำบริเวณนั้น ริดสีดวงประเภทนี้จะง่ายต่อการรักษา โดย ริดสีดวง ลักษณะ ของมันจะเป็นติ่งบริเวณรอยย่นของทวารหนักซึ่งอยู่ภายนอกร่างกาย เราจึงเรียกว่าริดสีดวงภายนอก
  2. ริดสิดวง ภายใน ริดสิดวงประเภทนี้ถือว่ามีความอันตรายมากกว่าริดสีดวงประเภทแรก เนื่องจากเกิดขึ้นอยู่ภายในร่างกาย โดยก็เกิดจากเส้นเลือดดำโป่งพอง เช่นเดียวกัน โดยเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นติ่งอยู่บริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ อยู่ภายในร่างกายของเรา โดริดสีดวงประเภทนี้กว่าเราจะรู้ว่าเราเป็นโรคริดสีดวงก็อาจใช้เวลาหลายปี เนื่องจากมันอยู่ในร่างกาย เราจึงไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง โดยริดสีดวง ภายใน จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง การรักษา
ริดสีดวง คือ
ริดสีดวง มีกี่ระยะ
ริดสีดวง ระยะแรก
ริดสีดวง ลักษณะ
ริดสีดวง อาการ pantip

 

  • ระยะที่ 1 เริ่มเกิดติ่งริดสีดวงขึ้นในร่างกายบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่
  • ระยะที่ 2 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เวลาอุจจาระริดสีดวงจะยื่นออกมา และสารถหดกลับไปที่ตำแหน่งเดิมของมันได้
  • ระยะที่ 3 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ เวลาอุจจาระมีเลือดติดออกมาด้วย เวลาไอ หรือขับถ่าย ริดสีดวงจะยื่นออกมา แต่จะไม่สารถกลับเข้าไปตำแหน่งเดิมของมันได้ ต้องใช้นิ้วช่วยในการดันให้กลับเข้าไป
  • ระยะที่ 4 ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง มีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง มีอาการซีดเหลืองเนื่องจากการเสียเลือดมาก ไม่สามารถควบคุมการไหลของอุจจาระได้ มีเมือกเปียกแฉะบริเวณทวารหนักตลอดเวลา รักษาความสะอาดได้ยาก บางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้

 

ริดสิดวง การรักษา ได้หรือไม่

การรักษาริดสีดวง สามารถทำได้ ซึ่งมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ที่สำคัญที่สุด คือระยะ ของการป่วยเป็น ริดสีดวง แล้วหากถามว่า ริดสีดวง การรักษา ได้อย่างไรนั้น เราสามารถทำได้ดังนี้

 

  • รักษาในระดับทั่วไป การรักษาระดับนี้ เป็นการรักษาโรคริดสีดวงในการเป็นระยะที่ 1 และ 2 โดยรักษาระดับทั่วไป อาจจะให้เพิ่มการกินผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มเส้นใยอาหาร ทำให้ไม่เป็นโรคท้องผูก สามารถขับถ่ายได้สะดวก การดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ เพื่อให้การขับถ่ายอุจจาระจะนิ่ม สามารถขับถ่ายได้ง่าย หรือการกินยาที่ระงับอาการปวด การใช้ยาสอดทวาร การรินยาสมุนไพร ที่มีสรรพคุณทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้ ช่วยทำให้เราขับถ่ายสะดวก ลดอาการท้องผูก
  • รักษาในระดับเฉพาะเจาะจง คือการรักษาในระยะ 1 และ 2 เช่นกัน โดยการรักษาประเภทนี้ จะทำได้ด้วยการฉีดยา หรือการใช้ยางรัดให้หัวริดสีดวงหลุดออก แต่การรักษาในระดับนี้ก็จะมีผลข้างเคียงถามมา เช่นการมีอาการหน้ามืด การวิงเวียนศีรษะ หรือบางกรณีที่ใช้ยางรัด อาจจะส่งผลให้คนไข้มีอาการเจ็บอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทนต่อการรักษาต่อไปได้ จำเป็นต้องยุติการรักษา ดังนั้นวิธีนี้ถึงไม่เหมาะสมกับบุคคลที่เป็นภูมิแพ้ หรือมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นในการซักประวัติเพื่อวินิจฉัย ริดสีดวง การรักษา จะดำเนินได้มีประสิทธิภาพ คนไข้ต้องไม่ปิดบังประวัติอาการป่วยของตนเอง
  • รักษาในระดับการใช้อินฟราเรด และการใช้กระแสไฟฟ้า การรักษาทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นการจี้หัวริดสีดวง โดยจะทำให้หัวริดสีดวงหลุดออกได้ โดยต้องกระทำซ้ำอีกครั้งใน 3 – 4 สัปดาห์ โดยการรักษาในระดับนี้เช่นเดียวกัน จะต้องมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น โดยคนไข้แต่ละคนก็จะเกิดผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน โดยผลข้างเคียงนั้น ใน 1 – 2 สัปดาห์แรกจะมีเลือดออกแล้วจะค่อย ๆ หยุด ไปเองในที่สุด

ริดสีดวง การรักษา ได้หรือไม่

  • รักษาในระดับผ่าตัด การรักษาในระดับนี้ จำเป็นต้องกระทำในกรรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาโรคริดสีดวง ในระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 เนื่องจากหัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ และอักเสบ หากปล่อยไว้หรือรักษาได้ช้าอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยการรักษาในระดับนี้ต้องใช้ยาสลบ และจะมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามในการรักษา ริดสีดวง ในระดับเฉพาะเจาะจง ระดับที่ใช้อินฟราเรด  ระดับมี่จี้ด้วยกระแสไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งระดับที่ต้องผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น หลังจากมีกระบวนการรักษาตามขั้นตอนของระดับการรักษานั้น ๆ แล้ว 

เพื่อให้แผลจากการรักษาหายดีนั้น จะต้องใช้การรักษาในระดับทั่วไปร่วมด้วย แผลริดสีดวงก็จะหายได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากคนไขหายจากโรคนี้แล้ว แต่ขาดการดูแลตัวเองหรือขาดการป้องกันโรค ก็จะสามารถกลับมาเป็นริดสีดวงได้ได้อีกครั้ง