Categories
การรักษาริดสีดวง ริดสีดวง ข้างนอก ริดสีดวง ข้างใน โรคริดสีดวง

ริดสีดวง ปวดท้อง อาการรุนแรง มากน้อยเพียงใด รักษายังไงให้หาย

สาเหตุของการเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง  มีความเกี่ยวข้องกับโรคนี้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วการเป็นริดสีดวงทวารเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ลีการแสดงอาการที่แตกต่างกันในแต่ละคน 

Table of Contents

เนื่องด้วยในผู้ป่วยบางรายมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนั้น อาการของริดสีดวงทวารจึงไม่ได้ลักษณะเฉพาะเจาะจงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

โรค ริดสีดวง ปวดท้อง มีความเกี่ยวข้องกับโรคริดสีดวงหรือไม่

หากจะกล่าวกันโดยทั่วไปแล้ว การเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง จะไม่เกี่ยวข้องกับโรค หลายคนอาจจะสันนิษฐานว่า ตนเองปวดท้อง แต่พอเข้าห้องน้ำกลับอุจจาระไม่ออก เป็นเพราะท้องผูกไหม อันที่จริงแล้ว อาการท้องผูกไม่ใช่สาเหตุของโรคริดสีดวงทวารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ ได้ด้วย 

หรือผู้ป่วยบางคนทั้งปวดท้อง และมีเลือดออกขณะขับอุจจาระร่วมด้วย ก็ใช่ว่าจะเป็นริดสีดวงทวาร โดยส่วนใหญ่ อาการปวดท้อง อุจจาระไม่ออก รวมทั้งอาจจะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระนั้น จะเป็นอาการ อาการหนึ่งของโรคลำไส้อักเสบ 

โรค ริดสีดวง ปวดท้อง

เช่นนั้นแล้วจึงสามารถเชื่อได้ค่อนข้างมากว่า ผู้ป่วยที่สงสัยว่าตนเองเป็น ริดสีดวง ปวดท้อง เป็นอาการของโรคนั้น ไม่เป็นความจริง การเป็นริดสีดวงทวารจะปวดบริเวณทวารหนัก 

ไม่ได้ปวดบริเวณท้อง แต่หากผู้ป่วยมีความกังวลใจควรที่จะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำวินิจฉัยโรค และคำแนะนำในการรักษาตัวเองต่อไป

ริดสีดวง ผ่าคลอด มีสาเหตุมาจากอะไร

หากเป็น ริดสีดวง ผ่าคลอด ทุกคนไหม นี่คือคำถามยอดนิยมของคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังกังวลใจ ทั้งเรื่องจะคลอด Baby และก็กลัวเจ้าริดสีดวงที่มักพบในคุณแม่ตั้งครรภ์ จะแตกขณะกำลังเบ่งคลอด จนเกิดข้อสงสัยว่าคนที่เป็นริดสีดวง หมอจะทำการคลอดโดยการผ่าคลอดกันนะ คำตอบ คือ ไม่เกี่ยวกันเลย 

ริดสีดวง ผ่าคลอด มีสาเหตุมาจากอะไร

คุณแม่สามารถเลือกคลอดได้ทั้งคลอดธรรมชาติ และผ่าคลอด ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณแม่ และภาวะมดลูกเปิดขณะนั้นของคุณแม่แต่ละท่าน โดยหากจะคลอดแบบธรรมชาติ คุณแม่สามารถเบ่งคลอดได้ตามปกติ ในการตัดเย็บแผล 

คุณหมอจะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำคลอดคุณแม่ เพื่อไม่ให้ไปโดนหัวริดสีดวง ดังนั้นว่าที่คุณแม่มือใหม่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากคุณแม่ไม่ต้องการเป็นริดสีดวงทวารในขณะตั้งครรภ์ลูกน้อย สามารถปฏิบัติตนได้ ดังนี้

  • รับประทานผัก และผลไม้ รวมทั้งธัญพืชให้มากขึ้น
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน
  • พยายามอย่ากลั้นอุจจาระ โดยคุณแม่ที่ท้องเริ่มโต จะขยับตัวยาก การให้เข้าห้องน้ำจึงเป็นเรื่องยากของคุณแม่ในช่วงนี้
  • ทำกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายอยู่เสมอ หรือออกกำลังกายในท่าง่าย ๆ โดยการขยับร่างกายหรือการออกกำลังกายจะทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นให้เรารู้สึกปวดอุจจาระ สามารถป้องกันอาการท้องผูก ซึ่งในกิจกรรมการขยับร่างกาย หากคุณแม่ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยกับลูกน้อยหรือไม่นั้นสามารถที่จะปรึกษากับคุณหมอที่ฝากครรภ์ จะทำให้ได้คำแนะนำที่ดีต่อการปฏิบัติตนของคุณแม่

อย่างที่ทราบแล้วว่า การเป็น ริดสีดวง ผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่คุณแม่จะต้องกังวลใจอีกต่อไป โดยเมื่อคลอดลูกน้อยเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะพิจารณาการรักษาริดสีดวงทวารอีกครั้งหนึ่ง โดยปกติแล้วหลังคลอดริดสีดวงจะเป็น ๆ หาย ๆ

ในช่วงเดือนแรกของการคลอด และส่วนใหญ่หากคุณแม่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำด้านบน ริดสีดวงทวารจะหายไปเอง แต่หากไม่หายแพทย์ก็จะทำการรักษาริดสีดวงทวารของคุณแม่ต่อไป

ริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจากอะไร

โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก สาเหตุใด

           โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก การโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก จากการคั่งของเลือดจนกลายเป็นลิ่มเลือด อันเนื่องเลือดไหลเวียนไม่สะดวก โดยมีสาเหตุมาจากหลาย ๆ สาเหตุ ซึ่งไม่สามารถระบุได้จำเพาะเจาะจง นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  • รับประทาน ผัก ผลไม้ และธัญพืช น้อยเกินไป
  • ดื่มน้ำน้อยกว่า 8-10 แก้วต่อวัน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • กลั้นอุจจาระเป็นประจำ
  • มักเบ่งอุจจาระทุกครั้งที่มีการขับถ่าย
  • กินยาลดความอ้วน
  • การตั้งครรภ์
  • การก้มยกของหนักเป็นประจำ
  • มีอาการไอเรื้อรัง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ริดสีดวง ผ่าคลอด
ริดสีดวง ภายนอก
ริดสีดวง ภายใน
ริดสีดวง รักษา
โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก

นอกจาก โรคริดสีดวง ทวานหนัก เกิดจาก สาเหตุดังที่กล่าวไว้ด้านบนแล้ว ริดสีดวงทวารยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งของการเกิดริดสีดวง คือ ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน โดยมีอาการของโรค แต่ละประเภท ดังนี้

ริดสีดวง ข้างนอก หรือ ริดสีดวงภายนอก

  • ริดสีดวง ภายนอก

เป็นริดสีดวงที่เกิดจากการโป่งพองของเส้นเลือดดำและเกิดเป็นติ่งภายนอกร่างกาย โดย จะเกิดขึ้นบริเวณรอยย่นของทวารหนัก ริดสีดวงประเภทนี้เราจะสามารถสังเกต หรือ คลำ พบได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องไปตรวจกับแพทย์แต่อย่างใด 

อาการของริดสีดวงภายนอก จะรู้สึกเจ็บบริเวณก้น ส่วนใหญ่ไม่พบเลือดออกหลังถ่ายอุจจาระ การที่ริดสีดวงภายนอก มักจะรู้สึกเจ็บนั้น เป็นเพราะว่าริดสีดวงประเภทนี้เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย 

เมื่อก้นไปกระทบกับสิ่งใด ๆ จึงมักรู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะเวลานั่ง เดิน จะรู้สึกเจ็บมากขึ้น จึงมักมีคำติดปากของคนเป็นริดสีดวงที่ไม่ชอบนั่น แต่จะยืนเอา ว่า “เพราะลมมันเย็น” ดังนั้นการรักษาริดสีดวงประเภทนี้จะรักษาได้ง่ายกว่า ริดสีดวง ภายใน

ทำความรู้จัก ริดสีดวง ข้างใน หรือ ริดสีดวงภายใน

  • ริดสีดวง ภายใน

เป็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเกิดจากการโป่งพองในเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วน

ปลายที่ต่อกับทวารหนัก ริดสีดวงประเภทนี้จะพบมีเลือดออกขณะอุจจาระ โดยแบ่งริดสีดวง ภายใน ตามความรุนแรงของโรคได้ทั้งหมด 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เป็นระยะที่โรคยังไม่มีความรุนแรงมากนัก หัวของริดสีดวงจะอยู่ภายใน ไม่โผล่ออกมาข้างนอก ทำให้เราไม่สามารถสังเกต หรือ คลำพบริดสีดวงได้ ในขณะขับถ่ายจะพบมีเลือดออกมาด้วย
  • ระยะที่ 2 มีอาการเช่นเดียวกับระยะที่ 1 คือ พบเลือดออกเวลาขับถ่ายอุจจาระ แต่ใน ระยะนี้หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมานอกรูทวารหนักขณะออกแรงเบ่ง และริดสีดวงจะสามารถหดกลับเข้าไปข้างในทวารหนักได้เช่นเดิม
  • ระยะที่ 3 ในระยะนี้นอกจากจะพบเลือดออกขณะขับถ่ายแล้ว หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมา นอกรูทวารหนักขณะมีการเบ่งอุจจาระ การไออย่างรุนแรง หรือการก้มลงยกของที่หนัก ๆ แต่หัวริดสีดวงในระยะนี้จะไม่สามารถหดกลับเข้าไปในทวารหนักได้ จำเป็นต้องใช้นิ้วช่วยดันเข้าไป วิธีการคือ สวมถุงมือยางและชุบเจลหล่อลื่น หรือสบู่เหลว จากนั้นใช้นิ้วดันให้หัวริดสีดวงกลับเข้าไปข้างใน ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บได้ขณะที่ดันริดสีดวงเข้าไปในรูทวาร
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะที่ริดสีดวงมีการอักเสบอย่างรุนแรง ในระยะนี้จะมีเลือดไหลออกมา ขณะขับถ่ายเป็นปริมาณมาก นอกจากมีเลือดแล้ว บางกรณีอาจจะพบน้ำหนองร่วมด้วย หัวริดสีดวงจะไม่สามารถดันกลับเข้าไปด้านในได้อีก ทำให้ขวางการทำงาน ของหูรูดรูทวาร ทำให้ปิดได้ไม่สนิท จึงมีอุจจาระไหลออกมานอกรูทวารอยู่เสมอ ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นคาว ทำความสะอาดได้ยาก และผู้ป่วยยังมีอาการซีด หน้ามืดฉับพลัน อาจจะเป็นโรคโลหิตจางด้วย ริดสีดวงระยะที่ 4 หากปล่อยไว้เป็นเวลานานจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ริดสีดวง รักษา ได้อย่างไร

การเป็น ริดสีดวง รักษา ได้หลายวิธี ซึ่งผู้อ่านอย่าพึ่งตื่นตระหนกตกใจมากนัก หากเทียบกับโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง covid – 19 โรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด ทาลัสซีเมีย ไข้เลือดออก มาลาเรีย   แล้วหละก็ ริดสีดวงถือเป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงมากนัก 

สามารถดูแลรักษาสุขภาพตนเองจนหายจากการป่วยเป็นริดสีดวงได้  ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษากับแพทย์เสมอไป โดยวิธีที่นิยมในการรักษา ริดสีดวงทวาร ด้วยตนเอง มีดังนี้

ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง คำไพลินรักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ

  • การรับประทานธัญพืช ผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เพื่อช่วยในการขับถ่าย ลดอาการท้องผูกได้ดี ประกอบกับดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือ อย่างน้อยต้อง 8 – 10 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเบ่งอุจจาระ หรือ อั้นอุจจาระเป็นเวลานาน ควรจะเข้าห้องน้ำทุกครั้งเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ
  • งดการกินยาลดน้ำหนัก เพราะยาประเภทนี้จะทำให้ป่วยไม่อยากอาหาร ทำให้มวลของกากอาหารมีน้อย ส่งผลให้ขับถ่ายไม่ออก และมีอาการท้องผูกในที่สุด
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย และเผาผลาญพลังงาน ไม่ให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ช่วยให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ย่อยยาก อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • หากปวดริดสีดวงทวาร ผู้ป่วยสามารถใช้วิธีประคบเย็น หรือ ประคบร้อน ครั้งละ 10 – 15 นาที จะสามารถช่วยลดการอักเสบของริดสีดวงได้ โดยสามารถทำได้ 3- 4 ครั้งต่อวัน
  • หลังเข้าห้องน้ำ ควรทำความสะอาดบริเวณทวารหนัก โดยสามรถนั่งแช่ในน้ำอุ่น หรือ น้ำอุ่นผสมดีเกลือ หรือ น้ำอุ่นผสมด่างทับทิม ประมาณ 15 – 20 นาที จะช่วยทำให้หัวริดสีดวงยุบและลดการอักเสบได้

โดยโรค ริดสีดวง รักษา โดยวิธีธรรมชาติส่วนใหญ่ก็เพียงพอที่จะทำให้ริดสีดวงหายได้ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น สามารถพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาได้ โดยหากมีอาการที่รุนแรง 

แพทย์จะใช้วิธีการฉีดยา การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง การจี้ด้วยเลเซอร์ หรือถ้ามีความเสี่ยงว่าริดสีดวงจะมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งพบได้ในการรักษาริดสีดวงระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4